การดูแล ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด คือการจัดการอาการปวด การใส่ชุดกระชับ และการดูแลแผลเป็นในช่วง 6 สัปดาห์แรก เพื่อให้แผลหายดีและทรงหน้าอกเข้าที่ค่ะ ช่วงนี้สำคัญพอ ๆ กับวันผ่าตัด เพราะสิ่งที่เราทำเองที่บ้านส่งผลโดยตรงต่อแผลเป็นและรูปทรงที่ได้ในระยะยาว
หลายคนกังวลคล้าย ๆ กันว่า “ปวดแบบนี้ปกติไหม” “ต้องใส่ชุดกระชับไปถึงเมื่อไร” หรือ “แผลแดงแบบนี้ต้องรีบกลับไปหาหมอหรือเปล่า” โดยเฉพาะคนที่มาผ่าตัดที่เกาหลีแล้วต้องกลับไปพักฟื้นต่อที่ไทยเอง ไม่มีแพทย์อยู่ใกล้ ๆ ทุกวัน
บทความนี้จะตอบ 4 เรื่องให้ชัด คือ อาการปวด ชุดกระชับและบรา การดูแลแผลเป็น และสัญญาณอันตรายที่ต้องรีบติดต่อแพทย์ ส่วนใครอยากรู้เรื่องวิธีผ่าตัดแต่ละแบบ อ่านต่อได้ที่ ยกกระชับหน้าอก: เทคนิคผ่าตัดและการเลือกวิธี ค่ะ
สารบัญ
ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด ต่างจากพักฟื้นเสริมหน้าอกอย่างไร
ตำราศัลยกรรมเต้านมอธิบายว่า การยกกระชับหน้าอก (Mastopexy) คือการจัดทรงเนื้อเต้านมใหม่ ยกหัวนมและลานนมขึ้นไปอยู่ตำแหน่งที่สูงขึ้น แล้วจัดหรือตัดผิวหนังส่วนที่ยืดเกินออก โดยไม่ใส่ซิลิโคน ดังนั้นหัวใจของการพักฟื้นจึงไม่ใช่ “ซิลิโคนเข้าที่” แต่เป็น แนวแผลบนผิวหนัง และ เนื้อเต้านมที่ถูกเย็บยึดไว้ในตำแหน่งใหม่ ที่ต้องได้เวลาสมานตัวค่ะ
คนที่มักมาทำคือผู้หญิงที่หน้าอกหย่อนหลังตั้งครรภ์ ให้นมลูก หรือน้ำหนักขึ้นลงมาก ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตอนนี้เหมาะจะผ่าตัดหรือยัง ดูเพิ่มได้ที่ ผ่าตัดยกกระชับหน้าอก ควรทำตอนไหน
ข่าวดีคือ ตำราเดียวกันระบุว่าภาวะแทรกซ้อนรุนแรงของการยกกระชับอย่างเดียวพบไม่บ่อย ความเสี่ยงหลักที่ต้องดูแลคือ แผลเป็นที่ไม่สวย ตำแหน่งหัวนมผิดไปจากที่วางแผน และหน้าอกกลับมาหย่อนซ้ำ ซึ่งทั้ง 3 เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการดูแลตัวเองช่วงพักฟื้นโดยตรง ส่วนคนที่ทำยกกระชับร่วมกับเสริมซิลิโคนในครั้งเดียว ความเสี่ยงจะสูงกว่าทำอย่างใดอย่างหนึ่ง จึงควรปรึกษาแผนดูแลแยกกับแพทย์ค่ะ
อาการปวดหลังยกกระชับหน้าอก: 48 ชั่วโมงแรกถึงวันที่ 5
คำถามแรกที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดเรื่อง ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด คือ “จะปวดนานแค่ไหน” คำตอบคือ อาการปวดหลังยกกระชับหน้าอกจะมากที่สุดใน 48 ชั่วโมงแรก และลดลงเป็นระดับปานกลางภายใน 3–5 วัน หลังจากนั้นส่วนใหญ่จะเหลือแค่ความรู้สึกตึงหรือเจ็บเวลาขยับตัวค่ะ
ปวดแค่ไหนถึงเรียกว่าปกติ
อาการที่พบได้ทั่วไปคือ ปวดตื้อ ๆ รู้สึกตึง ถูกรัดแน่นบริเวณหน้าอก และเจ็บมากขึ้นตอนไอ จาม หรือลุกขึ้นเร็ว ๆ แบบนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพักฟื้นค่ะ
แต่ถ้า ปวดมากขึ้นทันที ปวดข้างเดียวอย่างชัดเจน ปวดพร้อมแผลร้อนและกดเจ็บ หรือผ่านไป 3–5 วันแล้วยังปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่อาการปกติ ควรติดต่อแพทย์ทันทีค่ะ
4 วิธีลดปวดที่ทำได้เองที่บ้าน
- กินยาแก้ปวดตามเวลา — กินตามขนาดและเวลาที่แพทย์สั่ง ไม่ต้องรอให้ปวดมากก่อนค่อยกิน จะคุมอาการได้ดีกว่า
- ประคบเย็น — ตำราศัลยกรรมระบุว่าใช้น้ำแข็งประคบเพื่อให้สบายขึ้นได้ตามต้องการ ช่วง 48 ชั่วโมงแรกให้ห่อเจลเย็นด้วยผ้าขนหนู ประคบครั้งละ 15–20 นาที ห้ามวางน้ำแข็งบนผิวโดยตรง
- พักในท่ายกตัวช่วงบนให้สูงเล็กน้อย — ช่วยลดบวม และเปลี่ยนท่าช้า ๆ เลี่ยงการกระชากตัว
- หายใจลึก ๆ ผ่อนคลาย — ทำวันละหลายรอบ รอบละประมาณ 5 นาที ช่วยลดความเกร็งและความกังวลได้
วันผ่าตัดควรมีคนมาด้วยตอนกลับที่พัก และถ้าอยากอ่านวิธีรับมือแบบละเอียดขึ้น ดูได้ที่ วิธีรับมืออาการปวดหลังผ่าตัดหน้าอก ค่ะ
ท่านอนช่วงพักฟื้น: ท่าที่ควรนอนและท่าที่ต้องเลี่ยง
ท่าที่ดีที่สุดคือ นอนหงาย แล้วใช้หมอน 2–3 ใบหนุนให้ช่วงบนสูงประมาณ 30–45 องศา ท่านี้ไม่กดทับหน้าอก ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีและยุบบวมเร็วขึ้น แนะนำให้นอนท่านี้อย่างน้อย 2–3 สัปดาห์แรกค่ะ
- นอนตะแคง — ควรเลี่ยงใน 2–3 สัปดาห์แรก ถ้าจำเป็นต้องตะแคงจริง ๆ ให้ใช้หมอนรองหน้าอกไว้
- นอนคว่ำ — ห้ามอย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ เพราะน้ำหนักตัวกดลงบนแผลโดยตรง เสี่ยงแผลแยกและทรงเปลี่ยน
- ตัวช่วย — หมอนทรงลิ่ม (wedge pillow) หรือหมอนรูปตัว V ช่วยพยุงช่วงบน หมอนรองคอรูปตัว U ช่วยกันพลิกตัวตอนหลับ ส่วนหมอนข้างยาว (body pillow) ใช้ตอนเริ่มกลับมานอนตะแคงตามที่แพทย์อนุญาต
ชุดกระชับและบราหลังยกกระชับหน้าอก: ใส่กี่สัปดาห์
ช่วง ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด แพทย์จะพันผ้ายืดหรือใส่ชุดกระชับให้ตั้งแต่ในห้องพักฟื้น ชิ้นนี้ไม่ใช่แค่ “ชุดชั้นใน” แต่เป็นอุปกรณ์ช่วยให้เนื้อเต้านมอยู่นิ่งในตำแหน่งใหม่ระหว่างที่แผลกำลังสมานค่ะ
ทำไมต้องใส่ชุดกระชับ
- พยุงและปกป้องบริเวณที่ผ่าตัด
- ช่วยลดบวมและรอยช้ำ
- ช่วยให้เลือดไหลเวียนดี
- ช่วยให้แผลสมานดี และลดโอกาสเกิดแผลเป็นนูน
ใส่นานแค่ไหนและบราแบบไหนใช้ได้
โดยทั่วไปให้ใส่เกือบตลอด 24 ชั่วโมง ถอดเฉพาะตอนอาบน้ำ และใส่ต่อเนื่องประมาณ 4–6 สัปดาห์ ระยะเวลาจริงแพทย์จะปรับตามแผลและความบวมของแต่ละคนค่ะ
ตำราศัลยกรรมระบุว่าควรใส่บราแบบไม่มีโครงเหล็กหลังผ่าตัด และกลับมาใส่บรามีโครงได้หลัง 4–6 เดือนถ้ารู้สึกสบาย เหตุผลคือโครงเหล็กจะกดลงตรงแนวแผลใต้ราวนมพอดี ช่วงแรกจึงควรเลือกบราผ้านุ่ม ไร้โครง ตะขอหน้าหรือซิปหน้า เพื่อให้ใส่ถอดได้โดยไม่ต้องยกแขนสูงค่ะ
เรื่องความแน่น ให้ยึดหลัก “กระชับแต่ไม่อึดอัด” ถ้าหลวมเกินไปจะไม่ช่วยพยุง แต่ถ้าแน่นเกินไปจะขัดการไหลเวียนเลือด ถ้าหายใจไม่สะดวกหรือมือชา ให้ปรึกษาแพทย์ทันที
ดูแลและซักชุดกระชับอย่างไร
- เตรียมไว้อย่างน้อย 2 ตัว สลับซักและใส่ จะได้สะอาดตลอด
- ซักมือด้วยน้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยน แล้วผึ่งให้แห้งตามธรรมชาติ ไม่ต้องอบ
- ถ้าผ้าย้วยหรือยางยืดหมดแรงพยุง ให้เปลี่ยนตัวใหม่
ดูแลแผลหลังยกกระชับหน้าอก 3 ระยะ
ตำราศัลยกรรมเต้านมยอมรับตรง ๆ ว่า ข้อเสียที่สำคัญที่สุดของการยกกระชับหน้าอกคือ “แผลเป็นใหม่” ที่เลี่ยงไม่ได้ ตำแหน่งแผลขึ้นกับวิธีผ่า (รอบลานนม แนวตั้ง หรือรูปตัว T กลับหัว) ซึ่งอธิบายไว้ในบทความ เทคนิคผ่าตัดยกกระชับหน้าอก สิ่งที่เราคุมได้คือการดูแลแผลจาก ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด ให้ถูกวิธีในแต่ละระยะ ตามลำดับด้านล่างค่ะ
งานวิจัยที่รวบรวมผลผ่าตัดยังพบว่า แผลเป็นที่ไม่สวยเป็นเหตุผลที่พบบ่อยที่สุดของการผ่าตัดแก้ และการผ่าแบบรอบลานนมมีอัตราผ่าตัดแก้แผลเป็นสูงกว่าวิธีอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ใครที่ผ่าแบบรอบลานนมจึงควรดูแลแผลให้สม่ำเสมอเป็นพิเศษค่ะ
ระยะที่ 1 (1–2 สัปดาห์): ทำความสะอาดและปิดแผล
- 1–2 วันแรกให้แผลแห้งไว้ก่อน เมื่อแพทย์อนุญาตให้อาบน้ำ ให้ใช้น้ำอุ่นล้างเบา ๆ แล้วซับให้แห้ง ไม่ถู
- เปลี่ยนผ้าปิดแผลตามเวลาที่แพทย์กำหนด ล้างมือให้สะอาดก่อนทุกครั้ง และทายาเฉพาะที่แพทย์สั่ง
- ห้ามเกา แกะ หรือจับแผลเล่น ให้ชุดกระชับช่วยกันแผลจากการเสียดสี
- ไหมส่วนใหญ่จะตัดในช่วง 2–3 สัปดาห์ ถ้ากลับไทยก่อนตัดไหม ควรวางแผนกับแพทย์ล่วงหน้าค่ะ
ระยะที่ 2 (2 สัปดาห์–6 เดือน): ซิลิโคนเจล กันแดด และนวดแผล
- ซิลิโคนเจลหรือแผ่นซิลิโคน — เริ่มได้เมื่อแผลปิดสนิท (มักราว 2–3 สัปดาห์) ใช้วันละ 12–23 ชั่วโมงตามที่แพทย์แนะนำ และใช้ต่อเนื่องอย่างน้อย 2–3 เดือน
- กันแดด — แผลใหม่โดนแดดแล้วสีเข้มได้ง่าย ควรเลี่ยงแดดตรงบนแผลอย่างน้อย 1 ปี ทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป หรือใช้เสื้อผ้าปิดไว้ ข้อนี้สำคัญมากสำหรับอากาศเมืองไทย
- นวดแผล — ตำราศัลยกรรมตกแต่งกล่าวถึงการนวดแผลและการติดเทปแผลเป็นวิธีดูแลหลังแผลเริ่มสมาน โดยทั่วไปเริ่มได้ราว 4–6 สัปดาห์หลังผ่าตัด เมื่อแพทย์อนุญาต นวดวนเบา ๆ ครั้งละ 5–10 นาที
ช่วง 2–3 เดือนแรก แผลอาจแดงขึ้นหรือนูนเล็กน้อย เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังสร้างคอลลาเจน (เส้นใยโปรตีนที่ช่วยประสานแผล) ส่วนใหญ่จะค่อย ๆ แบนและจางลงเองค่ะ
ระยะที่ 3 (หลัง 6 เดือน): แผลเป็นจางลงอย่างไร
แผลเป็นส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางลงในช่วง 6–12 เดือน จากสีแดงกลายเป็นสีใกล้ผิว และนุ่มขึ้น ความสม่ำเสมอในการดูแลช่วงก่อนหน้ามีผลต่อหน้าตาแผลสุดท้ายมาก ถ้าครบ 6 เดือนแล้วแผลยังนูนหนาหรือสีเข้ม แพทย์อาจพิจารณาเลเซอร์หรือการรักษาแผลเป็นเพิ่มเติมเป็นรายคนค่ะ
อาหารช่วยให้แผลหายเร็ว
ร่างกายต้องใช้ “วัตถุดิบ” ในการซ่อมแผล ช่วงพักฟื้นควรเน้นอาหารต่อไปนี้ค่ะ
- โปรตีน — เนื้อไม่ติดมัน ปลา ไข่ ถั่ว นม ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่
- วิตามินซี — ส้ม ฝรั่ง กีวี บรอกโคลี ช่วยสร้างคอลลาเจน
- สังกะสี — อาหารทะเล เนื้อสัตว์ ถั่วเมล็ดแห้ง ช่วยเรื่องการสมานแผลและภูมิคุ้มกัน
- ดื่มน้ำ วันละประมาณ 2 ลิตร และลดอาหารเค็ม อาหารแปรรูป เพราะเกลือทำให้บวมนานขึ้น
สิ่งที่ต้องงดคือ บุหรี่ (หยุดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อน และ 8 สัปดาห์หลังผ่าตัด เพราะนิโคตินทำให้เลือดไปเลี้ยงแผลน้อยลง) และแอลกอฮอล์อย่างน้อย 2 สัปดาห์หลังผ่าตัดค่ะ
กลับไปทำงานและออกกำลังกายได้เมื่อไร
หลักง่าย ๆ คือ “ค่อยเป็นค่อยไป” กลับไปทำมากเกินไปเร็วเกินไปเพิ่มความเสี่ยงแผลแยกและบวมนานขึ้น ตัวเลขด้านล่างเป็นแนวทางทั่วไป แพทย์จะปรับให้ตามแผลของแต่ละคนค่ะ
งานบ้าน ขับรถ และทำงานออฟฟิศ
- ช่วงแรก — เดินเบา ๆ และดูแลตัวเองพื้นฐานได้ แต่ห้ามยกแขนเหนือศีรษะ และห้ามยกของหนักเกิน 5 กิโลกรัม
- ประมาณ 1 สัปดาห์ — กลับไปทำงานออฟฟิศเบา ๆ ทำงานบ้านง่าย ๆ ได้ แต่ยังไม่ควรขับรถ
- 2–3 สัปดาห์ — เริ่มขับรถได้หลังปรึกษาแพทย์ ยกของเบาไม่เกิน 5 กิโลกรัมได้
- 4–6 สัปดาห์ — กลับไปทำงานได้เกือบทุกประเภท แต่ยังควรเลี่ยงการยกของเกิน 10 กิโลกรัม
ตารางกลับไปออกกำลังกายแต่ละประเภท
| ประเภทการออกกำลังกาย | เริ่มได้ประมาณ | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| เดินเบา ๆ | หลังผ่าตัดได้เลย | เริ่มช้า ๆ แล้วค่อยเพิ่มเวลา |
| เดินเร็ว | 2–3 สัปดาห์ | เลี่ยงการขยับตัวกะทันหัน |
| คาร์ดิโอเน้นช่วงล่าง (เช่น ปั่นจักรยานอยู่กับที่) | 4–6 สัปดาห์ | เลือกท่าที่ไม่ใช้แขนและหน้าอก |
| วิ่งจ็อกกิ้ง | 6–8 สัปดาห์ | ต้องใส่สปอร์ตบราที่พยุงดี |
| ว่ายน้ำ | 8–12 สัปดาห์ | เมื่อแผลปิดสนิทแล้วเท่านั้น |
| เวทเทรนนิ่งช่วงบน | 10–12 สัปดาห์ | เริ่มจากน้ำหนักเบามาก |
| ออกกำลังกายหนัก (เช่น ครอสฟิต) | 3–4 เดือน | ค่อย ๆ เพิ่มความหนัก |
สรุปสั้น ๆ คือ วิ่งจ็อกกิ้งได้ประมาณ 6–8 สัปดาห์ และยกน้ำหนักส่วนบนได้หลัง 10–12 สัปดาห์ ระหว่างออกกำลังกายให้ใส่สปอร์ตบราที่พยุงดีเพื่อลดการกระเพื่อมของหน้าอก ถ้ารู้สึกปวดให้หยุดพักทันที และถ้าปวดต่อเนื่องให้ปรึกษาแพทย์ค่ะ
สัญญาณอันตรายหลังยกกระชับหน้าอก: อาการแบบไหนต้องรีบพบแพทย์
อาการส่วนใหญ่ในช่วง ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด เป็นส่วนหนึ่งของการหายตามปกติ สิ่งสำคัญคือแยกให้ออกว่าอาการไหนรอได้ และอาการไหนต้องติดต่อแพทย์ทันที โดยเฉพาะคนที่กลับไปพักฟื้นที่ไทยแล้วค่ะ
อาการปกติ vs อาการผิดปกติ (บวมช้ำ · ความรู้สึก · ความไม่สมมาตร)
| เรื่อง | ปกติ | ดูแลอย่างไร | ผิดปกติ |
|---|---|---|---|
| บวมและช้ำ | บวมเพิ่มใน 2–3 วันแรกแล้วค่อยยุบ บวมอาจไหลลงไปใต้ราวนมหรือหน้าท้อง รอยช้ำจางลงใน 7–10 วัน | ประคบเย็นช่วง 48 ชั่วโมงแรก ใส่ชุดกระชับ นอนยกตัวช่วงบน | ข้างเดียวบวมขึ้นเร็ว บวมพร้อมปวดมาก หรือผ่านไป 1 สัปดาห์แล้วยังบวมเพิ่ม |
| ความรู้สึก | ชา หรือไวต่อสัมผัสบริเวณหัวนมและแผล รู้สึกจี๊ด ๆ แสบร้อนเบา ๆ ส่วนใหญ่ค่อย ๆ กลับมาใน 3–6 เดือน | เลี่ยงของร้อนจัดหรือเย็นจัดบนผิวที่ยังชา | ชาหมดทันทีทั้งหมด หรือความรู้สึกผิดปกติรุนแรงเกิน 6 เดือน |
| ความไม่สมมาตร | ช่วงแรกสองข้างบวมหรือหายไม่เท่ากันได้ ส่วนใหญ่ดีขึ้นใน 3–6 เดือน | ใส่ชุดกระชับให้ถูก และส่งรูปติดตามผลตามนัด | ขนาดหรือทรงต่างกันชัด ข้างเดียวเปลี่ยนกะทันหัน หรือยังต่างมากเกิน 6 เดือน |
รอยช้ำมักจางลงภายใน 7–10 วัน หากเต้านมข้างเดียวบวมขึ้นเร็วพร้อมปวดมาก ให้ติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นภาวะเลือดคั่ง (ก้อนเลือดสะสมใต้ผิว) ตำราศัลยกรรมระบุว่าภาวะนี้เป็นภาวะแทรกซ้อนระยะแรกที่เกิดได้ แม้แพทย์จะห้ามเลือดอย่างละเอียดแล้วก็ตาม ยิ่งพบเร็วยิ่งแก้ไขได้ง่ายค่ะ
อาการที่ต้องติดต่อแพทย์ทันที
- ไข้ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป
- แผลแดง ร้อน มีหนองหรือน้ำซึมผิดปกติ (สงสัยติดเชื้อ)
- เลือดออกมาก หรือแผลแยก
- ปวดรุนแรงต่อเนื่อง หรือปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ
- หายใจลำบาก หรือเจ็บหน้าอก
- น่องปวดหรือบวมมากข้างเดียว (สงสัยลิ่มเลือดอุดตัน)
ถ้ามีอาการหายใจลำบากหรือเจ็บหน้าอกรุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านทันที แล้วค่อยแจ้งทีมแพทย์ที่ผ่าตัด สำหรับข้อมูลภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติม อ่านได้ที่ ภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัดหน้าอก และแนวทางพักฟื้นทั่วไปจาก American Society of Plastic Surgeons (ASPS) ค่ะ
เช็กลิสต์ก่อนบินกลับไทย
คนที่มาทำ ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด ที่เกาหลีมักต้องดูแลตัวเองต่อที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ ก่อนกลับควรเตรียมให้ครบตามนี้ค่ะ
- มาตรวจแผลและตัดไหมตามนัดให้ครบ หรือคุยกับแพทย์ล่วงหน้าว่าจะดูแลไหมที่เหลืออย่างไร
- ชุดกระชับหรือบราไร้โครงอย่างน้อย 2 ตัว สำหรับสลับซัก
- ยาที่แพทย์สั่ง พร้อมจดเวลากินให้ชัด
- แผ่นซิลิโคนหรือซิลิโคนเจล และครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไป สำหรับใช้ต่อเมื่อแผลปิดสนิท
- บันทึก LINE ของโรงพยาบาลไว้ และถ่ายรูปแผลในมุมเดิมทุกสัปดาห์ เพื่อให้แพทย์เปรียบเทียบได้ง่าย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการดูแลหลังยกกระชับหน้าอก
ยกกระชับหน้าอกแล้วต้องพักฟื้นกี่วันถึงกลับไปทำงานได้?
งานออฟฟิศเบา ๆ ส่วนใหญ่กลับไปได้ราว 1 สัปดาห์ ขับรถได้ประมาณ 2–3 สัปดาห์หลังปรึกษาแพทย์ ส่วนงานที่ต้องออกแรงหรือยกของหนักควรรอ 4–6 สัปดาห์ขึ้นไป ทั้งนี้ขึ้นกับแผลของแต่ละคนค่ะ
ต้องใส่ชุดกระชับหลังยกกระชับหน้าอกนานแค่ไหน?
ส่วนใหญ่ใส่เกือบตลอดวันประมาณ 4–6 สัปดาห์ ถอดเฉพาะตอนอาบน้ำ หลังจากนั้นใช้บราไร้โครงแบบนุ่ม และกลับมาใส่บรามีโครงเหล็กได้หลัง 4–6 เดือนถ้ารู้สึกสบายค่ะ
ปวดหลังผ่าตัดยกกระชับหน้าอกนานกี่วัน?
ปวดมากที่สุดใน 48 ชั่วโมงแรก แล้วเหลือระดับปานกลางในวันที่ 3–5 หลังจากนั้นจะเบาลงเรื่อย ๆ ถ้าจู่ ๆ ปวดมากขึ้น ปวดข้างเดียว หรือปวดพร้อมแผลร้อน ให้ติดต่อแพทย์ทันทีค่ะ
แผลเป็นหลังยกกระชับหน้าอกจะจางลงเมื่อไร?
แผลเป็นส่วนใหญ่จะค่อย ๆ จางและนุ่มลงในช่วง 6–12 เดือน การใช้ซิลิโคนเจลสม่ำเสมอและกันแดดอย่างน้อย 1 ปีช่วยได้มาก ผลจะต่างกันไปตามสภาพผิวและวิธีผ่าของแต่ละคนค่ะ
นอนตะแคงได้เมื่อไรหลังยกกระชับหน้าอก?
ช่วง 2–3 สัปดาห์แรกควรนอนหงายและยกตัวช่วงบนให้สูง การกลับมานอนตะแคงให้รอแพทย์ตรวจแผลก่อน และใช้หมอนข้างรองหน้าอกไว้ ส่วนการนอนคว่ำควรเลี่ยงอย่างน้อย 8–12 สัปดาห์ค่ะ
ดูแลหลังผ่าตัดกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เกาหลี
การดูแล ยกกระชับหน้าอก หลังผ่าตัด ให้ได้ผลดี ต้องอาศัยทั้งความสม่ำเสมอของตัวเราเองและการติดตามผลจากทีมแพทย์ ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน มีระบบดูแลหลังผ่าตัดทั้งเรื่องอาการปวด บวม การฟื้นตัวของผิว และการดูแลแผลเป็น สำหรับคนไข้ที่ทำ ยกกระชับหน้าอกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ค่ะ
ถ้ากลับไทยแล้วมีอาการที่ไม่แน่ใจ ส่งรูปแผลและเล่าอาการมาทาง LINE ได้เลย ทีมงานจะประสานกับแพทย์ให้ และปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้เช่นกันค่ะ
- LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
- โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)
เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



