ขั้นตอนฉีดรีจูรัน คือ ลำดับการทำรีจูรัน ฮีลเลอร์ 5 ขั้น ตั้งแต่ปรึกษาแพทย์ ทำความสะอาดและมาร์กจุด ทายาชา ฉีดสาร PN จากปลาแซลมอนเข้าชั้นหนังแท้ตื้น ๆ ไปจนถึงทำให้ผิวสงบหลังฉีด โดยทั้งหมดมักใช้เวลาที่คลินิกราว 1–1.5 ชั่วโมง
หลายคนเริ่มรู้สึกว่าผิวไม่เหมือนเดิม แต่ยังไม่อยากผ่าตัดใหญ่ จึงมองหารีจูรันก่อน และคำถามที่คุณหมออี ซองอุค ได้ยินบ่อยที่สุดในห้องตรวจกลับไม่ใช่เรื่องผลลัพธ์ แต่เป็น “วันนัดจริงทำอะไรบ้าง ใช้ยาชาแบบไหน” ค่ะ
บทความนี้จึงเล่าทีละขั้นตามที่เกิดขึ้นจริงในวันฉีด ทั้ง 5 ขั้นตอน ยาชา 3 แบบและวิธีเลือก ความลึกในการฉีด เวลาที่ต้องเผื่อไว้ที่คลินิก และการดูแลก่อนกลับที่พัก เหมาะสำหรับคนที่วางแผนบินมาฉีดที่โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน ย่านกังนัม กรุงโซล ประเทศเกาหลีค่ะ
รีจูรัน ฮีลเลอร์ คืออะไร? สรุปสั้น ๆ ก่อนเข้าขั้นตอน
รีจูรัน ฮีลเลอร์ (Rejuran Healer) คือสกินบูสเตอร์ชนิดฉีดที่มีส่วนผสมหลักเป็นโพลีนิวคลีโอไทด์ (PN — สารที่สกัดและทำให้บริสุทธิ์จาก DNA ปลาแซลมอน) แพทย์จะแบ่งฉีดตื้น ๆ หลายจุดในชั้นหนังแท้ เพื่อช่วยให้เซลล์ผิวซ่อมแซมตัวเองและสร้างคอลลาเจนได้ดีขึ้น
ต่างจากฟิลเลอร์ที่เติมปริมาตร และต่างจากโบท็อกซ์ที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว รีจูรันเน้นกระตุ้นการฟื้นฟูของผิวเอง หากอยากรู้ว่าวงการแพทย์นิยามและแบ่งกลุ่มสกินบูสเตอร์อย่างไร ดูได้จากงานวิจัยทบทวนเรื่องสกินบูสเตอร์ (Skin Res Technol, 2024) ค่ะ
ส่วนคำว่า PN กับ PDRN ที่เห็นบนฉลากเป็นสารฟื้นฟูกลุ่มเดียวกัน ต่างกันที่ขนาดโมเลกุลและรูปแบบผลิตภัณฑ์ อ่านเพิ่มได้ที่ รีจูรัน PDRN คืออะไร ค่ะ
ถ้าอยากรู้ผลที่คาดหวังได้ เช่น ผิวกระชับ ชุ่มชื้น ริ้วรอยเล็ก ๆ และรูขุมขน ดูภาพรวมทั้งหมดได้ที่ ฉีดรีจูรัน คืออะไร ส่วนบทความนี้จะโฟกัสเฉพาะ “วันฉีดจริง” ค่ะ
ฉีดรีจูรัน ฮีลเลอร์เหมาะกับใคร และควรเตรียมตัวอย่างไรก่อนวันนัด?
รีจูรันเหมาะกับคนที่กังวลเรื่องผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือผิวไม่เรียบ แต่ยังไม่พร้อมผ่าตัด แพทย์จะดูจากสภาพผิวมากกว่าอายุ ก่อนวันนัดควรเตรียมตัวตามนี้ค่ะ
- ดูที่สภาพผิว ไม่ใช่ตัวเลขอายุ: ช่วงอายุ 20–30 ปีมักมาเพื่อป้องกัน ส่วนตั้งแต่กลาง 30 ขึ้นไปมักมาเพื่อดูแลริ้วรอยระยะแรก
- ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเคยแพ้ยาชาเฉพาะที่: ต้องวางแผนวิธีระงับความรู้สึกใหม่ จึงควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษา
- ไม่ต้องทาครีมชามาเองจากที่พัก: โดยเฉพาะการทาหนา ๆ เป็นบริเวณกว้าง (เหตุผลอธิบายในหัวข้อยาชาด้านล่าง)
- ถ้าเลือกฉีดแบบหลับ: ควรมีคนมาด้วย และไม่วางแผนขับรถเองในวันนั้น
- วางแผนทริปเกาหลี: เผื่อเวลาที่คลินิกไว้ราว 1–1.5 ชั่วโมงต่อครั้ง และถ้าจะทำเป็นคอร์ส ให้คิดเรื่องระยะห่าง 2–4 สัปดาห์ระหว่างแต่ละครั้งไว้ในแผนเดินทางด้วย
ขั้นตอนฉีดรีจูรัน 5 ขั้น ตั้งแต่ปรึกษาจนถึงหลังฉีด

แต่ละคลินิกอาจเรียกชื่อขั้นตอนต่างกันเล็กน้อย แต่ขั้นตอนฉีดรีจูรันโดยรวมมักเป็นลำดับเดียวกันดังนี้ค่ะ
- ปรึกษาแพทย์และวิเคราะห์ผิว
- ล้างหน้า ฆ่าเชื้อ และมาร์กจุดฉีด
- ทายาชาหรือเลือกวิธีระงับความรู้สึก
- ฉีดรีจูรันตามวิธีและความลึกที่วางแผนไว้
- ทำให้ผิวสงบทันทีหลังฉีด และรับคำแนะนำการดูแล
การฉีดรีจูรันทั้งหน้าใช้เวลาเตรียมและฉีดราว 30–40 นาที (ยังไม่รวมเวลารอครีมชาซึม) และใช้สารประมาณ 2–3 cc ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ บริเวณที่ฉีด และวิธีระงับความรู้สึกค่ะ
ขั้นที่ 1: ปรึกษาแพทย์และวิเคราะห์ผิว
แพทย์จะถามว่ากังวลบริเวณไหน อยากเห็นผิวเปลี่ยนไปแบบไหน พร้อมเช็กสภาพผิว อายุ ประวัติหัตถการที่เคยทำ และประวัติแพ้ยา แล้วจึงวางแผนการฉีด
ถ้าจำเป็นจะใช้เครื่องวิเคราะห์ผิวบันทึกความยืดหยุ่น ความชุ่มชื้น รูขุมขน และความลึกของริ้วรอยไว้เป็นตัวเลข คุณหมออีเล่าว่าคนที่มีค่าตั้งต้นเก็บไว้ มักไม่ค่อยลังเลแบบ “ดีขึ้นหรือเปล่านะ” เพราะมีของให้เทียบชัดเจนค่ะ
ขั้นที่ 2: ล้างหน้า ฆ่าเชื้อ และมาร์กจุดฉีด
ล้างเครื่องสำอางและความมันออกให้หมด แล้วเช็ดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อทางการแพทย์เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ
จากนั้นแพทย์จะมาร์กจุดตามบริเวณที่ฉีด การมาร์กไม่ใช่แค่ขีดเส้นให้ดูเป็นระบบ แต่ช่วยให้ซ้ายขวาสมดุล และแยกให้ออกว่าจุดไหนฉีดไปแล้ว จุดไหนยังไม่ฉีด สารจะได้ไม่กองอยู่ที่เดียว
ใบหน้าคนเราซ้ายขวาไม่เท่ากันอยู่แล้ว ถ้ากะด้วยตาอย่างเดียว ปริมาณมักไปรวมอยู่ข้างหนึ่งค่ะ
ขั้นที่ 3: ทายาชาหรือเลือกวิธีระงับความรู้สึก
รีจูรันใช้เข็มเล็กฉีดหลายจุด จึงต้องระงับความรู้สึกก่อนเสมอ พื้นฐานคือยาชาแบบทา ถ้าบริเวณกว้างหรือเจ็บง่ายอาจเพิ่มยาชาแบบฉีดหรือการให้ยานอนหลับ วิธีเลือกแต่ละแบบอธิบายละเอียดในหัวข้อถัดไปค่ะ
ขั้นที่ 4: ฉีดรีจูรัน — วิธีฉีดและความลึก
เมื่อชาดีแล้วจึงเริ่มฉีด วิธีที่ใช้บ่อยมี 3 แบบ
- ไมโครแพพพูล (micropapule): ใช้เข็มเล็กมากฉีดตื้นและถี่ ให้เกิดตุ่มนูนขนาดเม็ดงาขึ้นชั่วคราว เหมาะกับการกระจายสารให้ทั่วทั้งหน้า
- ฉีดเฉพาะจุด: เน้นบริเวณที่มีปัญหา เช่น ริ้วรอยลึกหรือแผลเป็น
- ฉีดด้วยเครื่องช่วยฉีด (injector): เครื่องคุมปริมาณและความลึกต่อครั้งให้สม่ำเสมอ ช่วยได้มากเมื่อต้องฉีดพื้นที่กว้าง
ตำราหัตถการความงามแบบแผลเล็กอธิบายหลักของการฉีดตื้นหลายจุดไว้คล้ายกัน คือฉีดเป็นตุ่มเล็ก ๆ จำนวนมากในชั้นผิวตื้น เพื่อให้สารกระจายเป็นแผ่นบาง ๆ ทั่วบริเวณ แทนที่จะไปกองเป็นก้อนจุดเดียว
เมื่อฉีดทั้งหน้า จำนวนจุดฉีดอาจเกิน 100 จุด นี่จึงเป็นเหตุผลที่การระงับความรู้สึกสำคัญมากสำหรับรีจูรันค่ะ

ความลึก: เป้าหมายคือชั้นหนังแท้ส่วนบนถึงชั้นกลาง ซึ่งเป็นชั้นที่สร้างคอลลาเจนและอีลาสติน แต่ผิวหน้าแต่ละส่วนหนาไม่เท่ากัน จึงไม่กำหนดความลึกเป็นตัวเลขตายตัว
หน้าผากและรอบดวงตาที่ผิวบาง แพทย์จะฉีดตื้นกว่าและแบ่งปริมาณต่อจุดให้น้อยลง ส่วนแก้มที่ผิวหนากว่าจะมีช่วงให้ปรับได้มากกว่า
ปริมาณ: การฉีดทั้งหน้ามักใช้ประมาณ 2–3 cc และปรับตามผลิตภัณฑ์ บริเวณ และสภาพผิวค่ะ
ขั้นที่ 5: ทำให้ผิวสงบทันทีหลังฉีด
ฉีดเสร็จแล้วจะใช้มาสก์เย็นหรือแผ่นปลอบผิวลดรอยแดง บวม และความร้อนตรงจุดฉีด ต่อด้วยการกดเบา ๆ ทาครีมปลอบผิวหรือครีมฟื้นฟู และทากันแดดก่อนออกจากคลินิก รายละเอียดแต่ละขั้นอยู่ในหัวข้อการดูแลหลังฉีดด้านล่างค่ะ
คุณหมออี ซองอุค เน้นว่า: สิ่งที่ตัดสินผลของรีจูรันไม่ใช่เครื่องมือหรูหรา แต่เป็นพื้นฐานอย่างการมาร์กจุด ความลึก และการกระจายสาร ผลิตภัณฑ์เดียวกัน ถ้าฉีดต่างตำแหน่งต่างปริมาณ ผิวก็ฟื้นตัวเร็วช้าต่างกันได้
ฉีดรีจูรัน ใช้ยาชาไหม? เลือกยาชา 3 แบบให้เหมาะกับตัวเอง
ใช้ค่ะ เพราะรีจูรันไม่ได้ฉีดจุดเดียวแล้วจบ แต่ฉีดตื้น ๆ ซ้ำหลายสิบจุด (ถ้าทั้งหน้าอาจเกิน 100 จุด) วิธีระงับความรู้สึกจึงเป็นตัวกำหนดประสบการณ์ในวันนั้นมากที่สุด มาดูทีละแบบว่าต่างกันอย่างไรและเลือกด้วยเกณฑ์อะไรค่ะ
ยาชาแบบทา (ครีมชา) ต้องรอกี่นาที?
ยาชาแบบทาคือวิธีพื้นฐานที่สุด ครีมชากลุ่ม EMLA ผสมลิโดเคน (lidocaine) 2.5% กับไพรโลเคน (prilocaine) 2.5% รวมเป็น 5% ซึ่งเอกสารด้านผิวหนังวิทยาถือเป็นสูตรมาตรฐานของยาชาแบบทา เวลารอขึ้นอยู่กับสูตรและบริเวณ โดยทั่วไปอยู่ที่ 20–60 นาที
ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่าสาเหตุที่ยาชาแบบทาไม่ได้ผลบ่อยที่สุดคือรอไม่นานพอ ที่มาอินจึงรอครีมชา 20–60 นาทีก่อนเริ่มฉีด ข่าวดีคือผิวหน้ามีชั้นผิวนอกสุด (ชั้นเคราติน — ชั้นที่ทำหน้าที่เป็นเกราะกันยาซึมผ่าน) บางกว่าส่วนอื่น ยาจึงอาจออกฤทธิ์เร็วกว่าที่ผิวกายค่ะ
เรื่องความปลอดภัยที่ต้องรู้: หัตถการความงามบางที่ใช้ครีมชาผสมเข้มข้นสูง เช่น ลิโดเคน 15% กับไพรโลเคน 5% ตำราผิวหนังเพื่อความงามระบุว่าเคยมีรายงานภาวะพิษจากยาชาลิโดเคนที่ส่งผลไปทั่วร่างกายจากครีมกลุ่มนี้
ตำราเล่มเดียวกันจึงแนะนำให้ทาครีมชาความเข้มข้นสูงครั้งละไม่เกิน 300–400 ตารางเซนติเมตร ถ้าต้องทาบริเวณกว้าง ใช้สูตรมาตรฐานที่เข้มข้นน้อยกว่าจะปลอดภัยกว่า
นี่คือเหตุผลที่คุณหมอไม่แนะนำให้ทาครีมชาหนา ๆ มาเองจากที่พักค่ะ
ยาชาแบบฉีดและการบล็อกเส้นประสาทใช้เมื่อไร?
ถ้าฉีดบริเวณกว้างหรือเจ็บง่ายเป็นพิเศษ แพทย์จะเพิ่มยาชาแบบฉีด สำหรับใบหน้า วิธีที่ชาได้ครอบคลุมที่สุดคือการบล็อกเส้นประสาท คือฉีดยาชาตรงทางผ่านของเส้นประสาทเพียงจุดเดียว แล้วบริเวณทั้งหมดที่เส้นนั้นดูแลจะชาไปพร้อมกัน
- เส้นประสาทที่คาง: ดูแลคางและริมฝีปากล่าง
- เส้นประสาทใต้เบ้าตา: ดูแลตั้งแต่เปลือกตาล่างลงมาถึงริมฝีปากบน
- เส้นประสาทเหนือเบ้าตา: ดูแลบริเวณหน้าผาก
ตำราศัลยกรรมความงามก็อธิบายตรงกันว่าการบล็อกเส้นประสาทบริเวณคาง ใต้เบ้าตา และเหนือเบ้าตา ช่วยระงับปวดได้ครอบคลุมพื้นที่กว้างของใบหน้า
ส่วนการฉีดยาชาลงตรงจุดที่จะทำโดยตรง (ยาชาแบบแทรกซึม) ต้องระวัง เพราะยาจะดันเนื้อเยื่อให้นูนชั่วคราวจนรูปทรงเดิมถูกบัง ถ้ากะปริมาณตอนนั้น ข้างหนึ่งอาจได้มากเกิน อีกข้างได้น้อยเกิน
ตำราศัลยกรรมความงามจึงเตือนว่าวิธีนี้อาจทำให้ฉีดมากหรือน้อยเกินไปในหัตถการที่ต้องคุมรูปทรงค่ะ
ยานอนหลับทางหลอดเลือด (ฉีดแบบหลับ) จำเป็นไหม?
ไม่จำเป็นสำหรับทุกคน วิธีนี้คือให้ยาระงับความรู้สึกทางหลอดเลือดดำจนหลับไปชั่วครู่ระหว่างฉีด เหมาะกับคนที่กลัวเข็มมาก หรือต้องฉีดพื้นที่กว้างในครั้งเดียว
แต่การให้ยานอนหลับก็เป็นหัตถการทางการแพทย์อย่างหนึ่ง ต้องทำในสถานที่ที่เฝ้าดูสัญญาณชีพได้และมีพื้นที่พักฟื้น วันนั้นห้ามขับรถเอง และควรมีคนมาด้วย
ส่วนชื่อเรียกอย่าง “รีจูรันไม่เจ็บ” หรือ “รีจูรันแบบหลับ” ที่เห็นในโฆษณาบางแห่ง ส่วนใหญ่ก็คือวิธีเดียวกันนี้ ตอนปรึกษาให้ถามว่าใช้ยาอะไรและให้ด้วยวิธีไหนค่ะ
เกณฑ์เลือกยาชาแต่ละแบบ (ตาราง)

| สถานการณ์ | วิธีที่มักเลือก | สิ่งที่ต้องรู้ |
|---|---|---|
| ฉีดบางส่วนของหน้า ใช้เวลาสั้น | ยาชาแบบทาอย่างเดียว | รอครีม 20–60 นาทีให้ครบ ส่วนใหญ่เพียงพอ |
| ฉีดทั้งหน้า หรือรวมรอบดวงตาที่เจ็บง่าย | ยาชาแบบทา + ยาชาแบบฉีด/บล็อกเส้นประสาท | ชาครอบคลุมกว่า ลดความเจ็บจากจุดฉีดจำนวนมาก |
| เจ็บง่ายมาก หรือกลัวเข็ม | ปรึกษาเรื่องยานอนหลับทางหลอดเลือด | ต้องเฝ้าดูสัญญาณชีพ พักฟื้นหลังตื่น ห้ามขับรถวันนั้น |
| ตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือเคยแพ้ยาชาเฉพาะที่ | วางแผนวิธีระงับความรู้สึกใหม่ | แจ้งแพทย์ตั้งแต่ขั้นปรึกษา |
ความเจ็บของรีจูรันมาจากจำนวนจุดฉีดที่มากและการฉีดตื้นซ้ำ ๆ ถ้าชาเพียงพอ ส่วนใหญ่จะรู้สึกแค่แปลบ ๆ หรือรู้สึกถูกกด บริเวณอย่างริมฝีปากและรอบดวงตาจะไวกว่าที่อื่น ถ้าเจ็บจนทนไม่ไหว มักแปลว่ายาชายังไม่ถึงหรือบริเวณนั้นไวเป็นพิเศษ แพทย์เพิ่มยาชาระหว่างฉีดได้ค่ะ
คุณหมออี ซองอุค เน้นว่า: ยาชาไม่ใช่ยิ่งแรงยิ่งดี ใช้เท่าที่จำเป็นตามบริเวณและความไวต่อความเจ็บจะปลอดภัยที่สุด และครีมชาเองก็ต้องทาให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด
ฉีดรีจูรัน ใช้เวลากี่นาที ต้องอยู่คลินิกนานแค่ไหน?
เวลาที่อยู่คลินิกโดยรวมมักอยู่ที่ 1 ชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง 30 นาที ถ้าแบ่งตามขั้นตอนฉีดรีจูรันจะได้คร่าว ๆ ดังนี้ค่ะ
| ช่วง | เวลาโดยประมาณ |
|---|---|
| รอครีมชาซึม | 20–60 นาที |
| เตรียมผิวและฉีด | 30–40 นาที |
| รวมเวลาที่คลินิก | มักอยู่ที่ 1–1.5 ชั่วโมง |
| กรณีให้ยานอนหลับ | เพิ่มเวลาพักหลังตื่นจนกว่าจะพร้อมกลับ |
คนที่ครีมชาออกฤทธิ์ดีอาจกลับได้ในราวหนึ่งชั่วโมง แต่ถ้าฉีดทั้งหน้าหรือต้องรอครีมนานก็จะนานขึ้นตามนั้น ถ้ามาเที่ยวเกาหลี แนะนำไม่นัดกิจกรรมถัดไปแน่นเกินไปในวันฉีดค่ะ
อยากให้ทีมช่วยประเมินเวลาที่ต้องใช้ล่วงหน้าตามบริเวณที่จะฉีด ทักแชทมาได้ที่ LINE: @339fwnst ค่ะ
หลังฉีดรีจูรันทันทีและวันแรก ดูแลอย่างไร? ลำดับการพักฟื้น
รีจูรันพักฟื้นเร็วกว่าหัตถการฉีดหลายชนิด ส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ในวันเดียวกัน ลำดับมีดังนี้ค่ะ
ก่อนกลับบ้าน: ประคบเย็น กดเบา ๆ และทาครีม

- ประคบเย็นหรือแผ่นปลอบผิว: ลดรอยแดง บวม และความร้อนตรงจุดฉีด
- กดเบา ๆ: คุณหมออีไม่เคยข้ามขั้นนี้ เพราะช่วยให้รอยแดง บวม และรอยช้ำเหลือน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
- ทาครีมปลอบผิวหรือครีมฟื้นฟู
- ทากันแดดก่อนออกจากคลินิก: ปกป้องผิวที่เพิ่งผ่านการฉีดจากแสงแดด
ช่วงนี้ทีมจะอธิบายข้อควรระวังและวิธีดูแลตัวเองให้ฟังด้วยค่ะ
ตุ่มนูนหลังฉีดยุบเมื่อไร?
ตุ่มนูนเล็ก ๆ ตรงจุดฉีดเป็นผลปกติของการฉีดตื้นแบบไมโครแพพพูล และมักยุบลงภายในราวหนึ่งวัน สาเหตุและช่วงเวลาที่ยุบอธิบายละเอียดไว้ที่ ตุ่มนูนหลังฉีดรีจูรัน ค่ะ
ช่วงพักฟื้น 24 ชั่วโมง – 1 สัปดาห์
- 0–24 ชั่วโมง: อาจบวมแดงเล็กน้อย รอยเข็มเล็ก ๆ ส่วนใหญ่จางภายใน 24 ชั่วโมง และกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ในวันเดียวกัน
- 1–3 วัน: อาการบวมแดงมักลดลงใน 24–48 ชั่วโมง ส่วนรอยช้ำถ้ามีอาจอยู่ 3–5 วัน งดออกกำลังกายหนัก ซาวน่า และแอลกอฮอล์ 2–3 วัน
- วันถัดไป: แต่งหน้าบาง ๆ ได้ แต่หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่ระคายเคือง
- ภายใน 1 สัปดาห์: ส่วนใหญ่ไม่เหลือรอยให้เห็น
- 2–4 สัปดาห์: ผิวเริ่มค่อย ๆ เปลี่ยนตามกระบวนการฟื้นฟู
รีจูรัน ฉีดกี่ครั้ง ห่างกันกี่สัปดาห์?

คอร์สพื้นฐานมักฉีด 3–4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2–4 สัปดาห์ แต่ระยะห่างสำคัญกว่าจำนวนครั้ง แพทย์จะนัดครั้งถัดไปเมื่อรอยจากครั้งก่อนยุบและผิวนิ่งแล้ว ตารางของแต่ละคนจึงต่างกันเล็กน้อย
หลังจบคอร์ส การฉีดเพื่อคงผลจะกำหนดตามสภาพผิว ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ต่างกันมากในแต่ละคน จึงบอกเป็นจำนวนเดือนตายตัวไม่ได้ อายุน้อยและผิวตั้งต้นดีมักอยู่ได้นานกว่า ส่วนการสูบบุหรี่ ดื่มหนัก นอนไม่เป็นเวลา และโดนแดดบ่อย จะทำให้ผลจางเร็วขึ้นค่ะ
ข้อควรระวังและผลข้างเคียงที่ควรรู้ก่อนฉีด
- อาการที่พบบ่อย: บวม แดง รอยเข็ม และช้ำเล็กน้อย ส่วนใหญ่หายภายในไม่กี่วัน
- อาการที่พบน้อย: อาการแพ้ และการติดเชื้อ
- เรื่องยาชา: ครีมชาเข้มข้นสูงต้องทาในพื้นที่จำกัด และถ้าให้ยานอนหลับ ห้ามขับรถเองในวันนั้น
- ฉีดวันเดียวกับฟิลเลอร์: ทำได้ในบางกรณี แต่ถ้าบริเวณทับกันควรเว้นระยะ ลำดับและระยะห่างให้แพทย์กำหนดตอนปรึกษา
อาการแบบไหนปกติ แบบไหนต้องรีบติดต่อแพทย์ อ่านต่อได้ที่ ผลข้างเคียงของรีจูรันและสัญญาณเตือน ค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขั้นตอนฉีดรีจูรัน
ฉีดรีจูรันต้องอยู่คลินิกนานแค่ไหน?
รอครีมชา 20–60 นาที บวกเตรียมและฉีดอีก 30–40 นาที รวมแล้วมักอยู่ที่ 1–1.5 ชั่วโมง ถ้าฉีดทั้งหน้าหรือครีมต้องรอนานจะนานขึ้น และถ้าให้ยานอนหลับต้องเผื่อเวลาพักหลังตื่นด้วยค่ะ
ทาครีมชาอย่างเดียวพอไหม?
ขึ้นกับบริเวณ เวลา และความไวต่อเข็มของแต่ละคน ถ้าฉีดบริเวณเล็กและใช้เวลาสั้น ครีมชามักเพียงพอ ถ้าระหว่างฉีดเจ็บขึ้นมาตรงรอบดวงตา แพทย์จะเพิ่มยาชาเฉพาะจุดนั้น อย่าฝืนทน บอกแพทย์ได้ทันทีค่ะ เพราะถ้าเกร็งตัว การฉีดจะยิ่งใช้เวลานานขึ้น
ฉีดรีจูรันลึกแค่ไหน?
บอกเป็นตัวเลขตายตัวได้ยาก เป้าหมายคือชั้นหนังแท้ส่วนบนถึงชั้นกลาง แพทย์ใช้ความรู้สึกต้านของเข็มเป็นตัวบอกชั้นผิว รอบดวงตาที่ผิวบางจะฉีดแค่ปลายเข็ม ส่วนแก้มลึกลงไปอีกเล็กน้อย ความลึกที่ต่างกันในแต่ละส่วนของหน้าจึงเป็นเรื่องปกติค่ะ
ฉีดรีจูรันที่หน้าผากหรือรอบดวงตาได้ไหม?
ได้ค่ะ แต่สองบริเวณนี้ผิวบาง และอยู่ใกล้เส้นประสาทกับหลอดเลือด จึงต้องฉีดตื้นกว่าและแบ่งปริมาณมากกว่า หน้าผากยังมีความหนาเปลี่ยนไปเมื่อเข้าใกล้แนวผม การแบ่งโซนตั้งแต่ขั้นมาร์กจุดจึงปลอดภัยกว่า
รีจูรันต้องฉีดกี่ครั้ง?
มักวางแผนไว้ 3–4 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 2–4 สัปดาห์ หลังรอยจากครั้งก่อนยุบแล้ว การฟื้นฟูของผิวสะสมทีละครั้ง จึงไม่ควรตัดสินจากครั้งแรก ให้เทียบผลหลังจบคอร์สค่ะ
ฉีดรีจูรันแล้วแต่งหน้าได้เลยไหม?
วันที่ฉีดทาแค่กันแดด ส่วนเครื่องสำอางที่มีสีเริ่มแบบบาง ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไปค่ะ
ฉีดรีจูรันวันเดียวกับฟิลเลอร์ได้ไหม?
สองอย่างนี้ทำงานต่างกันและมีเป้าหมายต่างกัน จึงทำร่วมกันได้ในบางกรณี แต่ถ้าบริเวณทับกันควรเว้นระยะ ลำดับและช่วงห่างให้ตัดสินตอนปรึกษาค่ะ
ปรึกษาแผนฉีดรีจูรัน ฮีลเลอร์กับทีมภาษาไทยของมาอิน
สรุปแล้ว ขั้นตอนฉีดรีจูรันมี 5 ขั้น คือ ปรึกษา เตรียมผิว ระงับความรู้สึก ฉีด และดูแลทันทีหลังฉีด ซึ่งขั้นที่มีผลต่อทั้งผลลัพธ์และความสบายในวันฉีดมากที่สุดคือวิธีระงับความรู้สึกกับวิธีฉีดค่ะ
ก่อนฉีดลองถามแพทย์ว่าจะใช้ยาชาแบบไหน ครอบคลุมแค่ไหน และจะแบ่งฉีดที่ความลึกเท่าไรในแต่ละบริเวณ จะช่วยให้มั่นใจขึ้นมากค่ะ
สภาพผิวและบริเวณที่ไวต่อความเจ็บของแต่ละคนไม่เหมือนกัน แผนยาชาและการฉีดจึงต่างกันไปด้วย ดูข้อมูลหัตถการได้ที่ ฉีดรีจูรัน ฮีลเลอร์ที่มาอิน ค่ะ
ทักแชทมาปรึกษาฟรีได้ที่ LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175 ทีมพร้อมช่วยวางแผนการฉีด และปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้เลยค่ะ
เขียนและตรวจทานโดย นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ) — โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน เกาหลี
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



