ปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก: ปวดกี่วัน ดูแลยังไง 4 ระยะ

ภาพประกอบผู้หญิงกุมหน้าอก สื่อถึงอาการปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก คืออาการเจ็บจากแผลผ่าตัดและเนื้อเยื่อเต้านมที่ถูกตัดออก ซึ่งมักปวดมากที่สุดใน 24-48 ชั่วโมงแรก แล้วค่อยๆ ลดลงจนดีขึ้นชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ค่ะ

หลายคนอยากผ่าตัดลดขนาดหน้าอกมานาน เพราะหน้าอกใหญ่จนปวดคอ ปวดบ่า ปวดหลังทุกวัน แต่พอถึงเวลาตัดสินใจจริงกลับลังเล เพราะกลัวว่าหลังผ่าตัดจะเจ็บแค่ไหน ต้องทนกี่วัน และถ้ากลับไทยแล้วยังปวดอยู่จะทำยังไง ความกังวลแบบนี้เป็นเรื่องปกติมากค่ะ

บทความนี้ นพ. อีซองอุก ศัลยแพทย์ตกแต่งจากโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน กรุงโซล จะเล่าเฉพาะเรื่อง “อาการปวด” ให้ชัดที่สุด ตั้งแต่สาเหตุ ไทม์ไลน์ 4 ระยะ วิธีใช้ยาแก้ปวดให้ได้ผล ท่านอน การประคบ ไปจนถึงสัญญาณที่ต้องรีบติดต่อแพทย์ ส่วนเรื่องการออกกำลังกาย เสื้อชั้นในหลังผ่าตัด และความรู้สึกที่หน้าอกเปลี่ยนไป จะสรุปสั้นๆ พร้อมลิงก์ให้อ่านต่อค่ะ

ปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก เกิดจากอะไร

การผ่าตัดลดขนาดหน้าอก (reduction mammaplasty) คือการตัดเนื้อเต้านม ไขมัน และผิวหนังส่วนเกินออก แล้วจัดรูปทรงเต้านมใหม่พร้อมยกตำแหน่งหัวนมขึ้น อาการปวดหลังผ่าตัดจึงมาจากหลายส่วนรวมกัน ไม่ได้มาจากแผลที่ผิวอย่างเดียวค่ะ

ภาพประกอบหน้าอกขนาดใหญ่และหย่อนคล้อย เพื่ออธิบายที่มาของอาการปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ปวดจากแผลและเนื้อเยื่อที่ถูกตัดออก

ช่วงแรกหลังผ่าตัด ร่างกายจะมีปฏิกิริยาอักเสบตามธรรมชาติบริเวณที่ถูกตัดและเย็บ ทำให้รู้สึกได้หลายแบบพร้อมกัน เช่น

  • ตึงและแน่น จากแผลเย็บและอาการบวม
  • ปวดตุบๆ หรือปวดหน่วง ลึกๆ ในเนื้อเต้านม
  • แสบร้อนหรือเสียวแปลบ เป็นพักๆ ตามแนวแผล
  • เจ็บตอนขยับแขน โดยเฉพาะตอนยกแขนสูงหรือเอื้อมหยิบของ

ในบางรายแพทย์อาจใส่สายระบายเลือดและน้ำเหลืองไว้ชั่วคราว ซึ่งทำให้รู้สึกตึงบริเวณที่สายออกมาได้บ้าง และมักรู้สึกสบายขึ้นเมื่อถอดสายแล้วค่ะ

ข้อมูลจากตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่าผู้ใหญ่ที่ผ่าตัดราว 86% มีอาการปวดหลังผ่าตัด และ 75% ปวดระดับปานกลางถึงรุนแรงในช่วงแรกหลังผ่าตัด ตัวเลขนี้ไม่ได้มีไว้ให้กลัวนะคะ แต่อยากให้รู้ว่า “การเจ็บในช่วงแรกเป็นเรื่องปกติ” และสิ่งสำคัญคือการวางแผนจัดการความปวดให้ดีตั้งแต่วันแรกค่ะ

ทำไมปวดต่างจากการเสริมหน้าอก

การเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนมักปวดจากการที่กล้ามเนื้อหน้าอกหรือเนื้อเยื่อถูกยืดออกเพื่อเปิดช่องใส่ซิลิโคน ส่วนการผ่าตัดลดขนาด ความปวดจะมาจาก “บริเวณที่ตัดเนื้อออกและแนวแผลที่ยาวกว่า” เป็นหลัก

รูปแบบแผลจึงมีผลค่ะ แผลแบบสมอเรือ (inverted-T: รอบลานหัวนม ลงแนวตั้ง และตามรอยพับใต้อก) ซึ่งมักใช้กับหน้าอกที่ใหญ่หรือหย่อนมาก จะมีแนวแผลยาวกว่าแผลแบบแนวตั้ง (vertical) ที่ไม่มีแผลใต้รอยพับ จึงอาจรู้สึกตึงเป็นบริเวณกว้างกว่าในสัปดาห์แรก แต่ทั้งสองแบบมีรูปแบบอาการปวดที่ค่อยๆ ลดลงเหมือนกันค่ะ

ใครมีแนวโน้มปวดมากกว่าคนอื่น

ระดับความปวดของแต่ละคนไม่เท่ากัน แม้จะผ่าตัดด้วยวิธีเดียวกันก็ตาม ปัจจัยที่มักทำให้รู้สึกไม่สบายมากกว่าในช่วงแรกมีดังนี้ค่ะ

ปริมาณเนื้อเต้านมที่ตัดออกและรูปแบบแผล

ยิ่งตัดเนื้อเต้านมออกมาก และแผลครอบคลุมบริเวณกว้าง ร่างกายก็ต้องซ่อมแซมเนื้อเยื่อมากขึ้น อาการบวมและตึงในสัปดาห์แรกจึงมักมากกว่า นอกจากนี้ความไวต่อความเจ็บปวดก็เป็นเรื่องเฉพาะตัว บางคนทนได้ดี บางคนรู้สึกเจ็บง่าย ซึ่งไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ดีหรือผิดปกติค่ะ

ส่วนคำถามว่าตัวเองเหมาะกับการผ่าตัดหรือไม่ อ่านเกณฑ์ได้ที่บทความ ผ่าตัดลดขนาดหน้าอก เหมาะกับใคร ค่ะ

ภาวะหยุดหายใจขณะหลับและการใช้ยาแก้ปวด

ถ้ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (sleep apnea: นอนกรนเสียงดังแล้วมีช่วงหยุดหายใจ) ควรบอกแพทย์ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดค่ะ ตำราด้านการระงับปวดในศัลยกรรมตกแต่งระบุว่าภาวะนี้ทำให้ร่างกายไวต่อยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (ยาแก้ปวดแรงที่ออกฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน) มากขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงปัญหาเรื่องการหายใจหลังผ่าตัด แพทย์จึงจะเลือกยาและปรับแผนให้เหมาะกับแต่ละคน และไม่ควรเพิ่มยาเองแม้จะยังรู้สึกปวดอยู่ค่ะ

ผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ปวดกี่วัน: ไทม์ไลน์ 4 ระยะ

อาการปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอกมักสูงสุดใน 24-48 ชั่วโมงแรก และลดลงชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ ลองดูภาพรวมแต่ละระยะเพื่อเตรียมใจและวางแผนวันเดินทางกลับไทยได้ง่ายขึ้นค่ะ

วันที่ 0-3: ปวดมากที่สุด

เป็นช่วงที่เจ็บที่สุด มักปวดหน่วงตลอดเวลา และอาจมีเสียวแปลบขึ้นมาเป็นพักๆ เวลาขยับตัวหรือยกแขน ช่วงนี้หัวใจของการดูแลคือ กินยาแก้ปวดตามเวลาที่แพทย์สั่ง พักให้มาก และนอนยกหัวสูง ไม่ควรฝืนทำงานบ้านหรือยกของเองค่ะ

วันที่ 4 ถึงสัปดาห์ที่ 2: ปวดลดลงชัดเจน

ความปวดโดยรวมลดลงจนเริ่มเดินไปมาในบ้านหรือออกไปเดินใกล้ๆ ได้สบายขึ้น แต่บางท่าทางยังเจ็บอยู่ เช่น ลุกจากเตียงหรือเอื้อมมือหยิบของสูง ช่วงนี้ส่วนใหญ่เริ่มลดยาแก้ปวดลง กินเฉพาะตอนจำเป็น โดยทั่วไปงานออฟฟิศกลับไปทำได้ใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนการขับรถควรรอราว 7-10 วันหลังผ่าตัด โดยต้องหยุดยาแก้ปวดแรงแล้ว และหมุนพวงมาลัยได้โดยไม่เจ็บค่ะ

2-6 สัปดาห์: เหลือแค่ตึงหรือเจ็บเวลาขยับ

อาการปวดเฉียบพลันส่วนใหญ่หายไปแล้ว อาจเหลือความรู้สึกตึง รัด หรือเสียวจี๊ดเป็นพักๆ ตามแนวแผล โดยเฉพาะเวลายืดตัวหรือเผลอยกแขนสูงเกินไป ช่วงนี้แพทย์มักให้เพิ่มกิจกรรมทีละขั้น ถ้าอยากรู้ว่าแต่ละสัปดาห์เริ่มออกกำลังกายแบบไหนได้ อ่านต่อที่ ออกกำลังกายหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ค่ะ

หลัง 6 สัปดาห์: ความรู้สึกไม่สบายที่หลงเหลือ

คนส่วนใหญ่แทบไม่มีอาการปวดในชีวิตประจำวันแล้ว อาจมีแค่เจ็บแปลบที่แผลเป็นบางครั้ง หรือรู้สึกตึงเมื่ออากาศเปลี่ยน ซึ่งจะค่อยๆ ดีขึ้นเมื่อแผลเป็นนุ่มลงในหลายเดือนต่อมา ส่วนอาการชาหรือความรู้สึกที่หัวนมเปลี่ยนไปเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและมักค่อยๆ ฟื้นตัว แต่เป็นคนละเรื่องกับอาการปวด หากเปลี่ยนแปลงมากหรือแย่ลงควรแจ้งแพทย์ค่ะ

วิธีลดปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิดคือ “ทนเอาไว้ดีกว่า ไม่อยากกินยาเยอะ” ความจริงแล้วตำราด้านการระงับปวดระบุว่าการคุมความปวดได้ไม่ดีพอ ทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงและฟื้นตัวกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ช้าลง และยังพบว่าผู้ป่วยผ่าตัดราว 74% ยังปวดในระดับใกล้เคียงเดิมแม้กลับบ้านไปแล้วค่ะ

เพราะเมื่อปวดมาก เราจะไม่อยากลุกเดิน หายใจตื้น และนอนไม่หลับ ซึ่งล้วนทำให้ร่างกายฟื้นตัวช้าค่ะ ข้อมูลทั่วไปเรื่องการผ่าตัดและการพักฟื้นอ่านเพิ่มเติมได้จาก American Society of Plastic Surgeons (ASPS)

ยาแก้ปวด: กินตามเวลา ไม่รอให้ปวดก่อน

แผงยาเม็ด ประกอบหัวข้อการใช้ยาแก้ปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

หลักง่ายๆ คือ กินยาก่อนที่ความปวดจะพุ่งสูง ได้ผลดีกว่ารอให้ปวดมากแล้วค่อยกินค่ะ แนวทางที่ใช้กันโดยทั่วไปเป็นแบบนี้

  • 3-5 วันแรก: กินยาแก้ปวดที่แพทย์สั่งตรงเวลาสม่ำเสมอ แม้ช่วงนั้นจะยังไม่ปวดมาก
  • 1-2 สัปดาห์ถัดมา: กินเมื่อจำเป็นตามระดับความปวด
  • ภายในราว 2 สัปดาห์: คนส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นยาแก้ปวดทั่วไป เช่น พาราเซตามอล (acetaminophen) หรือหยุดยาได้ โดยปรึกษาแพทย์ก่อน

งานวิจัยและตำราด้านการระงับปวดระบุว่ายาต้านการอักเสบกลุ่ม NSAIDs ได้ผลดีมากในการลดปวด และการใช้ยาชาเฉพาะที่ (เช่น ฉีดยาชาบริเวณแผลระหว่างผ่าตัด) ช่วยลดปริมาณยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ที่ต้องใช้หลังผ่าตัดได้ค่ะ

ทีมแพทย์จึงมักใช้ยาหลายกลุ่มร่วมกันเพื่อให้ปวดน้อยลงโดยลดผลข้างเคียง ชนิดและขนาดยาของแต่ละคนจะแตกต่างกัน ให้ทำตามที่แพทย์สั่งเท่านั้น ห้ามเพิ่มยาหรือซื้อยาแก้ปวดแรงมากินเองค่ะ

ระหว่างใช้ยา ถ้ามีคลื่นไส้ ท้องผูก หรือง่วงมาก ให้แจ้งทีมแพทย์ เพราะมีวิธีปรับยาให้สบายขึ้นได้ค่ะ

ประคบเย็นอย่างถูกวิธี (และเมื่อไหร่ใช้ประคบอุ่นได้)

ในช่วง 1-3 วันแรก ให้ประคบเย็นครั้งละ 20 นาที แล้วพัก 20 นาที ทำซ้ำได้หลายรอบต่อวัน ช่วยลดบวมและลดปวดได้ดี สิ่งสำคัญคือ ห่อเจลเย็นด้วยผ้าขนหนูทุกครั้ง อย่าวางบนผิวหรือแผลโดยตรง เพราะผิวรอบแผลมักชาจนไม่รู้สึกว่าเย็นจัดเกินไปค่ะ

ส่วนการประคบอุ่นเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียน ควรรอให้ผ่านไปอย่างน้อย 1 สัปดาห์ และได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อนเท่านั้น

ท่านอนเมื่อปวดจนนอนไม่หลับ

หลายคนบอกว่าตอนกลางคืนปวดที่สุด เพราะพลิกตัวไม่ได้ วิธีที่ช่วยได้คือ

  • นอนหงายยกหัวสูง 30-45 องศา ประมาณ 2-3 สัปดาห์ (ใช้หมอนหลายใบหรือหมอนพิงหลัง)
  • วางหมอนใบเล็กรองใต้แขนทั้งสองข้าง ช่วยลดแรงดึงที่หน้าอกและหัวไหล่
  • ช่วงแรกหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงและนอนคว่ำ
  • ถ้าแพทย์อนุญาต อาจกินยาแก้ปวดตามรอบก่อนเข้านอน เพื่อไม่ให้ตื่นกลางดึกเพราะปวด

หายใจลึก เดินเบาๆ และเสื้อชั้นในพยุง

การหายใจเข้าลึกๆ ช้าๆ ช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและลดความเครียดที่ทำให้รู้สึกปวดมากขึ้น ส่วนการลุกเดินสั้นๆ ในบ้านตั้งแต่วันแรกๆ ตามที่แพทย์แนะนำ ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและฟื้นตัวเร็วขึ้น

เสื้อชั้นในพยุงหรือบราหลังผ่าตัดช่วยให้เต้านมไม่ขยับไปมา จึงลดอาการเจ็บเวลาเดินหรือเปลี่ยนท่า วิธีเลือกและระยะเวลาใส่อ่านละเอียดได้ที่ บราหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก และควรงดสูบบุหรี่ เพราะทำให้แผลหายช้าค่ะ

ปวดแบบไหนผิดปกติ ต้องรีบติดต่อแพทย์

ไม่ใช่ทุกอาการปวดจะเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัว การแยกให้ออกจะช่วยให้ไม่ตกใจเกินเหตุ และไม่ปล่อยอาการที่ควรรักษาไว้นานเกินไปค่ะ

ปวดปกติ vs ปวดที่ต้องระวัง

ปวดปกติ คือปวดที่ค่อยๆ ลดลงทุกวัน ปวดใกล้เคียงกันทั้งสองข้าง และคุมได้ด้วยยาที่แพทย์สั่งร่วมกับการพัก

ปวดที่ต้องติดต่อแพทย์ มีลักษณะดังนี้

  • ปวดไม่ลดลงตามเวลา หรือกลับปวดมากขึ้น
  • กินยาตามสั่งแล้วยังคุมความปวดไม่ได้
  • ปวดรุนแรงเฉพาะข้างเดียว หรือปวดแบบใหม่ที่เกิดขึ้นทันที
  • เต้านมข้างหนึ่งบวมโตเร็วผิดปกติ แข็งตึง หรือมีรอยช้ำเลือดมาก ซึ่งอาจเป็นภาวะเลือดคั่ง (hematoma: เลือดออกสะสมใต้ผิว)

สัญญาณติดเชื้อและเลือดคั่ง

ให้ติดต่อทีมแพทย์ทันทีหากมีอาการต่อไปนี้ร่วมกับความปวด

  • มีไข้ตั้งแต่ 38°C ขึ้นไป
  • แผลแดง ร้อน บวมมากขึ้นเรื่อยๆ
  • มีหนองหรือน้ำเหลืองกลิ่นเหม็นซึมจากแผล หรือมีเลือดออกไม่หยุด
  • แผลแยกออก

ถ้าหายใจลำบากหรือเจ็บแน่นหน้าอกอย่างรุนแรง ถือเป็นภาวะฉุกเฉิน ให้ไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดทันที เมื่อติดต่อแพทย์ ควรบอกวันที่ผ่าตัด ชื่อการผ่าตัด อาการที่เป็น เวลาที่เริ่ม และยาที่กินอยู่ เพื่อให้ประเมินได้เร็วค่ะ แม้จะกลับไทยแล้ว ก็ส่งรูปและเล่าอาการผ่าน LINE ให้ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินประเมินได้

คำถามที่พบบ่อยเรื่องปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอกกี่วันถึงจะหาย

ส่วนใหญ่ปวดมากที่สุดใน 24-48 ชั่วโมงแรก หรือราว 1-3 วันแรก แล้วค่อยๆ ลดลงจนคนส่วนใหญ่แทบไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดแรงภายใน 2 สัปดาห์ อาการตึงอาจเหลืออยู่ 2-3 สัปดาห์ และประมาณ 6 สัปดาห์มักแทบไม่รบกวนชีวิตประจำวันแล้ว ทั้งนี้ขึ้นกับแต่ละบุคคลค่ะ

ต้องกินยาแก้ปวดหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอกนานแค่ไหน

โดยทั่วไปกินยาที่แพทย์สั่งตรงเวลาใน 3-5 วันแรก จากนั้นกินเมื่อจำเป็นอีก 1-2 สัปดาห์ และส่วนใหญ่เปลี่ยนเป็นยาทั่วไปอย่างพาราเซตามอลหรือหยุดยาได้ภายในราว 2 สัปดาห์ ให้ยึดตามคำสั่งแพทย์และห้ามเพิ่มยาเองค่ะ

ปวดจนนอนไม่หลับ ควรนอนท่าไหน

นอนหงายยกหัวสูง 30-45 องศา วางหมอนรองใต้แขนทั้งสองข้าง และหลีกเลี่ยงการนอนตะแคงหรือนอนคว่ำในช่วง 2-3 สัปดาห์แรก ถ้ายังนอนไม่หลับต่อเนื่องหลายคืน ให้ปรึกษาแพทย์เรื่องการปรับยาค่ะ

ชาหรือรู้สึกแปลกๆ ที่หน้าอก เป็นเรื่องปกติไหม

พบได้บ่อยหลังผ่าตัด เพราะเส้นประสาทเล็กๆ บริเวณที่ผ่าตัดได้รับผลกระทบ และส่วนใหญ่ค่อยๆ ดีขึ้นตามเวลา แต่ถ้าชาร่วมกับปวดรุนแรง หรือไม่ดีขึ้นเลย ควรแจ้งแพทย์ค่ะ

ทำยังไงให้ปวดน้อยลงและฟื้นตัวเร็วขึ้น

กินยาแก้ปวดตามเวลาก่อนจะปวดมาก ประคบเย็นอย่างถูกวิธีใน 1-3 วันแรก นอนยกหัวสูง ลุกเดินเบาๆ ใส่บราพยุงตามที่แพทย์แนะนำ และงดสูบบุหรี่ ส่วนการกลับไปออกกำลังกายให้ค่อยๆ เพิ่มตามขั้นตอนในบทความ ออกกำลังกายหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ค่ะ

ผ่าตัดลดขนาดหน้าอกที่เกาหลี วางแผนดูแลอาการปวดกับแพทย์

อาการปวดหลังผ่าตัดเป็นเรื่องชั่วคราว ในขณะที่ปัญหาจากหน้าอกที่ใหญ่และหนักมักอยู่กับเรามาหลายปี ตำราศัลยกรรมเต้านมระบุว่าการผ่าตัดลดขนาดหน้าอกช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง ปวดคอ รอยสายบรากดลึกที่บ่า และผื่นอับชื้นใต้ราวนมได้ และเป็นการผ่าตัดที่ผู้ป่วยมีความพึงพอใจสูงมาก ใกล้เคียงกับการเสริมหน้าอกค่ะ

การรู้ล่วงหน้าว่าช่วงไหนจะเจ็บและต้องดูแลอย่างไร จะช่วยให้ผ่านช่วงพักฟื้นได้อย่างสบายใจขึ้นค่ะ

ก่อนผ่าตัด แพทย์จะประเมินขนาดเต้านม รูปแบบแผล โรคประจำตัว และยาที่ใช้อยู่ เพื่อวางแผนจัดการความปวดและกำหนดวันเดินทางกลับไทยให้เหมาะกับแต่ละคน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผ่าตัดลดขนาดหน้าอกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

สามารถทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยที่ +82-10-6864-1175 เพื่อรับการประเมินและราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อีซองอุก (Lee Sung-wook) ผู้อำนวยการ ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน กรุงโซล

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *