เปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอก คือการผ่าตัดนำซิลิโคนเดิมออกแล้วใส่ชิ้นใหม่ที่ใหญ่ขึ้นหรือเล็กลง เพื่อให้ขนาดหน้าอกเข้ากับสัดส่วนร่างกายและไลฟ์สไตล์มากขึ้น ส่วนใหญ่ใช้โพรงเดิมที่ร่างกายสร้างไว้แล้ว จึงมักเจ็บและพักฟื้นน้อยกว่าการเสริมหน้าอกครั้งแรกค่ะ
ใส่ซิลิโคนหน้าอกมาแล้ว แต่ส่องกระจกทีไรก็รู้สึกว่า “น่าจะใหญ่กว่านี้อีกนิด” หรือกลับกัน ใส่เสื้อผ้าแล้วหน้าอกเด่นเกินไปจนไม่สบายตัว ความรู้สึกแบบนี้พบได้บ่อย และไม่ใช่เรื่องแปลกเลยค่ะ
ในบทความนี้ นพ. อี ซองอุค ศัลยแพทย์ตกแต่งจากโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เกาหลี จะมาตอบคำถามยอดฮิตของคนที่อยากเปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอก คือ ควรเลือก cc ใหม่จากอะไร เพิ่มได้แค่ไหน และการเตรียมตัวกับการพักฟื้นต่างจากครั้งแรกอย่างไรค่ะ
สารบัญ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- ขนาดใหม่ควรเลือกจากฐานหน้าอก เนื้อเยื่อที่คลุม และโพรงเดิม มากกว่าตัวเลข cc
- เพิ่มหรือลดได้แค่ไหน ขึ้นกับว่าผิวและโพรงของคุณรองรับได้แค่ไหน
- ก่อนผ่าตัดต้องตรวจอัลตราซาวด์ และทำ MRI เมื่อจำเป็น
- การผ่าตัดซ้ำมักแนะนำให้เข้าทางแผลใต้ราวนม
- ถ้าไม่มีแคปซูลหดตัว มักเจ็บน้อยกว่าและพักฟื้นสั้นกว่าครั้งแรก
เปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอก คืออะไร ต่างจากการแก้ไขหน้าอกทั่วไปตรงไหน
การเปลี่ยนไซส์ (ทางการแพทย์เรียกว่า implant exchange) ต่างจากการแก้ไขหน้าอกทั่วไปตรงที่ “เป้าหมาย” การแก้ไขหน้าอกส่วนใหญ่มุ่งแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นแล้ว เช่น ซิลิโคนรั่ว แคปซูลหดตัว หรือซิลิโคนเคลื่อน แต่การเปลี่ยนไซส์เริ่มจากความต้องการเรื่อง “ขนาด” เป็นหลัก หน้าอกอาจไม่มีปัญหาทางการแพทย์เลยก็ได้ ศัลยแพทย์จึงวางแผนโดยเน้นที่การเลือกขนาดใหม่ให้พอดีกับตัวมากที่สุด
| หัวข้อ | เสริมหน้าอกครั้งแรก | เปลี่ยนไซส์ซิลิโคน |
|---|---|---|
| โพรงใส่ซิลิโคน | สร้างโพรงใหม่ | ใช้โพรงเดิม แล้วขยายหรือปรับให้แคบลงตามไซส์ใหม่ |
| แคปซูล (พังผืดบาง ๆ ที่ร่างกายสร้างรอบซิลิโคน) | ยังไม่มี | มีอยู่แล้ว ถ้าไม่หดตัวไม่ต้องลอกออก |
| ข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ | คาดการณ์จากการวัดและการลองไซส์ | มีประสบการณ์จริงกับชิ้นเดิมมาช่วย |
| การพักฟื้น | ตามปกติของการเสริมครั้งแรก | มักสั้นกว่า ถ้าไม่ต้องจัดการแคปซูล |
ถ้าปัญหาของคุณไม่ใช่แค่ไซส์ แต่มีอาการแข็ง ผิดรูป หรือสงสัยว่าซิลิโคนรั่ว แนะนำให้อ่านภาพรวมของการผ่าตัดแก้ไขหน้าอก (breast revision) ก่อนค่ะ
ใครเหมาะกับการเปลี่ยนไซส์: อยากใหญ่ขึ้น vs อยากเล็กลง
เหตุผลด้านไซส์ล้วน ๆ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก ลองดูว่าคุณอยู่กลุ่มไหน เพราะแต่ละกลุ่มมีจุดที่แพทย์ต้องประเมินต่างกันค่ะ
อยากใหญ่ขึ้น: รู้สึกเล็กกว่าที่คาด
เป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุด หลังบวมยุบและทรงนิ่ง หลายคนรู้สึกว่าหน้าอกเล็กกว่าที่จินตนาการไว้ โดยเฉพาะคนที่เลือกไซส์แบบระมัดระวังในครั้งแรก ข้อดีคือคราวนี้คุณมีประสบการณ์จริงแล้ว รู้ว่าไซส์เดิมใส่เสื้อผ้าแล้วเป็นอย่างไร จึงบอกแพทย์ได้ชัดขึ้นว่าอยากได้เพิ่มแค่ไหน
ลองถามตัวเองให้ชัดว่าไซส์เดิม “เล็กไปตรงไหน” เช่น ด้านบนดูแบน ร่องอกไม่ชัด หรือมองด้านข้างแล้วไม่นูน เพราะบางกรณีสิ่งที่ขาดคือความนูนหรือทรง ไม่ใช่ปริมาตร คำตอบอาจเป็นการเปลี่ยนโปรไฟล์หรือทรงของซิลิโคน มากกว่าการเพิ่ม cc อย่างเดียว
อยากเล็กลง: ไม่สะดวกในชีวิตประจำวัน
บางคนรู้สึกว่าหน้าอกใหญ่เกินไป ใส่เสื้อผ้ายาก ออกกำลังกายไม่คล่อง หรืออยากได้ลุคที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้นตามไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไป การเปลี่ยนเป็นชิ้นที่เล็กลงช่วยได้ แต่ผิวที่เคยถูกยืดไว้อาจหดกลับไม่เท่าเดิม แพทย์จึงต้องประเมินผิวและโพรงร่วมด้วยเสมอ
เมื่อเปลี่ยนเป็นชิ้นเล็กลง แพทย์มักเลือกชิ้นที่ฐานแคบลงตามไปด้วย และต้องปรับโพรงให้พอดีกับชิ้นใหม่ ถ้าโพรงยังกว้างเท่าเดิม ซิลิโคนอาจเลื่อนไปด้านข้างหรือด้านล่างได้ในภายหลัง
ถ้าอยากลดลงมากจนเริ่มคิดว่าจะไม่ใส่ซิลิโคนอีกเลย ลองอ่านถอดซิลิโคนหน้าอกแล้วเป็นอย่างไรประกอบการตัดสินใจค่ะ
หลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือน้ำหนักเปลี่ยน
เนื้อเต้านมของตัวเองเปลี่ยนได้ตามช่วงชีวิต ทั้งช่วงตั้งครรภ์ ให้นมบุตร และเมื่อน้ำหนักขึ้นหรือลง สัดส่วนระหว่างซิลิโคนกับเนื้อเต้านมจึงเปลี่ยนตาม บางคนรู้สึกว่าหน้าอกแฟบลง บางคนรู้สึกว่าไม่สมส่วนกับรูปร่างใหม่
ข้อมูลผู้ป่วยผ่าตัดซ้ำชุดหนึ่งในตำราศัลยกรรมพบว่า คนที่หน้าอกแฟบลงหลังน้ำหนักลดเกิน 11 กิโลกรัม (ราว 25 ปอนด์) ต้องผ่าตัดแก้ไขควบคู่กับการยกกระชับ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนซิลิโคนอย่างเดียว ถ้าน้ำหนักเปลี่ยนมาก จึงควรให้แพทย์ประเมินทั้งขนาดและการหย่อนคล้อยไปพร้อมกันค่ะ
เส้นแบ่งที่ควรรู้: ถ้ามีซิลิโคนรั่ว แคปซูลหดตัว (พังผืดรอบซิลิโคนรัดจนแข็ง) ซิลิโคนเคลื่อน หรือติดเชื้อ นี่คือเหตุผลทางการแพทย์ ไม่ใช่เรื่องไซส์ล้วน ๆ แพทย์ต้องจัดการปัญหานั้นก่อนหรือพร้อมกัน แผนผ่าตัดและการพักฟื้นจะต่างจากที่อธิบายในบทความนี้
เลือก cc ใหม่อย่างไร: 4 ปัจจัยที่สำคัญกว่าตัวเลข
คำถามแรกที่เกือบทุกคนถามคือ “ควรเพิ่มอีกกี่ cc” แต่ตำราศัลยกรรมสมัยใหม่อธิบายว่า การเลือกซิลิโคนเปลี่ยนจาก “เลือกแค่ขนาด” มาเป็นการวัดสัดส่วนและวางแผนเฉพาะบุคคลแล้ว เป้าหมายคือความปลอดภัย ความทนทาน และหน้าอกที่ดูและสัมผัสเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่ใหญ่ขึ้นอย่างเดียว

| ปัจจัย | แพทย์ดูอะไร | ผลต่อการเลือก cc |
|---|---|---|
| 1. สัดส่วนร่างกาย | ความกว้างฐานหน้าอก ระยะห่างระหว่างเต้า ไหล่และช่วงอก | กำหนดช่วง cc ที่ “พอดีกับฐาน” |
| 2. เนื้อเยื่อและโพรงเดิม | ความหนาของเนื้อที่คลุม ผิวที่ยืดได้ ขนาดโพรง | กำหนดว่าเพิ่มหรือลดได้แค่ไหนอย่างปลอดภัย |
| 3. ไลฟ์สไตล์และแผนตั้งครรภ์ | การออกกำลังกาย อาชีพ แผนมีบุตร | ปรับขนาด ตำแหน่ง และจังหวะเวลาผ่าตัด |
| 4. ไซส์ที่คนเลือกบ่อย | ข้อมูลอ้างอิงจากการปรึกษา | ใช้เป็นจุดเริ่มคุย ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย |
1. สัดส่วนร่างกายและความกว้างฐานหน้าอก
ซิลิโคนยิ่ง cc มาก ฐาน (ความกว้างของตัวซิลิโคน) มักกว้างขึ้นตามไปด้วย ถ้าเลือกชิ้นที่ใหญ่เกินฐานหน้าอกจริง หน้าอกจะดูกว้างแผ่จนไม่เป็นธรรมชาติ หรือถ้าฝืนใส่ชิ้นใหญ่ในโพรงเล็ก ซิลิโคนอาจพับอยู่ข้างใน ซึ่งเสี่ยงให้เปลือกซิลิโคนเสียหายในระยะยาว เป็นข้อควรระวังที่ตำราการแพทย์ย้ำไว้เช่นกัน
แพทย์จึงวัดความกว้างฐานหน้าอก ระยะห่างระหว่างเต้า และความกว้างของไหล่กับช่วงอก แล้วหาช่วง cc ที่พอดีกับฐานก่อน จากนั้นค่อยเลือกโปรไฟล์ (ความนูนเมื่อมองจากด้านข้าง) ให้ได้ลุคที่ต้องการ
ระหว่างปรึกษา การลองใส่ซิลิโคนตัวอย่าง (sizer) ไว้ในเสื้อชั้นในช่วยให้เห็นภาพใกล้เคียงขึ้น แต่ควรดูควบคู่กับผลการวัดเสมอ เพราะภาพในกระจกอาจไม่ตรงกับสิ่งที่ฐานหน้าอกรองรับได้จริง
2. เนื้อเยื่อและผิวที่คลุมซิลิโคน + ขนาดโพรงเดิม
ซิลิโคนชิ้นใหม่ต้องมีเนื้อเต้านมและผิวคลุมมากพอ ถ้าเนื้อบางแต่ใส่ชิ้นใหญ่ขึ้นมาก ขอบซิลิโคนอาจคลำได้หรือเห็นเป็นรอยคลื่นใต้ผิว (rippling) ตามหลักการผ่าตัด เมื่อเห็นรอยคลื่น แพทย์อาจแก้โดยย้ายซิลิโคนไปไว้ใต้กล้ามเนื้อหน้าอก เปลี่ยนเป็นชนิดที่เกิดคลื่นน้อยกว่า เช่น จากถุงน้ำเกลือเป็นซิลิโคนเจล หรือจากผิวทรายเป็นผิวเรียบ เติมไขมัน หรือเสริมแผ่นเนื้อเยื่อทดแทน (soft-tissue matrix)
อีกเรื่องคือโพรงเดิม ถ้าจะใส่ชิ้นใหญ่ขึ้น แพทย์ต้องขยายโพรงให้พอดี ถ้าจะใส่ชิ้นเล็กลง โพรงเดิมจะหลวมเกินไป อาจต้องเย็บปรับให้แคบลงเพื่อไม่ให้ซิลิโคนเคลื่อนไปมา สรุปคือ เพิ่มได้แค่ไหนขึ้นกับว่าผิว โพรง และเนื้อเยื่อของคุณรองรับได้แค่ไหน ไม่ใช่ตัวเลขที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
3. ไลฟ์สไตล์และแผนตั้งครรภ์
คนที่ออกกำลังกายหนัก ยกเวท หรือวิ่งเป็นประจำ มักรู้สึกว่าไซส์ใหญ่มากไม่สะดวก ส่วนคนที่วางแผนตั้งครรภ์ในเร็ว ๆ นี้ควรบอกแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษา เพราะหน้าอกจะเปลี่ยนทั้งระหว่างตั้งครรภ์และหลังให้นม ซึ่งมีผลต่อการเลือกไซส์และจังหวะเวลาผ่าตัด
สำหรับคนที่วางซิลิโคนไว้ใต้กล้ามเนื้อ อาจเกิดอาการที่ซิลิโคนขยับหรือบิดรูปเวลาเกร็งกล้ามเนื้อหน้าอก (animation deformity) ซึ่งรบกวนคนที่ออกกำลังกายหรือยกน้ำหนักบ่อย งานวิจัยหนึ่งพบอาการระดับปานกลางถึงมากราว 15% ของผู้ป่วย เรื่องนี้ควรคุยกับแพทย์เมื่อเลือกตำแหน่งวางซิลิโคนชิ้นใหม่ค่ะ
4. ไซส์ที่คนเลือกบ่อย — ใช้เป็นจุดเริ่ม ไม่ใช่คำตอบ
จากประสบการณ์การให้คำปรึกษาของโรงพยาบาล ช่วงที่คนเลือกบ่อยอยู่ราว 300–400cc และช่วงหลังมีแนวโน้มเลือกไซส์เล็กลงราว 250–300cc แต่ตัวเลขนี้เป็นแค่จุดเริ่มคุย สิ่งที่สำคัญกว่าคือไซส์ที่เข้ากับสรีระของคุณ ไม่ใช่ cc หรือคัพที่คนอื่นเลือก
สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอกให้ใหญ่ขึ้น ตำราศัลยกรรมรายงานว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่เปลี่ยนเป็นไซส์ใหญ่ขึ้น ขนาดเฉลี่ยเพิ่มจากราว 392cc เป็น 544cc ตำราเล่มเดียวกันระบุว่ากลุ่มนี้ผ่าตัดโดยเฉลี่ยราว 25 เดือนหลังการเสริมครั้งแรก ข้อมูลนี้มาจากผู้ป่วยชุดหนึ่งในตำรา ไม่ใช่ค่ามาตรฐานที่ทุกคนต้องเพิ่มเท่านี้ค่ะ
ส่วนเรื่องชนิด ทรง และผิวของซิลิโคน (ทรงกลม ทรงหยดน้ำ ผิวเรียบหรือผิวทราย) อ่านเปรียบเทียบได้ที่วิธีเลือกซิลิโคนเสริมหน้าอก
ขั้นตอนผ่าตัดเปลี่ยนขนาดซิลิโคนหน้าอก
ตรวจก่อนผ่าตัด: อัลตราซาวด์ / MRI เมื่อจำเป็น / ตรวจเลือด

ก่อนเปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอก ต้องรู้ก่อนว่าซิลิโคนชิ้นเดิมและเนื้อเยื่อรอบ ๆ อยู่ในสภาพไหน เพราะถ้ามีปัญหาซ่อนอยู่ แผนผ่าตัดจะเปลี่ยนไปทันที
- อัลตราซาวด์เต้านม: ดูสภาพซิลิโคน แคปซูล และเนื้อเต้านมรอบ ๆ พร้อมตรวจคัดกรองโรคเต้านมไปในตัว
- MRI (เมื่อจำเป็น): ใช้ยืนยันอย่างละเอียดว่าซิลิโคนรั่วหรือไม่
- ตรวจเลือด: ประเมินสุขภาพโดยรวมก่อนดมยา
ถ้ามีข้อมูลซิลิโคนเดิม เช่น ยี่ห้อ ขนาด cc และตำแหน่งที่วาง ควรนำมาด้วย จะช่วยให้แพทย์วางแผนได้แม่นขึ้น และอย่าลืมแจ้งโรคประจำตัว ยา และอาหารเสริมที่กินอยู่ เพราะบางชนิดมีผลให้เลือดออกง่ายขึ้นระหว่างผ่าตัด
ทำไมการผ่าตัดซ้ำจึงแนะนำแผลใต้ราวนม
แม้ครั้งแรกจะเข้าทางรักแร้หรือรอบลานนม ในการผ่าตัดซ้ำมีคำแนะนำทางการแพทย์ว่าการเข้าทางแผลใต้ราวนมปลอดภัยกว่า เพราะแพทย์เข้าถึงโพรงและแคปซูลได้ตรง ๆ ปรับโพรงได้แม่นยำ อ่านข้อดีข้อเสียของแต่ละตำแหน่งแผลเสริมหน้าอกเพิ่มเติมได้ค่ะ
5 ขั้นตอนในห้องผ่าตัด
- ดมยาและเปิดแผล: ใช้แผลเดิมหรือแผลใต้ราวนมขนาดเล็ก
- นำซิลิโคนเดิมออก: ค่อย ๆ นำออกอย่างระมัดระวัง
- ปรับโพรง: ขยายโพรงเมื่อใส่ชิ้นใหญ่ขึ้น หรือเย็บให้แคบลงเมื่อใส่ชิ้นเล็กลง และจัดการแคปซูลเฉพาะเมื่อจำเป็น
- ใส่ซิลิโคนชิ้นใหม่: ตามขนาดและทรงที่วางแผนไว้
- เย็บปิดทีละชั้น: เพื่อให้แผลเรียบและเหลือแผลเป็นน้อยที่สุด
ข้อดีสำคัญคือ ถ้าไม่มีแคปซูลหดตัว ไม่จำเป็นต้องลอกแคปซูลออก จึงมักเจ็บน้อยกว่าและพักฟื้นสั้นกว่าการเสริมหน้าอกครั้งแรก แต่ถ้ามีแคปซูลหดตัวร่วมด้วย แพทย์ต้องจัดการแคปซูลไปพร้อมกัน การผ่าตัดจึงซับซ้อนขึ้นค่ะ
พักฟื้นหลังเปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอก
การพักฟื้นหลังเปลี่ยนไซส์มักเร็วกว่าครั้งแรก เพราะใช้โพรงเดิมที่มีอยู่แล้ว เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยกว่า และคนไข้ก็คุ้นกับการดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอยู่แล้ว ถึงอย่างนั้น ความเจ็บและระยะเวลาพักฟื้นยังขึ้นกับการมีแคปซูลหดตัว ตำแหน่งที่วางซิลิโคน และวิธีผ่าตัดค่ะ
| ช่วงเวลา | ทำอะไรได้บ้าง | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| วันผ่าตัด–3 วัน | เริ่มใส่ชุดกระชับ ทำกิจวัตรพื้นฐานได้ | พักให้มาก ดื่มน้ำให้เพียงพอ |
| สัปดาห์ที่ 1 | ตัดไหม (ขึ้นกับวิธีเย็บ) กลับไปทำงานออฟฟิศเบา ๆ ได้ | ห้ามยกของหนัก |
| สัปดาห์ที่ 2–4 | เพิ่มกิจกรรมทีละน้อย เริ่มออกกำลังกายเบา ๆ | ใส่ชุดกระชับต่อเนื่อง |
| สัปดาห์ที่ 6–8 | กลับไปทำกิจกรรมส่วนใหญ่ เริ่มออกกำลังกายเต็มที่ | ทรงหน้าอกเริ่มนิ่ง |
โดยทั่วไป รูปทรงหน้าอกมักนิ่งในราว 6–8 สัปดาห์หลังเปลี่ยนไซส์ ช่วงแรกที่ยังบวมอยู่ อย่าเพิ่งตัดสินว่าขนาดใหม่ใหญ่หรือเล็กเกินไปค่ะ
แต่ถ้ามีอาการบวมแดงร้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ มีไข้ ปวดมากผิดปกติ หรือหน้าอกข้างใดข้างหนึ่งบวมโตขึ้นเร็วกว่าอีกข้างอย่างชัดเจน ไม่ควรรอดูอาการ ให้ติดต่อแพทย์ทันทีค่ะ
สิ่งที่ช่วยให้ฟื้นตัวดี ได้แก่ ไปตรวจติดตามตามนัด ใส่ชุดกระชับตามระยะที่แพทย์กำหนด ใส่เสื้อชั้นในแบบไม่มีโครงจนกว่าแพทย์จะอนุญาต งดบุหรี่และแอลกอฮอล์ และนอนหลับให้เพียงพอ ดูรายละเอียดทีละสัปดาห์ได้ที่การพักฟื้นหลังเสริมหน้าอก
ข้อควรรู้และคำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจ
การเปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอกนับเป็นการผ่าตัดซ้ำ ซึ่งยากกว่าครั้งแรก เพราะเนื้อเยื่อเคยผ่านการผ่าตัดมาแล้ว และแพทย์ต้องแก้ทั้งขนาดและโพรงไปพร้อมกัน จึงควรเลือกศัลยแพทย์ตกแต่งที่มีประสบการณ์ผ่าตัดแก้ไขหน้าอกโดยตรง มีระบบรองรับกรณีฉุกเฉิน และมีการดูแลหลังผ่าตัดที่ชัดเจน
สำหรับคนไทยที่เดินทางมาผ่าตัดที่เกาหลี ควรวางแผนพักที่เกาหลีอย่างน้อยจนถึงนัดตรวจแผลและตัดไหม ซึ่งมักอยู่ในช่วงสัปดาห์แรก และถามแพทย์ตั้งแต่แรกว่าหลังกลับไทยแล้ว จะติดตามอาการผ่านช่องทางไหน เช่น ส่งรูปทาง LINE หรือนัดวิดีโอคอล
คำถาม 5 ข้อที่ควรถามตอนปรึกษา:
- ซิลิโคนเดิมและแคปซูลของฉันตอนนี้อยู่ในสภาพไหน
- ทำไมแนะนำขนาดและชนิดนี้ ใช้อะไรเป็นเกณฑ์
- จะผ่าตัดด้วยวิธีไหน และเลือกตำแหน่งแผลนี้เพราะอะไร
- มีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนอะไรบ้าง ถ้าเกิดขึ้นจะดูแลอย่างไร
- มีการรับประกันหรือการดูแลอย่างไร หากต้องผ่าตัดซ้ำ
เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด การเปลี่ยนไซส์มีความเสี่ยง เช่น เลือดออก ติดเชื้อ หรือแคปซูลหดตัวในภายหลัง แพทย์ควรอธิบายให้เข้าใจก่อนตัดสินใจ อ่านข้อมูลทั่วไปเพิ่มเติมได้ที่ข้อมูลซิลิโคนเสริมหน้าอกจาก U.S. FDA
คำถามที่พบบ่อยเรื่องเปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอก
เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอกให้ใหญ่ขึ้นได้แค่ไหน?
เพิ่มได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นกับขนาดโพรงเดิม ผิวที่ยืดได้ และเนื้อเยื่อที่คลุมซิลิโคนค่ะ ซิลิโคนเสริมหน้าอกมีขนาดตั้งแต่ราว 100cc ถึง 1000cc แพทย์จะเลือกช่วงที่ปลอดภัยและเข้ากับฐานหน้าอกของคุณ ดูเกณฑ์ได้ที่หัวข้อ 4 ปัจจัยด้านบน
เปลี่ยนไซส์ซิลิโคนหน้าอกต้องพักฟื้นนานกว่าครั้งแรกไหม?
มักสั้นกว่าค่ะ เพราะใช้โพรงเดิม เนื้อเยื่อบาดเจ็บน้อยกว่า ยกเว้นกรณีที่ต้องจัดการแคปซูลหดตัวร่วมด้วย ซึ่งอาจเจ็บและพักฟื้นนานขึ้น
ควรรอนานเท่าไรหลังเสริมหน้าอกครั้งแรกจึงเปลี่ยนไซส์ได้?
ไม่มีกฎตายตัวค่ะ ทรงหน้าอกมักนิ่งราว 6–8 สัปดาห์หลังผ่าตัด แต่ควรใช้ชีวิตกับไซส์เดิมสักระยะก่อนตัดสินใจ ข้อมูลทางการแพทย์ชุดหนึ่งพบว่ากลุ่มที่เปลี่ยนเป็นไซส์ใหญ่ขึ้นผ่าตัดโดยเฉลี่ยราว 25 เดือนหลังครั้งแรก ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยของผู้ป่วยชุดหนึ่ง ไม่ใช่เวลาที่ทุกคนต้องรอ
เปลี่ยนไซส์แล้วจะดูเป็นธรรมชาติขึ้นไหม?
มีโอกาสดีขึ้นค่ะ เพราะครั้งนี้ทั้งคุณและแพทย์มีข้อมูลจากครั้งแรก รู้ว่าตรงไหนยังไม่พอใจ จึงเลือกขนาดและทรงที่เข้ากับสรีระได้ตรงขึ้น ทั้งนี้ผลยังขึ้นกับเนื้อเยื่อที่คลุมซิลิโคน ถ้าเนื้อบางมาก แพทย์อาจแนะนำวิธีเสริม เช่น การเติมไขมัน ร่วมด้วย
เปลี่ยนไซส์แล้วเปลี่ยนแบรนด์ซิลิโคนได้ไหม?
ได้ค่ะ ถ้าเคยมีปัญหากับชิ้นเดิม แพทย์อาจแนะนำให้เปลี่ยนเป็นชนิดหรือแบรนด์อื่นด้วยซ้ำ เช่น ถ้าเคยเห็นรอยคลื่นใต้ผิวกับชิ้นเดิม อาจเปลี่ยนเป็นผิวเรียบหรือชนิดที่เกิดคลื่นน้อยกว่า ควรปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกชิ้นที่เหมาะกับตัวคุณที่สุด
ปรึกษาเรื่องเปลี่ยนไซส์กับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน
ฐานหน้าอก ความหนาของเนื้อเยื่อ และสภาพโพรงเดิมของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไซส์ใหม่ที่เหมาะจึงต้องประเมินจากการตรวจจริง ถ้ากำลังลังเลว่าจะเพิ่มหรือลดแค่ไหน ทักแชทเข้ามาปรึกษาได้เลย พร้อมรับการประเมินราคาเฉพาะบุคคลค่ะ ถ้ามีข้อมูลซิลิโคนเดิม (ยี่ห้อ ขนาด cc ปีที่ผ่าตัด) แนบมาตอนทักแชทด้วย จะช่วยให้ประเมินเบื้องต้นได้ง่ายขึ้นค่ะ
- LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
- โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)
เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



