ขั้นตอนเติมไขมันหน้าอก คือ ลำดับการผ่าตัดที่ดูดไขมันของตัวเองจากหน้าท้องหรือต้นขา นำมาปั่นแยกให้บริสุทธิ์ แล้วฉีดเข้าหน้าอกทีละน้อยหลายชั้น ใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมงภายใต้การดมยาค่ะ
หลายคนที่สนใจฉีดไขมันหน้าอกมักมีคำถามคล้ายกันว่า “วันผ่าตัดจริง ๆ เขาทำอะไรบ้าง ต้องนอนกี่ชั่วโมง ดูดไขมันตรงไหน แล้วเจ็บไหม” บทความนี้จะพาไล่ดูทีละขั้นตั้งแต่เข้าห้องผ่าตัดจนถึงห้องพักฟื้นค่ะ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่านรายละเอียด วันผ่าตัดแบ่งได้เป็น 5 ขั้นดังนี้
- ดมยาและเตรียมห้องผ่าตัดแบบปลอดเชื้อ — ให้ยานอนหลับหรือดมยาสลบ
- ดูดไขมัน — จากหน้าท้อง ต้นขา หรือเอว ด้วยท่อเล็กและแรงดูดต่ำ
- ปั่นแยกและคัดไขมัน — เก็บเฉพาะไขมันบริสุทธิ์
- ฉีดไขมันเข้าหน้าอก — ทีละน้อย กระจายหลายชั้น
- เย็บแผลและพักฟื้น — ใส่ชุดกระชับ แล้วสังเกตอาการในห้องพักฟื้น
สารบัญ
ขั้นตอนเติมไขมันหน้าอก คืออะไร และใช้เวลากี่ชั่วโมง
การเติมไขมันหน้าอกคือการย้ายไขมันส่วนเกินของเราเองไปไว้ที่หน้าอก ไม่ต้องใช้ถุงซิลิโคน ผลที่ได้จึงนุ่มและเป็นธรรมชาติ ส่วนจะเหมาะกับเราหรือซิลิโคนมากกว่า อ่านเพิ่มได้ที่ เปรียบเทียบเสริมหน้าอกซิลิโคนกับไขมัน ค่ะ
การเติมไขมันหน้าอกใช้เวลาประมาณ 2–3 ชั่วโมง ภายใต้การให้ยานอนหลับหรือดมยาสลบ เวลาจริงอาจสั้นหรือยาวกว่านี้ ขึ้นกับปริมาณไขมันที่ต้องดูด จำนวนบริเวณที่ดูด และปริมาณที่ฉีดเข้าหน้าอก
ภาพรวม 5 ขั้นตอนในวันผ่าตัด
ฟังดูเหมือนแค่ “ดูดแล้วฉีด” แต่ตำราศัลยกรรมหน้าอกอธิบายว่า ตั้งแต่ดูดไขมันออกจนฉีดเข้าที่ใหม่ ทุกขั้นมีโอกาสทำให้เซลล์ไขมันช้ำหรือเสียหายได้ ขั้นตอนเติมไขมันหน้าอกที่ดีจึงไม่ได้วัดกันที่ความเร็ว แต่วัดที่ความนุ่มนวลในทุกขั้น เพราะไขมันที่บอบช้ำน้อยมีโอกาสอยู่รอดมากกว่าค่ะ
ดมยาสลบหรือให้ยานอนหลับ แบบไหนเหมาะกับใคร
- ให้ยานอนหลับ (sedation) — เหมาะกับกรณีดูดไขมันไม่มาก ใช้บริเวณเดียว ตื่นเร็วและฟื้นตัวไว
- ดมยาสลบ (general anesthesia) — เหมาะกับกรณีต้องดูดหลายบริเวณหรือใช้เวลานาน ผู้ป่วยหลับตลอดการผ่าตัด
แพทย์และวิสัญญีแพทย์จะเลือกให้จากผลตรวจสุขภาพและแผนการผ่าตัดของแต่ละคนค่ะ
