มัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง: แยก 4 อาการ ควรพบหมอเมื่อไร

แพทย์สวมถุงมือคลำตรวจใต้คางของผู้หญิงเพื่อตรวจมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง (ภาพจำลองการตรวจ)

หลังผ่าตัดแล้วรู้สึกว่าใต้คางไม่เหมือนเดิม ทั้งบวม แข็ง ตึง หรือชา ก็เป็นธรรมดาที่จะกังวลค่ะ มัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง คือปัญหาที่อาจเกิดหลังการผ่าตัดรวบเย็บกล้ามเนื้อ platysma ใต้คาง เช่น เลือดคั่ง ผิวขรุขระ อาการตึง และอาการทางประสาท ซึ่งส่วนใหญ่แยกออกได้จากช่วงเวลาที่เกิดและลักษณะอาการ

ปัญหาเหล่านี้แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ อาการระยะแรก ที่มักเกิดในไม่กี่วันถึง 2 สัปดาห์หลังผ่าตัด และ อาการระยะหลัง ที่จะเห็นชัดหลังยุบบวมไปแล้วหลายเดือน

บทความนี้ นพ. อีซองอุก ศัลยแพทย์ตกแต่งจากโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน กรุงโซล จะแยกคำถามที่เจอบ่อยที่สุดในห้องตรวจให้ทีละข้อ ได้แก่ บวมและแข็ง (เลือดคั่ง) ผิวขรุขระ อาการตึง และอาการชาหรือมุมปากขยับไม่เท่ากัน (อาการทางประสาท) แล้วสรุปเป็นเกณฑ์ 3 ระดับว่าเมื่อไรควรติดต่อแพทย์ค่ะ

มัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง เกิดอะไรได้บ้าง และเกิดเมื่อไร

ขอทบทวนหลักการสั้นๆ ก่อนนะคะ การมัดกล้ามเนื้อใต้คางคือการกรีดแผลใต้คางประมาณ 1.5–2 ซม. แล้วรวบขอบด้านในของกล้ามเนื้อ platysma (กล้ามเนื้อบางๆ ที่คลุมด้านหน้าคอ) ซึ่งแยกห่างออกไปทั้งสองข้าง มาเย็บไว้ตรงกลาง พร้อมจัดการไขมันใต้คาง ถ้าอยากอ่านภาพรวมของการผ่าตัด ดูได้ที่ มัดกล้ามเนื้อใต้คาง (Platysmaplasty) คืออะไร

ภาพอธิบายหลักการก่อนดูมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง: กรีดแผลเล็กใต้คาง จัดการไขมัน แล้วรวบกล้ามเนื้อ platysma สองข้างมาเย็บตรงกลาง

อาการระยะแรก: หลังผ่าตัดถึง 2 สัปดาห์

ตำราศัลยกรรมตกแต่งแบ่งภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดคอและใต้คางตามช่วงเวลา ในระยะแรกที่พบได้คือ

  • เลือดคั่ง (hematoma) — เลือดซึมออกมาขังอยู่ใต้ผิว
  • น้ำเหลืองคั่ง (seroma) — ของเหลวใสจากเนื้อเยื่อขังอยู่ในช่องว่าง
  • น้ำลายคั่ง (sialoma) — พบในกรณีที่ผ่าตัดต่อมน้ำลายร่วมด้วย
  • แขนงประสาทใบหน้าที่ขยับมุมปากทำงานลดลงชั่วคราว

อาการระยะหลัง: เห็นชัดหลังผ่านไปหลายเดือน

บางปัญหาจะเห็นก็ต่อเมื่อยุบบวมแล้ว เช่น ผิวใต้คางขรุขระไม่เรียบ (contour irregularity) ซ้ายขวาไม่เท่ากัน รวมถึงจัดการไขมันน้อยไปหรือมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม อาการบวม ช้ำ แข็ง ตึง และชา ส่วนใหญ่คือการฟื้นตัวตามปกติค่ะ อาการบวมหลังมัดกล้ามเนื้อใต้คางมักมากที่สุดในวันที่ 3–5 ยุบไปราว 50–60% ที่ 2 สัปดาห์ ราว 70–80% ที่ 3–4 สัปดาห์ และราว 90% ที่ 2–3 เดือน ส่วนรูปทรงสุดท้ายจะประเมินหลัง 6 เดือน รายละเอียดแต่ละช่วงอยู่ใน ไทม์ไลน์การฟื้นตัวหลังมัดกล้ามเนื้อใต้คาง

Key Point จาก นพ. อีซองอุก: อาการ “เริ่มเมื่อไร” คือเบาะแสแรกที่ช่วยแยกการฟื้นตัวปกติออกจากผลข้างเคียงค่ะ

ใต้คางบวมและแข็ง: แยกเลือดคั่ง น้ำเหลืองคั่ง และพังผืดปกติ

หลังผ่าตัดถ้าใต้คางพองและแข็ง ใครก็ตกใจค่ะ แต่ถึงจะเรียกว่า “บวม” เหมือนกัน ความหมายก็ต่างกันมากตามสิ่งที่ขังอยู่ข้างใน

ตำแหน่งใต้คางที่อาจบวมหลังผ่าตัด หนึ่งในมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง ที่พบได้ (ภาพแสดงตำแหน่ง ไม่ใช่ภาพก่อน-หลัง)

เลือดคั่ง (hematoma): บวมข้างเดียวเร็ว เจ็บ ตึง

เลือดคั่งคือเลือดที่ซึมออกจากบริเวณที่เย็บกล้ามเนื้อหรือเลาะผิว แล้วมาขังอยู่ใต้ผิว มักเกิดช่วงแรกหลังผ่าตัด ลักษณะสำคัญคือ บวมข้างเดียว อย่างรวดเร็ว เจ็บ และรู้สึกตึงแน่น บางครั้งมีรอยช้ำเข้มกระจายออกมาด้วย

ในตำรา การศึกษาการดึงหน้าที่เย็บรวบกล้ามเนื้อ platysma ร่วมกับ SMAS (ชั้นกล้ามเนื้อและพังผืดที่พยุงใบหน้า) พบว่าเลือดคั่งเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบบ่อยที่สุด คือ 3.4% และทุกรายเอาออกได้ภายใต้ยาชาเฉพาะที่โดยไม่กระทบผลลัพธ์อย่างชัดเจน ตัวเลขนี้ไม่ใช่ตัวเลขของการมัดกล้ามเนื้อใต้คางอย่างเดียว แต่ชี้ให้เห็นหลักเดียวกันว่า ถ้าพบเร็วและจัดการทันที ผลต่อรูปทรงสุดท้ายมักน้อย

ที่โรงพยาบาล แพทย์จะคลำตรวจและอัลตราซาวด์หากจำเป็น แล้วดูดออกด้วยเข็ม ใส่ท่อระบาย หรือพันกดทับตามสภาพ แม้พบไม่บ่อย แต่เลือดที่ออกในชั้นลึกของคออาจกดทางเดินหายใจได้ งานวิจัยในวารสารศัลยกรรมตกแต่งจึงระบุว่านี่เป็นความเสี่ยงที่อาจร้ายแรงมาก

ถ้าหายใจหรือกลืนลำบาก ร่วมกับบวมข้างเดียวเร็ว อย่ารอวันนัด ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่ผ่าตัดทันที และถ้าเป็นกลางคืนให้ไปห้องฉุกเฉินค่ะ

น้ำเหลืองคั่ง/น้ำลายคั่ง: นุ่มกระเพื่อมเหมือนลูกโป่งน้ำ

น้ำเหลืองคั่งคือของเหลวใสที่ไม่ใช่เลือดมาขังในช่องว่างใต้ผิว คลำแล้วนุ่มกระเพื่อมเหมือนลูกโป่งใส่น้ำ และมักเจ็บน้อยกว่าเลือดคั่ง ถ้าผ่าตัดต่อมน้ำลายร่วมด้วย น้ำลายคั่งก็ให้ความรู้สึกคล้ายกัน

ไม่ใช่ภาวะเร่งด่วน แต่ไม่ควรนั่งรอให้ยุบเองไปเรื่อยๆ ควรให้โรงพยาบาลที่ผ่าตัดตรวจดู แพทย์อาจดูดออกด้วยเข็มแล้วพันกดทับใหม่ค่ะ

พังผืดปกติ: แข็งเท่ากันสองข้างแล้วค่อยๆ นุ่มลง

ระหว่างที่แผลสมาน เนื้อเยื่อจะแข็งตัวชั่วคราว เรียกว่าเนื้อเยื่อแข็งตัว (induration) ถ้าแข็งพอๆ กันทั้งสองข้าง ไม่ร้อน ไม่โตขึ้นเร็ว และนุ่มลงทีละน้อยในหลายสัปดาห์ ถือเป็นการฟื้นตัวปกติ บทความทบทวนงานวิจัยการผ่าตัดลดต่อมน้ำลายใต้คางรายงานว่าคอแข็งพบได้ราว 21% ซึ่งพบบ่อยกว่าเลือดคั่ง (ราว 1%) มาก และส่วนใหญ่เป็นเพียงชั่วคราวค่ะ

ประเภท ความรู้สึกเมื่อคลำ ช่วงที่พบบ่อย สิ่งที่โรงพยาบาลทำ
เลือดคั่ง ข้างเดียว ตึงแน่น เจ็บ ช่วงแรกหลังผ่าตัด อัลตราซาวด์ เอาออก พันกดทับ
น้ำเหลืองคั่ง/น้ำลายคั่ง นุ่ม กระเพื่อม หลายวันถึงหลายสัปดาห์ ดูดด้วยเข็ม พันกดทับใหม่
พังผืดปกติ แข็งเท่ากันสองข้าง ค่อยๆ นุ่มลงในหลายสัปดาห์ ติดตามอาการ

Key Point จาก นพ. อีซองอุก: แข็งเท่ากันสองข้างคือสัญญาณที่รอได้ แต่ข้างเดียวโตเร็วและเจ็บคือสัญญาณที่ห้ามรอค่ะ

ผิวใต้คางขรุขระ เป็นคลื่น: ตัดสินเมื่อไรและแก้ไขอย่างไร

หลังยุบบวมไปพอสมควร มีคนไข้มาปรึกษาว่า “ใต้คางเป็นคลื่น ไม่เรียบ” เรื่องนี้สิ่งสำคัญที่สุดคืออย่าเพิ่งรีบสรุปค่ะ

ภาพตัดขวางชั้นไขมันและกล้ามเนื้อกับเข็มดูดไขมันปลายมน อธิบายผิวขรุขระ ซึ่งเป็นมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง เมื่อดูดไขมันมากเกินไป

สาเหตุ: ดูดไขมันออกมากไป พังผืดยึด หรือไขมันเหลือ

คอเป็นบริเวณที่ยุบบวมและแผลจางช้ากว่าใบหน้า ถ้าเอาไขมันใต้คางออกมากเกินไป ผิวที่บางลงจะเผยผิวกล้ามเนื้อด้านล่างให้เห็นเป็นคลื่น หรือทำให้รอยย้อยข้างกรามดูชัดขึ้น ในทางกลับกัน ถ้าผิวกับเนื้อเยื่อด้านล่างติดกันไม่สม่ำเสมอ (พังผืดยึด) หรือมีไขมันเหลือเป็นหย่อมๆ ผิวก็ดูไม่เรียบได้เช่นกัน

ช่วงเวลาที่ควรตัดสิน: ครั้งแรก 2–3 เดือน ครั้งสุดท้าย 6 เดือน

ความขรุขระที่เห็นช่วงแรกมักเกิดจากอาการบวมและพังผืดที่ยุบไม่เท่ากัน จึงควรประเมินครั้งแรกหลัง 2–3 เดือนที่บวมยุบราว 90% และตัดสินครั้งสุดท้ายหลัง 6 เดือน ถ้ายังสงสัยว่าผลการผ่าตัดไม่ชัด ลองอ่าน เมื่อไรจึงตัดสินผลการผ่าตัดได้

สิ่งที่แพทย์ตรวจก่อนวางแผนแก้ไข

เมื่อเนื้อเยื่อเข้าที่แล้ว แพทย์จะแยกก่อนว่าความขรุขระมาจากเอาไขมันออกมากไป พังผืดยึด หรือไขมันเหลือ เพราะแต่ละสาเหตุแก้ต่างกัน วิธีแก้จึงต้องตัดสินหลังตรวจและปรึกษากับแพทย์เฉพาะทาง ระหว่างรอ แนะนำให้ถ่ายรูปในแสงและมุมเดิมทุกครั้ง จะได้เทียบความเปลี่ยนแปลงได้ง่ายค่ะ

Key Point จาก นพ. อีซองอุก: ผิวขรุขระไม่ได้ตัดสินกันที่ “เร็วแค่ไหน” แต่ตัดสินหลัง “เนื้อเยื่อเข้าที่แล้ว” ค่ะ

อาการตึงหลังมัดกล้ามเนื้อใต้คาง: ปกติหรือต้องรีบติดต่อ

อาการตึงเป็นเรื่องที่ถามกันบ่อยที่สุดเมื่อพูดถึงมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง เพราะเกือบทุกคนรู้สึกตึงหลังผ่าตัดค่ะ ประเด็นอยู่ที่ว่าตึง “เมื่อไร” และ “แบบไหน”

ตึงเวลาก้มหรือหันหน้า: ปกติ 2–6 สัปดาห์

ความรู้สึกตึงเวลาก้มหรือหันหน้าเกิดจากการรวบเย็บกล้ามเนื้อ เป็นการฟื้นตัวปกติ มักเด่นช่วง 2–6 สัปดาห์แล้วค่อยๆ ลดลง ลองนึกถึงเปลญวนที่เคยหย่อนแล้วถูกดึงเชือกให้ตึง ช่วงแรกย่อมรู้สึกตึงเป็นธรรมดา

ตึงจนหายใจหรือกลืนไม่สะดวก: ติดต่อทันที

ถ้าอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกเหมือนคอถูกรัด หายใจอึดอัด หรือกลืนน้ำลายลำบาก ไม่ใช่อาการตึงปกติแล้วค่ะ อาการนี้อาจเชื่อมกับเลือดออกในชั้นลึกของคอที่กล่าวไว้ข้างต้น ให้ติดต่อโรงพยาบาลที่ผ่าตัดทันที

หลายเดือนต่อมาเห็นแถบตึงแนวตั้งที่คอ

ผ่านไปหลายเดือน อาจเห็นเส้นแนวตั้งที่หน้าคอกลับมา หรือแนวเย็บดูตึงเป็นแถบ แถบกล้ามเนื้อ platysma เหลือให้เห็นบางส่วนหลังผ่าตัดได้ไม่ใช่เรื่องแปลก ไม่ใช่ภาวะฉุกเฉิน ให้แพทย์ตรวจในนัดปกติได้ค่ะ

Key Point จาก นพ. อีซองอุก: ตึงเฉพาะเวลาขยับคือการฟื้นตัว แต่ตึงตอนอยู่นิ่งจนหายใจอึดอัดคือสัญญาณให้ติดต่อทันทีค่ะ

ชาใต้คาง vs มุมปากขยับไม่เท่ากัน: อาการทางประสาทที่ต่างกัน

อาการทางประสาทเป็นมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียงที่คนไข้กังวลมาก เมื่อคนไข้ถามว่า “เส้นประสาทเสียหรือเปล่าคะ” หมอจะถามแยกก่อน 2 ข้อ คือ ความรู้สึกผิดปกติ หรือการขยับผิดปกติ เพราะเป็นเรื่องของเส้นประสาทคนละเส้นกันค่ะ

แผนภาพแยกแขนงประสาทที่ขยับมุมปากกับบริเวณผิวใต้คางที่อาจชา เพื่อแยกมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง ทางประสาท

ใต้คางหรือคอชา รู้สึกน้อยลง: เส้นประสาทรับความรู้สึก

ใต้ผิวมีเส้นประสาทเล็กๆ ที่รับความรู้สึกกระจายอยู่หนาแน่น ระหว่างเลาะผิว เส้นประสาทเหล่านี้อาจได้รับผลกระทบ ทำให้ใต้คางรู้สึกชา เหมือนไม่ใช่เนื้อตัวเอง หรือเหน็บๆ ส่วนใหญ่จะค่อยๆ กลับมาในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ยิ้มแล้วริมฝีปากล่างข้างหนึ่งลงไม่สุด: แขนง marginal mandibular

ใต้แนวกรามมีแขนงของเส้นประสาทใบหน้าที่ดึงมุมปากลง เรียกว่า marginal mandibular branch ถ้าแขนงนี้ทำงานลดลง เวลายิ้มกว้างริมฝีปากล่างข้างหนึ่งจะลงไม่สุด รอยยิ้มจึงดูเบี้ยว ส่วนใหญ่เส้นประสาทไม่ได้ขาด แต่เป็นภาวะที่การส่งสัญญาณอ่อนลงชั่วคราวจากอาการบวมหรือการดึงรั้ง (neurapraxia) อ่านเพิ่มเรื่อง แพทย์ปกป้องเส้นประสาทใบหน้าอย่างไร

งานวิจัยที่วิเคราะห์การดึงคอร่วมกับลดต่อมน้ำลาย 112 ราย (Mendelson BC et al., Plast Reconstr Surg 2015;136:463) พบน้ำลายคั่ง 4.5% และอัมพาตชั่วคราวของแขนงประสาทมุมปาก 4.5% และทุกรายหายสนิทภายใน 3 เดือน ตัวเลขนี้รวมการผ่าตัดต่อมน้ำลายด้วย จึงไม่ใช่อัตราของการมัดกล้ามเนื้อใต้คางอย่างเดียว แต่ช่วยให้เข้าใจแนวทางการฟื้นตัวได้ค่ะ

ควรรอดูอาการทางประสาทนานแค่ไหน

หลักพื้นฐานคือให้โรงพยาบาลที่ผ่าตัดบันทึกการขยับมุมปากและขอบเขตที่ชาไว้ แล้วเทียบทุกครั้งที่นัดตรวจ ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วความรู้สึกยังไม่มีแนวโน้มกลับมาเลย หรือการขยับที่เคยปกติเริ่มผิดปกติขึ้นใหม่ ให้เลื่อนนัดตรวจเร็วขึ้นค่ะ

Key Point จาก นพ. อีซองอุก: “ชา” กับ “ขยับไม่ได้” เป็นปัญหาของเส้นประสาทคนละเส้น ลำดับการตรวจจึงต่างกันค่ะ

เกณฑ์ 3 ระดับ: เมื่อไรต้องกลับไปพบแพทย์หลังมัดกล้ามเนื้อใต้คาง

ถ้านำมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียงทั้งหมดข้างต้นมาแบ่งเป็น “ติดต่อทันที” “นัดครั้งถัดไป” และ “ประเมินหลัง 3–6 เดือน” จะได้ดังนี้ค่ะ

ผู้หญิงสวมผ้ารัดใต้คางนั่งพักฟื้น ช่วงเฝ้าสังเกตมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง หลังผ่าตัด (ภาพจำลอง)

ติดต่อทันที ไม่ต้องรอวันนัด

  • หายใจหรือกลืนลำบาก (ถ้าเป็นกลางคืนให้ไปห้องฉุกเฉิน)
  • ใต้คางข้างเดียวโตเร็ว เจ็บ และตึงแน่น
  • แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ 38°C ขึ้นไปต่อเนื่อง

ตรวจในนัดครั้งถัดไปได้

  • คลำแล้วนุ่มกระเพื่อมเหมือนถุงน้ำ
  • ใต้คางหรือคอชา รู้สึกน้อยลง
  • ตึงเฉพาะเวลาขยับคอ
  • ซ้ายขวาต่างกันเล็กน้อย

แต่ถ้าอาการเหล่านี้แย่ลงเรื่อยๆ ให้เลื่อนนัดเร็วขึ้นค่ะ

ประเมินหลัง 3–6 เดือน

  • ผิวขรุขระหรือเป็นคลื่น
  • ซ้ายขวาไม่สมมาตรชัดเจน
  • แถบตึงแนวตั้งที่หน้าคอ
  • ส่วนที่ยังนูนอยู่แม้ยุบบวมแล้ว

สิ่งที่ควรทำหลังผ่าตัดเพื่อลดผลข้างเคียง

ในตำรา การควบคุมเลือดออกเริ่มตั้งแต่ในห้องผ่าตัด ก่อนปิดแผลจะปรับความดันโลหิตให้กลับมาใกล้ระดับก่อนผ่าตัดเพื่อหาจุดเลือดออกที่ซ่อนอยู่ เพราะตอนความดันต่ำ เลือดที่ออกจะถูกกลบไว้ ด้วยเหตุผลเดียวกัน หลังผ่าตัดจึงควรเลี่ยงสถานการณ์ที่ทำให้ความดันพุ่งขึ้นทันที เช่น ฝืนทนเจ็บ อาเจียน ไอแรง ดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายหนัก รวมถึงใส่ผ้ารัดตามที่แพทย์สั่งค่ะ

อีกเรื่องที่อยากขอคือ อย่าตัดสินเอง ให้จดวันที่เริ่มมีอาการและถ่ายรูปไว้ แล้วนำไปให้โรงพยาบาลที่ผ่าตัดดู จากประสบการณ์ในห้องตรวจ บันทึกนี้ช่วยกำหนดทิศทางการรักษาได้มากที่สุดค่ะ

Key Point จาก นพ. อีซองอุก: หายใจลำบาก กลืนลำบาก และบวมข้างเดียวอย่างรวดเร็ว — 3 อาการนี้ให้ติดต่อทันที ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วันแล้วก็ตามค่ะ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

มัดกล้ามเนื้อใต้คางแล้วบวมข้างเดียว อันตรายไหม

ถ้าบวมข้างเดียวอย่างรวดเร็ว เจ็บ และตึงแน่น อาจเป็นเลือดคั่ง ควรติดต่อโรงพยาบาลที่ผ่าตัดทันที ถ้ามีหายใจหรือกลืนลำบากร่วมด้วย ให้ไปห้องฉุกเฉินค่ะ

ใต้คางแข็งหลังผ่าตัดกี่สัปดาห์ถึงจะนุ่ม

ถ้าแข็งพอๆ กันทั้งสองข้าง ไม่ร้อน และไม่โตขึ้นเร็ว มักเป็นพังผืดจากการสมานแผลตามปกติ ซึ่งจะค่อยๆ นุ่มลงในหลายสัปดาห์ แต่ควรให้แพทย์คลำตรวจยืนยันค่ะ

ผิวใต้คางขรุขระจะหายเองไหม ต้องรอนานเท่าไร

ความขรุขระช่วงแรกมักมาจากอาการบวมที่ยุบไม่เท่ากัน ให้ประเมินครั้งแรกที่ 2–3 เดือนเมื่อบวมยุบราว 90% และตัดสินครั้งสุดท้ายหลัง 6 เดือน แล้วค่อยปรึกษาวิธีแก้กับแพทย์ค่ะ

อาการชาใต้คางหลังผ่าตัดเหนียงหายภายในกี่เดือน

อาการชาเกิดจากเส้นประสาทรับความรู้สึกเล็กๆ ใต้ผิวได้รับผลกระทบ ส่วนใหญ่ค่อยๆ ดีขึ้นในหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วไม่มีแนวโน้มดีขึ้นเลย ควรเลื่อนนัดตรวจให้เร็วขึ้นค่ะ

ทำไมยิ้มแล้วมุมปากเบี้ยวหลังมัดกล้ามเนื้อใต้คาง

มักเกิดจากแขนงประสาท marginal mandibular ที่ขยับมุมปากทำงานลดลงชั่วคราว งานวิจัยที่รวมการผ่าตัดต่อมน้ำลายพบภาวะนี้ 4.5% และหายภายใน 3 เดือนทุกราย แพทย์จะบันทึกการขยับและติดตามอาการทุกนัดค่ะ

สรุป

เมื่อกังวลเรื่องมัดกล้ามเนื้อใต้คาง ผลข้างเคียง ให้แยกก่อนว่าอาการเริ่มเมื่อไร เป็นข้างเดียวหรือสองข้าง และเป็นเรื่องความรู้สึกหรือการขยับ ส่วนใหญ่เป็นการฟื้นตัวที่ดีขึ้นเองตามเวลา แต่หายใจหรือกลืนลำบาก และบวมข้างเดียวอย่างรวดเร็ว คือสัญญาณที่ต้องติดต่อทันทีค่ะ

อาการเดียวกันอาจตีความต่างกันตามวิธีผ่าตัดและสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละคน ควรปรึกษาโรงพยาบาลที่ผ่าตัดก่อน และถ้าผ่าตัดที่อื่นมาแต่อยากให้ประเมินอาการ ก็เข้ารับการตรวจแบบพบแพทย์ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินได้ ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ ปรึกษาการผ่าตัดลดเหนียง (double chin) ที่มาอิน

สามารถทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยที่ +82-10-6864-1175 เพื่อรับการประเมินและราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อีซองอุก (Lee Sung-wook) ผู้อำนวยการ ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน กรุงโซล

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *