ผ่าตัดต่อมน้ำลาย แผลเป็น อยู่ตรงไหน? ตำแหน่งแผล ขนาด และวิธีดูแลให้จางเร็ว

ผ่าตัดต่อมน้ำลาย แผลเป็น — ตำแหน่งเส้นกรีดตามรอยพับแรกใต้คาง

แผลเป็นจากผ่าตัดต่อมน้ำลาย คือ รอยเส้นบาง ๆ ใต้คาง ที่เกิดจากการกรีดผิวหนังเพื่อเอาต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรส่วนที่นูนออกมา ตำแหน่งและความยาวของรอยกรีดจึงเป็นตัวกำหนดว่าจะมองเห็นชัดแค่ไหนค่ะ

หลายคนอยากได้กรอบหน้าที่คมขึ้น แต่พอถึงจังหวะตัดสินใจกลับติดอยู่ที่คำถามเดียว คือจะเหลือรอยที่ใต้คางหรือเปล่า ความกังวลนี้ไม่ได้เกินเหตุเลยค่ะ เพราะใต้คางกับลำคอเป็นบริเวณที่เปิดตลอดเวลา จะปิดด้วยเสื้อผ้าหรือทรงผมก็ไม่มิด

ข่าวดีคือรอยแผลไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เป็นผลของสามอย่างที่ควบคุมได้ คือแพทย์วางรอยกรีดไว้ตรงไหน เย็บปิดกี่ชั้น และคนไข้ดูแลแผลในหกเดือนแรกดีแค่ไหน บทความนี้จะไล่ให้ครบทั้งสามข้อ ตั้งแต่ตำแหน่งกรีด ขนาดจริง ไทม์ไลน์การเปลี่ยนแปลง ไปจนถึงสิ่งที่ห้ามทำกับแผลใหม่

เรียบเรียงจากตำราด้านแผลเป็นและตำราศัลยกรรมต่อมน้ำลาย ร่วมกับประสบการณ์ในห้องผ่าตัดของ นพ. อี ซองอุค ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน กรุงโซล ประเทศเกาหลีค่ะ

สารบัญ

แผลเป็นจากผ่าตัดต่อมน้ำลาย เกิดขึ้นได้อย่างไร

ผ่าตัดต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรคืออะไร

ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร (submandibular gland) เป็นต่อมขนาดราวเมล็ดอัลมอนด์ที่วางตัวอยู่ใต้กรอบหน้าทั้งสองข้าง ในบางคนต่อมนี้ใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยหรืออยู่ต่ำกว่าแนวขากรรไกร แนวใต้คางจึงดูเป็นก้อนนูนสองข้าง ทั้งที่ไขมันไม่ได้มากอย่างที่คิด

การลดขนาดต่อมน้ำลายจึงหมายถึงการเอาเฉพาะส่วนที่นูนพ้นแนวขากรรไกรออก ไม่ใช่การเอาต่อมออกทั้งก้อน กรอบหน้าจะกลับมาเป็นเส้นเดียวต่อเนื่องจากคางไปถึงติ่งหู โดยที่ต่อมน้ำลายยังหลั่งน้ำลายได้ตามปกติ

เพราะต่อมวางตัวลึกลงไปใต้ผิวหนัง ชั้นไขมัน และแผ่นกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่คลุมลำคอ แพทย์จึงต้องเปิดทางเข้าไปด้วยการกรีดผิวหนัง

ตำราศัลยกรรมต่อมน้ำลายระบุว่าเส้นทางมาตรฐานคือการกรีดจากด้านนอกบริเวณใต้คาง เพราะให้มุมมองกว้างและมองเห็นเส้นประสาทกับเส้นเลือดได้ชัดที่สุด

ส่วนภาพรวมของขั้นตอนผ่าตัดต่อมน้ำลายและการฟื้นตัว อ่านต่อได้ในบทความแยก บทความนี้ขอโฟกัสที่รอยแผลอย่างเดียวค่ะ

ทำไมทุกการผ่าตัดจึงต้องมีแผลเป็น

ตราบใดที่ยังต้องกรีดผิวหนัง ร่างกายจะซ่อมรอยนั้นด้วยการสร้างคอลลาเจนขึ้นมาปะ และคอลลาเจนชุดใหม่เรียงตัวไม่เหมือนผิวเดิม ผลลัพธ์จึงเป็นเส้นบาง ๆ ที่สีและผิวสัมผัสต่างจากรอบข้างเล็กน้อย นี่คือกลไกการหายของแผลตามธรรมชาติ ไม่ใช่ภาวะแทรกซ้อน

คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ว่าจะมีแผลเป็นหรือไม่ แต่คือแผลนั้นจะไปอยู่ตรงไหนและมีใครมองเห็นบ้าง มีศัลยแพทย์บางกลุ่มเลือกเข้าทางในช่องปากเพื่อไม่ให้มีรอยที่ผิวหนังเลย

แต่เอกสารทางการแพทย์ชี้ว่าเส้นทางนั้นแลกมาด้วยความเสี่ยงที่เส้นประสาทรับรสและรับความรู้สึกของลิ้นจะบาดเจ็บมากขึ้น จึงเป็นการได้อย่างเสียอย่าง ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีกว่าในทุกด้าน

4 ปัจจัยที่ตัดสินว่าแผลเป็นจะเห็นชัดหรือไม่

  • ตำแหน่งและทิศทางของรอยกรีด — กรีดขนานไปกับรอยพับธรรมชาติของผิวหนัง (Langer’s lines คือแนวที่ผิวหนังตึงตัวไปทางเดียวกัน) คนที่เห็นจึงมองว่าเป็นรอยพับเดิม ไม่ใช่รอยผ่าตัด
  • ความยาวของรอยกรีด — ยิ่งสั้นเท่าที่แพทย์ยังทำงานได้อย่างปลอดภัย แรงดึงที่ปลายแผลก็ยิ่งน้อย
  • เทคนิคการเย็บ — การเย็บหลายชั้นเพื่อให้ชั้นลึกรับแรงแทนผิวหนัง เป็นหัวใจที่ตัดสินว่าแผลจะแบนหรือจะถ่าง
  • ลักษณะผิวเฉพาะบุคคล — ประวัติคีลอยด์ แผลเป็นนูน อายุ และสีผิว ล้วนมีผลทั้งสิ้น คนสองคนที่ผ่าตัดแบบเดียวกันจึงได้แผลที่หน้าตาไม่เหมือนกัน

ใครบ้างที่ต้องดูแลแผลเป็นมากกว่าคนอื่น

คนที่มีประวัติคีลอยด์หรือแผลเป็นนูน

คีลอยด์คือแผลเป็นที่ร่างกายสร้างคอลลาเจนเกินจนนูนล้นออกนอกขอบแผลเดิม ถ้าเคยเจาะหู ผ่าคลอด หรือฉีดวัคซีนแล้วเหลือตุ่มนูน ควรบอกแพทย์ตั้งแต่วันปรึกษา

ประวัติแบบนี้ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาดค่ะ แต่เปลี่ยนแผนการดูแลตั้งแต่ต้น เช่น เริ่มซิลิโคนเร็วขึ้น นัดติดตามถี่ขึ้น และเตรียมทางเลือกเสริมไว้ล่วงหน้าหากแผลเริ่มหนาขึ้น ตำราด้านแผลเป็นย้ำว่าการป้องกันไม่ให้แผลนูนตั้งแต่แรกได้ผลดีกว่าการตามแก้ทีหลังมาก

คนอายุน้อยและคนผิวคล้ำ

การศึกษาในวารสาร Oral Diseases ปี 2020 ระบุว่าแผลที่ผิวหนังจากการกรีดใต้คางอาจกลายเป็นคีลอยด์ได้ โดยเฉพาะในคนไข้อายุน้อย ดูรายละเอียดได้จากงานวิจัยใน Oral Diseases (2020) ผิวที่ยังสร้างคอลลาเจนได้แข็งแรงจะซ่อมแผลเร็ว แต่ก็มีโอกาสซ่อมเกินจนนูนได้เช่นกัน

สำหรับผิวสีเข้ม ประเด็นหลักไม่ใช่ความนูน แต่เป็นรอยคล้ำหลังการอักเสบที่ทำให้เส้นแผลเห็นชัดกว่าความเป็นจริง ข้อนี้สำคัญมากในภูมิอากาศบ้านเรา เพราะแดดเมืองไทยแรงเกือบทั้งปี และคอเป็นจุดที่คนมักลืมทาครีมกันแดดที่สุด

สิ่งที่ต้องบอกแพทย์ก่อนผ่าตัด

  • ประวัติแผลเป็นนูนหรือคีลอยด์จากแผลเดิมทุกชนิด รวมถึงรอยเจาะหู
  • ยาและอาหารเสริมที่ใช้ประจำ โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำให้เลือดออกง่าย
  • โรคประจำตัวที่กระทบการหายของแผล เช่น เบาหวานหรือภาวะภูมิคุ้มกันผิดปกติ
  • พฤติกรรมสูบบุหรี่ เพราะนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงขอบแผลลดลง
  • งานสำคัญที่มีคิวอยู่ เช่น งานแต่ง ถ่ายรูป หรือขึ้นเวที เพื่อวางแผนวันผ่าตัดย้อนกลับจากวันนั้น

ตำแหน่งและขนาดของรอยกรีด: กรีดตามรอยพับใต้คาง vs กรีดแนวตั้ง

กรีดตามรอยพับแรกใต้คาง — วิธีที่มาอินใช้

ลองก้มหน้าลงเล็กน้อยแล้วส่องกระจก จะเห็นรอยพับแนวขวางเส้นแรกใต้คาง เส้นนั้นคือแนวที่ผิวหนังพับตัวเองอยู่แล้วทุกวัน เมื่อวางรอยกรีดลงไปในเส้นนี้ แผลจะซ่อนอยู่ในเงาของรอยพับ และตอนเงยหน้าปกติก็ยังอยู่ในร่มเงาใต้คาง

ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินเลือกแนวนี้เป็นมาตรฐาน เพราะทิศทางของรอยกรีดขนานไปกับแรงตึงของผิวหนังบริเวณนั้น เมื่อแผลไม่ถูกดึงขวางตลอดเวลา คอลลาเจนที่ซ่อมแผลจะเรียงตัวเป็นเส้นบางแทนที่จะกองขึ้นเป็นสัน

วิธีเข้าถึง ตำแหน่งรอยแผล ระดับการมองเห็น สิ่งที่ต้องแลก
กรีดตามรอยพับแรกใต้คาง ในรอยพับธรรมชาติ ใต้เงาคาง เห็นยากเมื่อไม่เงยหน้าเต็มที่ ต้องออกแบบเส้นให้ตรงกับรอยพับของคนไข้แต่ละคน
กรีดแนวตั้งกลางใต้คาง ตัดขวางแนวรอยพับ เห็นได้ง่ายเมื่อเงยหน้าหรือหันข้าง วางเส้นง่ายกว่า แต่แผลถูกแรงดึงขวางตลอด
เข้าทางในช่องปาก ไม่มีรอยที่ผิวหนัง มองไม่เห็นจากภายนอก เอกสารทางการแพทย์รายงานความเสี่ยงต่อเส้นประสาทที่ลิ้นสูงขึ้น
ผ่าตัดต่อมน้ำลาย แผลเป็นอยู่ตรงไหน: เปรียบเทียบการกรีดตามรอยพับใต้คางกับการกรีดแนวตั้ง
รอยกรีดที่วางตามรอยพับธรรมชาติจะกลืนไปกับเงาใต้คางมากกว่า

รอยกรีดยาวเท่าไหร่ และทำไมตัวเลขจึงไม่เท่ากันทุกคน

ที่มาอินใช้รอยกรีดยาวประมาณ 2.5-2.8 ซม. โดยทั่วไปไม่เกิน 3 ซม. และต่างกันตามขนาดต่อมน้ำลายและกายวิภาคของแต่ละคน คนที่ต่อมใหญ่กว่า คอหนากว่า หรือมีเส้นเลือดวางตัวชิดกว่า แพทย์ก็อาจต้องใช้พื้นที่ทำงานมากขึ้นอีกเล็กน้อย

เห็นตัวเลขแล้วอย่าเพิ่งยึดเป็นเกณฑ์ตัดสินฝีมือนะคะ เพราะการฝืนกรีดให้สั้นเกินความจำเป็นทำให้ต้องดึงรั้งขอบแผลระหว่างผ่าตัด ปลายแผลช้ำ และกลายเป็นรอยที่แดงนานกว่าเดิม ความยาวที่พอดีคือความยาวที่ทำให้มองเห็นโครงสร้างได้ชัดโดยไม่ต้องดึงรั้ง

การเย็บหลายชั้นและการกระจายแรงดึง

หัวใจที่ตัดสินหน้าตาของแผลอยู่ที่ขั้นตอนเย็บปิด ไม่ใช่ขั้นตอนเปิดแผล ตำราด้านแผลเป็นอธิบายว่าการเย็บชั้นใต้ผิวหนังและชั้นหนังแท้ด้วยไหมละลายเป็นชั้น ๆ ทำให้ชั้นลึกรับแรงดึงไว้แทน ขอบแผลด้านบนจึงมาประกบกันพอดีโดยไม่ถูกดึงรั้ง

เปรียบเทียบง่าย ๆ คือเหมือนติดกระดุมเสื้อที่คับ ถ้าตัวเสื้อยังตึงอยู่ กระดุมจะถูกดึงจนรังดุมยืด แต่ถ้าปรับตัวเสื้อให้พอดีก่อน กระดุมก็แค่ทำหน้าที่ประกบ แผลที่ถูกดึงตลอดเวลาคือแผลที่หนาและถ่างออก การกระจายแรงดึงจึงเป็นงานที่ทำในห้องผ่าตัด ไม่ใช่งานที่ครีมทาแผลจะแก้ให้ทีหลังได้

ไทม์ไลน์: แผลเป็นเปลี่ยนไปอย่างไรใน 12 เดือนแรก

สัปดาห์แรก: บวม ช้ำ และการตัดไหม

สามวันแรกคือช่วงที่บวมและตึงที่สุด ประคบเย็นเป็นช่วง ๆ และหนุนหมอนให้ศีรษะสูงกว่าระดับหัวใจตอนนอน จะช่วยให้ของเหลวไม่ไปค้างที่ใต้คาง จากนั้นอาการจะทุเลาลงทุกวัน และคนไข้ส่วนใหญ่ตัดไหมแล้วกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในสัปดาห์แรก

ช่วงเวลา สภาพของแผลเป็น สิ่งที่ควรทำ
0-3 วัน บวมและตึงมากที่สุด อาจมีรอยช้ำ ประคบเย็น หนุนหมอนสูง งดออกแรง
1 สัปดาห์ บวมเริ่มลด ผิวยังปิดไม่สนิทดี ตัดไหม กลับไปทำงานเบา ๆ ได้
2 สัปดาห์ สะเก็ดหลุด แผลปิดสนิท เริ่มดูแลแผลเป็นตามที่แพทย์กำหนด
1-3 เดือน แผลแดงขึ้นและแข็งขึ้น ใช้ซิลิโคนต่อเนื่อง กันแดดเข้มงวด
4-6 เดือน สีจางลง สัมผัสนุ่มขึ้น ดูแลต่อเนื่อง เริ่มนวดตามคำแนะนำ
6-12 เดือน แผลเป็นเข้าที่ ใกล้เคียงผิวรอบข้าง ประเมินร่วมกับแพทย์ว่าต้องเสริมอะไรอีกไหม
ไทม์ไลน์แผลเป็นหลังผ่าตัดต่อมน้ำลาย ตั้งแต่ 3 วันแรกถึง 12 เดือน
แผลเป็นเปลี่ยนแปลงต่อเนื่องตลอดปีแรก ช่วง 1-3 เดือนที่ดูแย่ลงเป็นเรื่องปกติ

เดือนที่ 1-3: ช่วงที่แผลดูแย่ลงเป็นเรื่องปกติ

ช่วงนี้คือจุดที่คนไข้ทักเข้ามาหาเรามากที่สุดค่ะ เพราะแผลที่เคยดูเรียบกลับแดงขึ้น นูนขึ้น และคลำแล้วแข็งกว่าเดิม หลายคนตกใจว่าผ่าตัดล้มเหลวหรือเปล่า

ความจริงคือ ช่วงนี้เป็นระยะที่ร่างกายเร่งสร้างคอลลาเจน และดึงเส้นเลือดฝอยเข้าไปเลี้ยงแผลมากที่สุด ความแดงจึงมาจากเลือด ไม่ใช่การติดเชื้อ ตำราด้านแผลเป็นระบุว่า แผลเป็นนูนจะค่อย ๆ แบนและนุ่มลงได้เองตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไปหลังผ่าตัด นั่นคือเหตุผลที่แพทย์ไม่แนะนำให้รีบผ่าแก้แผลในช่วง 3 เดือนแรก

เดือนที่ 4-12: ช่วงแผลเป็นเข้าที่และจางลง

ตั้งแต่เดือนที่สี่เป็นต้นไป ร่างกายจะค่อย ๆ ดูดเส้นเลือดฝอยส่วนเกินกลับ สีแดงเปลี่ยนเป็นชมพูจางแล้วไล่เข้าหาสีผิวเดิม พร้อมกันนั้นร่างกายก็จัดเรียงคอลลาเจนที่เคยกองกันมั่วใหม่ให้เป็นระเบียบ แผลจึงแบนลงและนุ่มขึ้นเมื่อคลำ

ระหว่างทางยังมีอาการอื่นที่พบได้บ่อยและหายเองเป็นส่วนใหญ่ ตารางด้านล่างสรุปไว้ให้เทียบกับอาการของตัวเองค่ะ

อาการ ระยะเวลาโดยทั่วไป การดูแล
บวม 1-2 สัปดาห์ (บวมเล็กน้อยถึง 4 สัปดาห์) ประคบเย็น หนุนหมอนสูง
ช้ำ 1-2 สัปดาห์ จางเองตามเวลา
ปวดตึง 2-5 วัน แล้วลดลงเรื่อย ๆ ยาแก้ปวดตามที่แพทย์สั่ง
ความรู้สึกที่ผิวเปลี่ยนไปชั่วคราว หลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ติดตามอาการ ส่วนใหญ่กลับมาเอง

ส่วนภาวะที่พบไม่บ่อยแต่ต้องรู้จักไว้ มีดังนี้

  • การติดเชื้อ — สังเกตจากปวดมากขึ้นหลังวันที่สาม บวมแดงร้อน หรือมีไข้ ต้องกลับมาพบแพทย์ทันที
  • ก้อนเลือดคั่ง — ใต้คางบวมตึงขึ้นเร็วผิดปกติในวันแรก ๆ ต้องได้รับการระบายโดยเร็ว
  • การบาดเจ็บของเส้นประสาท — ใต้คางมีเส้นประสาทที่ควบคุมมุมปาก การรับรสและการเคลื่อนไหวของลิ้นวางตัวอยู่ใกล้กัน จึงต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่รู้กายวิภาคบริเวณนี้อย่างแม่นยำ อาการชาหรือรู้สึกเปลี่ยนไปชั่วคราวพบได้และส่วนใหญ่ฟื้นกลับมาเอง

อีกเรื่องที่คนไข้กังวลบ่อยคือกลัวปากแห้งหรือน้ำลายน้อยลง ข้อนี้วางใจได้ค่ะ เพราะการผ่าตัดเอาออกเฉพาะส่วนที่นูนพ้นแนวขากรรไกร และร่างกายยังมีต่อมน้ำลายอีกหลายกลุ่มทำงานอยู่ การหลั่งน้ำลายในชีวิตประจำวันจึงไม่เปลี่ยนไป

วิธีดูแลแผลเป็นใน 6 เดือนแรก และสิ่งที่ห้ามทำ

ช่วงทองของการดูแลเริ่มตั้งแต่สะเก็ดหลุดสนิท ราวสัปดาห์ที่สอง ไปจนถึงเดือนที่หก เพราะเป็นช่วงที่คอลลาเจนยังจัดเรียงตัวใหม่ได้ พูดง่าย ๆ คือแผลยังเป็นดินเหนียวที่ปั้นได้ ยังไม่ใช่ปูนที่แข็งตัวแล้ว

ซิลิโคนแผ่นและซิลิโคนเจล: เริ่มเมื่อไหร่ ใช้นานแค่ไหน

ซิลิโคนเป็นวิธีแรกที่แนวทางสากลแนะนำให้ใช้กับแผลเป็นทุกชนิดก่อนพิจารณาวิธีอื่น กลไกคือการล็อกความชุ่มชื้นไว้ที่ผิวแผล ทำให้ร่างกายลดสัญญาณสร้างคอลลาเจนส่วนเกินลง อ่านหลักการเต็มได้จากแนวทางดูแลแผลเป็นสากล (Monstrey และคณะ, 2014)

งานวิจัยแนะนำให้ใช้แผ่นซิลิโคนวันละ 12-24 ชั่วโมง ต่อเนื่องอย่างน้อย 3 เดือน และเปลี่ยนแผ่นใหม่ทุก 1-2 สัปดาห์ ส่วนแบบเจลทาวันละ 2 ครั้ง เหมาะกับผิวที่ไม่เรียบหรือคนที่ต้องแต่งหน้าทับ เริ่มได้เมื่อแผลปิดสนิทและไม่มีสะเก็ดแล้วเท่านั้น โดยให้แพทย์เป็นคนเคาะวันเริ่มค่ะ

ขั้นตอนดูแลแผลเป็นหลังผ่าตัดต่อมน้ำลาย ด้วยซิลิโคน ครีมกันแดด และการนวด
สามอย่างนี้ทำต่อเนื่องในหกเดือนแรก สำคัญกว่าการไปหาวิธีพิเศษทีหลัง

ครีมกันแดดและการนวดแผลเป็น

ควรทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปบนแผลเป็นอย่างน้อย 6 เดือน เพราะรังสียูวีทำให้เกิดรอยคล้ำถาวรได้ ทาซ้ำทุก 2-3 ชั่วโมงเมื่ออยู่กลางแจ้ง ผิวแผลใหม่ยังไม่มีเม็ดสีที่เรียงตัวเป็นระเบียบเหมือนผิวปกติ จึงไหม้และคล้ำง่ายกว่ามาก

ในเมืองไทยขอเพิ่มอีกข้อคือ อย่าลืมว่าแดดสะท้อนขึ้นมาจากพื้นถนนและน้ำได้ ใต้คางจึงโดนแดดแม้จะก้มหน้าอยู่ การใส่เสื้อคอปิดหรือใช้ร่มในช่วงเที่ยงช่วยได้จริง

ผู้หญิงถือหลอดครีมกันแดดและทาครีมบนใบหน้า — ภาพประกอบคำแนะนำให้ทากันแดด SPF 50 ขึ้นไปบนแผลเป็นใต้คางอย่างน้อย 6 เดือน
ใต้คางโดนแดดสะท้อนจากพื้นได้แม้ก้มหน้า จึงต้องทากันแดดสม่ำเสมอ

ส่วนการนวดแผลเป็น เริ่มได้หลังแผลปิดสนิทแล้วจริง ๆ ราวสัปดาห์ที่ 3-4 และต้องได้รับอนุญาตจากแพทย์ก่อน ใช้ปลายนิ้วกดคลึงเบา ๆ ตามแนวแผล ครั้งละ 3-5 นาที วันละ 2-3 รอบ เป้าหมายคือไม่ให้ผิวยึดติดกับชั้นลึก และช่วยให้คอลลาเจนเรียงตัวเป็นระเบียบ

4 สิ่งที่ห้ามทำกับแผลเป็นใหม่

  • ห้ามแกะสะเก็ด — การแกะคือการทำร้ายซ้ำรอบที่สอง แผลจะหายช้าลงและมีโอกาสนูนขึ้น
  • ห้ามใช้น้ำยาฆ่าเชื้อมากเกินไป — น้ำยาแรงจะทำลายทั้งเชื้อโรคและเซลล์ใหม่ที่กำลังสมานแผล
  • ห้ามเกาหรือกระตุ้นแผล — อาการคันเป็นสัญญาณปกติของการหาย ให้ประคบเย็นแทนการเกา
  • ห้ามใส่เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับที่รัดแผล — คอเสื้อคับและสร้อยที่เสียดสีทำให้แผลถูกดึงซ้ำ ๆ

สุดท้ายคือเรื่องที่ทำได้ทุกวันโดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม นั่นคืองดบุหรี่ ดื่มน้ำให้พอ กินโปรตีนและวิตามินซีให้ครบ และนอนให้พอ เพราะแผลซ่อมตัวเองตอนหลับมากที่สุด

หากอยากลงลึกเรื่องการเลือกผลิตภัณฑ์และทางเลือกเพิ่มเติมสำหรับแผลใต้คาง อ่านต่อได้ที่วิธีดูแลแผลเป็นใต้คางแบบละเอียด และดูตารางนัดติดตามผลได้จากโปรแกรมดูแลหลังผ่าตัดของมาอินค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับแผลเป็นหลังผ่าตัดต่อมน้ำลาย

แผลเป็นจากผ่าตัดต่อมน้ำลายจางลงเมื่อไหร่?

ช่วงเดือนที่ 1-3 จะแดงและแข็งที่สุด จากนั้นเดือนที่ 4-6 สีจะจางลงอย่างเห็นได้ชัด และแผลเป็นจะนิ่งและเข้าที่ในช่วง 6 เดือนถึง 1 ปี ตำราด้านแผลเป็นระบุว่าแผลเป็นนูนแบนและนุ่มลงได้เองในช่วง 1 ปีขึ้นไป จึงไม่ควรตัดสินผลลัพธ์สุดท้ายตั้งแต่เดือนที่สามค่ะ

ตำแหน่งแผลผ่าตัดต่อมน้ำลายอยู่ที่ไหน และยาวกี่เซนติเมตร?

อยู่ใต้คาง ตามรอยพับแนวขวางเส้นแรกที่เกิดขึ้นเองเมื่อก้มหน้า ความยาวประมาณ 2.5-2.8 ซม. โดยทั่วไปไม่เกิน 3 ซม. และต่างกันตามขนาดต่อมน้ำลายและกายวิภาคของแต่ละคน แพทย์จะวัดและวาดเส้นให้เห็นก่อนวันผ่าตัดเสมอ

เป็นคีลอยด์ ควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนผ่าตัดต่อมน้ำลาย?

ไม่ใช่ข้อห้ามเด็ดขาดค่ะ แต่ต้องเล่าประวัติแผลเป็นเดิมให้แพทย์ฟังตั้งแต่วันปรึกษา แล้ววางแผนป้องกันไว้ล่วงหน้า เช่น เริ่มซิลิโคนทันทีที่แผลปิด และนัดติดตามถี่ขึ้นในสามเดือนแรก เอกสารทางการแพทย์ระบุว่าความเสี่ยงนี้สูงขึ้นในคนไข้อายุน้อย

เริ่มใช้แผ่นซิลิโคนดูแลแผลเป็นได้เมื่อไหร่?

เริ่มได้หลังตัดไหมและแผลปิดสนิทไม่มีสะเก็ดแล้ว โดยทั่วไปราวสัปดาห์ที่ 2-3 หลังผ่าตัด ใช้แผ่นวันละ 12-24 ชั่วโมง หรือเจลวันละ 2 ครั้ง จังหวะเริ่มของแต่ละคนไม่เท่ากัน จึงควรให้แพทย์ผู้ผ่าตัดยืนยันก่อนค่ะ

ถ้าผ่านไป 6 เดือนแล้วแผลเป็นยังชัด ต้องทำอย่างไร?

กลับไปประเมินร่วมกับแพทย์ว่าแผลอยู่ในระยะไหน แล้วค่อยพิจารณาทางเลือกเสริม เช่น เลเซอร์หรือการฉีดยาลดแผลนูน เพราะแผลเป็นยังปรับตัวต่อได้อีกหลายเดือน การรีบผ่าแก้เร็วเกินไปจึงมักไม่ใช่คำตอบแรก

ผ่าตัดต่อมน้ำลายแล้ว ทำไมน้ำลายถึงไม่แห้ง?

เพราะเอาออกเฉพาะส่วนของต่อมที่นูนพ้นแนวขากรรไกร ไม่ได้เอาออกทั้งก้อน และร่างกายยังมีต่อมน้ำลายกลุ่มอื่นทำงานอยู่ตามปกติ การกลืน การรับรส และความชุ่มชื้นในปากจึงไม่เปลี่ยนไปค่ะ

ปรึกษาแผลเป็นแบบเฉพาะบุคคลกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

ขนาดต่อมน้ำลาย ความหนาของคอ ตำแหน่งรอยพับใต้คาง และลักษณะการหายของแผล แตกต่างกันไปในแต่ละคน แผนการกรีดและแผนดูแลแผลจึงต้องออกแบบจากใบหน้าจริง ไม่ใช่จากค่าเฉลี่ย ภาพรวมของหัตถการอ่านได้ที่หน้าผ่าตัดต่อมน้ำลายใต้คาง (หน้าหลัก)

ถ้ากำลังชั่งใจอยู่ แนะนำให้ส่งรูปด้านข้างและด้านก้มหน้ามาให้แพทย์ดูก่อน จะได้รู้ว่าก้อนใต้คางมาจากต่อมน้ำลาย ไขมัน หรือกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นคนละแผนการรักษากันค่ะ นัดคุยล่วงหน้าได้ทางปรึกษาออนไลน์

ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีได้ทาง LINE: @339fwnst หรือโทรสายตรงล่ามภาษาไทย +82-10-6864-1175 เพื่อรับคำแนะนำและประเมินราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย นพ. อี ซองอุค ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง
โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน | กรุงโซล ประเทศเกาหลี | LINE: @339fwnst

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *