โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียง: ทุกสิ่งที่ต้องรู้เพื่อการรักษาที่ปลอดภัยค่ะ
หากกรอบหน้าใต้คางดูกลม ไม่เรียวเหมือนเดิม หลายคนเข้าใจว่าเป็นแค่หน้าบวมหรือไขมัน แต่จริง ๆ แล้ว โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียง เป็นหนึ่งในคำค้นยอดนิยมของคนที่กำลังพิจารณาทำหัตถการนี้เพื่อปรับรูปหน้าให้เรียวขึ้นค่ะ เพราะต่อมน้ำลายใต้คาง (submandibular gland) ที่โตผิดปกติเป็นต้นเหตุที่หลายคนมองข้าม และโบท็อกซ์ก็คือทางเลือกที่ไม่ต้องผ่าตัด
บทความนี้ นพ. อี ซองอุค (Dr. Lee Sung-wook) จาก มายน์ศัลยกรรมและผิวหนัง ประเทศเกาหลี จะอธิบายแบบตรงไปตรงมาว่า โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียงมีอะไรบ้าง ระยะฟื้นตัวกี่วัน อาการแบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบพบแพทย์ พร้อมเคล็ดลับลดความเสี่ยงที่คลินิกระดับเกาหลีใช้จริงในห้องตรวจค่ะ
ต่อมน้ำลายโตคืออะไร? สาเหตุที่ทำให้คางดูกลมและไม่เรียว
ต่อมน้ำลายใต้คาง (submandibular gland) เป็นต่อมที่อยู่บริเวณใต้ขากรรไกรทั้งสองข้าง เมื่อต่อมนี้โตผิดปกติ จะดันผิวให้ดูเป็นก้อนกลม ทำให้กรอบหน้าหายและคางดูใหญ่ขึ้น ต่างจากไขมันใต้คางที่นุ่มและขยับได้ ต่อมน้ำลายที่โตจะแน่นและคงรูปอยู่กับที่ค่ะ
ใครที่ลองดูดไขมันใต้คางแล้วยังรู้สึกว่ามีก้อนอยู่ มีโอกาสสูงที่จะเป็นต่อมน้ำลายโตซ่อนอยู่ ซึ่งจะแก้ได้ด้วยโบท็อกซ์เฉพาะจุดหรือการกำจัดต่อมน้ำลายใต้คางด้วยการผ่าตัดในกรณีที่ต่อมโตมาก
สาเหตุหลักของต่อมน้ำลายโต
- กรรมพันธุ์: ครอบครัวที่มีต่อมน้ำลายใหญ่แต่กำเนิด มักถ่ายทอดทางพันธุกรรม
- นิสัยเคี้ยวอาหารแข็ง: เคี้ยวหมากฝรั่ง ปลาหมึกแห้ง หรือถั่วเป็นประจำ กระตุ้นให้ต่อมโต
- ดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่: กระตุ้นการหลั่งน้ำลายและทำให้ต่อมบวม
- อายุที่เพิ่มขึ้น: หลังอายุ 30 ปี ผิวหย่อนลง ต่อมที่โตจึงเด่นชัดขึ้น
หากใครต้องการข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการฉีดโบท็อกซ์หน้าเรียว สามารถอ่านเพิ่มได้ที่หน้าหัตถการของมายน์ศัลยกรรมค่ะ
ต่อมน้ำลายโตต่างจากไขมันใต้คางอย่างไร?
วิธีตรวจเบื้องต้นง่าย ๆ คือ ใช้นิ้วกดบริเวณใต้คางขณะกัดฟัน ถ้าคลำเจอก้อนแข็งและไม่ขยับ มีโอกาสเป็นต่อมน้ำลายโต แต่ถ้านิ่มและขยับได้ มักเป็นไขมัน การประเมินที่แม่นยำต้องใช้อัลตราซาวด์ที่คลินิก เพื่อแยกระหว่างต่อมน้ำลาย ไขมัน และกล้ามเนื้อ platysma ค่ะ
การศึกษาของ การศึกษาโดย Mendelson & Tutino (2015) ที่ตีพิมพ์ใน Aesthetic Surgery Journal พบว่าต่อมน้ำลายโตพบได้ใน 15% ของผู้ที่มารับการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า ซึ่งสะท้อนว่าเรื่องนี้พบบ่อยกว่าที่คิดค่ะ
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายทำงานอย่างไร? หลักการและผลลัพธ์ที่คาดหวังได้
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลายคือการฉีดโบทูลินัม ท็อกซินเข้าต่อมน้ำลายใต้คาง (submandibular gland) โดยตรง เพื่อลดการหลั่งน้ำลายและลดขนาดต่อมที่โตผิดปกติ ทำให้กรอบหน้าเรียวขึ้นโดยไม่ต้องผ่าตัดค่ะ จุดที่หลายคนยังไม่รู้คือ ผลลัพธ์ไม่ได้เกิดทันที — ต้องรอให้โบทูลินัม ท็อกซินค่อย ๆ ทำงานในต่อมก่อน
กลไกของโบทูลินัม ท็อกซินในต่อมน้ำลาย
โบทูลินัม ท็อกซินจะไปขัดขวางสัญญาณประสาทที่กระตุ้นให้ต่อมน้ำลายหลั่งน้ำลาย เมื่อต่อมทำงานน้อยลง ขนาดจะค่อย ๆ ลดลงตามไปด้วย เห็นผลภายใน 3–4 สัปดาห์ และผลอยู่ได้ประมาณ 6 เดือนค่ะ หลังจากนั้นต้องฉีดซ้ำเพื่อรักษาผลลัพธ์ หากเทียบกับการกำจัดต่อมน้ำลายใต้คางด้วยการผ่าตัดที่ให้ผลถาวร โบท็อกซ์จะเหมาะกับคนที่อยากลองก่อน ไม่ต้องการแผล และมีต่อมโตระดับเบา–ปานกลาง
จุดเด่นของมายน์ศัลยกรรม: อัลตราซาวด์ + ควบคุมปริมาณแม่นยำ
ที่มายน์ศัลยกรรม นพ. อี ซองอุค ใช้อัลตราซาวด์นำทาง (ultrasound-guided injection) เพื่อระบุตำแหน่งต่อมน้ำลายแบบ real-time ลดความเสี่ยงที่เข็มจะไปโดนกล้ามเนื้อใบหน้าข้างเคียง ปริมาณโบท็อกซ์ปรับตามขนาดต่อมและสภาพผิวของแต่ละคน ไม่ใช่สูตรตายตัวค่ะ คนที่สนใจเปรียบเทียบโบท็อกซ์ประเภทต่าง ๆ ก็สามารถดูข้อมูลโบท็อกซ์กล้ามเนื้อบ่าที่คลินิกให้บริการเพิ่มได้
กระบวนการที่คลินิกประกอบด้วย 3 ขั้นตอนหลัก ขั้นแรก แพทย์จะอัลตราซาวด์เพื่อวัดขนาดต่อมน้ำลายทั้งสองข้างและดูว่ามีต่อมข้างใดโตกว่าหรือไม่ ขั้นสอง ทำเครื่องหมายจุดฉีดบนผิวตามแผนที่ต่อม เพื่อกระจายโบท็อกซ์อย่างสม่ำเสมอ ขั้นสาม ฉีดด้วยเข็มขนาดเล็กพิเศษ ใช้เวลารวมประมาณ 15–20 นาที ผู้รับบริการสามารถกลับบ้านได้ทันทีโดยไม่ต้องพักฟื้นที่คลินิกค่ะ
หลายคนถามว่าทำไมต้องใช้อัลตราซาวด์ในเมื่อบางคลินิกก็ฉีดด้วยการคลำได้ คำตอบคือต่อมน้ำลายของแต่ละคนมีขนาด รูปร่าง และความลึกต่างกัน บางคนต่อมเอียงไปด้านหน้า บางคนติดกับกล้ามเนื้อ digastric การคลำเพียงอย่างเดียวอาจฉีดโดนกล้ามเนื้อข้างเคียง ส่งผลให้รอยยิ้มดูเบี้ยวชั่วคราว ซึ่งเป็นหนึ่งใน โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียงที่พบบ่อยในคลินิกที่ไม่มีอุปกรณ์นี้ค่ะ
โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียงที่พบบ่อย — รู้ก่อน รับมือได้
หัวข้อนี้คือสิ่งที่ทุกคนอยากรู้มากที่สุดค่ะ — โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียงจริง ๆ เป็นอย่างไรบ้าง ความถี่เท่าไหร่ และอันไหนต้องระวัง นพ. อี ซองอุคจะอธิบายตามลำดับจากที่พบบ่อยที่สุดไปถึงที่พบน้อยแต่ต้องเฝ้าระวัง
ปากแห้ง (Dry Mouth) — ผลปกติที่คาดการณ์ได้
ปากแห้งพบใน 30–40% ของผู้รับการรักษา เป็นผลทางเภสัชวิทยาที่คาดไว้ ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ผิดปกติค่ะ เพราะโบท็อกซ์ทำให้ต่อมน้ำลายหลั่งน้ำลายน้อยลง อาการนี้จะเด่นชัดในช่วงรับประทานอาหารและช่วงบ่าย โดยทั่วไปจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายใน 2–4 สัปดาห์ บางคนอาจยาวถึง 6 สัปดาห์
วิธีรับมือ: จิบน้ำบ่อย ๆ เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล หรือใช้สเปรย์เพิ่มความชุ่มชื้นในช่องปาก หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีกรดสูง เช่น น้ำส้ม น้ำอัดลม เพราะอาจทำให้ฟันสึกง่ายขึ้นในช่วงน้ำลายน้อยค่ะ
บวม รอยแดง และรอยช้ำ
ทันทีหลังฉีด บริเวณใต้คางจะมีบวมและรอยแดงเล็กน้อย โดย บวมส่วนใหญ่หายภายใน 24–72 ชั่วโมง ส่วนรอยช้ำพบใน 10–15% ของผู้รับการรักษา หายภายใน 1–2 สัปดาห์ค่ะ การประคบเย็นทันทีหลังฉีดช่วยลดทั้งบวมและรอยช้ำได้มาก แต่งหน้าปิดได้หลัง 1 สัปดาห์เมื่อรอยเข็มหายสนิทแล้ว
กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราว
เกิดได้เมื่อปริมาณโบท็อกซ์มากเกินไปหรือฉีดพลาดตำแหน่ง ทำให้ลามไปกระทบกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าข้างเคียง ส่งผลให้รอยยิ้มดูไม่สมมาตรหรือใบหน้าดูแข็ง อาการมักหายเองภายใน 2–3 สัปดาห์ค่ะ ปัจจัยสำคัญที่ป้องกันได้คือ การฉีดโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคและใช้อัลตราซาวด์นำทาง
ผลข้างเคียงที่พบน้อยแต่ต้องระวัง
ผลข้างเคียงรุนแรงพบได้น้อยมาก แต่ควรรู้ไว้เพื่อสังเกตตัวเองหลังฉีดค่ะ:
- การติดเชื้อรุนแรง — พบ < 0.1% — มีไข้สูง หนอง บวมแดงร้อน ต้องไปโรงพยาบาลทันที
- ต่อมน้ำลายอักเสบ (Sialadenitis) — พบ < 0.5% — ปวดบริเวณต่อม กลืนน้ำลายแล้วเจ็บ
- อาการแพ้โบท็อกซ์ — พบ < 0.05% — ผื่น คัน หายใจลำบาก
- เสียวฟันชั่วคราว — พบ 1–3% — จากการกระตุ้นเส้นประสาท trigeminal ใกล้จุดฉีด หายเองใน 1–2 สัปดาห์
ตารางฟื้นตัวหลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย
ตารางด้านล่างนี้คือไทม์ไลน์ที่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ของมายน์ศัลยกรรมพบหลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายค่ะ ใช้เป็นแนวทางวางแผนงานสำคัญและนัดหมายล่วงหน้าได้
| ช่วงเวลา | อาการที่พบ | สิ่งที่ทำได้ / ควรเลี่ยง |
|---|---|---|
| วันที่ฉีด | บวมเล็กน้อย รอยแดงบริเวณเข็ม | กลับบ้านได้ทันที ประคบเย็น เลี่ยงนวด/กดบริเวณที่ฉีด |
| วันที่ 1–3 | บวมและรอยแดงสูงสุด อาจมีรอยช้ำ | ทำงานออฟฟิศได้ปกติ เลี่ยงออกกำลังกายหนักและซาวน่า |
| สัปดาห์ที่ 1 | บวมยุบเกือบหมด รอยช้ำเริ่มจาง | แต่งหน้าได้ ออกกำลังกายเบา ๆ ได้ |
| สัปดาห์ที่ 1–4 | ปากแห้งค่อย ๆ ดีขึ้น ต่อมเริ่มยุบ | จิบน้ำบ่อย เคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล |
| สัปดาห์ที่ 3–4 | เริ่มเห็นกรอบหน้าเรียวขึ้นชัด | นัด follow-up ครั้งแรก ประเมินผล |
| สัปดาห์ที่ 6+ | ฟื้นตัวเต็มที่ น้ำลายกลับมาปกติ | ใช้ชีวิตได้ตามปกติ เห็นผลเรียวกระชับชัดเจน |
วันที่ 1–3: บวมและรอยแดงสูงสุด
ช่วงนี้เป็นช่วงที่หลายคนกังวลมากที่สุด เพราะเห็นบวมชัดที่สุด แต่จริง ๆ แล้วคืออาการปกติที่ร่างกายตอบสนองต่อเข็มฉีด ทำกิจกรรมในออฟฟิศได้ทันที แต่ควรเลี่ยงออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และห้องอบไอน้ำเป็นเวลา 3–5 วันค่ะ เพราะการเพิ่มไหลเวียนเลือดอาจทำให้บวมหนักขึ้นและกระทบประสิทธิภาพของโบท็อกซ์ สำหรับผู้ที่สนใจลดเหนียง ฟื้นตัวกี่วัน? สามารถเปรียบเทียบไทม์ไลน์การฟื้นตัวระหว่างวิธีต่าง ๆ ได้
สัปดาห์ที่ 1–4: ปากแห้งค่อยๆ ดีขึ้น
ช่วงสัปดาห์ที่ 1 ปากจะแห้งที่สุด แล้วค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อร่างกายปรับตัว ที่สำคัญคืออย่าเพิ่งตกใจถ้าน้ำลายลดลงมาก เพราะนี่คือสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นเพื่อให้ต่อมยุบลง ดื่มน้ำเพิ่มจากปกติประมาณ 500 มล./วันก็เพียงพอค่ะ
สัปดาห์ที่ 6+: ฟื้นตัวเต็มที่ เห็นผลชัดเจน
เป็นช่วงที่กรอบหน้าจะเรียวเต็มที่ ภาพถ่ายเปรียบเทียบก่อน-หลังจะเห็นชัดที่สุดในสัปดาห์ที่ 6–8 ค่ะ จากนั้นผลจะคงอยู่ประมาณ 6 เดือนก่อนที่ต่อมจะเริ่มกลับมาทำงานปกติ
ข้อควรระวังก่อนและหลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย
การเตรียมตัวที่ดีลดผลข้างเคียงได้มากกว่าครึ่ง คนที่ไม่บอกประวัติยาหรือไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีด มักเจอรอยช้ำใหญ่หรือบวมนานกว่าค่ะ นี่คือสิ่งที่ นพ. อี ซองอุค ย้ำกับผู้ป่วยทุกคนก่อนเข้าห้องตรวจ
การเตรียมตัวก่อนฉีด: ยาที่ต้องหยุด
- ยาละลายลิ่มเลือด (Aspirin, Warfarin): หยุด 5–7 วันก่อนฉีด (ต้องปรึกษาแพทย์ที่สั่งยาก่อน)
- วิตามินอีปริมาณสูง: หยุด 1 สัปดาห์ก่อนฉีด
- ยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs (Ibuprofen, Naproxen): หยุด 3 วันก่อนฉีด
- เครื่องดื่มแอลกอฮอล์: เลี่ยง 24 ชั่วโมงก่อนฉีด
ผู้ที่ห้ามรับการรักษา: สตรีตั้งครรภ์ ผู้ที่ให้นมบุตร ผู้ที่เป็นโรค Sjögren’s syndrome หรือมีปัญหาต่อมน้ำลายอื่น ๆ ผู้ที่เคยแพ้โบทูลินัม ท็อกซินมาก่อน ค่ะ
การดูแลตัวเองหลังฉีด 7 วันแรก
- ประคบเย็นบริเวณที่ฉีดวันละ 3–4 ครั้ง ครั้งละ 15 นาที (24–48 ชั่วโมงแรก)
- นอนหงาย เลี่ยงนอนคว่ำหรือตะแคงข้างที่ฉีด อย่างน้อย 24 ชั่วโมง
- เลี่ยงนวด กดแรง หรือทรีตเมนต์เลเซอร์บริเวณใต้คาง 2 สัปดาห์
- หลีกเลี่ยงอาหารแข็งและเหนียว เช่น หมากฝรั่ง ปลาหมึก ถั่ว อย่างน้อย 1 สัปดาห์
- ดื่มน้ำอย่างน้อย 2 ลิตร/วัน เพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นในช่องปาก
สัญญาณที่ต้องติดต่อแพทย์ทันที
ส่วนใหญ่หลังฉีดจะไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถ้าพบอาการต่อไปนี้ ให้ติดต่อคลินิกหรือไปโรงพยาบาลทันทีค่ะ:
- บวมไม่ลดลงหลังผ่านไป 3 วัน หรือบวมมากขึ้นเรื่อย ๆ
- มีไข้สูงเกิน 38°C ร่วมกับบวมแดงร้อน
- มีหนองหรือของเหลวสีเหลืองไหลจากจุดฉีด
- ปวดอย่างรุนแรงและกินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
- หายใจลำบาก กลืนลำบาก หรือผื่นกระจายทั่วตัว (สัญญาณแพ้รุนแรง)
5 เคล็ดลับลดผลข้างเคียงโบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย
ก่อนตัดสินใจฉีด นพ. อี ซองอุค แนะนำให้พิจารณา 5 ข้อนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ลด โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียงได้ชัดเจนที่สุดจากประสบการณ์ในห้องตรวจค่ะ
- เลือกคลินิกที่มีอัลตราซาวด์นำทาง — แม่นยำกว่าการฉีดด้วยการคลำ ลดความเสี่ยงโดนกล้ามเนื้อข้างเคียง
- แจ้งประวัติแพ้ยาและโรคประจำตัวครบถ้วน — โดยเฉพาะ Sjögren’s syndrome, โรคต่อมน้ำลาย, ยาประจำตัวที่กิน
- ปฏิบัติตามคำแนะนำหลังฉีดอย่างเคร่งครัด — เลี่ยงออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และการนวดบริเวณที่ฉีด
- ตั้งความคาดหวังที่สมเหตุสมผล — เห็นผลเต็มที่หลัง 4–6 สัปดาห์ ไม่ใช่ทันที
- นัดติดตามผลที่ 1, 2, 4 สัปดาห์ — เพื่อให้แพทย์ประเมินการตอบสนองและปรับแผนได้ทันท่วงที
หากเป็นเหนียงที่เกิดจากไขมันมากกว่าต่อมน้ำลายโต อาจพิจารณาลดเหนียง 4 ขั้นตอนสไตล์เกาหลีที่เน้นจัดการไขมันและความหย่อนคล้อยควบคู่กันไปค่ะ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผลข้างเคียงที่พบบ่อยที่สุดของโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายคืออะไร?
ปากแห้งพบใน 30–40% ของผู้รับการรักษา เป็นผลทางเภสัชวิทยาที่คาดไว้ล่วงหน้าจากการลดการหลั่งน้ำลาย ไม่ใช่ผลข้างเคียงที่ผิดปกติค่ะ ดื่มน้ำให้บ่อยขึ้นหรือเคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาลจะช่วยบรรเทาได้ภายใน 2–4 สัปดาห์
รอยช้ำหลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายจะหายภายในกี่วัน?
รอยช้ำจะหายภายใน 1–2 สัปดาห์ ประคบเย็นทันทีหลังฉีดช่วยลดรอยช้ำได้ และสามารถแต่งหน้าปิดได้หลังจาก 1 สัปดาห์เมื่อรอยเข็มหายสนิทค่ะ
ปากแห้งมากหลังฉีดโบท็อกซ์ต้องทำอย่างไร?
ดื่มน้ำให้มากขึ้น ใช้ผลิตภัณฑ์ทดแทนน้ำลาย เช่น Biotene ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในห้อง และเคี้ยวหมากฝรั่งไม่มีน้ำตาล หากรุนแรงมากให้ปรึกษาแพทย์เพื่อพิจารณาลดปริมาณโบท็อกซ์ในครั้งต่อไปค่ะ
หลังฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เมื่อไหร่?
ทำงานออฟฟิศปกติได้ทันที แต่ควรหลีกเลี่ยงออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และห้องอบไอน้ำ 3–5 วัน นัดสำคัญหรืองานถ่ายภาพควรจัดหลัง 3–4 วันเพื่อให้บวมยุบลงค่ะ
ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรอยู่ ฉีดโบท็อกซ์ต่อมน้ำลายได้ไหม?
ไม่แนะนำค่ะ ควรรอจนกว่าจะหยุดให้นมบุตรและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ เพราะข้อมูลความปลอดภัยของโบทูลินัม ท็อกซินในกลุ่มสตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตรยังไม่มีหลักฐานเพียงพอ
ปรึกษาฟรีกับมายน์ศัลยกรรมเกาหลี
ถ้ายังลังเลว่าตัวเองเป็นต่อมน้ำลายโตหรือไขมัน หรือกังวลเรื่อง โบท็อกซ์ต่อมน้ำลาย ผลข้างเคียงเฉพาะตัว ทีมงานของมายน์ศัลยกรรมพร้อมประเมินสภาพต่อมน้ำลายของคุณด้วยอัลตราซาวด์และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลค่ะ
ช่องทางติดต่อ:
- LINE Official: @minepsth (ปรึกษาฟรี ภาษาไทย)
- เว็บไซต์: minepsth.com
- นัดหมายตรวจอัลตราซาวด์ที่คลินิกในกรุงโซล (รับล่าม)
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