ก่อนวันผ่าตัด: ปรึกษา ตรวจร่างกาย และเลือกบริเวณดูดไขมัน
ประเมินรูปร่างและปริมาณไขมันที่ดูดได้
ในวันปรึกษา แพทย์จะดูทั้งหน้าอกและบริเวณที่จะดูดไขมันไปพร้อมกัน เพราะการเติมไขมันจะทำได้แค่ไหน ขึ้นกับว่ามีไขมันให้ใช้มากพอหรือเปล่า สิ่งที่ประเมินหลัก ๆ คือ
- รูปร่างและบริเวณที่มีไขมันสะสม ดูดออกได้ประมาณเท่าไร
- ขนาด รูปทรง และความยืดหยุ่นของผิวหน้าอกเดิม
- ขนาดและทรงที่อยากได้ เพื่อดูว่าครั้งเดียวพอหรือควรแบ่งทำ
คนที่ผอมมาก ไขมันน้อย อาจได้ไขมันไม่พอสำหรับหน้าอกทั้งสองข้าง แพทย์จะบอกตรง ๆ ตั้งแต่วันปรึกษาค่ะ
ตรวจสุขภาพและงดบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์
ก่อนผ่าตัดจะตรวจเลือดและตรวจสุขภาพพื้นฐานเพื่อดูว่าพร้อมดมยาหรือไม่ และควรงดบุหรี่อย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพราะนิโคตินทำให้หลอดเลือดหดตัว ไขมันที่ย้ายไปใหม่ต้องพึ่งเลือดจากเนื้อเยื่อรอบ ๆ ถ้าเลือดไหลเวียนไม่ดี ไขมันก็อยู่รอดยากขึ้นค่ะ
ขั้นที่ 1: ดมยาและเตรียมห้องผ่าตัดแบบปลอดเชื้อ
เมื่อถึงวันผ่าตัด แพทย์จะทำเครื่องหมายบนผิวบริเวณที่จะดูดและบริเวณหน้าอกที่จะเติมในท่ายืน จากนั้นจึงเข้าห้องผ่าตัดและเริ่มให้ยาตามแผนที่คุยไว้
หัวใจของขั้นนี้คือความปลอดเชื้อ ห้องผ่าตัดต้องฆ่าเชื้อเรียบร้อย เครื่องมือทุกชิ้นผ่านการฆ่าเชื้อ เพราะไขมันที่ย้ายไปยังไม่มีเลือดมาเลี้ยงในช่วงแรก จึงต้านเชื้อโรคได้ไม่ดี การป้องกันการติดเชื้อตั้งแต่ต้นจึงสำคัญมากค่ะ
ขั้นที่ 2: ดูดไขมันจากหน้าท้อง ต้นขา หรือเอว
เลือกบริเวณดูดไขมันอย่างไร
- หน้าท้อง — มักได้ไขมันมากที่สุด และหน้าท้องเรียบขึ้นไปด้วย
- ต้นขาด้านในและด้านนอก — เหมาะกับคนที่ไขมันสะสมช่วงขา ได้เส้นขาที่เรียวขึ้น
- เอวและสีข้าง — ได้ไขมันปานกลาง ช่วยให้ช่วงเอวคอดขึ้น
หลายคนเข้าใจว่าไขมันจากบางตำแหน่ง “ติดดีกว่า” แต่งานทบทวนวรรณกรรมที่รวบรวมงานวิจัยด้านการปลูกถ่ายไขมันพบว่า เมื่อใช้น้ำยาเตรียมผิวก่อนดูดแล้ว ตำแหน่งที่ดูดไม่ได้ทำให้ผลต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกบริเวณจึงดูจากปริมาณไขมันที่มีและสัดส่วนร่างกายที่อยากปรับเป็นหลักค่ะ
ทำไมต้องใช้แรงดูดต่ำและท่อเล็ก 3–4 มม.
ไขมันที่จะนำไปเติมหน้าอกต้องเป็นเซลล์ที่ยังมีชีวิต การดูดจึงละเอียดกว่าการดูดไขมันเพื่อลดสัดส่วนทั่วไป ลำดับในขั้นนี้มีดังนี้
- เปิดแผลเล็ก ๆ — ตำราอธิบายว่ากรณีดูดหน้าท้องมักเปิดแผลขนาดเล็กรอบสะดือ แผลจึงซ่อนได้ง่าย
- ฉีดน้ำยาเตรียมผิว (tumescent solution) — น้ำยาที่ผสมยาชาและยาช่วยหดหลอดเลือด ช่วยลดเลือดออกและลดความเจ็บ
- ดูดด้วยท่อเล็กและแรงดูดต่ำ — แพทย์ใช้ท่อดูดขนาด 3–4 มม. และแรงดูดต่ำ เพื่อลดความเสียหายของเซลล์ไขมัน
- ดูดกระจายหลายชั้น — ไม่ดูดจุดเดียวลึก ๆ แต่เกลี่ยหลายชั้น เพื่อให้ผิวบริเวณที่ดูดเรียบเนียน
ตำราศัลยกรรมเสริมหน้าอกเล่มหนึ่งบรรยายการดูดไขมันด้วยท่อปลายมนขนาดประมาณ 4 มม. หลังฉีดน้ำยาเตรียมผิว ซึ่งสอดคล้องกับหลักที่ว่าท่อไม่ใหญ่เกินไปและแรงดูดที่นุ่มนวลช่วยถนอมเซลล์ไขมันค่ะ ข้อมูลเชิงวิจัยเรื่องนี้อ่านเพิ่มได้จาก งานวิจัยเรื่องเทคนิคการดูดและเตรียมไขมัน (Smith et al., 2006)
ขั้นที่ 3: ปั่นแยกและคัดไขมันให้บริสุทธิ์
ไขมันที่ดูดออกมาใหม่ ๆ ยังปนกับเลือด น้ำยาชา และน้ำมันจากเซลล์ที่แตก ถ้าฉีดเข้าไปทั้งอย่างนั้น ส่วนที่ไม่ใช่ไขมันจะไปกินพื้นที่ และเพิ่มโอกาสเกิดก้อนหรือการอักเสบ จึงต้องคัดให้สะอาดก่อนค่ะ
ปั่นแยก (centrifuge) แบ่งไขมันเป็น 3 ชั้น
ปั่นแยก (centrifuge) คือการนำหลอดไขมันเข้าเครื่องหมุนเร็วเพื่อให้ของเหลวแยกชั้นตามน้ำหนัก ตัวอย่างที่ใช้กันทั่วไปคือหมุนราว 3,000 รอบต่อนาที นาน 3 นาที
ในตำราศัลยกรรมหน้าอก การปั่นแยกจะแบ่งไขมันออกเป็น 3 ชั้น และเก็บไว้ใช้เฉพาะชั้นกลางที่เป็นไขมันบริสุทธิ์ค่ะ
- ชั้นบน — น้ำมันจากเซลล์ไขมันที่แตก ทิ้งไป
- ชั้นกลาง — เซลล์ไขมันบริสุทธิ์ ส่วนที่นำไปใช้
- ชั้นล่าง — เลือดและน้ำยาชา ทิ้งไป
จากนั้นไขมันชั้นกลางจะถูกแบ่งใส่หลอดฉีดขนาดเล็กหลาย ๆ หลอด ตำราบรรยายว่าใช้หลอดฉีดขนาด 10 มล. หลายหลอด เพื่อให้ฉีดทีละน้อยได้แม่นยำในขั้นต่อไป
ล้างแยกด้วยแรงน้ำ (HarvestJet)
อีกวิธีหนึ่งคือใช้เครื่อง HarvestJet ซึ่งใช้แรงน้ำเบา ๆ ชะล้างและแยกพังผืด เลือด และสิ่งเจือปนออกไปตั้งแต่ตอนดูด ช่วยลดการกระแทกต่อเซลล์ไขมัน ผู้ที่ดูดไขมันด้วยวิธีนี้ อ่านการดูแลบริเวณที่ดูดได้ใน การดูแลหลังดูดไขมันด้วย HarvestJet ค่ะ
อย่างไรก็ตาม ตำรายังระบุว่ามีงานทบทวนที่ไม่พบความแตกต่างชัดเจนของผลระหว่างวิธีเตรียมไขมันแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะปั่นแยก กรอง หรือพักให้ตกตะกอน จึงไม่ควรเชื่อว่าวิธีใดวิธีหนึ่งดีกว่าเสมอ สิ่งที่สำคัญกว่าคือทำทุกขั้นอย่างนุ่มนวลและรวดเร็ว
การเสริมสเต็มเซลล์ (ทางเลือกในบางสถานพยาบาล)
บางสถานพยาบาลแยกเซลล์ต้นกำเนิด (สเต็มเซลล์) จากไขมันส่วนหนึ่ง นำมาทำให้เข้มข้นแล้วผสมกลับเข้ากับไขมันที่คัดแล้ว ด้วยแนวคิดว่าอาจช่วยให้เกิดเส้นเลือดใหม่ ทางเลือกนี้ไม่ได้ทำทุกที่และไม่จำเป็นสำหรับทุกคน ควรถามแพทย์ให้ชัดว่าแผนของเรารวมขั้นนี้หรือไม่
ถ้าอยากเห็นภาพรวมของบริการ ดูรายละเอียดเพิ่มได้ที่ เติมไขมันหน้าอกด้วย HarvestJet ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ค่ะ
ขั้นที่ 4: ฉีดไขมันเข้าหน้าอกทีละน้อยหลายชั้น
ขั้นนี้เป็นหัวใจของขั้นตอนเติมไขมันหน้าอก แพทย์จะสอดท่อฉีดเส้นเล็กผ่านแผลเล็ก ๆ แล้วฉีดไขมันขณะค่อย ๆ ดึงท่อถอยออก ทำซ้ำหลายทิศทางเหมือนพัดคลี่ (fan technique) จากแผลเดียว ไขมันจึงกระจายเป็นเส้นเล็ก ๆ ทั่วทั้งเต้า
ทำไมต้องฉีดทีละน้อย ไม่ฉีดจุดเดียวเยอะ ๆ
ไขมันที่เพิ่งย้ายมายังไม่มีเส้นเลือดของตัวเอง ต้องอาศัยของเหลวและเลือดจากเนื้อเยื่อรอบ ๆ ไปก่อน จนกว่าเส้นเลือดใหม่จะงอกเข้ามา ถ้าไขมันกองรวมเป็นก้อนใหญ่ ตรงกลางก้อนจะขาดเลือดและตายได้
ตำราศัลยกรรมเสริมหน้าอกเล่มหนึ่งบรรยายการฉีดไขมันด้วยท่อขนาดประมาณ 3 มม. ทีละน้อย ทั้งตอนดันท่อเข้าและดึงท่อออก และเน้นว่าต้องเลี่ยงการฉีดซ้ำจุดเดิมมากเกินไป เพราะจุดที่ไขมันหนาแน่นเกินจะขาดเลือด จนกลายเป็นไขมันตาย ซีสต์น้ำมัน หรือหินปูนได้ค่ะ
ภาพกราฟประกอบอธิบายหลักเดียวกัน คือฉีดได้จนถึงจุดก่อนแรงดันในเนื้อเยื่อเริ่มสูงขึ้น ถ้าฝืนฉีดต่อ แรงดันจะไปบีบเส้นเลือดเล็ก ๆ ไขมันที่ฉีดเกินมาจึงไม่ได้ช่วยให้ใหญ่ขึ้น แต่กลับอยู่รอดน้อยลง
ปริมาณไขมันต่อข้างและชั้นที่ฉีด
โดยทั่วไปจะฉีดประมาณ 100–200 ซีซีต่อข้าง แล้วปรับตามขนาดหน้าอกเดิม ความยืดหยุ่นของผิว และทรงที่ต้องการ ถ้าเป้าหมายใหญ่กว่าที่ฉีดได้อย่างปลอดภัยในครั้งเดียว แพทย์อาจวางแผนแบ่งทำเป็นสองครั้ง
ไขมันจะถูกกระจายไว้หลายชั้น ได้แก่ ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ชั้นกล้ามเนื้อหน้าอก และบริเวณด้านหลังเนื้อเต้านม โดยไม่ฉีดเข้าไปในเนื้อต่อมน้ำนมโดยตรง ระหว่างฉีด แพทย์จะเทียบสองข้างเป็นระยะเพื่อให้ได้รูปทรงที่สมดุลค่ะ
ขั้นที่ 5: เย็บแผล ใส่ชุดกระชับ และพักในห้องสังเกตอาการ
เมื่อฉีดไขมันครบแล้ว แพทย์จะเย็บปิดแผลเล็ก ๆ บริเวณที่ดูดไขมัน ปิดแผลด้วยผ้าปลอดเชื้อ แล้วใส่ชุดกระชับ (compression garment) ให้บริเวณที่ดูด ส่วนหน้าอกจะใส่เพียงบราเนื้อนุ่มที่ไม่บีบรัด เพราะแรงกดอาจรบกวนไขมันที่เพิ่งฉีด
จากนั้นผู้ป่วยจะถูกย้ายไปห้องพักฟื้น ทีมแพทย์และพยาบาลจะเฝ้าดูความดันโลหิต ชีพจร และการหายใจ ให้ยาแก้ปวดตามความจำเป็น และตรวจว่าไม่มีเลือดออกผิดปกติ จนตื่นจากยาเต็มที่และพร้อมกลับค่ะ
หลังเติมไขมันหน้าอก: 1 วันถึง 3 เดือนต้องทำอะไร
ส่วนนี้สรุปเฉพาะภาพรวมตามช่วงเวลา รายละเอียดการดูแลแบบเต็ม อ่านได้ที่ วิธีดูแลตัวเองหลังปลูกถ่ายไขมัน ค่ะ
1–3 วันแรก
หลายคนแปลกใจว่าบริเวณที่ดูดไขมันเจ็บกว่าหน้าอก ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ทานยาแก้ปวดตามเวลา ประคบเย็นช่วยลดบวม และควรงดยกของหนักเกิน 5 กก. ในช่วง 1–3 วันแรก
1–4 สัปดาห์
ใส่ชุดกระชับบริเวณที่ดูดไขมัน 4–6 สัปดาห์ ห้ามกดทับหน้าอก หลีกเลี่ยงการนอนคว่ำ และงดบุหรี่ต่อเนื่อง งานออฟฟิศส่วนใหญ่กลับไปทำได้ราว 1 สัปดาห์ ส่วนการออกกำลังกายหนักควรรอ 4–6 สัปดาห์
1–3 เดือน
อาการบวมยุบลงเรื่อย ๆ และรูปทรงจะเริ่มนิ่งราวเดือนที่ 3 ปริมาณไขมันที่อยู่รอดแตกต่างกันในแต่ละคน ประเมินได้หลัง 3–6 เดือน ถ้าต้องการเพิ่มขนาด มักพิจารณาเติมครั้งที่สองหลังผ่านไปราว 6 เดือน
แต่ละขั้นตอนส่งผลต่อการอยู่รอดของไขมันอย่างไร
ไขมันจะอยู่รอดได้มากหรือน้อย ไม่ได้ขึ้นกับขั้นใดขั้นหนึ่ง แต่สะสมมาจากทุกขั้นของการผ่าตัด ตารางด้านล่างสรุปว่าแต่ละขั้นแพทย์ระวังอะไร และเพราะอะไร
| ขั้นตอน | สิ่งที่แพทย์ระวัง | เพราะอะไร |
|---|---|---|
| ดูดไขมัน | ท่อไม่ใหญ่เกินไป แรงดูดต่ำ | แรงดูดสูงทำให้เซลล์ไขมันแตกก่อนจะได้ใช้ |
| ปั่นแยก/คัดไขมัน | เก็บเฉพาะไขมันบริสุทธิ์ ไม่กระแทกแรง | เลือดและน้ำมันที่ปนอยู่เพิ่มโอกาสอักเสบและเกิดก้อน |
| ระหว่างรอฉีด | ทำอย่างรวดเร็ว ไม่ปล่อยไขมันทิ้งไว้นาน | เซลล์ที่อยู่นอกร่างกายนานจะอ่อนแอลง |
| ฉีดเข้าหน้าอก | ฉีดทีละน้อย หลายชั้น ไม่เกินแรงดันในเนื้อเยื่อ | ไขมันทุกเส้นต้องอยู่ใกล้เนื้อเยื่อที่มีเลือดมาเลี้ยง |
| หลังผ่าตัด | ไม่กดทับหน้าอก งดบุหรี่ | เส้นเลือดใหม่ต้องใช้เวลางอกเข้าไปหาไขมัน |
ด้วยเหตุนี้ ตัวเลข “อัตราไขมันติด” จึงต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละเทคนิค ไม่ควรตัดสินใจจากตัวเลขเพียงตัวเดียว ตำราศัลยกรรมยังระบุด้วยว่า การเติมไขมันเพื่อเสริมหน้าอกได้ผลจริง แต่บทบาทที่ชัดเจนในงานศัลยกรรมความงามยังอยู่ระหว่างการศึกษาต่อ การคุยกับแพทย์ถึงความคาดหวังที่เป็นจริงจึงสำคัญค่ะ
ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนเติมไขมันหน้าอก
การเติมไขมันหน้าอกเป็นการผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงและผลข้างเคียงได้เหมือนการผ่าตัดอื่น ๆ ที่ควรรู้ไว้ก่อน ได้แก่
- ไขมันตาย ซีสต์น้ำมัน หรือหินปูน — คลำได้เป็นก้อนเล็ก ๆ มักเกิดจากจุดที่ไขมันหนาแน่นเกินไป
- การติดเชื้อ — พบไม่บ่อย แต่ต้องรีบพบแพทย์หากมีไข้ ปวด บวมแดงมากขึ้น
- ขนาดลดลงหรือสองข้างไม่เท่ากัน — เพราะไขมันบางส่วนถูกร่างกายดูดซึมกลับ
- บริเวณที่ดูดไขมัน — ช้ำ บวม ชา หรือผิวเป็นคลื่นไม่เรียบ
สิ่งสำคัญอีกข้อคือ หากมีจุดหินปูนเล็ก ๆ อาจเห็นได้ในการตรวจแมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์เต้านม ทุกครั้งที่ตรวจเต้านม ควรแจ้งแพทย์ว่าเคยเติมไขมันหน้าอกมาก่อน เพื่อให้แปลผลได้ถูกต้องค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขั้นตอนเติมไขมันหน้าอก
ผ่าตัดเติมไขมันหน้าอกใช้เวลากี่ชั่วโมง?
โดยทั่วไปประมาณ 2–3 ชั่วโมงค่ะ ถ้าดูดไขมันหลายบริเวณหรือต้องใช้ไขมันมาก อาจนานกว่านี้ ส่วนการเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและพักในห้องพักฟื้นจะใช้เวลาเพิ่มอีกส่วนหนึ่ง
ฉีดไขมันหน้าอก ทำยังไง เจ็บไหม?
ทำ 5 ขั้น คือ ดมยา ดูดไขมัน ปั่นแยกคัดไขมัน ฉีดเข้าหน้าอกทีละน้อยหลายชั้น แล้วเย็บแผลและพักฟื้น ระหว่างผ่าตัดจะหลับหรือได้ยานอนหลับจึงแทบไม่รู้สึกเจ็บ หลังผ่าตัดบริเวณที่ดูดไขมันมักปวดมากกว่าหน้าอก แต่คุมได้ด้วยยาแก้ปวดค่ะ
ดูดไขมันจากตรงไหนไปเติมหน้าอกได้บ้าง?
ที่ใช้บ่อยคือหน้าท้อง ต้นขาด้านในและด้านนอก และเอวหรือสีข้างค่ะ แพทย์จะเลือกจากปริมาณไขมันที่มีและสัดส่วนที่อยากปรับ เพราะตำแหน่งที่ดูดไม่ได้ทำให้ไขมันติดต่างกันอย่างชัดเจน
เติมไขมันหน้าอกครั้งเดียวได้ไหม หรือต้องทำ 2 ครั้ง?
หลายคนพอใจตั้งแต่ครั้งแรก แต่การฉีดแต่ละครั้งมีขีดจำกัด โดยทั่วไปราว 100–200 ซีซีต่อข้าง ถ้าอยากได้ขนาดมากกว่านั้น แพทย์อาจแนะนำให้เติมครั้งที่สองหลังผ่านไปราว 6 เดือนค่ะ
หลังเติมไขมันหน้าอกกี่วันกลับไปทำงานได้?
ควรพักเต็มที่ 2–3 วัน งานออฟฟิศมักกลับไปทำได้ราว 1 สัปดาห์ ส่วนงานที่ต้องยกของหนักหรือออกกำลังกายหนักควรรอ 4–6 สัปดาห์ ระหว่างนี้ยังต้องใส่ชุดกระชับ และเลี่ยงการกดทับหน้าอก ควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนกลับไปทำกิจกรรมหนักค่ะ
ปรึกษาขั้นตอนเติมไขมันหน้าอกกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน
ขั้นตอนเติมไขมันหน้าอกดูเรียบง่าย แต่ผลลัพธ์ขึ้นกับความละเอียดในทุกขั้น ตั้งแต่ดูด คัด จนถึงฉีด และขึ้นกับรูปร่างของแต่ละคนด้วย ถ้ากำลังเทียบทางเลือกเสริมหน้าอกแบบอื่นด้วย ดูภาพรวมได้ที่ ศัลยกรรมหน้าอก ค่ะ
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ย่านกังนัม กรุงโซล ศัลยแพทย์เกาหลีจะประเมินหน้าอกและบริเวณที่ดูดไขมันได้ ให้ส่งรูปหน้าอกด้านหน้าและด้านข้าง พร้อมส่วนสูงและน้ำหนัก มาให้ประเมินเบื้องต้นได้ และปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้เช่นกันค่ะ
- LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
- โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)
เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



