อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหน? 3 ปัจจัยที่ทำให้ผลอยู่นาน

อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหน — เครื่องอัลเทอร่าส่งคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสลงใต้ผิวเพื่อยกกระชับ

อัลเทอร่า (Ulthera) คือการยกกระชับผิวด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสโดยไม่ต้องผ่าตัด ส่วนคำถามว่า อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหน คำตอบคือผลจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงหลายเดือนแรก งานศึกษาที่ตำราแพทย์อ้างอิงติดตามผลไว้ถึง 6 เดือนและยังเห็นผิวดีขึ้นอยู่ หลังจากนั้นผลจะค่อยๆ จางลงตามวัย เร็วหรือช้าต่างกันในแต่ละคนค่ะ

หลายคนทำอัลเทอร่าไปแล้วก็เริ่มสงสัยว่า “รอบหน้าต้องทำอีกเมื่อไร” หรือ “ทำไมเพื่อนที่ทำพร้อมกันผลยังอยู่ แต่ของเราเริ่มกลับมาหย่อน” คำถามเหล่านี้ไม่มีตัวเลขเดียวที่ตอบได้ทุกคน แต่มีเหตุผลทางการแพทย์ที่อธิบายได้ค่ะ

บทความนี้จะตอบ 3 เรื่องที่คนถามบ่อยที่สุด คือ ผิวเปลี่ยนแปลงอย่างไรหลังทำ อายุและระดับความหย่อนคล้อยมีผลแค่ไหน และควรวางแผนทำซ้ำเมื่อไร โดยอ้างอิงจากตำราแพทย์ด้านผิวหนังและศัลยกรรมความงาม แล้วเล่าให้เข้าใจง่ายที่สุดค่ะ

อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหน? คำตอบสั้นๆ ก่อนอ่านต่อ

สรุปให้ก่อนสำหรับคนที่อยากรู้คำตอบเร็วๆ ค่ะ

  • ผลไม่ได้เต็มที่ทันที ผิวจะค่อยๆ กระชับขึ้นในช่วงหลายเดือนหลังทำ เพราะร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนใหม่
  • ข้อมูลที่ยืนยันได้ในตำราแพทย์ไปถึง 6 เดือน งานศึกษาที่ติดตามผลถึงจุดนี้ยังพบว่าผิวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
  • ผลไม่ถาวร เพราะผิวยังแก่ตัวต่อไปตามธรรมชาติ ผลจึงค่อยๆ จางลงทีละน้อย ไม่ได้หายไปในวันเดียว
  • ผลจะอยู่นานแค่ไหนขึ้นกับ 3 ปัจจัย คือ (1) ระดับความหย่อนคล้อยตอนเริ่มทำ (2) ความสามารถของผิวในการสร้างคอลลาเจนใหม่ ซึ่งสัมพันธ์กับอายุ และ (3) ไลฟ์สไตล์ที่เร่งให้ผิวแก่ เช่น แดด บุหรี่ และน้ำหนักขึ้นลง

อัลเทอร่าทำงานที่ชั้นไหนของผิว (1.5 / 3.0 / 4.5 มม.)

หลักการโดยย่อคือ อัลเทอร่าเป็นเครื่องในกลุ่มที่คนไทยมักเรียกรวมๆ ว่าไฮฟู (HIFU) เครื่องจะรวมคลื่นอัลตราซาวด์ไปที่ความลึกที่กำหนดใต้ผิว ตามตำราแพทย์ จุดโฟกัสร้อนได้ถึงราว 65°C และเกิดจุดความร้อนขนาดเล็กราว 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร โดยไม่ทำลายผิวชั้นนอกสุด ความร้อนนี้ทำให้คอลลาเจนหดตัวและกระตุ้นให้ผิวเริ่มซ่อมแซมตัวเองค่ะ

ถ้าอยากอ่านหลักการและงานศึกษาแบบละเอียด แนะนำบทความ อัลเทอร่าได้ผลจริงไหม: หลักการและงานศึกษาโดยสรุป ในบทความนี้จะเน้นเฉพาะเรื่องระยะเวลาของผลค่ะ

อัลเทอร่าส่งพลังงานไปที่ 3 ระดับหลัก คือ

  • 1.5 มม. ชั้นหนังแท้ตื้น (ชั้นผิวที่อยู่ใกล้ผิวด้านนอก) ช่วยเรื่องเนื้อผิวและความเรียบเนียน
  • 3.0 มม. ชั้นหนังแท้ส่วนลึก ใช้หัวคลื่นความถี่ 7 MHz เป็นชั้นที่มีคอลลาเจนหนาแน่น
  • 4.5 มม. ชั้นพังผืด SMAS (ชั้นพังผืดที่ห่อกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าและพยุงโครงหน้าไว้) ใช้หัวคลื่นความถี่ 4 MHz

อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับชั้นผิวที่ทำ: ความลึก 1.5 มม. ชั้นหนังแท้ตื้น 3.0 มม. ชั้นหนังแท้ส่วนลึก และ 4.5 มม. ชั้น SMAS

ตำราผิวหนังอธิบายว่า คลื่นความถี่สูงจะโฟกัสได้ตื้นกว่า ส่วนความถี่ต่ำจะลงได้ลึกกว่า แพทย์จึงเลือกหัวคลื่นตามบริเวณและความหนาของผิวแต่ละจุด ชั้นที่ลึกที่สุดอย่าง SMAS เป็นส่วนที่เกี่ยวกับการยกโครงหน้า ส่วนชั้นหนังแท้เกี่ยวกับความแน่นและเนื้อผิวค่ะ

อีกเรื่องที่สาวไทยหลายคนกังวลคือผิวสองสีหรือผิวคล้ำ ตำราด้านผิวชาติพันธุ์ระบุว่าพลังงานอัลตราซาวด์ไม่ถูกดูดซับโดยเม็ดสีผิว จึงใช้ได้กับผิวโทนเข้ม ต่างจากเลเซอร์บางชนิดที่ต้องระวังเรื่องรอยดำมากกว่าค่ะ

สิ่งที่ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันได้ และสิ่งที่ยังไม่มีใครรู้แน่

สิ่งที่ยืนยันได้คือ อัลเทอร่าได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ในปี 2009 และใช้ภาพอัลตราซาวด์ดูชั้นผิวได้ลึกถึง 8 มม. ระหว่างทำ กลไกการสร้างคอลลาเจนใหม่มีคำอธิบายในตำราชัดเจน และมีงานศึกษาที่ติดตามผลได้ถึง 6 เดือน

สิ่งที่ยังตอบเป็นตัวเลขเป๊ะๆ ไม่ได้คือ ผลอยู่ได้กี่ปี ส่วนตัวเลขหลักปีที่เห็นกันในรีวิวหรือโฆษณา เรายังไม่พบข้อมูลติดตามผลระยะยาวในตำราแพทย์ที่ยืนยันตัวเลขเหล่านั้น จึงขอไม่ให้ตัวเลขที่ไม่มีหลักฐานรองรับ และจะอธิบายเป็นปัจจัยที่ทำให้ผลอยู่นานหรือสั้นแทนค่ะ

ทำไมผลค่อยๆ ดีขึ้นแล้วค่อยๆ จางลง: คอลลาเจนในผิวเปลี่ยนแปลงอย่างไร

ถ้าเข้าใจว่าใต้ผิวเกิดอะไรขึ้นหลังทำ จะเข้าใจทันทีว่าทำไมผลไม่ได้มาทันทีและไม่ได้อยู่ตลอดไป ลองนึกภาพผิวเป็นที่นอนสปริงที่ใช้มานาน สปริงเริ่มยืดและนิ่มลง อัลเทอร่าคือการซ่อมสปริงจากด้านใน ไม่ใช่การเปลี่ยนที่นอนใหม่ทั้งหลังค่ะ

จุดความร้อนเล็กๆ ทำให้คอลลาเจนหดตัวและเริ่มซ่อมแซม

เมื่อคลื่นอัลตราซาวด์รวมเป็นจุดร้อนเล็กๆ ในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS โปรตีนคอลลาเจนตรงจุดนั้นจะเสียรูปและหดตัว (คล้ายเส้นใยที่โดนความร้อนแล้วหดสั้นลง) ตำราผิวหนังอธิบายว่ากระบวนการนี้กระตุ้นให้ผิวปรับโครงสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยผิวชั้นนอกยังคงสภาพเดิม แผลเล็กๆ ด้านในจึงหายได้เร็วจากเนื้อเยื่อปกติที่อยู่รอบๆ ค่ะ

การเล็งไปที่ชั้น SMAS ที่ความลึก 4.5 มม. ทำให้อัลเทอร่าเป็นหนึ่งในวิธีไม่ผ่าตัดที่เข้าถึงชั้นพังผืดซึ่งพยุงโครงหน้าได้ ตำราศัลยกรรมระบุว่าการทำงานที่ชั้นนี้ช่วยเรื่องการยกกระชับเชิงโครงสร้าง ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผลไม่ได้หายไปในเวลาอันสั้นค่ะ

คอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลาสร้าง จึงไม่เห็นผลเต็มที่ทันที

หลังทำบางคนรู้สึกว่าผิวตึงขึ้นเล็กน้อยเลย นั่นมาจากคอลลาเจนที่หดตัว แต่ผลหลักมาจากคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายค่อยๆ สร้างขึ้นมาแทน ตำราเครื่องสำอางและผิวหนังระบุว่าการสร้างคอลลาเจนใหม่ต้องใช้เวลา ผลจึงค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงหลายเดือน ไม่ใช่ภายในไม่กี่วัน

ช่วงเวลาที่แต่ละคนเห็นผลชัดต่างกันค่ะ ถ้าอยากดูว่าแต่ละช่วงตั้งแต่วันแรกควรคาดหวังอะไร อ่านต่อได้ที่ ไทม์ไลน์ผลลัพธ์อัลเทอร่าตั้งแต่วันแรกถึง 6 เดือน

ทำไมผลไม่ถาวร: นาฬิกาชีวภาพยังเดินต่อ

ข้อนี้สำคัญที่สุดสำหรับคำถามเรื่องระยะเวลาค่ะ อัลเทอร่าทำหน้าที่เหมือน “หมุนเข็มนาฬิกาย้อนกลับ” ไม่ใช่ “หยุดนาฬิกา” หลังทำ ผิวยังเสียคอลลาเจนตามวัย ยังโดนแดด และยังรับแรงโน้มถ่วงทุกวันเหมือนเดิม

ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ผิวจะดีกว่าตอนที่ไม่ได้ทำ แล้วค่อยๆ แก่ตัวต่อจากจุดที่ดีขึ้นนั้น คนที่ดูแลผิวดีและความหย่อนคล้อยไม่มากจึงมักรู้สึกว่าผลอยู่นานกว่า ส่วนคนที่ผิวเปลี่ยนเร็วจะรู้สึกว่าผลจางเร็วกว่าค่ะ

ข้อมูลติดตามผลถึง 6 เดือนบอกอะไรเราบ้าง

งานศึกษาหลักๆ ถูกสรุปไว้ในบทความเรื่องได้ผลจริงไหมแล้ว ในหัวข้อนี้จะดูเฉพาะมุมเดียว คือ “ติดตามผลได้นานแค่ไหน และผลยังอยู่หรือเปล่า” ค่ะ

ผลที่วัดได้: คิ้วยกขึ้นเฉลี่ย 1.7 มม. และ 86% ดีขึ้นในการประเมินแบบปกปิด

ในการศึกษาผู้ป่วย 35 คนที่ทำทั้งใบหน้าและลำคอ แพทย์ผู้ประเมินซึ่งไม่รู้ว่าภาพไหนเป็นภาพก่อนหรือหลังทำ (การประเมินแบบปกปิด) พบว่า 86% ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และคิ้วยกขึ้นเฉลี่ย 1.7 มม. (Alam et al. (2010), J Am Acad Dermatol)

ตัวเลข 1.7 มม. อาจฟังดูน้อย แต่สำหรับตำแหน่งคิ้วและเปลือกตา ระยะเท่านี้ทำให้ดวงตาดูสดชื่นขึ้นได้ อีกด้านหนึ่งก็บอกเราว่า อัลเทอร่าคือการยกแบบพอดีๆ ไม่ใช่การยกแบบเห็นชัดเท่าการผ่าตัดค่ะ

ส่วนเรื่องความปลอดภัยในผิวเอเชีย งานศึกษาในผู้ป่วยชาวจีน 49 คนไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือคงอยู่นาน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ช่วยให้คนเอเชียมั่นใจขึ้นได้ระดับหนึ่งค่ะ

ทำ 1 ชั้นหรือ 2 ชั้น ผลที่ 6 เดือนใกล้เคียงกัน

ตำราผิวหนังสรุปงานศึกษาในผู้หญิง 18 คนที่ทำบริเวณต้นแขน เข่า และต้นขา โดยติดตามผลถึง 6 เดือน พบว่าถึงเดือนที่ 6 ผิวก็ยังดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

งานศึกษาแบบสุ่มในผู้ป่วย 30 คน (ทำบริเวณต้นแขน) พบว่าการทำชั้นเดียว (4.5 มม.) และสองชั้น (4.5 + 3.0 มม.) ให้ผลใกล้เคียงกันที่ 1, 3 และ 6 เดือน แปลว่าในช่วง 6 เดือนแรก ผลไม่ได้จางหายไปไหน และการเพิ่มชั้นก็ไม่ได้ทำให้ผลต่างกันมากในงานนี้ค่ะ

ต้องบอกตามตรงว่าสองงานหลังนี้ทำที่ร่างกาย ไม่ใช่ใบหน้า และทุกงานที่กล่าวมาหยุดติดตามที่ราว 6 เดือน ดังนั้น 6 เดือนคือ “จุดที่ข้อมูลสิ้นสุด” ไม่ใช่ “จุดที่ผลหมด” ช่วงหลังจากนั้นขึ้นกับแต่ละคน และควรใช้การประเมินโดยแพทย์มากกว่าการนับเดือนค่ะ

อัลเทอร่า อายุเท่าไหร่ถึงเห็นผลชัด และอายุทำให้ผลอยู่นานต่างกันไหม

คำตอบตรงๆ คือ ตัวเลขอายุสำคัญน้อยกว่าสภาพผิวค่ะ คนอายุเท่ากันอาจมีผิวต่างกันมาก เพราะพันธุกรรม การโดนแดด และน้ำหนักตัวที่ขึ้นลงมาตลอดชีวิตไม่เหมือนกัน แพทย์จึงดูที่ผิวจริงมากกว่าดูที่บัตรประชาชน

ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยถึงปานกลาง: กลุ่มที่เหมาะที่สุด

อัลเทอร่าทำงานโดยอาศัยการสร้างคอลลาเจนใหม่ของร่างกาย คนที่ผิวยังมีความสามารถซ่อมแซมตัวเองดี และความหย่อนยังไม่มาก เช่น เริ่มมีแก้มตก กรอบหน้าเริ่มไม่คม หรือผิวใต้คางเริ่มไม่กระชับ มักเห็นผลชัดและพอใจกับผลมากกว่า

เหตุผลง่ายๆ คือ ถ้าผิวหย่อนน้อย การยกเพียงเล็กน้อยก็ทำให้ดูต่างได้ชัด และผิวที่ยังสร้างคอลลาเจนได้ดีจะ “เก็บผล” ไว้ได้ดีกว่าค่ะ

หย่อนคล้อยมาก: เมื่อไรควรพิจารณาการผ่าตัดดึงหน้า

ถ้าผิวหย่อนจนห้อยเป็นถุง มีเหนียงชัด หรือมีผิวส่วนเกินมาก ตำราศัลยกรรมระบุว่าวิธีไม่ผ่าตัดยังให้ผลไม่เท่าการผ่าตัดดึงหน้าและลำคอ กรณีนี้การทำอัลเทอร่าซ้ำหลายรอบอาจได้ผลไม่คุ้มกับที่คาดหวัง

ถ้ากำลังชั่งใจระหว่างสองทาง อ่านข้อแตกต่างได้ที่ เปรียบเทียบดึงหน้ามินิกับอัลเทอร่า โดยสรุปคือ การผ่าตัดเหมาะกับปัญหาผิวส่วนเกิน ส่วนอัลเทอร่าเหมาะกับการกระชับในคนที่ยังไม่ต้องตัดผิวออกค่ะ

อายุน้อยทำเพื่อป้องกันได้ไหม

วัย 20 ปลายๆ หรือต้น 30 หลายคนอยากทำเพื่อชะลอความหย่อน ตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลตัวเลขที่ยืนยันว่าการทำเพื่อป้องกันช่วยให้หน้าเด็กกว่าในระยะยาวได้แค่ไหน จึงควรให้แพทย์ประเมินก่อนว่าผิวเริ่มมีสัญญาณที่ควรจัดการแล้วหรือยัง ถ้ายังไม่มี การดูแลพื้นฐานอย่างกันแดดอาจคุ้มค่ากว่าค่ะ

สรุปปัจจัยที่ทำให้ผลอยู่นานหรือสั้น ซึ่งสำคัญกว่าตัวเลขอายุ

  • ระดับความหย่อนคล้อยตอนเริ่ม ยิ่งเริ่มจากจุดที่หย่อนน้อย ผลยิ่งดูคงอยู่นาน
  • ความหนาและสภาพผิว ผิวที่ยังสร้างคอลลาเจนได้ดีตอบสนองได้ดีกว่า
  • ไลฟ์สไตล์ การโดนแดดจัดเป็นประจำ การสูบบุหรี่ และน้ำหนักที่ขึ้นลงเร็ว ล้วนเร่งให้ผิวกลับมาหย่อนเร็วขึ้น

อัลเทอร่า ทำซ้ำทุกกี่เดือน? วิธีวางแผนรอบถัดไป

นี่คือคำถามที่แพทย์ได้ยินบ่อยที่สุดหลังทำค่ะ และถ้าตอบกันตามตรง ไม่มีรอบเดือนตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคนค่ะ

ทำไมไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน

ตามที่เล่าไปข้างต้น ข้อมูลในตำราแพทย์ติดตามผลถึงราว 6 เดือน และยังไม่มีงานที่ยืนยันว่าการทำซ้ำตามรอบเดือนใดดีที่สุด คำแนะนำแบบ “ต้องทำทุกกี่เดือน” ที่เห็นทั่วไป จึงไม่ได้มาจากข้อมูลที่ชัดเจน

นอกจากนี้ผิวแต่ละคนกลับมาหย่อนด้วยความเร็วไม่เท่ากัน การกำหนดรอบเดียวกันให้ทุกคนอาจทำให้บางคนทำเร็วเกินจำเป็น และบางคนรอนานเกินไปค่ะ

สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาประเมินใหม่

  • กรอบหน้าหรือแนวกรามเริ่มกลับมาไม่คมเหมือนช่วงที่ผลดีที่สุด
  • ผิวใต้คางหรือลำคอเริ่มกลับมาย้วย
  • แต่งหน้าแล้วรู้สึกว่าร่องแก้มลึกขึ้น หรือเปลือกตาเริ่มหนักลง
  • ผิวผ่านปัจจัยเร่งความแก่ เช่น ลดน้ำหนักมาก หรือโดนแดดหนักต่อเนื่อง

เมื่อเริ่มเห็นสัญญาณเหล่านี้ ให้นัดแพทย์ประเมินใหม่ค่ะ แพทย์จะเทียบกับสภาพผิวเดิม แล้วบอกได้ว่าควรทำซ้ำ รออีกสักพัก หรือควรเปลี่ยนไปใช้วิธีอื่นที่เหมาะกว่า

ขั้นตอนการทำโดยย่อที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

  1. ปรึกษาและประเมินผิว แพทย์ดูระดับความหย่อน ความหนาของผิว และเป้าหมายของคนไข้
  2. ดูชั้นผิวด้วยภาพอัลตราซาวด์ เครื่องแสดงภาพชั้นผิวได้ลึกถึง 8 มม. ทำให้เห็นว่าจะยิงพลังงานไปตรงชั้นไหน
  3. เลือกความลึกตามบริเวณ เช่น 4.5 มม. สำหรับชั้น SMAS และ 3.0 มม. สำหรับชั้นหนังแท้ส่วนลึก
  4. ทำหัตถการ แล้วนัดประเมินผลในรอบถัดไป เพื่อใช้วางแผนครั้งต่อไปจากผิวจริง ไม่ใช่จากปฏิทิน

ดูรายละเอียดโปรแกรมได้ที่ อัลเทอร่าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ส่วนราคาขึ้นกับบริเวณและความลึกที่ต้องทำ แนะนำให้ปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

การพักฟื้นและข้อควรระวังหลังทำอัลเทอร่า

ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้เลยหลังทำค่ะ ตำราศัลยกรรมระบุว่าอาการที่พบบ่อยที่สุดคือรู้สึกเจ็บชั่วครู่ระหว่างทำ อาการอื่นที่อาจพบได้คือผิวแดงและบวมชั่วคราว บางครั้งมีรอยช้ำเล็กน้อย ซึ่งมักหายเองได้

อาการที่พบได้น้อยและวิธีสังเกต อ่านต่อได้ที่ ผลข้างเคียงของอัลเทอร่าที่ควรรู้ ผลลัพธ์และอาการหลังทำต่างกันในแต่ละคน จึงควรทำกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ประเมินผิวก่อนทุกครั้งค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระยะเวลาผลของอัลเทอร่า

อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหนโดยเฉลี่ย?

งานศึกษาที่ตำราแพทย์อ้างอิงติดตามผลถึง 6 เดือนและยังเห็นผิวดีขึ้นอยู่ค่ะ หลังจากนั้นผลจะค่อยๆ ลดลงตามวัยในอัตราที่ต่างกันในแต่ละคน จึงยังไม่มีตัวเลขเฉลี่ยที่ยืนยันได้สำหรับช่วงหลัง 6 เดือน

ทำไมบางคนผลอยู่นานกว่าคนอื่น?

ขึ้นกับระดับความหย่อนคล้อยตอนเริ่ม สภาพผิวและความสามารถในการสร้างคอลลาเจนใหม่ และไลฟ์สไตล์ คนที่ผิวหย่อนน้อย กันแดดสม่ำเสมอ ไม่สูบบุหรี่ และน้ำหนักคงที่ มักรู้สึกว่าผลอยู่นานกว่าค่ะ

อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะกับอัลเทอร่า?

ระดับความหย่อนคล้อยสำคัญกว่าตัวเลขอายุค่ะ ผิวที่หย่อนเล็กน้อยถึงปานกลางเหมาะที่สุด ถ้าหย่อนมากหรือมีผิวส่วนเกินชัด การผ่าตัดดึงหน้ามักเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์กว่า

ควรทำอัลเทอร่าซ้ำทุกกี่เดือน?

ไม่มีรอบที่ตายตัวสำหรับทุกคนค่ะ ควรนัดแพทย์ประเมินใหม่เมื่อเริ่มเห็นกรอบหน้าหรือผิวใต้คางกลับมาหย่อน แล้วตัดสินใจจากสภาพผิวจริงในตอนนั้น

ผิวคล้ำทำอัลเทอร่าได้ไหม?

ได้ค่ะ ตำราด้านผิวชาติพันธุ์ระบุว่าพลังงานอัลตราซาวด์ไม่ถูกดูดซับโดยเม็ดสีผิว จึงใช้ได้กับผิวโทนเข้ม และงานศึกษาในผู้ป่วยชาวจีน 49 คนก็ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือคงอยู่นาน

ปรึกษาเพื่อวางแผนอัลเทอร่าให้เหมาะกับผิวของคุณ

สรุปคือ อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นกับผิวของแต่ละคนมากกว่าตัวเลขบนปฏิทิน ข้อมูลทางการแพทย์ยืนยันได้ถึง 6 เดือน ส่วนช่วงหลังจากนั้นควรใช้การประเมินโดยแพทย์เป็นตัวตัดสินว่าควรทำซ้ำเมื่อไรค่ะ

ถ้าอยากให้แพทย์ช่วยประเมินว่าผิวของเราตอนนี้เหมาะกับการทำหรือการทำซ้ำหรือยัง ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างมาให้ทีมแพทย์ดูก่อนได้เลยค่ะ

  • LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
  • โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *