ซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม? เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก ถอดออก หรือแค่ตรวจติดตาม เลือกอย่างไรดี

ซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม — แพทย์ถือซิลิโคนหน้าอกผิวเรียบไว้บนฝ่ามือ

เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก คือการผ่าตัดนำซิลิโคนเดิมออกแล้วใส่ชิ้นใหม่ และสำหรับคำถาม ซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม คำตอบคือไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตามจำนวนปีค่ะ สิ่งที่ใช้ตัดสินคืออาการ ผลตรวจ และความพึงพอใจของตัวเราเอง

  • ไม่ต้องเปลี่ยนเพราะครบ 10 ปี ถ้าไม่มีอาการและผลตรวจปกติ ใช้ต่อได้พร้อมตรวจตามนัด
  • มี 4 สาเหตุทางการแพทย์ ที่ควรพิจารณาผ่าตัด ได้แก่ พังผืดรัดซิลิโคน (capsular contracture) ซิลิโคนแตก ซิลิโคนเลื่อน และ BIA-ALCL
  • ถ้าต้องผ่าตัด มี 4 ทางเลือก คือ เปลี่ยนชิ้นใหม่ ถอดอย่างเดียว ถอดแล้วเติมไขมัน หรือถอดแล้วยกกระชับ

หลายคนที่เสริมหน้าอกมา 5 ปี 10 ปี เริ่มมีคำถามคล้ายกันค่ะ “รู้สึกว่าข้างหนึ่งแข็งขึ้นนิดหน่อย” “ใส่มา 12 ปีแล้ว ต้องเอาออกไหม” หรือ “ตอนนี้อยากกลับไปเป็นธรรมชาติ ถอดออกได้ไหม” คำถามเหล่านี้ต่างจากตอนผ่าตัดครั้งแรก เพราะเราต้องตัดสินใจว่าจะเก็บซิลิโคนที่อยู่ในร่างกายไว้ เปลี่ยนใหม่ หรือเอาออกไปเลย

บทความนี้เป็น “แผนที่ตัดสินใจ” ที่สรุปจากคำถามที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินได้รับบ่อยที่สุดค่ะ เราจะไล่ตั้งแต่ความเข้าใจผิดเรื่อง 10 ปี ตารางเช็กอาการ 4 สาเหตุทางการแพทย์ ไปจนถึงตารางเปรียบเทียบทางเลือก ส่วนรายละเอียดเชิงลึกของแต่ละเรื่องจะมีลิงก์ให้อ่านต่อ

ซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม?

ไม่ต้องค่ะ ซิลิโคนหน้าอกไม่มีวันหมดอายุตายตัว ถ้าไม่มีอาการผิดปกติและผลตรวจภาพยังปกติ ก็ใช้ต่อได้โดยไม่ต้องผ่าตัดเปลี่ยนล่วงหน้า สิ่งที่ควรทำคือตรวจติดตามตามนัดอย่างสม่ำเสมอ

ความเชื่อว่า “ต้องเปลี่ยนซิลิโคนทุก 10 ปี” ยังพบได้บ่อยมาก ทั้งในกระทู้ Pantip และในห้องตรวจ แต่ข้อมูลจาก U.S. FDA: Breast Implants อธิบายว่าซิลิโคนหน้าอก “ไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้ได้ตลอดชีวิต” แต่ก็ไม่ได้กำหนดว่าต้องเปลี่ยนเมื่อครบกี่ปี เพียงแต่ยิ่งใส่นาน โอกาสเกิดปัญหาก็ยิ่งเพิ่ม FDA จึงเน้นการตรวจติดตาม ไม่ใช่การนับปีแล้วผ่าออก

สำหรับซิลิโคนชนิดเจล FDA แนะนำให้คนที่ไม่มีอาการตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ครั้งแรกเมื่อผ่าตัดไปแล้ว 5–6 ปี และตรวจซ้ำทุก 2–3 ปีหลังจากนั้นค่ะ แปลว่าแม้ใส่มาครบ 10 ปี สิ่งที่ควรทำก่อนคือ “ตรวจ” ไม่ใช่ “เปลี่ยน”

คำว่า เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก ในบทความนี้หมายถึงการผ่าตัดเอาซิลิโคนชิ้นเดิมออกแล้วใส่ชิ้นใหม่เข้าไปแทน ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มการผ่าตัดแก้หน้าอก (breast revision) ร่วมกับการถอดซิลิโคนและการแก้พังผืด

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: การเปลี่ยนซิลิโคนดูจากอาการและความพึงพอใจ ไม่ใช่จำนวนปี ถ้าไม่มีอาการ ตรวจตามนัดก็เพียงพอค่ะ

อาการแบบไหนควรตรวจก่อนตัดสินใจ?

ถ้ามีอาการตามตารางด้านล่างแม้เพียงข้อเดียว ควรตรวจกับแพทย์ก่อนตัดสินใจค่ะ ช่อง “สาเหตุที่อาจเป็นไปได้” ไม่ใช่การวินิจฉัย แต่เป็นเหตุผลว่าทำไมควรตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI

สิ่งที่สังเกตเห็น สาเหตุที่อาจเป็นไปได้
หน้าอกข้างหนึ่งแข็งขึ้นหรือรูปทรงเปลี่ยน พังผืดรัดซิลิโคน (Baker ระดับ 2–4)
แนวหน้าอกเลื่อนขึ้น ลง หรือออกด้านข้างไม่เท่ากัน ซิลิโคนเลื่อนตำแหน่ง
หน้าอกข้างหนึ่งเล็กลงอย่างรวดเร็ว ถุงน้ำเกลือแตก
ปวด ตึง หรือรู้สึกมีสิ่งแปลกปลอมเรื้อรัง พังผืดรัดซิลิโคน หรือเส้นประสาทถูกระคายเคือง
บวมรอบซิลิโคนนานเกิน 6 สัปดาห์ ควรตรวจหา BIA-ALCL (พบได้น้อย)
นอนลงแล้วรูปทรงยังดูแปลก หรือคลำเจอขอบซิลิโคน เต้านมชิดติดกันผิดปกติ (symmastia) หรือผิวเป็นคลื่น (rippling)

อาการหน้าอกแข็งเพียงอย่างเดียวมีได้หลายสาเหตุ จึงควรให้แพทย์ตรวจคลำร่วมกับดูผลอัลตราซาวด์ก่อนสรุปค่ะ

สัญญาณฉุกเฉิน ควรไปโรงพยาบาลทันที

  • มีไข้ 38°C ขึ้นไป
  • หน้าอกข้างเดียวบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • แผลผ่าตัดแดง ร้อน หรือมีหนอง
  • หายใจลำบาก
  • เจ็บหน้าอก

เช็กเอง 4 สาเหตุทางการแพทย์ที่ต้องผ่าตัดแก้ซิลิโคนหน้าอก (เปลี่ยนหรือถอด)

มี 4 สถานการณ์ที่มักต้องพิจารณาผ่าตัด ไม่ใช่แค่เฝ้าดูอาการค่ะ ได้แก่ พังผืดรัดซิลิโคนระดับ 3–4 ซิลิโคนแตกหรือรั่ว ซิลิโคนเลื่อนตำแหน่ง และ BIA-ALCL ถ้าเข้าข้อใดข้อหนึ่ง ควรนัดตรวจเพื่อวางแผนกับแพทย์ว่าจะเปลี่ยนหรือถอดซิลิโคน

ตำราศัลยกรรมเต้านมสรุปไว้ว่ามี 3 ภาวะที่งานวิจัยสนับสนุนชัดเจนว่าเป็นเหตุผลในการถอดซิลิโคน คือ ซิลิโคนแตก พังผืดรัดซิลิโคน และ BIA-ALCL ส่วนอาการกลุ่มอื่นยังมีหลักฐานไม่ชัดเท่า จึงต้องประเมินเป็นรายคน

  • ✓ หน้าอกแข็งจนรูปทรงเปลี่ยน หรือแข็งและเจ็บ
  • ✓ ผลอัลตราซาวด์หรือ MRI พบว่าซิลิโคนแตกหรือรั่ว
  • ✓ ซิลิโคนเลื่อนลง เลื่อนออกข้าง หรือขยับขึ้นจนดูไม่เป็นธรรมชาติ
  • ✓ บวมรอบซิลิโคนนานผิดปกติ หรือคลำเจอก้อนใหม่

พังผืดรัดซิลิโคน (Baker 3–4)

ร่างกายจะสร้างเยื่อบาง ๆ ห่อหุ้มซิลิโคนเสมอ (เรียกว่าแคปซูล) ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าแคปซูลหนาขึ้นและหดรัดตัว จะเรียกว่าพังผืดรัดซิลิโคน หรือพังผืดหน้าอก ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดของการผ่าตัดแก้หน้าอกค่ะ

ตำราศัลยกรรมแบ่งความรุนแรงของพังผืดเป็น 4 ระดับตามเกณฑ์ Baker ระดับ 3 แนะนำให้ผ่าตัดแก้ และระดับ 4 จำเป็นต้องผ่าตัดแก้

  • ระดับ 1: นุ่มปกติ ไม่มีอาการ เฝ้าดูได้
  • ระดับ 2: แข็งขึ้นเล็กน้อยแต่รูปทรงยังปกติ ลองนวดหรือใช้ยาก่อน
  • ระดับ 3: แข็งและรูปทรงผิดไป แนะนำให้ผ่าตัดแก้
  • ระดับ 4: แข็ง รูปทรงผิดไป และเจ็บ จำเป็นต้องผ่าตัดแก้

วิธีจัดการพังผืดแต่ละแบบมีรายละเอียดมาก อ่านต่อได้ที่ วิธีแก้พังผืดหน้าอก 4 แบบ

ซิลิโคนแตกหรือรั่ว

ซิลิโคนเจลรุ่นใหม่ (cohesive gel เนื้อเจลเหนียวแน่นคล้ายเยลลี่) แม้แตกแล้วเจลก็มักค้างอยู่ในแคปซูล ทำให้ไม่มีอาการเลย เรียกว่า “แตกแบบเงียบ” (silent rupture) ซึ่งรู้ได้จากอัลตราซาวด์หรือ MRI เท่านั้นค่ะ ส่วนถุงน้ำเกลือ ถ้าแตก น้ำเกลือจะถูกร่างกายดูดซึมไป หน้าอกข้างนั้นจึงเล็กลงเร็วจนสังเกตได้เอง

ดูสัญญาณที่ควรสงสัยและช่วงเวลาที่ควรตรวจได้ที่ สัญญาณซิลิโคนแตกและควรตรวจ MRI เมื่อไหร่

ซิลิโคนเลื่อนตำแหน่ง

เมื่อเวลาผ่านไป ซิลิโคนอาจขยับออกจากตำแหน่งเดิมได้ 4 แบบหลักค่ะ

  • เลื่อนลงต่ำ (bottoming out): ซิลิโคนตกต่ำกว่าแนวใต้ราวนม หัวนมดูชี้ขึ้น
  • เลื่อนออกด้านข้าง: ซิลิโคนไหลไปทางรักแร้ เวลานอนหงายจะชัดขึ้น
  • เลื่อนขึ้นสูง: ซิลิโคนค้างอยู่ด้านบน ดูเป็นก้อนไม่กลมกลืน
  • เต้านมชิดติดกัน (symmastia): เนื้อเยื่อตรงกลางบางลงจนสองข้างดูเชื่อมกัน

BIA-ALCL กับซิลิโคนผิวทราย

BIA-ALCL คือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดหนึ่งที่พบได้น้อย และสัมพันธ์กับซิลิโคนผิวทราย (textured implant ที่ผิวด้านนอกหยาบ) ค่ะ มักแสดงอาการเป็นหน้าอกบวมขึ้นช้า ๆ หลังผ่าตัดไปนานแล้ว หรือคลำเจอก้อน การวินิจฉัยต้องเจาะดูดน้ำหรือตัดชิ้นเนื้อไปตรวจ

ตำราศัลยกรรมระบุว่าการรักษาหลักคือถอดซิลิโคนพร้อมเลาะแคปซูลออกทั้งหมด (total capsulectomy) และตัดก้อนที่พบออกให้หมด เพราะถ้าเหลือเนื้อเยื่อผิดปกติค้างไว้ โรคอาจลุกลามจนต้องรักษาเพิ่ม ส่วนซิลิโคนผิวเรียบที่ใช้กันในปัจจุบันมีรายงานว่าความเสี่ยงต่ำมาก

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: ถ้าสงสัยข้อใดข้อหนึ่งใน 4 ข้อนี้ การตรวจอัลตราซาวด์แม่นยำกว่าการหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตค่ะ ซิลิโคนที่แตกแบบเงียบ เราไม่มีทางรู้ได้เอง

ไม่มีปัญหาทางการแพทย์ แต่อยากเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก ได้ไหม?

ได้ค่ะ และเป็นเหตุผลที่พบบ่อยด้วย การเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอกไม่จำเป็นต้องรอให้มีโรคหรือภาวะแทรกซ้อน ถ้ารูปร่างหรือความต้องการของเราเปลี่ยนไป ก็ปรึกษาแพทย์เพื่อวางแผนใหม่ได้

  • รูปทรงหน้าอกเปลี่ยนหลังตั้งครรภ์ ให้นมลูก หรือน้ำหนักขึ้นลง
  • ขนาดที่เลือกครั้งแรกตอนนี้รู้สึกใหญ่หรือเล็กเกินไป (ดู การเลือกไซส์ใหม่เมื่ออยากเปลี่ยน cc)
  • อยากเปลี่ยนซิลิโคนผิวทรายรุ่นเก่าเป็นซิลิโคนผิวเรียบ
  • ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน อยากได้รูปทรงที่ดูเป็นธรรมชาติขึ้น

สำหรับคนที่ใช้ซิลิโคนผิวทรายและไม่มีอาการ การถอดทันทีไม่ใช่เรื่องจำเป็นค่ะ ตรวจติดตามตามนัดได้ แต่ถ้ากังวลมากจนกระทบชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนเป็นผิวเรียบหรือถอดออกก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลเช่นกัน

ภาพประกอบทั่วไป ผู้หญิงสวมเสื้อเปิดไหล่สีครีม

เปลี่ยน ถอด หรือถอดแล้วเติม? ตารางเลือก 4 ทาง

เมื่อตัดสินใจผ่าตัดแล้ว คำถามถัดไปคือจะเลือกทางไหน ซึ่งขึ้นกับว่าเราพอใจรูปทรงเดิมแค่ไหน อยากเก็บขนาดไว้หรือไม่ และผิวหนังยืดหย่อนมากน้อยเพียงใดค่ะ

A. เปลี่ยนซิลิโคนใหม่

  • ข้อดี: คงขนาดเดิมได้ มักใช้แผลเดิม พักฟื้นเร็ว
  • ข้อควรรู้: ยังต้องตรวจติดตามซิลิโคนชิ้นใหม่ต่อไป
  • เหมาะกับ: พอใจรูปทรงและขนาด แต่ซิลิโคนเก่าหรือแตก

B. ถอดอย่างเดียว

  • ข้อดี: ไม่ต้องกังวลภาวะแทรกซ้อนจากซิลิโคนอีก
  • ข้อควรรู้: ขนาดลดลง และผิวอาจหย่อนคล้อย
  • เหมาะกับ: ไม่อยากมีวัตถุแปลกปลอมในร่างกายแล้ว หรือรู้สึกว่าไซส์ใหญ่เกิน

C. ถอดแล้วเติมไขมัน

  • ข้อดี: สัมผัสเป็นธรรมชาติ ไม่มีวัตถุแปลกปลอม
  • ข้อควรรู้: เพิ่มขนาดได้จำกัด และไขมันที่อยู่รอดต่างกันในแต่ละคน
  • เหมาะกับ: อยากถอดซิลิโคนแต่ยังอยากเหลือความอิ่มเล็กน้อย

D. ถอดแล้วยกกระชับ

  • ข้อดี: แก้ความหย่อนคล้อยและจัดตำแหน่งหัวนมได้
  • ข้อควรรู้: มีแผลเพิ่ม
  • เหมาะกับ: ใส่ซิลิโคนมานานจนผิวยืดและหน้าอกหย่อนชัดเจน

ตารางเลือกแบบเร็ว

สถานการณ์ของคุณ ทางเลือกที่มักเหมาะ
ปัญหามีแค่ซิลิโคนเก่าหรือแตก แต่ชอบรูปทรงเดิม A. เปลี่ยนซิลิโคนใหม่
ไซส์ใหญ่จนเป็นภาระ อยากกลับไปเป็นธรรมชาติ B. ถอดอย่างเดียว
อยากถอดออก แต่ยังอยากมีความอิ่มอยู่บ้าง C. ถอดแล้วเติมไขมัน
ใส่มานานและหน้าอกหย่อนมาก D. ถอดแล้วยกกระชับ

รูปทรงหน้าอกหลังถอด และรายละเอียดของการเติมไขมันหรือการยกกระชับ อ่านต่อได้ที่ หน้าอกหลังถอดซิลิโคนเปลี่ยนไปอย่างไร

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: หัวใจของการเลือกคือ “อีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า เราอยากใช้ชีวิตด้วยรูปร่างแบบไหน” นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนอุปกรณ์ แต่เป็นการตัดสินใจเรื่องไลฟ์สไตล์ค่ะ

ไม่มีอาการ ควรตรวจอัลตราซาวด์บ่อยแค่ไหน?

ถ้าไม่มีอาการ สิ่งที่ควรทำแทนการเปลี่ยนคือตรวจตามนัดค่ะ ใครที่สงสัยว่าซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม ให้เริ่มจากการตรวจก่อน ตารางด้านล่างเป็นตารางตรวจที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินแนะนำ ซึ่งถี่กว่าคำแนะนำขั้นต่ำของ FDA เพื่อให้เจอปัญหาได้เร็ว

ช่วงเวลา สิ่งที่ตรวจ (ตารางแนะนำของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน)
1, 3 และ 6 เดือนหลังผ่าตัด ตรวจติดตามกับแพทย์
ครบ 1 ปี ตรวจสภาพและเทียบรูปถ่าย
หลังจากนั้นทุก 1–2 ปี อัลตราซาวด์ (กรณีใช้ซิลิโคนเจลต่อ)
ตั้งแต่ปีที่ 5 เป็นต้นไป MRI หรืออัลตราซาวด์เป็นประจำ

เหตุผลที่ต้องตรวจเป็นระยะคือ ซิลิโคนเจลที่แตกมักไม่เจ็บและรูปทรงแทบไม่เปลี่ยน การรอให้มีอาการจึงอาจช้าเกินไปค่ะ ตำราด้านภาวะแทรกซ้อนของการผ่าตัดหน้าอกยังอธิบายว่า ถ้ามีพังผืดรัดซิลิโคน ผลอัลตราซาวด์อาจอ่านยากขึ้น แพทย์จึงอาจให้ตรวจ MRI ร่วมด้วย

Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: ซิลิโคนแตกแบบเงียบ คนไข้ไม่มีทางรู้เองค่ะ การตรวจตามนัดจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเจอปัญหาตั้งแต่เนิ่น ๆ

ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก ควรเตรียมอะไรและถามแพทย์อะไร?

ก่อนตัดสินใจ ควรตรวจละเอียดให้รู้สภาพซิลิโคนและแคปซูลก่อน เตรียมประวัติการผ่าตัดครั้งแรก และถามแพทย์ให้ชัดว่าจะจัดการแคปซูลอย่างไรค่ะ การผ่าตัดแก้ต้องวางแผนละเอียดกว่าการผ่าตัดครั้งแรก

ตรวจอะไรบ้างก่อนวางแผน

  1. อัลตราซาวด์ความละเอียดสูง ดูสภาพซิลิโคน การแตก และความหนาของแคปซูล
  2. สแกน 3 มิติ วัดความไม่สมมาตรซ้ายขวาและรูปทรงทรวงอก
  3. MRI เมื่อจำเป็น เช่น สงสัยแตกแบบเงียบหรือสงสัย BIA-ALCL
  4. จำลองผลลัพธ์ของแต่ละทางเลือก ทั้งขนาด รูปทรง และวิธีผ่าตัด

เอกสารที่ควรเตรียม

ถ้ามี ให้นำบันทึกการผ่าตัดครั้งแรก (ชนิด ขนาด และหมายเลขล็อตของซิลิโคน) และผลตรวจภาพเดิมมาด้วยค่ะ ถ้าไม่มีเอกสารก็ไม่ต้องกังวล แพทย์ประเมินจากอัลตราซาวด์และ MRI ได้

คำถามที่ควรถามแพทย์

  • แคปซูลของฉันจะจัดการแบบไหน (เลาะบางส่วน เลาะทั้งหมด เก็บแคปซูลไว้ หรือถอดออกทั้งก้อนแบบ en bloc) และเพราะอะไร
  • ใช้แผลเดิมได้ไหม หรือต้องเปลี่ยนตำแหน่งแผล
  • แต่ละทางเลือกพักฟื้นต่างกันอย่างไร

ไม่ใช่ทุกคนที่ต้องเลาะแคปซูลออกทั้งหมดค่ะ วิธีนี้มักพิจารณาเมื่อมีข้อบ่งชี้ชัดเจน เช่น พังผืดระดับ 3–4 หรือสงสัย BIA-ALCL ถ้าแคปซูลบางและไม่มีปัญหา อาจเลาะเพียงบางส่วนก็พอ

การพักฟื้นต่างกันตามทางเลือก

การเปลี่ยนซิลิโคนอย่างเดียว ส่วนใหญ่กลับไปทำงานออฟฟิศได้ใน 2–4 สัปดาห์ และรูปทรงจะเข้าที่สมบูรณ์ใน 3–6 เดือนค่ะ ถ้าต้องเลาะแคปซูลทั้งหมดหรือยกกระชับร่วมด้วย อาจเจ็บมากกว่าและพักฟื้นนานกว่าการผ่าตัดครั้งแรก

สปอร์ตบราซิปหน้าสีเบจสำหรับสวมช่วงพักฟื้นหลังเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก ประกอบหัวข้อซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม

ดูขั้นตอนตรวจและแนวทางผ่าตัดของโรงพยาบาลได้ที่ แก้หน้าอกที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

คำถามที่พบบ่อย

ซิลิโคนหน้าอกอยู่ได้กี่ปี?

ไม่มีอายุใช้งานตายตัวค่ะ ถ้าไม่มีปัญหาก็ใช้ต่อได้ ใส่มาครบ 10 ปีแล้วต้องเปลี่ยนไหมจึงขึ้นกับผลตรวจ ไม่ใช่จำนวนปี แต่ยิ่งใส่นาน การตรวจก็ยิ่งสำคัญ ควรตรวจอัลตราซาวด์ตามนัดเพื่อดูว่าซิลิโคนยังปกติดีหรือไม่

ใช้ซิลิโคนผิวทรายอยู่ ต้องถอดทันทีไหม?

ถ้าไม่มีอาการ ไม่จำเป็นต้องถอดทันทีค่ะ ควรตรวจอัลตราซาวด์ติดตาม และถ้ามีบวม เจ็บ หรือคลำเจอก้อน ให้รีบพบแพทย์ ถ้ากังวลมาก การเปลี่ยนเป็นผิวเรียบหรือถอดออกก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล

เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอกกับหมอคนใหม่ได้ไหม ต้องเตรียมอะไร?

ได้ค่ะ แนะนำให้นำบันทึกการผ่าตัดครั้งแรก เช่น ชนิด ขนาด หมายเลขล็อตของซิลิโคน และวิธีผ่าตัดมาด้วย ถ้าไม่มีเอกสาร แพทย์ก็ประเมินจากอัลตราซาวด์และ MRI ได้เพียงพอ

เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอกต้องมีแผลใหม่ไหม?

ส่วนใหญ่ใช้แผลเดิมได้ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นรอบปานนม ใต้ราวนม หรือรักแร้ แต่ถ้าต้องเลาะแคปซูลทั้งหมดหรือยกกระชับร่วมด้วย มักเปลี่ยนมาใช้แผลใต้ราวนม

ค่าใช้จ่ายเปลี่ยนหรือถอดซิลิโคนขึ้นอยู่กับอะไร?

ขึ้นกับว่าเป็นการเปลี่ยนซิลิโคนอย่างเดียว ต้องเลาะแคปซูลร่วมด้วย หรือต้องยกกระชับด้วยค่ะ เพราะความซับซ้อนต่างกันมาก จึงต้องตรวจประเมินก่อน ปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้ทาง LINE

ปรึกษาก่อนตัดสินใจเปลี่ยนหรือถอดซิลิโคน

การผ่าตัดแก้หน้าอกไม่ใช่แค่ทำซ้ำการผ่าตัดครั้งแรกค่ะ แม้จะเป็นหน้าอกเดิม แต่ตอนนี้มีทั้งแคปซูลที่ก่อตัวแล้ว เนื้อเยื่อที่ยืดออก และผิวที่ความยืดหยุ่นเปลี่ยนไป จึงต้องวางแผนใหม่ทั้งหมด เมื่อถามว่าซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม จุดเริ่มต้นจึงไม่ใช่ “ใส่มานานแล้ว เปลี่ยนเถอะ” แต่คือการตรวจให้รู้ว่าซิลิโคนในร่างกายมีปัญหาจริงไหม และถ้ามี ควรแก้ไปในทิศทางไหน

ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ประเทศเกาหลี แพทย์จะประเมินสภาพซิลิโคน แคปซูล เนื้อเยื่อ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน ก่อนเสนอแผนที่เหมาะสมค่ะ ทักแชทมาปรึกษาฟรีได้ที่ LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175 เพื่อรับการประเมินและปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย นพ. อี ซองอุค (Dr. Lee Sung-wook) ศัลยแพทย์ตกแต่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *