สารบัญ
การตัดกระพุ้งแก้ม (Buccal Fat Removal) เป็นหัตถการศัลยกรรมที่ช่วยลดความกลมของใบหน้า ให้ใบหน้าดูเรียวเล็กขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติค่ะ แม้ขั้นตอนการผ่าตัดจะไม่ซับซ้อนมากนัก แต่ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการฟื้นตัวและผลลัพธ์สุดท้ายอย่างมากค่ะ บทความนี้จะอธิบายข้อควรระวังหลังตัดกระพุ้งแก้มอย่างละเอียด จัดทำโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจาก โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ประเทศเกาหลีค่ะ
ตัดกระพุ้งแก้มคืออะไร?

การตัดกระพุ้งแก้มเป็นการผ่าตัดเอาก้อนไขมัน Buccal Fat Pad ที่อยู่บริเวณแก้มทั้งสองข้างออก โดยแพทย์จะทำแผลเล็ก ๆ ภายในช่องปาก (ไม่มีแผลภายนอก) จึงไม่ต้องกังวลเรื่องรอยแผลเป็นค่ะ หัตถการนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีใบหน้ากลม แก้มอวบ และต้องการใบหน้าที่เรียวขึ้น สามารถทำร่วมกับการผ่าตัด V-line เพื่อผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นค่ะ
ตามข้อมูลจาก International Society of Aesthetic Plastic Surgery (ISAPS) หัตถการนี้เป็นหนึ่งในปรับรูปหน้าที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั่วโลกค่ะ
ท่านอนหลังผ่าตัด

ท่านอนที่ถูกต้องหลังหัตถการนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อการลดอาการบวมค่ะ
ข้อปฏิบัติเรื่องท่านอน
- ยกศีรษะให้สูงกว่าหัวใจ: ใช้หมอนรองศีรษะ 2-3 ใบ เพื่อให้ส่วนบนของร่างกายอยู่สูงกว่าปกติ ช่วยลดอาการบวมได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ
- ห้ามนอนคว่ำ: การนอนคว่ำจะกดทับบริเวณที่ผ่าตัด ทำให้เกิดอาการบวมเพิ่มขึ้นและอาจส่งผลต่อผลลัพธ์ค่ะ
- ห้ามนอนตะแคง: ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรนอนหงายเท่านั้น เพื่อให้แรงกดกระจายอย่างสม่ำเสมอค่ะ
การรับประทานอาหารหลังผ่าตัด
เนื่องจากแผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก การเลือกอาหารที่เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง (7 วันแรก)
- อาหารรสเผ็ด: พริก ซอสเผ็ด ต้มยำ ส้มตำ เพราะจะระคายเคืองแผลค่ะ
- อาหารร้อนจัด: รอให้เย็นลงก่อนรับประทาน ความร้อนจะทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้นและเพิ่มอาการบวมค่ะ
- อาหารแข็งหรือกรอบ: ขนมกรุบกรอบ ถั่ว เพราะอาจทำให้แผลปริค่ะ
อาหารที่แนะนำ
- โจ๊ก ข้าวต้ม ซุปอุ่น ๆ (ไม่ร้อน)
- อาหารอ่อน เช่น เต้าหู้ ไข่ตุ๋น โยเกิร์ต
- สมูทตี้ผลไม้ (ดื่มจากแก้ว ไม่ใช้หลอดดูด)
การดูแลอาการบวมหลังตัดกระพุ้งแก้ม

อาการบวมเป็นเรื่องปกติหลังการผ่าตัดบริเวณแก้ม โดยจะบวมมากที่สุดในช่วง 2-3 วันแรก และจะค่อย ๆ ลดลงภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ
วิธีดูแลอาการบวม
- 2-3 วันแรก: ประคบเย็น — ใช้ผ้าห่อน้ำแข็งประคบบริเวณแก้มข้างละ 15-20 นาที วันละหลายครั้ง ช่วยลดอาการบวมและฟกช้ำค่ะ
- หลังวันที่ 3: ประคบอุ่น — เปลี่ยนมาใช้ผ้าอุ่นประคบ เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้อาการบวมยุบเร็วขึ้นค่ะ
- นอนศีรษะสูง: ตามที่กล่าวข้างต้น ช่วยลดอาการบวมได้อย่างดีค่ะ
การดูแลแผลหลังผ่าตัด
แผลผ่าตัดอยู่ภายในช่องปาก จึงต้องรักษาความสะอาดเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการติดเชื้อค่ะ
วิธีดูแลช่องปาก
- ห้ามใช้ลิ้นแตะแผล: หลีกเลี่ยงการใช้ลิ้นสัมผัสหรือดันบริเวณที่ผ่าตัด เพราะอาจทำให้แผลเปิดและติดเชื้อได้ค่ะ
- บ้วนปากหลังทานอาหารทุกครั้ง: ใช้น้ำยาบ้วนปากที่แพทย์สั่ง หรือน้ำเกลืออุ่น บ้วนเบา ๆ (ไม่กลั้วแรง) ทำต่อเนื่องอย่างน้อย 1 เดือนค่ะ
- แปรงฟัน: 3 วันแรกหลังผ่าตัดควรงดการแปรงฟัน ใช้น้ำยาบ้วนปากแทน หลังจากนั้นค่อย ๆ แปรงฟันเบา ๆ โดยระวังไม่ให้แปรงโดนบริเวณแผลค่ะ
การล้างหน้าและอาบน้ำ

เนื่องจากหัตถการนี้ไม่มีแผลภายนอก การดูแลเรื่องการล้างหน้าจึงไม่ซับซ้อนมากค่ะ
กำหนดการดูแลความสะอาด
- อาบน้ำ: สามารถอาบน้ำได้ตั้งแต่วันที่ผ่าตัด แต่ควรใช้น้ำอุ่น ไม่ร้อนจัดค่ะ
- ล้างหน้า: ล้างหน้าเบา ๆ ได้ตั้งแต่วันแรก หลีกเลี่ยงการถูแรงบริเวณแก้มค่ะ
- แต่งหน้า: สามารถแต่งหน้าได้ตั้งแต่วันถัดจากวันผ่าตัด แต่ควรใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนค่ะ
- ซาวน่าและสปา: ห้ามเข้าซาวน่า สปา หรือบ่อน้ำร้อนอย่างน้อย 1 เดือน ความร้อนสูงจะทำให้เส้นเลือดขยายตัวและเพิ่มอาการบวมค่ะ
การออกกำลังกายหลังผ่าตัด

การออกกำลังกายที่เหมาะสมหลังผ่าตัดจะช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดี แต่ต้องค่อย ๆ เริ่มอย่างเป็นขั้นตอนค่ะ
แนวทางการกลับมาออกกำลังกาย
- สัปดาห์ที่ 1-2: พักผ่อนให้เต็มที่ เดินเบา ๆ ในบ้านได้ค่ะ
- สัปดาห์ที่ 2-3: เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินเร็ว โยคะเบา ๆ ค่ะ
- หลัง 1 เดือน: กลับมาออกกำลังกายหนักได้ตามปกติ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ยกน้ำหนัก ค่ะ
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เลือดไหลไปที่ใบหน้ามาก เช่น การก้มหัวนาน ๆ หรือยกของหนัก ในช่วง 2 สัปดาห์แรกค่ะ
การรับประทานยา
ยาที่ต้องงด
- แอสไพริน (Aspirin): งดรับประทานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ก่อนและหลังผ่าตัด เนื่องจากทำให้เลือดแข็งตัวช้าค่ะ
- วิตามินอี: งดรับประทานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เนื่องจากเป็นสารต้านการแข็งตัวของเลือดค่ะ
- ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs): เช่น ไอบูโพรเฟน ควรหลีกเลี่ยงเว้นแต่แพทย์สั่งค่ะ
ยาที่แพทย์สั่ง
รับประทานยาปฏิชีวนะและยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่งอย่างครบถ้วน ห้ามหยุดยาปฏิชีวนะเองก่อนกำหนดค่ะ
แอลกอฮอล์และบุหรี่

แอลกอฮอล์และบุหรี่เป็นปัจจัยที่ส่งผลเสียอย่างมากต่อการฟื้นตัวหลังการผ่าตัดค่ะ
ข้อห้ามสำคัญ
- งดแอลกอฮอล์อย่างน้อย 1 เดือน: แอลกอฮอล์ทำให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น เพิ่มอาการบวม และเพิ่มความเสี่ยงในการตกเลือดค่ะ
- งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 1 เดือน: นิโคตินทำให้เส้นเลือดหดตัว ลดการไหลเวียนเลือดไปยังบริเวณที่ผ่าตัด ทำให้แผลหายช้าและเสี่ยงต่อการติดเชื้อค่ะ
หากสามารถงดได้นานกว่า 1 เดือน จะยิ่งส่งผลดีต่อผลลัพธ์ของการผ่าตัดค่ะ
ระยะเวลาการฟื้นตัว
การฟื้นตัวหลังการผ่าตัดจะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่โดยทั่วไปมีไทม์ไลน์ดังนี้ค่ะ
ไทม์ไลน์การฟื้นตัว
- วันที่ 1-3: บวมและฟกช้ำมากที่สุด ควรพักผ่อนมาก ๆ ค่ะ
- วันที่ 4-7: อาการบวมเริ่มลดลง เริ่มกลับไปทำกิจกรรมเบา ๆ ได้ค่ะ
- สัปดาห์ที่ 2-3: บวมลดลงอย่างชัดเจน ใบหน้าเริ่มเป็นรูปร่างค่ะ
- 1-3 เดือน: เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ ค่ะ
- 6 เดือน: เห็นผลลัพธ์สุดท้ายอย่างสมบูรณ์ค่ะ
ข้อควรระวังเพิ่มเติม
- ห้ามใช้หลอดดูด: อย่างน้อย 1 เดือน เพราะการดูดจะทำให้เกิดแรงดันในช่องปากซึ่งอาจกระทบแผลค่ะ
- ไหมละลาย: แผลเย็บด้วยไหมละลายเอง ไม่ต้องตัดไหม โดยปกติจะละลายภายใน 2-3 สัปดาห์ค่ะ
- ห้ามกดบริเวณแก้ม: หลีกเลี่ยงการนวด การกด หรือการใช้แรงกดบริเวณที่ผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือนค่ะ
หากต้องการเสริมผลลัพธ์ให้ใบหน้าเรียวขึ้นอีก สามารถปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัดลดเหนียงเพิ่มเติมได้ค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลหลังผ่าตัด
1. หลังตัดกระพุ้งแก้มกี่วันจึงหายบวม?
อาการบวมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัดภายใน 1-2 สัปดาห์ค่ะ แต่อาการบวมเล็กน้อยอาจคงอยู่ได้ถึง 1-3 เดือน โดยผลลัพธ์สุดท้ายจะเห็นชัดเจนที่ประมาณ 6 เดือนหลังผ่าตัดค่ะ
2. ตัดกระพุ้งแก้มเจ็บมากไหม?
ระหว่างผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะมีการฉีดยาชา หลังผ่าตัดอาจมีอาการเจ็บเล็กน้อยบริเวณแก้มด้านใน คล้ายกับอาการกัดกระพุ้งแก้มตัวเอง ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยยาแก้ปวดที่แพทย์สั่ง โดยปกติอาการปวดจะหายไปภายใน 3-5 วันค่ะ
3. กินอาหารปกติได้เมื่อไหร่หลังผ่าตัด?
หลังผ่าตัด 7 วัน สามารถเริ่มกลับมารับประทานอาหารปกติได้ค่ะ แต่ยังควรหลีกเลี่ยงอาหารรสจัดมาก ๆ และอาหารแข็งในช่วง 2 สัปดาห์แรก เน้นอาหารอ่อน โจ๊ก ข้าวต้ม และซุปในสัปดาห์แรกค่ะ
4. ออกกำลังกายได้เมื่อไหร่หลังผ่าตัด?
การออกกำลังกายเบา ๆ เช่น เดินเร็ว เริ่มได้หลังจาก 2-3 สัปดาห์ค่ะ สำหรับการออกกำลังกายหนัก เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ หรือยกน้ำหนัก ควรรออย่างน้อย 1 เดือนหลังผ่าตัดค่ะ
5. ตัดกระพุ้งแก้มแล้วแก้มจะตอบกลับไหม?
ไขมัน Buccal Fat Pad เมื่อตัดออกแล้วจะไม่กลับมาใหม่ค่ะ ดังนั้นผลลัพธ์จึงถาวร อย่างไรก็ตาม หากน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก อาจทำให้ใบหน้ากลับมาดูกลมขึ้นได้เล็กน้อย แต่ไม่เท่ากับก่อนผ่าตัดค่ะ หากต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อแผนกศัลยกรรมปรับรูปหน้าของเราได้ค่ะ
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญฟรี
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการดูแลหลังผ่าตัดได้ที่ LINE: @339fwnst
ข้อความนี้เป็นบทความข้อมูลโดย โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน จัดทำตามกฎหมายโฆษณาทางการแพทย์
การผ่าตัดและหัตถการทุกชนิดอาจมีผลข้างเคียง เช่น การอักเสบ เลือดออก และความเสียหายของเส้นประสาท
ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการทุกชนิด
โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน | LINE: @339fwnst | เว็บไซต์: minepsth.com



