แก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ทำได้ไหม? สาเหตุ เวลาที่เหมาะ และวิธีแก้ตามปัญหา

ผู้หญิงใช้มือปิดหน้าอก ภาพประกอบบทความแก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

แก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอก คือการผ่าตัดซ้ำเพื่อปรับขนาด รูปทรง แผลเป็น หรือตำแหน่งหัวนม ที่ยังไม่ลงตัวหลังผ่าตัดลดขนาดหน้าอกครั้งแรกค่ะ

ผ่าตัดไปแล้วหลายเดือน แต่ส่องกระจกทีไรก็ยังรู้สึกว่าหน้าอกใหญ่อยู่ สองข้างดูไม่เท่ากัน แผลนูนแดง หรือหัวนมอยู่ไม่ตรงตำแหน่งที่ควรเป็น ความรู้สึกผิดหวังแบบนี้เข้าใจได้ค่ะ และหลายคนไม่กล้าถามต่อว่า “แล้วแก้ได้ไหม”

บทความนี้ตอบเฉพาะเรื่องการแก้ไขหลังผ่าตัดครั้งแรกค่ะ คือ ปัญหาแบบไหนแก้ได้ ควรรอนานแค่ไหน และแต่ละปัญหาแก้ด้วยวิธีอะไร โดยอ้างอิงข้อมูลจากตำราศัลยกรรมตกแต่งเต้านม แล้วอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุด

แก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอก คืออะไร ต่างจากการแก้หน้าอกเสริมซิลิโคนอย่างไร

การผ่าตัดลดขนาดหน้าอกครั้งแรกมีเป้าหมาย 3 อย่าง คือ ลดอาการที่เกิดจากหน้าอกใหญ่ ทำให้รูปทรงสวยขึ้น และให้ผลอยู่ได้นาน ถ้าหลังผ่าตัดข้อใดข้อหนึ่งยังไม่ได้ตามที่ควร เช่น ยังใหญ่เกินไป รูปทรงเบี้ยว หรือแผลเป็นนูน การผ่าตัดแก้ไข (breast reduction revision) จะเข้ามาช่วยปรับในจุดนั้นค่ะ

ข้อควรรู้คือ การแก้ไขหลังลดขนาดหน้าอก ไม่ใช่ การแก้หน้าอกเสริมซิลิโคน (เช่น พังผืดหดรัดรอบซิลิโคนจนหน้าอกแข็ง หรือเปลี่ยนถุงซิลิโคน) ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ใช้วิธีต่างกันโดยสิ้นเชิง บทความนี้จึงพูดถึงเฉพาะคนที่เคยผ่าตัด “ลด” ขนาดมาแล้วเท่านั้น

ถ้ายังไม่เคยผ่าตัดและอยากรู้ว่าตัวเองเหมาะไหม หรือแผลแต่ละแบบต่างกันอย่างไร อ่านได้ที่บทความ ผ่าตัดลดขนาดหน้าอกครั้งแรก เหมาะกับใคร ค่ะ ส่วนข้อมูลพื้นฐานของการผ่าตัดนี้จากแหล่งอ้างอิงสากล ดูเพิ่มได้ที่ American Society of Plastic Surgeons (Breast Reduction)

ทำไมการแก้ไขถึงยากกว่าครั้งแรก? เพราะเนื้อเต้านมผ่านการผ่าตัดมาแล้วหนึ่งรอบ มีแผลเป็นด้านใน และเส้นเลือดที่เลี้ยงหัวนมถูกจัดเรียงใหม่ไปแล้ว แพทย์ต้องรู้ว่าครั้งแรกตัดเนื้อส่วนไหนออก และหัวนมได้เลือดมาเลี้ยงจากทางไหน ก่อนจะวางแผนตัดหรือขยับอะไรเพิ่ม ไม่อย่างนั้นอาจทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวนมไม่พอได้ค่ะ

6 สาเหตุที่ต้องผ่าตัดลดหน้าอกซ้ำ

ตำราศัลยกรรมเต้านมแบ่งภาวะแทรกซ้อนหลังลดขนาดหน้าอกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรกคือเลือดคั่ง น้ำเหลืองคั่ง ติดเชื้อ แผลแยก ส่วนช่วงหลังคือปัญหาที่มักพาคนไข้กลับมาขอแก้ไข เช่น ตัดน้อยหรือมากไป สองข้างไม่เท่ากัน ผิวไม่เรียบ แผลเป็นนูน และหัวนมผิดตำแหน่งค่ะ

ในตำราศัลยกรรมตกแต่งเต้านม อัตราภาวะแทรกซ้อนของการลดขนาดหน้าอกแบบแผลสั้นที่มีรายงานไว้แตกต่างกันมาก ตั้งแต่ 3% ถึง 25% ขึ้นกับเทคนิคและกลุ่มคนไข้ ตัวเลขนี้ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะต้องแก้ แต่บอกว่าการกลับมาปรับแก้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงค่ะ

สรุป 6 สาเหตุหลักที่ทำให้ต้องกลับมาแก้ไขมีดังนี้ค่ะ

  • ยังใหญ่เกินไป เพราะตัดเนื้อออกน้อยไป
  • สองข้างไม่เท่ากัน
  • แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์
  • ตำแหน่งหรือความรู้สึกของหัวนม-ลานนมเปลี่ยนไป
  • หน้าอกกลับมาใหญ่ขึ้นอีกจากฮอร์โมน น้ำหนัก หรือการตั้งครรภ์
  • ภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดคั่ง หรือปวดเรื้อรัง

1. ยังใหญ่เกินไป (ตัดเนื้อออกน้อยไป)

เป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดข้อหนึ่ง คือหลังผ่าตัดแล้วยังรู้สึกว่าใหญ่กว่าที่ตั้งใจ หรือไม่สมส่วนกับตัว ตำราอธิบายว่าการผ่าตัดแบบแผลสั้นประเมินปริมาณที่ตัดได้ยากกว่า เพราะรูปทรงตอนจบการผ่าตัดยังไม่ใช่รูปทรงจริง จึงต้องดูผลหลังเนื้อเยื่อนิ่งแล้วเท่านั้นค่ะ

2. สองข้างไม่เท่ากัน

ขนาดหรือรูปทรงสองข้างต่างกันจนสังเกตได้ชัด อาจเกิดจากความไม่เท่ากันตั้งแต่ก่อนผ่าตัด หรือการหายของแผลที่ต่างกัน ซึ่งจะอธิบายละเอียดในหัวข้อถัดไปค่ะ

3. แผลเป็นนูนหรือคีลอยด์

การลดขนาดหน้าอกต้องมีแผลเสมอ บางคนแผลหายแบบนูนหนา แดง คัน (hypertrophic scar หรือแผลเป็นนูน) หรือนูนเกินขอบแผลเดิม (คีลอยด์) ในรายงานทางการแพทย์ แผลเป็นนูนหลังลดขนาดหน้าอกแบบแผลสั้นพบได้ราว 0–8.8% และแผลเป็นยังเป็นเหตุผลที่คนไข้กลับมาขอแก้บ่อยกว่าเรื่องสองข้างไม่เท่ากันค่ะ

4. ตำแหน่งหรือความรู้สึกของหัวนม-ลานนม

หัวนมอาจอยู่ต่ำหรือสูงเกินไป สองข้างไม่ตรงกัน ลานนมกว้างขึ้นภายหลัง หรือความรู้สึกที่หัวนมเปลี่ยนไป กรณีลานนมกว้างอย่างเดียว บางคนแก้ได้ด้วยการ ลดขนาดลานนม โดยไม่ต้องแก้ทั้งเต้าค่ะ ส่วนเรื่องความรู้สึก การผ่าตัดซ้ำมักช่วยฟื้นเส้นประสาทที่เสียไปแล้วไม่ได้ แต่ความรู้สึกอาจค่อย ๆ ดีขึ้นเองตามเวลาในบางคน

5. หน้าอกกลับมาใหญ่ขึ้นอีก (ฮอร์โมน น้ำหนัก ตั้งครรภ์)

เนื้อเต้านมที่เหลืออยู่ยังตอบสนองต่อฮอร์โมน ถ้าน้ำหนักขึ้นมาก ตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตรหลังผ่าตัด หน้าอกอาจขยายหรือหย่อนลงได้ บางคนเนื้อเต้าไหลลงต่ำกว่าแนวหัวนม (เรียกว่าภาวะหย่อนเทียม) ซึ่งอาจต้องใช้หลักการเดียวกับการ ยกกระชับหน้าอก มาช่วยค่ะ

6. ภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดคั่ง ปวดเรื้อรัง

เลือดคั่ง การอักเสบติดเชื้อเรื้อรัง เนื้อไขมันตายจนเป็นก้อนแข็ง หรือปวดต่อเนื่องนาน อาจต้องผ่าตัดเพื่อแก้ที่ต้นเหตุ กลุ่มนี้ต่างจาก 5 ข้อแรกตรงที่บางครั้งต้องรักษาทันที ไม่ต้องรอให้แผลนิ่งค่ะ

ลดขนาดหน้าอกแล้วไม่เท่ากัน เกิดจากอะไร

ข้อมูลจากตำราภาวะแทรกซ้อนของศัลยกรรมเต้านมระบุว่า การแก้ไขเพราะสองข้างไม่เท่ากันพบน้อยกว่าการแก้แผลเป็นมาก คิดเป็นไม่ถึง 1% ของการผ่าตัดแก้ไขหลังลดขนาดหน้าอก แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วจะแก้ยากกว่า เพราะต้องหาสาเหตุให้เจอก่อนค่ะ

ผู้หญิงสวมเสื้อกล้ามสีขาวสำรวจหน้าอกของตัวเอง สงสัยว่าสองข้างไม่เท่ากันและอาจต้องแก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอก

ความไม่เท่ากันที่มีอยู่ก่อนผ่าตัด

ผู้หญิงส่วนใหญ่มีหน้าอกสองข้างไม่เท่ากันอยู่แล้วตามธรรมชาติ ทั้งขนาด ระดับหัวนม และแนวฐานเต้า ถ้าก่อนผ่าตัดไม่ได้วัดและวางแผนชดเชยความต่างนี้ไว้ ความไม่เท่ากันเดิมก็จะยังอยู่หลังผ่าตัดค่ะ

การหายของแผลสองข้างไม่เหมือนกัน

ร่างกายสองข้างอาจบวมไม่เท่ากัน หรือแผลเป็นด้านในหดรั้งต่างกัน ช่วงแรกหลังผ่าตัดจึงเห็นความต่างได้บ่อย และหลายครั้งจะดีขึ้นเองเมื่อยุบบวม จึงไม่ควรรีบตัดสินจากภาพช่วงแรกค่ะ

น้ำหนักหรือการตั้งครรภ์หลังผ่าตัด

เมื่อน้ำหนักขึ้นลงหรือตั้งครรภ์ เนื้อเต้านมสองข้างอาจเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ทำให้ผลที่เคยสมดุลกลับมาไม่เท่ากันได้ แม้การผ่าตัดครั้งแรกจะทำมาดีแล้วก็ตาม

เลือดและเส้นประสาทที่เปลี่ยนไป

ถ้าเลือดที่มาเลี้ยงเนื้อเต้าหรือเส้นประสาทแต่ละข้างได้รับผลกระทบไม่เท่ากัน การหายของแผลและรูปทรงสุดท้ายก็อาจต่างกันได้ เช่น ข้างหนึ่งมีไขมันตายเป็นก้อนทำให้ยุบลงมากกว่าค่ะ

เพราะสาเหตุมีหลายแบบ การแก้สองข้างไม่เท่ากันจึงต้องเริ่มจากประเมินว่าต่างกันที่ “ปริมาณเนื้อ” “ผิวหนัง” หรือ “ตำแหน่งหัวนม” แล้วคุยกันตรง ๆ ว่าอะไรปรับได้และอะไรปรับไม่ได้ ส่วนมากต้องใช้หลายเทคนิคร่วมกัน ไม่ใช่วิธีเดียวจบค่ะ

ควรรอนานแค่ไหนก่อนผ่าตัดแก้ไข

ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่แนะนำให้รออย่างน้อย 6–12 เดือนหลังผ่าตัดครั้งแรก ก่อนตัดสินใจผ่าตัดแก้ไข เพราะช่วงนี้คือเวลาที่อาการบวมยุบหมด เนื้อเยื่อเข้าที่ และแผลเป็นเริ่มนุ่มและจางลงค่ะ

ทำไมต้องรอให้แผลและเนื้อเยื่อนิ่งก่อน

ถ้าผ่าซ้ำตอนที่แผลยังแดงและแข็ง เนื้อเยื่อยังบวมและเลือดยังไหลเวียนไม่เต็มที่ แพทย์จะประเมินขนาดจริงได้ยาก และเสี่ยงที่แผลจะหายช้ากว่าเดิม ตำราศัลยกรรมยังแนะนำว่าแม้หัวนมจะอยู่ผิดตำแหน่ง ก็ควรรอให้แผลเป็นเข้าที่ก่อนแล้วจึงปรับค่ะ

รูปทรงช่วงแรกหลังผ่าตัดยังไม่ใช่ผลสุดท้าย

ตำราอธิบายว่า หลังผ่าตัดแบบแผลแนวตั้ง (vertical scar) เสร็จใหม่ ๆ เต้านมช่วงบนจะดูอิ่มเกิน ช่วงล่างดูแบน และหัวนมอาจดูบุ๋มเข้าไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หลังจากนั้นเนื้อเต้าจะค่อย ๆ ไหลลงจัดทรงจนใกล้กับรูปทรงระยะยาว ดังนั้นอย่าเพิ่งตัดสินว่าผลไม่ดีจากภาพในช่วงสัปดาห์แรก ๆ ค่ะ

กรณีที่ต้องแก้เร็ว (เลือดคั่ง ติดเชื้อ)

ข้อยกเว้นคือภาวะเร่งด่วน กรณีต่อไปนี้ต้องพบแพทย์ทันที ไม่ต้องรอ 6 เดือนค่ะ

  • เต้านมบวมแข็งข้างเดียวอย่างรวดเร็วจากเลือดคั่ง
  • มีไข้ หรือแผลบวมแดงมีหนอง
  • ผิวรอบหัวนมเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ

วิธีแก้ไขตามแต่ละปัญหา

แต่ละปัญหาใช้วิธีต่างกัน และหลายคนต้องใช้มากกว่าหนึ่งวิธีร่วมกัน ตารางนี้สรุปแบบสั้นก่อนค่ะ

ปัญหา วิธีแก้ที่มักพิจารณา
ยังใหญ่เกินไป ตัดเนื้อเยื่อ/ดูดไขมันเพิ่มผ่านแผลเดิม
สองข้างไม่เท่ากัน ตัดเพิ่มข้างที่ใหญ่ หรือเติมไขมันข้างที่เล็ก
แผลเป็นนูน/กว้าง ฉีดสเตียรอยด์ เลเซอร์ หรือตัดเย็บใหม่
หัวนมต่ำเกินไป ยกหัวนม-ลานนมขึ้นใหม่
หัวนมสูงเกินไป แก้ได้จำกัด ต้องประเมินละเอียด
หย่อนลงอีก เสริมโครงสร้างภายใน/ยกกระชับ
ศัลยแพทย์ใช้หุ่นจำลองอธิบายวิธีแก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอกระหว่างการปรึกษา

ตัดเนื้อเยื่อและไขมันเพิ่มผ่านแผลเดิม

ถ้ายังใหญ่อยู่ แพทย์จะตัดเนื้อเต้านมหรือไขมันออกเพิ่ม โดยส่วนใหญ่ใช้แนวแผลเดิม จึงมักไม่ต้องมีแผลใหม่ บางคนที่ส่วนเกินเป็นไขมันเป็นหลักอาจใช้การดูดไขมันร่วมด้วย จุดสำคัญคือต้องคำนวณให้เลือดยังไปเลี้ยงหัวนมได้ดีหลังตัดเพิ่มค่ะ

ปลูกถ่ายไขมันตัวเองเพื่อปรับให้สองข้างสมดุล

ถ้าข้างหนึ่งเล็กหรือยุบกว่า หรือมีรอยบุ๋มเป็นจุด ๆ อาจใช้ไขมันจากหน้าท้องหรือต้นขามาเติม ไขมันที่ฉีดเข้าไปจะติดอยู่ได้ไม่เท่ากันในแต่ละคน บางคนจึงต้องเติมมากกว่าหนึ่งรอบ แพทย์จะประเมินปริมาณให้เหมาะกับสภาพผิวและเนื้อเยื่อเดิมค่ะ

แก้แผลเป็น: ตัดเย็บใหม่ Z/W-plasty เลเซอร์ ฉีดสเตียรอยด์

แผลเป็นนูนไม่จำเป็นต้องผ่าตัดเสมอไป ขั้นแรกมักเริ่มจากวิธีไม่ผ่าตัด เช่น ฉีดสเตียรอยด์ให้แผลยุบ เลเซอร์ลดสีแดง และใช้แผ่นซิลิโคนกดแผล ถ้าแผลกว้างหรือดึงรั้ง อาจตัดแผลเดิมแล้วเย็บใหม่ หรือใช้เทคนิค Z-plasty / W-plasty (เย็บหักมุมเป็นรูปตัว Z หรือ W เพื่อลดแรงดึงและทำให้แผลกลืนกับผิวมากขึ้น) การดูแลแผลหลังแก้ ดูขั้นตอนได้ที่ ดูแลแผลเป็น 3 ระยะ ค่ะ

ย้ายตำแหน่งหัวนม-ลานนม

ตำราศัลยกรรมอธิบายว่า หัวนมที่ต่ำเกินไปมักยกขึ้นใหม่ได้ โดยตัดผิวรอบลานนมและแนวตั้งด้านล่างซ้ำอีกครั้ง แต่ถ้าหัวนมถูกยกสูงเกินไป การดึงลงจะยากกว่ามาก อาจต้องตัดผิวด้านล่างเต้าตรงแนวฐานเต้าเพื่อลดระยะ และถ้าต้องลดลงอีกมาก อาจต้องใช้วิธีที่ทิ้งแผลบนเต้าช่วงบนซึ่งมองเห็นได้ชัด ดังนั้นตอนปรึกษาควรถามแพทย์ตรง ๆ ว่าหัวนมของเราอยู่ในกรณีไหนค่ะ

เสริมโครงสร้างภายในให้ทรงอยู่นาน

ถ้าปัญหาคือเต้าหย่อนลงเร็วหลังผ่าตัด แพทย์อาจเย็บยึดเนื้อเต้าไว้กับโครงสร้างด้านใน หรือพิจารณาใช้วัสดุตาข่ายช่วยพยุงในบางราย เพื่อให้ทรงอยู่ได้นานขึ้น ทั้งนี้ขึ้นกับคุณภาพผิวและเนื้อเต้าที่เหลือของแต่ละคนค่ะ

การพักฟื้นหลังแก้ไข ต่างจากครั้งแรกอย่างไร

การพักฟื้นหลังแก้ไขคล้ายกับครั้งแรก แต่อาจนานกว่าเล็กน้อย เพราะมีแผลเป็นเดิมและการไหลเวียนเลือดที่เปลี่ยนไปจากการผ่าตัดรอบแรก ความเร็วจริงขึ้นกับว่าแก้มากน้อยแค่ไหนค่ะ

ภาพรวมของช่วงพักฟื้นแบ่งได้เป็น 3 ระยะค่ะ

  1. สัปดาห์ที่ 1–2: ปวด บวม ช้ำ ใส่บราประคอง และพักให้มาก
  2. สัปดาห์ที่ 2–6: บวมค่อย ๆ ลดลง กลับไปทำงานเบา ๆ ได้ แต่ยังงดยกของหนัก
  3. 6 สัปดาห์ – 6 เดือน: ใช้ชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น แผลเป็นค่อย ๆ แบนและสีจางลง

สัปดาห์ที่ 1–2

ช่วง 1–2 สัปดาห์แรกมีปวด บวม ช้ำ และต้องใส่บราประคอง กินยาตามที่แพทย์สั่ง พักให้มาก งดยกของหนักและยกแขนสูงนาน ๆ ค่ะ

สัปดาห์ที่ 2–6

บวมค่อย ๆ ลดลง แผลเริ่มเป็นแผลเป็น กลับไปทำงานเบา ๆ ได้ แต่ยังควรงดยกของหนักและออกกำลังกายหนัก ใส่บราประคองต่อ และเริ่มดูแลแผลเป็นตามคำแนะนำค่ะ

6 สัปดาห์ – 6 เดือน

กลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติมากขึ้น แผลเป็นจะค่อย ๆ แบนและสีจางลง ความรู้สึกที่หัวนมอาจค่อย ๆ ดีขึ้นในบางคน ควรกันแดดบริเวณแผล ไม่สูบบุหรี่ และกลับมาตรวจตามนัดค่ะ

ความคาดหวังที่เป็นจริง

การผ่าตัดแก้ไขช่วยให้ดีขึ้นได้ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะสมบูรณ์แบบ 100% และความเสี่ยงอาจสูงกว่าครั้งแรกเพราะเนื้อเยื่อเคยถูกผ่าตัดมาแล้ว รูปทรงสุดท้ายมักเห็นชัดหลัง 6–12 เดือน และยังเปลี่ยนได้อีกตามน้ำหนัก การตั้งครรภ์ และอายุค่ะ

สำหรับคนที่จะมาแก้ที่เกาหลี: เตรียมบันทึกการผ่าตัดครั้งแรก (ชื่อเทคนิค ปริมาณที่ตัด) และรูปถ่ายก่อน-หลังของตัวเองมาด้วย และควรเผื่อเวลาอยู่เกาหลีให้พอสำหรับตรวจแผลหลังผ่าตัดและตัดไหม โดยแพทย์จะแจ้งระยะเวลาที่เหมาะกับแผนของแต่ละคนก่อนจองตั๋วค่ะ

คำถามที่พบบ่อย

แก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอกได้กี่ครั้ง?

ไม่มีตัวเลขตายตัวค่ะ ขึ้นกับสภาพผิว เนื้อเยื่อ และการไหลเวียนเลือดที่เหลืออยู่ ยิ่งผ่าตัดหลายรอบ แผลเป็นด้านในยิ่งมาก การวางแผนจึงยากขึ้นและต้องประเมินละเอียดทุกครั้ง

ลดขนาดหน้าอกแล้วไม่เท่ากัน ต้องรอกี่เดือนถึงจะรู้ว่าต้องแก้?

โดยทั่วไปควรรอให้ยุบบวมและแผลเป็นนิ่งก่อน ประมาณ 6–12 เดือน ความต่างที่เห็นในช่วงแรกอาจเป็นแค่บวมไม่เท่ากัน และหลายครั้งดีขึ้นเองค่ะ

ผ่าตัดลดหน้าอกซ้ำ จะมีแผลเพิ่มไหม?

ส่วนใหญ่ใช้แนวแผลเดิมค่ะ แต่บางปัญหา เช่น ต้องตัดผิวส่วนเกินเพิ่มหรือปรับหัวนมที่สูงเกิน อาจต้องมีแผลเพิ่ม ควรถามแพทย์ให้ชัดตั้งแต่ตอนปรึกษา

หลังแก้ไขแล้วยังให้นมบุตรได้หรือไม่?

ตำราศัลยกรรมระบุว่า “ให้นมบุตรไม่ได้” เป็นหนึ่งในผลระยะยาวที่อาจเกิดหลังลดขนาดหน้าอก โอกาสขึ้นกับว่าท่อน้ำนมและเนื้อใต้หัวนมยังต่อกันอยู่มากแค่ไหน ถ้ายังวางแผนมีลูก ควรบอกแพทย์ก่อนวางแผนแก้ไขค่ะ

แก้แผลเป็นนูนหลังลดขนาดหน้าอก ต้องผ่าตัดเสมอไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ มักเริ่มจากฉีดสเตียรอยด์ เลเซอร์ และแผ่นซิลิโคนก่อน ถ้าแผลกว้างมากหรือดึงรั้ง จึงพิจารณาตัดเย็บใหม่หรือทำ Z/W-plasty

ปรึกษาการแก้ไขกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

ถ้าคุณกำลังคิดเรื่องแก้ไขผ่าตัดลดขนาดหน้าอก ขั้นแรกคือให้แพทย์ดูว่าปัญหาเกิดจากเนื้อ ผิว แผลเป็น หรือตำแหน่งหัวนม แล้วจึงวางแผนตามจริงค่ะ ดูข้อมูลบริการได้ที่หน้า ผ่าตัดลดขนาดหน้าอกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน และอ่านข้อมูลศัลยกรรมตกแต่งทั่วไปจาก MedlinePlus (U.S. National Library of Medicine) ได้ค่ะ

ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175 ถ้าส่งบันทึกการผ่าตัดครั้งแรกและรูปปัจจุบันมาก่อน แพทย์จะประเมินได้แม่นขึ้น และแจ้งแผนพร้อมราคาเฉพาะบุคคลก่อนวางแผนเดินทางค่ะ

เขียนและตรวจทานโดย นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ) — โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เกาหลี

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *