อัลเทอร่า ผู้ชาย ต่างจากผู้หญิง 3 ข้อ: ผิวหนาและกรามห้อย

อัลเทอร่า ผู้ชาย — นายแบบชายเท้าคาง แสดงแนวกรามและใบหน้า

อัลเทอร่า ผู้ชาย คือการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดด้วยคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัส ที่สร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS ของใบหน้าผู้ชาย เพื่อช่วยให้แนวกรามดูกระชับขึ้น โดย SMAS คือชั้นพังผืดบาง ๆ ใต้ผิวหนังที่ห่อหุ้มและพยุงกล้ามเนื้อใบหน้าไว้ค่ะ

ตอนโกนหนวดหน้ากระจก หลายคนเริ่มสังเกตว่าแนวกรามไม่คมเหมือนเมื่อก่อน เส้นจากใต้หูถึงปลายคางเริ่มเบลอ และข้างมุมปากดูหย่อนลงมา คำถามที่ผู้ชายถามบ่อยที่สุดในห้องตรวจก็คือ “ผู้ชายทำแล้วได้ผลเหมือนผู้หญิงไหม”

ตอบตรง ๆ ก่อนเลยค่ะ ไม่ได้ “เหมือนกันทุกอย่าง” เครื่องเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ผิวผู้ชายและโครงหน้าส่วนล่างต่างจากผู้หญิง การวางแผนจึงต่างกัน ผลที่คาดหวังได้ก็ต่างกัน และจังหวะที่ควรเปลี่ยนไปปรึกษาผ่าตัดก็ต่างกันด้วย บทความนี้จะเล่าเฉพาะเรื่องที่ผู้ชายต้องรู้ค่ะ

อัลเทอร่า ผู้ชาย ต่างจากผู้หญิงอย่างไร — ผิวผู้ชาย 3 ข้อที่ไม่เหมือนกัน

แม้จะใช้เครื่องอัลเทอร่าเครื่องเดียวกัน แต่แผนการรักษาบนใบหน้าผู้ชายต้องต่างออกไป เพราะตัวผิวเองไม่เหมือนกันค่ะ ความต่างแบ่งได้เป็น 3 เรื่องหลัก คือ ความหนาของผิว ไขมันผิวกับหนวด และรูปแบบการแก่ของผิว

อัลเทอร่า ผู้ชาย: ภาพแนวคิดเปรียบเทียบชั้นผิวผู้ชายกับผู้หญิง หนังแท้ของผู้ชายมักหนากว่า

หนังแท้หนากว่าและมีคอลลาเจนมากกว่า

ตำราเวชสำอางระบุว่าผิวผู้ชาย (หนังกำพร้ารวมหนังแท้) หนากว่าผิวผู้หญิงในทุกช่วงอายุตั้งแต่ 5–90 ปี และในบางงานวิจัยต่างกันได้ถึงราว 1.4 เท่า แต่ตัวเลขนี้ส่วนใหญ่วัดจากผิวแขน ไม่ใช่ผิวหน้า จึงบอกไม่ได้ว่าผิวหน้าผู้ชายหนากว่ากี่เท่าแน่ ๆ เข้าใจแค่ว่า “ผิวผู้ชายโดยรวมมักหนากว่า” ก็ถูกต้องที่สุดค่ะ

ที่น่าสนใจคือชั้นที่ต่างกัน หนังกำพร้า (ผิวชั้นนอกสุด) ของชายและหญิงหนาใกล้เคียงกัน ยกเว้นบริเวณหน้าผากที่ผู้หญิงบางกว่าเล็กน้อย ความต่างหลักไปอยู่ที่หนังแท้ (ชั้นที่ทำหน้าที่ให้ผิวยืดหยุ่น) ตำราเดียวกันยังสรุปว่าผิวผู้ชายมีปริมาณคอลลาเจนมากกว่าในทุกช่วงอายุ ส่วนชั้นไขมันใต้ผิวนั้นผู้หญิงมักหนากว่า

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ทั้งชายและหญิงเสียคอลลาเจนในผิวลงเรื่อย ๆ ตามอายุแบบค่อนข้างสม่ำเสมอ การมีคอลลาเจนตั้งต้นมากกว่าจึงไม่ได้แปลว่าผู้ชายจะไม่หย่อนเลย เพียงแต่จุดตั้งต้นและลักษณะผิวต่างกันเท่านั้นค่ะ

ต่อมไขมันยังทำงานถึงวัย 50–70 และผิวบริเวณหนวด

งานวิจัยที่สรุปไว้ในตำราพบว่าผู้ชายยังผลิตไขมันผิวได้เกือบเท่าเดิมในวัย 50–70 ปี ขณะที่ผู้หญิงในช่วงวัยเดียวกันผลิตลดลงมาก เมื่อรวมกับผิวบริเวณคางและแก้มล่างที่มีหนวดขึ้น กรอบหน้าล่างของผู้ชายจึงมีลักษณะเฉพาะ คือ ผิวหนา มัน และมีรูขุมขนหนวดหนาแน่น

กราฟความหนาผิวที่แก่ต่างกันระหว่างชายกับหญิง

รูปแบบการแก่ก็ไม่เหมือนกันค่ะ ตำราอธิบายว่าผิวผู้ชายบางลงทีละน้อยอย่างต่อเนื่องตามอายุ ส่วนผิวผู้หญิงจะคงความหนาไว้ได้จนราววัย 50 ปี แล้วจึงบางลงหลังจากนั้น ผู้ชายและผู้หญิงวัย 40 กว่าเท่ากัน จึงเอามาเทียบสภาพผิวด้วยเกณฑ์เดียวกันได้ยาก

จากประสบการณ์ในห้องตรวจ สรุปความต่างนี้ได้สั้น ๆ ว่า ถ้าเอาความลึกและการกระจายพลังงานแบบที่ใช้กับผู้หญิงมาใช้กับกรอบหน้าล่างของผู้ชายที่หนังแท้หนาและผิวมัน ผลมักไม่ลงตัว นี่คือเหตุผลที่อัลเทอร่า ผู้ชาย ต้องวางแผนแยกต่างหากค่ะ

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: จุดเริ่มต้นไม่ใช่ “ผู้ชายต้องยิงแรงกว่า” แต่คือ “ต้องออกแบบให้เข้ากับโครงสร้างผิวผู้ชาย”

กรามห้อย ผู้ชาย เกิดจากอะไร — ใบหน้าส่วนล่างที่หนักและหย่อน

จุดแรกที่ผู้ชายส่วนใหญ่เริ่มรู้สึกไม่สบายใจมักเป็นแนวกรามค่ะ เส้นที่เคยต่อเนื่องจากใต้หูถึงปลายคางเริ่มไม่ชัด และรู้สึกว่าเนื้อข้างมุมปากเริ่มย้อยลง

อัลเทอร่า ผู้ชาย: ภาพประกอบกายวิภาคบนใบหน้านางแบบ แสดงชั้น SMAS และกล้ามเนื้อหน้าคอ (platysma) ที่เกี่ยวกับกรามห้อย

3 ชั้นที่ทำให้เกิดกรามห้อย (jowl)

กรามห้อยไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นผลรวมของ 3 อย่างที่เกิดพร้อมกัน คือ ชั้น SMAS หย่อนตัว ไขมันที่อยู่ด้านบนเลื่อนต่ำลง และผิวหนังเสียความยืดหยุ่น ก่อนวางแผนจึงต้องดูก่อนว่าชั้นไหนเลื่อนลงมามากที่สุด

อีกเรื่องที่ควรรู้คือ ใบหน้าแต่ละส่วนแก่ไปคนละทิศ หน้าผาก ใต้ตา และแก้มส่วนบนจะยุบลงเมื่ออายุมากขึ้น แต่ใบหน้าส่วนล่างกลับมีไขมันแนวกรามเพิ่มขึ้น และกล้ามเนื้อหน้าคอ (platysma กล้ามเนื้อบาง ๆ ที่ห่อหุ้มด้านหน้าลำคอ) หย่อนตัว ใบหน้าส่วนล่างจึงทั้งใหญ่ขึ้นและย้อยลงไปพร้อมกัน นี่คือเหตุผลที่ผู้ชายหลายคนรู้สึกว่ากรอบหน้าล่าง “หนัก”

นอกจากนี้ ชั้น SMAS ก็หนาบางและมีลักษณะไม่เหมือนกันในแต่ละคน แม้แต่ในใบหน้าเดียวกันก็ต่างกันตามตำแหน่ง บางจุดมีไขมันมาก บางจุดเป็นพังผืดเหนียว บางจุดอยู่ชิดกล้ามเนื้อ จึงใช้ความลึกและการกระจายพลังงานแบบเดียวกันกับทุกคนได้ยากค่ะ

กรอบหน้าล่างดูใหญ่ แต่อาจไม่ใช่ความหย่อน

ในห้องตรวจมีไม่น้อยที่มาด้วยเรื่อง “กรามห้อย” แต่สาเหตุจริงไม่ใช่ความหย่อน กรอบหน้าที่ดูเหลี่ยมอาจมาจากกล้ามเนื้อเคี้ยว (masseter) ที่ใหญ่ ส่วนใต้คางที่ดูนูนอาจมาจากต่อมน้ำลายหรือไขมันใต้คาง สาเหตุเหล่านี้อัลเทอร่าเปลี่ยนไม่ได้ จึงต้องแยกให้ออกจากการตรวจก่อนทำทุกครั้ง

กลุ่มที่มักเหมาะกับอัลเทอร่าคือผู้ชายที่หย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง และเพิ่งเริ่มเห็นว่าขอบแนวกรามไม่คมเหมือนเดิมค่ะ

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: อัลเทอร่าจัดการเรื่อง “ความหย่อน” ไม่ใช่ “ปริมาตร” หรือ “กล้ามเนื้อ”

วางแผนอัลเทอร่า ผู้ชาย ต่างกันตรงไหน

ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายว่าคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสในกลุ่มอัลเทอร่าจะให้ความร้อนที่จุดโฟกัสในชั้นหนังแท้และ SMAS ราว 65°C จนเกิดจุดเล็กขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร หลักการคล้ายการใช้แว่นขยายรวมแสงแดดให้เป็นจุดเดียว คลื่นผ่านผิวด้านนอกไป แล้วไปเกิดความร้อนเฉพาะที่ความลึกที่กำหนด เทคโนโลยีนี้พัฒนาขึ้นมาเพื่อแก้ความหย่อนของใบหน้าส่วนล่างและลำคอโดยไม่ต้องผ่าตัดตั้งแต่แรกค่ะ

ตำราเวชสำอางยังระบุว่าคอลลาเจนใหม่ที่เกิดจากคลื่นอัลตราซาวด์ความเข้มสูงมักไปรวมอยู่ในหนังแท้ชั้นลึก (reticular dermis) ทั้งส่วนบน กลาง และล่าง ซึ่งเป็นชั้นที่ผู้ชายมีความหนามากกว่า ข้อนี้ทำให้การเลือกว่าจะวางจุดความร้อนไว้ตรงไหนสำคัญมากเป็นพิเศษในผิวผู้ชาย

อัลเทอร่า ผู้ชาย: หัวทรานสดิวเซอร์อัลเทอร่าความลึก 1.5mm 3.0mm และ 4.5mm กับชั้นผิวที่แต่ละหัวทำงาน

เลือกความลึก — แยกชั้น SMAS กับหนังแท้ที่หนา

อัลเทอร่าใช้หัวทรานสดิวเซอร์ (หัวยิง) ที่ความลึกต่างกันสลับกันไป หัว 4.5mm ทำงานที่ชั้น SMAS ส่วนหัว 3.0mm ทำงานที่ชั้นหนังแท้ ผู้ชายมักมีหนังแท้หนากว่า แม้ตั้งความลึกเท่ากัน ก็ต้องประเมินเป็นรายคนว่าจุดความร้อนจะไปตกอยู่ในชั้นไหนของผิว

เวลาทำอัลเทอร่าให้ผู้ชาย จึงวางแผนแยกเป็น 2 ส่วน คือชั้นลึกที่ช่วยพยุง SMAS ที่หย่อน และชั้นตื้นที่ดูแลความยืดหยุ่นของหนังแท้ที่หนา ส่วนรายละเอียดความลึกของแต่ละหัวและจำนวนช็อตตามบริเวณ อ่านต่อได้ที่ เกณฑ์เลือกหัวความลึกและจำนวนช็อตของอัลเทอร่า ค่ะ

กระจายช็อต — เน้นแนวกรามและใต้คางก่อน

ในการยกกระชับหน้าผู้ชาย สิ่งแรกที่หมอดูคือใน 3 โซน ได้แก่ แนวกราม ใต้คาง และใต้โหนกแก้ม โซนไหนหย่อนมากที่สุด คนที่หย่อนกระจุกที่แนวกรามกับคนที่ใต้คางย้อย แม้ใช้จำนวนช็อตเท่ากัน วิธีกระจายช็อตก็ต่างกันโดยสิ้นเชิง

ความเข้าใจผิดที่เจอบ่อยคือ “ผู้ชายผิวหนา ต้องยิงช็อตเยอะกว่า” จริง ๆ แล้วจำนวนช็อตไม่ได้กำหนดจากเพศ แต่ดูจาก ระดับความหย่อน ขนาดพื้นที่ที่ทำ และความทนต่อความเจ็บ ของแต่ละคนค่ะ

สิ่งที่หมอตรวจก่อนทำ 5 ข้อ

ก่อนทำอัลเทอร่า ผู้ชาย ทุกครั้ง หมอจะเช็กหัวข้อต่อไปนี้

  1. ความหนาและความยืดหยุ่นของผิว — ลองจับและดึงผิวดูว่าหนังแท้หนาและแน่นแค่ไหน
  2. ตำแหน่งที่หย่อนมากที่สุด — แยกว่าแนวกราม ใต้คาง หรือใต้โหนกแก้ม ส่วนไหนเลื่อนลงก่อน
  3. สาเหตุที่ไม่ใช่ความหย่อน — ดูว่ามีกล้ามเนื้อเคี้ยว ต่อมน้ำลาย หรือไขมันใต้คาง ที่อัลเทอร่าเปลี่ยนไม่ได้ปนอยู่หรือไม่
  4. ประวัติหัตถการก่อนหน้า — ลิฟติ้ง ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหมที่ทำไว้ และทำเมื่อไหร่ เพื่อปรับแผนให้เหมาะ
  5. ปัญหาผิวและนิสัยการโกนหนวด — ถ้าบริเวณหนวดมีการอักเสบหรือแผล อาจเลื่อนวันทำออกไปก่อน

บริเวณหนวด ความเจ็บ และวันที่ทำ

บริเวณที่มีหนวดขึ้นมีรูขุมขนหนาแน่น และผิวมักไวจากการโกนหนวดอยู่แล้ว จึงอาจรู้สึกเจ็บหรือระคายเคืองมากกว่าบริเวณอื่น ส่วนช่วงเวลาที่ควรโกนหนวดก่อนและหลังทำ หมอจะแนะนำแยกตามสภาพผิวในวันตรวจค่ะ

ความเจ็บมักชัดขึ้นตอนยิงชั้นลึก และบริเวณแนวกรามที่อยู่ใกล้กระดูก ในวันทำจะใช้ครีมชาเพื่อลดความไม่สบาย และระหว่างทำจะถามระดับความเจ็บเป็นระยะเพื่อปรับพลังงานและการกระจายช็อต ถ้าทนไม่ไหว บอกทันทีจะปลอดภัยที่สุดค่ะ

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: เครื่องเดียวกัน แต่ “ยิงตรงไหน ลึกแค่ไหน” คือสิ่งที่ตัดสินผลลัพธ์

ยกกระชับหน้า ผู้ชาย ด้วยอัลเทอร่า คาดหวังได้แค่ไหน

สำหรับผู้ชายที่เพิ่งเริ่มหาข้อมูลเรื่องยกกระชับหน้า หมอมักขอให้ตั้งความคาดหวังให้ตรงกันก่อน คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสรวมถึงอัลเทอร่า ให้ความเปลี่ยนแปลงไม่เท่าการผ่าตัดดึงหน้าหรือดึงคอ ถ้ารู้ข้อนี้ตั้งแต่ต้น จะไม่ผิดหวังกับผลที่ได้ค่ะ

ผลที่รู้สึกได้มักอยู่ที่แนวกราม

สิ่งที่ผู้ชายมักรู้สึกได้คือขอบแนวกรามชัดขึ้นเล็กน้อย และกรอบหน้าล่างดูกระชับขึ้น แต่ระดับของผลต่างกันมากตามความหนาของผิว ความลึกของความหย่อน และไลฟ์สไตล์ งานวิจัยที่ใช้คลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสกับใบหน้าส่วนล่างก็พบว่าความเปลี่ยนแปลงต่างกันไปในแต่ละคน (Oni G et al., Aesthet Surg J 2014)

สิ่งที่อัลเทอร่าทำไม่ได้

มีความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่คาดหวังจากอัลเทอร่าได้ยาก ได้แก่ กรอบหน้าเหลี่ยมจากกล้ามเนื้อเคี้ยวที่ใหญ่ ใต้คางนูนจากต่อมน้ำลายหรือไขมันใต้คาง และผิวคอที่ย้อยมากแล้ว สิ่งเหล่านี้ความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์เปลี่ยนได้ยาก ถ้าตั้งใจจะแก้ทุกอย่างในครั้งเดียวมักผิดหวัง หมอจึงแนะนำวิธีที่เหมาะกับแต่ละสาเหตุควบคู่กันไปค่ะ

เห็นผลเมื่อไหร่ อยู่ได้นานแค่ไหน

หลังทำทันทีจนถึงหลายเดือนต่อมา ความเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆ ปรากฏเป็นลำดับ ดูรายละเอียดแต่ละช่วงได้ที่ ไทม์ไลน์ผลลัพธ์อัลเทอร่าตั้งแต่วันแรกถึง 6 เดือน ส่วนระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และไลฟ์สไตล์ จึงควรประเมินร่วมกับแพทย์ในวันตรวจค่ะ

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: ยิ่งหย่อนน้อย และยิ่งตั้งความคาดหวังไว้ที่ “ความกระชับเรียบร้อย” ความพึงพอใจก็ยิ่งสูง

ผลข้างเคียงและการดูแลหลังทำ — สิ่งที่ผู้ชายต้องระวังเป็นพิเศษ

แม้จะไม่ผ่าตัด แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผิวจะไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย ถ้ารู้ล่วงหน้าว่าอาการไหนพบบ่อย และสัญญาณไหนควรพบแพทย์ จะกังวลหลังทำน้อยลงมากค่ะ

อัลเทอร่า ผู้ชาย: อาการทั่วไปที่รอได้ กับสัญญาณที่ควรกลับไปให้คลินิกตรวจหลังทำ

อาการทั่วไปหลังทำ

ตำราผิวหนังอธิบายว่าคลื่นจะปล่อยเป็นจังหวะสั้นราว 150 มิลลิวินาที สร้างจุดความร้อนขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร โดยเนื้อเยื่อรอบ ๆ และผิวด้านนอกส่วนใหญ่ไม่ได้รับผลกระทบ จึงฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว ถึงอย่างนั้น หลังทำอาจกดแล้วเจ็บ บวม รู้สึกแข็งเป็นจุด หรือมีรอยช้ำได้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชั่วคราว ดูรายการอาการทั้งหมดได้ที่ อาการข้างเคียงหลังทำอัลเทอร่าทั้ง 8 แบบ

ส่วนกรณีที่พบได้น้อย มีรายงานว่าแก้มอาจดูตอบลง หรือเส้นประสาทถูกกระตุ้นจนรู้สึกชาไปช่วงหนึ่ง แม้จะไม่บ่อย แต่ถ้ารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงแบบนี้ ควรกลับไปให้คลินิกที่ทำตรวจโดยเร็วค่ะ

สิ่งที่ผิวผู้ชายต้องดูแลแยก

  • การโกนหนวด — ช่วงที่บริเวณที่ทำยังไวอยู่ ควรปรับเวลาโกนหนวดไม่ให้การระคายเคืองซ้อนกัน
  • ผิวมันก็ต้องปลอบประโลม — แม้ผิวจะมัน หลังทำควรเน้นมอยส์เจอไรเซอร์อ่อนโยนและผลิตภัณฑ์ลดการระคายเคือง
  • เลี่ยงความร้อน — จนกว่าอาการแดงและบวมจะยุบ ควรลดการเข้าซาวน่าและการดื่มแอลกอฮอล์หนัก ๆ ที่ทำให้หน้าร้อนแดง

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: แดงและบวมคือสัญญาณให้รอ แต่ถ้าชานานผิดปกติ หรือรู้สึกว่ายุบลงข้างเดียว คือสัญญาณให้มาพบแพทย์

สัญญาณที่ผู้ชายควรปรึกษาผ่าตัดแทนอัลเทอร่า

อัลเทอร่าเป็นทางเลือกที่ดี แต่ไม่ใช่คำตอบของความหย่อนทุกแบบ ถ้าหย่อนเกินระดับหนึ่งแล้ว การปรึกษาเรื่องผ่าตัดควบคู่กันไปอาจช่วยประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายได้มากกว่าการทำแบบไม่ผ่าตัดซ้ำหลายรอบค่ะ

อัลเทอร่า ผู้ชาย หรือผ่าตัดดึงหน้า: แผนภาพแบ่งแนวทางปรึกษาตามระดับกรามห้อย

หย่อนมากและเห็นแถบกล้ามเนื้อหน้าคอ — เช็กหน้ากระจก 4 ข้อ

ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่า ผู้ชายที่กังวลแค่ความแก่ของผิวชั้นนอกสามารถดีขึ้นได้ด้วยหัตถการผิวแบบไม่ผ่าตัด เช่น เลเซอร์ คลื่นวิทยุ หรือคลื่นอัลตราซาวด์ แต่ผู้ชายที่อยู่ในกลุ่มนี้มีไม่มากนัก เอกสารวิชาการด้านศัลยกรรมตกแต่งยังชี้ว่าผู้ชายจำนวนมากที่อยากแก้คอและใต้คางมีปัญหากล้ามเนื้อหน้าคอหย่อนร่วมด้วย ซึ่งการดูดไขมันหรือกระชับผิวอย่างเดียวไม่พอ กรณีแบบนี้ความร้อนจากคลื่นอัลตราซาวด์อย่างเดียวจัดการได้ยาก ลองเช็กหน้ากระจกตามนี้ค่ะ

  • ใช้สองมือดึงผิวข้างใบหน้าไปทางหูเบา ๆ แล้วแนวกรามเปลี่ยนไปชัดเจน
  • ตอนเงยหน้าหรือกัดฟัน เห็นแถบกล้ามเนื้อแนวตั้งหนา ๆ ที่หน้าคอ
  • ผิวใต้คางพับหรือย้อยจนกระเพื่อม
  • ทำลิฟติ้งแบบไม่ผ่าตัดมาหลายครั้ง แต่ยิ่งทำยิ่งรู้สึกว่าเห็นผลน้อยลง

ยิ่งตรงหลายข้อ ก็ยิ่งมีโอกาสที่ควรปรึกษาเรื่องผ่าตัด แต่รายการนี้ไม่ใช่การวินิจฉัย เป็นเพียงเกณฑ์อ้างอิงไว้ตรวจร่วมกันตอนปรึกษาค่ะ

แบ่งแนวทางตามระดับความหย่อน

ถ้าหย่อนเล็กน้อย เริ่มที่ยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด ถ้าหย่อนปานกลาง ปรึกษาทั้งแบบไม่ผ่าตัดและผ่าตัดควบคู่กัน และถ้าหย่อนมากจนเห็นแถบกล้ามเนื้อหน้าคอ ให้ปรึกษาเรื่องผ่าตัดดึงหน้าเป็นอันดับแรก ส่วนความต่างระหว่างการผ่าตัดกับอัลเทอร่าแบบละเอียด ดูได้ที่ เทียบดึงหน้ามินิกับอัลเทอร่า ค่ะ

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: อัลเทอร่าไม่ใช่ “ตัวแทน” ของการผ่าตัด แต่เป็นทางเลือกเมื่อจังหวะเวลาและระดับความหย่อนเหมาะสม

คำถามที่พบบ่อยเรื่องอัลเทอร่า ผู้ชาย

ผู้ชายทำอัลเทอร่าได้ผลเหมือนผู้หญิงไหม?

เครื่องเป็นเครื่องเดียวกัน แต่ผิวและโครงหน้าส่วนล่างของผู้ชายต่างออกไป การวางแผนและผลที่รู้สึกได้จึงต่างกัน ผู้ชายมักมีหนังแท้หนาและใบหน้าส่วนล่างหนัก หมอจึงปรับความลึกและการกระจายช็อตให้เข้ากับผิวผู้ชาย ผลที่รู้สึกได้มักอยู่ที่แนวกรามและต่างกันไปในแต่ละคนค่ะ

ผู้ชายต้องยิงอัลเทอร่าหลายช็อตกว่าผู้หญิงหรือเปล่า?

ไม่ได้เพิ่มช็อตเพียงเพราะเป็นผู้ชายค่ะ จำนวนช็อตกำหนดจากระดับความหย่อน ขนาดพื้นที่ที่ทำ และความทนต่อความเจ็บของแต่ละคน ส่วนเรื่องผิวหนา หมอใช้เป็นข้อมูลตัดสินเรื่องความลึกมากกว่าจำนวนช็อต

ผู้ชายควรเริ่มทำอัลเทอร่าตอนอายุเท่าไหร่?

หมอดูที่ระดับความหย่อนมากกว่าอายุค่ะ ถ้าความยืดหยุ่นเพิ่งเริ่มลดลง อาจทำเพื่อป้องกันได้ แต่ถ้าหย่อนลึกแล้ว แนะนำให้ปรึกษาเรื่องผ่าตัดร่วมด้วย อายุเท่ากัน สภาพผิวก็ต่างกันได้มาก

หนวดเยอะทำอัลเทอร่าได้ไหม?

ส่วนใหญ่ทำได้ค่ะ แต่บริเวณหนวดอาจรู้สึกระคายเคืองและเจ็บมากกว่า หมอจะแนะนำเรื่องเวลาโกนหนวด และการดูแลปลอบประโลมผิวหลังทำในวันตรวจ

ผู้ชายทำ Shurink กับอัลเทอร่า ต่างกันอย่างไร?

ทั้งสองเป็นเครื่องในกลุ่มคลื่นอัลตราซาวด์แบบโฟกัสที่สร้างจุดความร้อนในชั้นใต้ผิว แต่เป็นเครื่องคนละรุ่น ผู้ผลิต หัวยิง และวิธีส่งพลังงานต่างกัน แบบไหนเหมาะกว่าควรเลือกจากระดับความหย่อนและบริเวณที่อยากแก้ค่ะ

ปรึกษาอัลเทอร่า ผู้ชาย กับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

สิ่งที่หมออยากย้ำที่สุดเรื่องอัลเทอร่าในผู้ชายมีข้อเดียว คือไม่ใช่ “ยิงให้แรงขึ้น” แต่คือเลือกความลึกและการกระจายพลังงานให้เข้ากับหนังแท้ที่หนา กรอบหน้าล่างที่ผิวมัน และใบหน้าส่วนล่างที่หนักและย้อยลง ผลที่รู้สึกได้มักอยู่ที่แนวกราม และถ้าหย่อนมากหรือเห็นแถบกล้ามเนื้อหน้าคอ ควรปรึกษาเรื่องผ่าตัดควบคู่ไปด้วยค่ะ

ความหนาของผิว ระดับความหย่อน และโครงหน้าส่วนล่างต่างกันในแต่ละคน แผนการรักษาจึงต่างกันไปด้วย เพื่อการประเมินที่แม่นยำ แนะนำให้มาตรวจและปรึกษาแพทย์โดยตรงที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ส่วนค่าใช้จ่าย ปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคล ดูข้อมูลหัตถการได้ที่ ข้อมูลอัลเทอร่า (Ulthera) ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

  • LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
  • โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)

เขียนและตรวจสอบโดย นพ. อี ซองอุค (Dr. Lee Sung-wook) ศัลยแพทย์ตกแต่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *