รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท ไหนดี? เปรียบเทียบ Healer I S HB

รีจูรัน ฮีลเลอร์ เปรียบเทียบแต่ละชนิด

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท หลัก ๆ แบ่งออกเป็น 4 ชนิด คือ Healer, I, S และ HB ซึ่งแต่ละชนิดมีความเข้มข้น ตำแหน่งที่ฉีด และปัญหาผิวที่เหมาะสมต่างกัน ทุกตัวเป็นยาฉีดฟื้นฟูผิวที่มีสาร PN (โพลีนิวคลีโอไทด์ ซึ่งเป็นสารฟื้นฟูผิวที่สกัดจาก DNA ปลาแซลมอน) เป็นส่วนประกอบหลัก หลายคนมักสับสนว่า “อยากฉีดรีจูรัน แต่มีหลายชนิดเหลือเกิน ไม่รู้จะเลือกตัวไหนดี”

ในความเป็นจริง รีจูรันแต่ละชนิดออกแบบมาเพื่อจุดประสงค์เฉพาะ มีทั้งตัวที่ใช้กับผิวหน้าทั้งใบหน้า ตัวเฉพาะรอบดวงตา และตัวสำหรับหลุมสิวโดยเฉพาะ หากเลือกผิดชนิด ผลลัพธ์อาจไม่เป็นไปตามที่ต้องการ และเสี่ยงต่อรอยช้ำหรืออาการบวมมากขึ้น

บทความนี้จะอธิบายรีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภทต่าง ๆ ในมุมมองของศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน พร้อมเปรียบเทียบเป็นตารางให้เข้าใจง่าย รวมถึงความแตกต่างระหว่าง PDRN กับ PN และเทคนิคเฉพาะของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินอย่าง Mine Rejewel Injection ในที่เดียว

PN คืออะไร? หลักการฟื้นฟูผิวก่อนรู้จักรีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภทต่าง ๆ

รีจูรัน ฮีลเลอร์ เป็นยาฉีดฟื้นฟูผิวที่มี PN (โพลีนิวคลีโอไทด์) เป็นส่วนประกอบหลัก PN เป็นสารที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ของปลาแซลมอน มีโครงสร้างคล้ายกับชิ้นส่วน DNA ที่มีอยู่แล้วในร่างกายเรา จึงมีจุดเด่นที่ลดภาระการเกิดปฏิกิริยาต่อต้านจากร่างกาย

รีจูรัน ฮีลเลอร์ จัดอยู่ในกลุ่มวัสดุชีวภาพสำหรับซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารและยาของเกาหลี (MFDS) ต่างจากฟิลเลอร์ที่เพียงเติมวอลลุ่ม ความแตกต่างสำคัญคือรีจูรันช่วยกระตุ้นให้เซลล์ผิวฟื้นฟูตัวเอง หากสนใจหัตถการกลุ่มฟื้นฟูผิวอื่น ๆ สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หน้า หัตถการผิวพรรณของคลินิกโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท ต่าง ๆ และหลักการฟื้นฟูผิวด้วยสาร PN

กลไกการทำงานของ PN ต่อผิว 4 ด้าน

สิ่งที่ PN ทำกับผิวสรุปได้เป็น 4 ด้านหลัก ดังนี้

  • กระตุ้นการสร้างเซลล์ — กระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ผิวที่ทำหน้าที่สร้างคอลลาเจน) ในชั้นหนังแท้ให้ผลิตคอลลาเจนมากขึ้น
  • ต้านอนุมูลอิสระ — ยับยั้งอนุมูลอิสระที่เร่งความเสื่อมของผิว
  • ลดการอักเสบ — ช่วยปลอบประโลมการอักเสบเล็ก ๆ ในผิวให้สงบลง
  • เสริมเกราะป้องกันผิว — เพิ่มความสามารถในการกักเก็บน้ำ ลดความแห้งจากภายใน

มีรายงานจากการศึกษาทางคลินิกว่า เมื่อฉีดต่อเนื่องราว 12 สัปดาห์ ความหนาของชั้นหนังแท้เพิ่มขึ้นประมาณ 20% และการสูญเสียน้ำผ่านผิวหนัง (TEWL คือปริมาณน้ำที่ระเหยออกจากผิว) ลดลงประมาณ 30% อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้อยู่ในเงื่อนไขของการวิจัย ผลลัพธ์จริงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

PDRN กับ PN ต่างกันอย่างไร? ทำไมขนาดโมเลกุลจึงสำคัญ

เมื่อศึกษาเรื่องรีจูรัน คุณจะพบสองคำนี้บ่อย ๆ คือ “PDRN” และ “PN” ทั้งคู่มาจาก DNA ปลาแซลมอนเหมือนกัน จึงมักถูกใช้ปะปนกัน แต่ในทางเทคนิคแล้วมีความต่าง

PDRN (โพลีดีออกซีไรโบนิวคลีโอไทด์) เป็นชิ้นส่วน DNA ที่มีสายค่อนข้างสั้น ส่วน PN (โพลีนิวคลีโอไทด์) มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่าและสายยาวกว่า เมื่อสายยาวขึ้น ความหนืดและความยืดหยุ่นก็สูงขึ้น ทำให้อยู่ในผิวได้นานขึ้น พูดง่าย ๆ PN เปรียบเหมือน “เส้นด้ายที่ยาวและเหนียวกว่า” จึงค่อย ๆ ออกฤทธิ์ในผิวอย่างช้า ๆ คุณสามารถอ่านงานวิจัยเกี่ยวกับบทบาทของโพลีนิวคลีโอไทด์ต่อการฟื้นฟูผิวเพิ่มเติมได้จาก ฐานข้อมูลงานวิจัยทางการแพทย์ PMC

เปรียบเทียบรีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท 4 ชนิด: Healer I S HB

มาถึงส่วนที่หลายคนสงสัยที่สุด เราสรุปความแตกต่างของรีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภทต่าง ๆ ไว้เป็นตาราง แม้จะอยู่ในตระกูลรีจูรันเหมือนกัน แต่ความเข้มข้นและข้อบ่งใช้ต่างกันชัดเจน

ผลิตภัณฑ์ ปริมาณ ความเข้มข้น/จุดเด่น ข้อบ่งใช้หลัก ตำแหน่งที่ฉีด
รีจูรัน ฮีลเลอร์ 2ml PN 2% ความเข้มข้นมาตรฐาน ปรับปรุงริ้วรอย ความกระชับ และเนื้อผิวโดยรวม ทั่วใบหน้า
รีจูรัน I 1ml เนื้อเจลเหลวที่สุด ริ้วรอยเล็ก ๆ รอบดวงตา รอยคล้ำใต้ตา รอบดวงตา
รีจูรัน S 1ml เข้มข้นและหนืดที่สุด หลุมสิว ผิวเป็นแอ่ง เฉพาะจุดบริเวณหลุมสิว
รีจูรัน HB 2ml เสริมไฮยาลูรอนิกและลิโดเคน ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ลดอาการเจ็บ ทั่วใบหน้า

ปัญหาผิวที่เหมาะกับแต่ละชนิด

สรุปง่าย ๆ ได้ดังนี้

  • หากกังวลเรื่องความเสื่อมและเนื้อผิวทั่วใบหน้า ตัวมาตรฐานคือรีจูรัน ฮีลเลอร์
  • หากรอบดวงตาหมองคล้ำและมีริ้วรอยเล็ก ๆ มักเลือกรีจูรัน I
  • หากปัญหาหลักคือหลุมสิวที่เป็นแอ่ง เหมาะกับรีจูรัน S
  • หากผิวแห้งหรือกังวลเรื่องความเจ็บระหว่างทำ รีจูรัน HB เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี

รีจูรัน ฮีลเลอร์ กับ รีจูรัน I ต่างกันอย่างไรเรื่องการดูแลรอบดวงตา

ความต่างที่สำคัญที่สุดระหว่างรีจูรัน ฮีลเลอร์ กับ รีจูรัน I คือ “ใช้กับบริเวณไหน” ถ้าฮีลเลอร์เป็นตัวมาตรฐานสำหรับทั่วใบหน้า ตัว I คือตัวที่ลดความเข้มข้นลงมาเพื่อรอบดวงตาโดยเฉพาะ

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท I สำหรับดูแลริ้วรอยและรอยคล้ำรอบดวงตา

ทำไมริ้วรอยและรอยคล้ำรอบดวงตาจึงใช้รีจูรัน I

ผิวรอบดวงตาเป็นบริเวณที่บางที่สุดของใบหน้า มีความหนาเพียงประมาณ 0.5 มม. การฉีดผลิตภัณฑ์ที่มีความหนืดสูงในจุดที่บางและบอบบางเช่นนี้ อาจทำให้เกิดการจับตัวเป็นก้อน บวม หรือช้ำได้ง่าย

รีจูรัน I เป็นสูตรที่ปรับเนื้อเจลให้เหลวที่สุด จึงกระจายตัวได้สม่ำเสมอแม้ในจุดที่ละเอียดอ่อนอย่างรอบดวงตา ด้วยเหตุนี้จึงมักถูกเลือกเมื่อต้องการดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ หรือปรับโทนรอยคล้ำใต้ตาให้ดูสว่างขึ้น

การทำคอมโบฮีลเลอร์ร่วมกับ I

สามารถแบ่งฉีดในวันเดียวกันได้ โดยใช้รีจูรัน ฮีลเลอร์ สำหรับเนื้อผิวทั่วใบหน้า และรีจูรัน I สำหรับรอบดวงตา การปรับความเข้มข้นให้เหมาะกับแต่ละบริเวณช่วยให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวระหว่างการปรึกษาเพื่อกำหนดการผสมผสานที่เหมาะสม

รีจูรัน S สูตรเข้มข้นเฉพาะหลุมสิวและผิวเป็นแอ่ง

รีจูรัน S เป็นตัวที่มีความเข้มข้นและความหนืดสูงที่สุดในรีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภททั้ง 4 ชนิด ออกแบบมาเพื่อจัดการกับหลุมสิวที่เป็นแอ่งจนเกิดเงา หากกำลังมองหาวิธีดูแลปัญหาสิวและหลุมสิวโดยรวม สามารถดูข้อมูลที่หน้า การดูแลปัญหาสิวและหลุมสิว เพิ่มเติมได้

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท S สำหรับหลุมสิวและผิวเป็นแอ่ง

หลักการเติมเต็มหลุมสิว: วอลลุ่มเชิงกายภาพ + การฟื้นฟูเนื้อเยื่อ

รีจูรัน S ทำงานสองทางพร้อมกัน ทางแรก เนื้อสูตรที่หนืดสูงจะเติมวอลลุ่มเชิงกายภาพลงในหลุมสิว ช่วยดันผิวให้เรียบขึ้น ทางที่สอง สาร PN จะกระตุ้นการฟื้นฟูเนื้อเยื่อในบริเวณนั้น ทำให้ความหนาของผิวค่อย ๆ เพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป กล่าวคือ มุ่งทั้งการเติมเต็มทันทีและการฟื้นฟูในระยะกลางถึงยาวไปพร้อมกัน

ข้อบ่งใช้และข้อควรระวังของรีจูรัน S

หลุมสิวแบ่งตามรูปร่างได้เป็น box scar (ขอบเป็นเหลี่ยม), ice pick (แคบและลึก) และ rolling (เป็นแอ่งกว้างคล้ายคลื่น) ความลึกและระยะห่างในการฉีดจะต่างกันตามชนิดของหลุมสิว ดังนั้นการประเมินสภาพหลุมสิวอย่างแม่นยำก่อนทำจึงสำคัญมาก กรณีหลุมลึกอาจต้องแบ่งทำหลายครั้งแทนที่จะจบในครั้งเดียว

รีจูรัน HB สูตรเสริมไฮยาลูรอนิก ข้อดีและเกณฑ์การเลือก

รีจูรัน HB คือสูตรที่เพิ่ม ไฮยาลูรอนิก (HA สารที่ช่วยกักเก็บน้ำให้ผิว) เข้าไปในสาร PN เดิม จึงได้ทั้งผลฟื้นฟูและการเติมความชุ่มชื้นแบบทันทีในคราวเดียว

ความสอดประสานของไฮยาลูรอนิก (HA) กับ PN

ในขณะที่ PN ค่อย ๆ ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน ไฮยาลูรอนิกที่ผสมเข้าไปจะดึงน้ำเข้ามาทันที เพิ่มความชุ่มชื้นและความเงางามหลังทำได้เลย มองว่าเป็นการที่สองส่วนประกอบแบ่งหน้าที่กันทำงานก็ได้

ผิวแบบไหนเหมาะกับรีจูรัน HB

รีจูรัน HB มีลิโดเคนซึ่งเป็นยาชาเฉพาะที่ผสมอยู่ จึงช่วยลดความเจ็บระหว่างทำได้มากกว่าฮีลเลอร์ตัวเดิม ด้วยเหตุนี้จึงเหมาะกับผู้ที่ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย หรือผู้ที่เพิ่งลองฉีดรีจูรันเป็นครั้งแรกและต้องการเริ่มต้นแบบสบาย ๆ

Mine Rejewel Injection เทคนิคเฉพาะของคลินิกโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

ที่คลินิกโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินมีหัตถการเฉพาะที่ต่อยอดจากรีจูรัน ฮีลเลอร์ เรียกว่า Mine Rejewel Injection

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท พิเศษ Mine Rejewel Injection ของคลินิกโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

รีจูรัน ฮีลเลอร์ + ค็อกเทลสารต้านวัยสูตรเฉพาะของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

Mine Rejewel Injection คือหัตถการแบบค็อกเทลที่ผสมสารกลุ่มยกกระชับ ลดความหย่อนคล้อย ปรับให้กระจ่างใส และต้านอนุมูลอิสระ เข้ากับรีจูรัน ฮีลเลอร์ ตามสูตรเฉพาะของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน จุดเด่นคือออกแบบให้ดูแลปัญหาความเสื่อมหลายด้านในคราวเดียว มากกว่าการใช้รีจูรัน ฮีลเลอร์ เพียงตัวเดียว

ใครเหมาะกับ Mine Rejewel Injection และผลลัพธ์ที่คาดหวังได้

เหมาะกับผู้ที่กังวลหลายเรื่องพร้อมกัน ทั้งผิวหย่อนคล้อย โทนผิวหมองคล้ำ และริ้วรอยเล็ก ๆ หากกังวลเรื่องความหย่อนคล้อยเป็นหลัก อาจพิจารณาหัตถการกลุ่มยกกระชับใบหน้าควบคู่ไปด้วย อย่างไรก็ตาม จะเลือกสารใดในสัดส่วนเท่าไรขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละคน จึงต้องออกแบบเฉพาะบุคคลผ่านการปรึกษาก่อนทำหัตถการ

จำนวนครั้ง ระยะห่าง และระยะเวลาที่ผลอยู่

เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ได้แล้ว คำถามถัดมามักเป็น “ต้องทำกี่ครั้ง” เราสรุปแนวทางทั่วไปไว้ให้ หากต้องการคำแนะนำกลุ่มดูแลผิวต้านวัยเพิ่มเติม ดูได้ที่หน้า หัตถการต้านวัย

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภท ต่าง ๆ กับกราฟผลการปรับปรุงสภาพผิว

คอร์สพื้นฐาน: ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ ทำ 3–4 ครั้ง

โดยทั่วไปการฉีดรีจูรันจะทำเป็นคอร์ส ห่างกัน 2–4 สัปดาห์ จำนวน 3–4 ครั้ง หลังทำครั้งแรกจะรู้สึกได้ถึงความชุ่มชื้นและเนื้อผิวที่ละเอียดขึ้น แต่เนื่องจากคอลลาเจนต้องใช้เวลาในการก่อตัว การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนมักสัมผัสได้ตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป

การคงผลและรอบการดูแลต่อเนื่อง

เมื่อทำครบหนึ่งคอร์ส ระยะเวลาที่ผลอยู่โดยทั่วไปคือ 6–12 เดือน หลังจากนั้นแนะนำให้ทำเสริมเพื่อคงผลปีละประมาณ 2–4 ครั้ง แต่รอบการดูแลอาจต่างกันตามสภาพผิว อายุ และไลฟ์สไตล์ (มีความแตกต่างในแต่ละบุคคล)

คำถามที่พบบ่อย

รีจูรัน ฮีลเลอร์ กับ รีจูรัน I S HB ต่างกันอย่างไร

รีจูรัน ฮีลเลอร์ เป็นตัวมาตรฐานสำหรับทั่วใบหน้า ความเข้มข้น PN 2% ปริมาณ 2ml ส่วนรีจูรัน I เป็นสูตรเฉพาะรอบดวงตาที่เหลวที่สุด รีจูรัน S เป็นสูตรเข้มข้นและหนืดสำหรับหลุมสิว และรีจูรัน HB เสริมไฮยาลูรอนิกเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและลดความเจ็บ แต่ละชนิดมีข้อบ่งใช้และตำแหน่งฉีดต่างกัน

PDRN กับ PN ต่างกันอย่างไร

PDRN (โพลีดีออกซีไรโบนิวคลีโอไทด์) และ PN (โพลีนิวคลีโอไทด์) ล้วนมาจาก DNA ปลาแซลมอน แต่ PN มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่าและสายยาวกว่า จึงมีความหนืด ความยืดหยุ่น และความคงตัวที่ดีกว่า ในตลาดมักใช้สองคำนี้ปะปนกัน

ต้องฉีดรีจูรัน ฮีลเลอร์ กี่ครั้งจึงเห็นผล

โดยทั่วไปทำเป็นคอร์สห่างกัน 2–4 สัปดาห์ จำนวน 3–4 ครั้ง จึงเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน หลังครั้งแรกอาจรู้สึกถึงความชุ่มชื้นและความกระชับขึ้นได้ แต่การเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญทางคลินิกมักปรากฏตั้งแต่ครั้งที่ 3 เป็นต้นไป (มีความแตกต่างในแต่ละบุคคล)

รีจูรัน ฮีลเลอร์ ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มที่ใช้ไฮยาลูรอนิกเติมวอลลุ่มทันที ส่วนรีจูรัน ฮีลเลอร์ ใช้ PN กระตุ้นให้เซลล์ผิวฟื้นฟูตัวเอง จุดประสงค์และกลไกการทำงานต่างกัน และบางกรณีอาจทำร่วมกันได้ตามความเหมาะสม

หลังฉีดรีจูรัน ฮีลเลอร์ ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

วันที่ทำควรงดล้างหน้าและแต่งหน้า งดซาวน่า ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายหนักประมาณ 48 ชั่วโมง หลีกเลี่ยงการกระตุ้นบริเวณที่ทำ รอยช้ำหรืออาการบวมมักยุบลงภายใน 3–7 วัน หากมีอาการผิดปกติต่อเนื่อง ควรกลับไปพบแพทย์เพื่อตรวจประเมิน

เลือกรีจูรัน ฮีลเลอร์ ประเภทที่เหมาะกับผิวคุณ ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

อย่างที่เห็น รีจูรัน ฮีลเลอร์ แต่ละชนิดเหมาะกับปัญหาผิวและบริเวณที่ต่างกัน เมื่อมีตัวเลือกหลากหลาย การให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยก่อนตัดสินใจจึงปลอดภัยกว่าการเลือกเอง

ที่คลินิกโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เราให้คำปรึกษาแบบ 1:1 เพื่อประเมินสภาพผิวของคุณ และร่วมตัดสินใจว่าควรเลือกรีจูรัน ฮีลเลอร์, I, S, HB ตัวใด หรือเหมาะกับ Mine Rejewel Injection สามารถนัดหมายปรึกษาฟรีได้ที่หน้าติดต่อเรา หรือทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst เพื่อรับการวินิจฉัยและคำแนะนำเฉพาะบุคคลค่ะ

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *