อัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม? คำตอบจากงานวิจัยคือ ได้ผลในคนที่ผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง อัลเทอร่า (Ulthera) คือเครื่องอัลตราซาวด์แบบโฟกัสที่มองเห็นชั้นผิวขณะทำ (MFU-V) ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ในปี 2009 ใช้ความร้อนราว 65°C กระตุ้นให้เนื้อเยื่อหดตัวและสร้างคอลลาเจนใหม่ในผิวชั้นลึกและชั้น SMAS ค่ะ
ในกระทู้ Pantip มักมีคนถามว่า “อัลเทอร่าราคาสูงขนาดนี้ ได้ผลจริงหรือแค่การตลาด” บางคนเล่าว่ากรอบหน้าคมขึ้นชัด บางคนบอกว่าไม่เห็นอะไรเปลี่ยนเลย คำตอบที่ตรงที่สุดจึงไม่ได้อยู่ในรีวิว แต่อยู่ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วและในตำราศัลยกรรมตกแต่งค่ะ
บทความนี้จะพูดถึงแค่ “หลักฐานและกลไก” คือ อัลเทอร่าทำงานในผิวอย่างไร งานวิจัย 4 ชิ้นพบอะไร และหลักฐานยังตอบไม่ได้ตรงไหน ถ้าอยากรู้ว่าหน้าจะค่อย ๆ เปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละสัปดาห์ อ่านต่อได้ที่ อัลเทอร่า ก่อนหลัง ไทม์ไลน์ผลลัพธ์ ค่ะ
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- อัลเทอร่าส่งความร้อนลงไปที่ชั้นหนังแท้และชั้นพังผืด SMAS โดยไม่ทำร้ายผิวด้านบน
- ผลเกิด 2 จังหวะ: เนื้อเยื่อหดตัวทันที และคอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ สร้างในหลายเดือน
- งานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วพบการดีขึ้นชัดเจนในคนที่ผิวหย่อนน้อยถึงปานกลาง
- หลักฐานส่วนใหญ่ยังเป็นงานวิจัยขนาดเล็กที่ไม่ได้สุ่มกลุ่ม และช่วยคนที่หย่อนมาก ๆ ได้จำกัด
อัลเทอร่า คืออะไร ต่างจาก HIFU ทั่วไปตรงไหน
อัลเทอร่าคือเครื่อง HIFU (อัลตราซาวด์ความเข้มสูงแบบโฟกัส) รุ่นที่มีจอภาพอัลตราซาวด์ในตัว แพทย์จึงเห็นชั้นผิวก่อนปล่อยพลังงานทุกครั้ง ในทางการแพทย์เรียกว่า MFU-V หรือ microfocused ultrasound with visualization ค่ะ
ลองนึกถึงการใช้แว่นขยายรวมแสงแดดให้เป็นจุดเล็ก ๆ จุดเดียว แสงที่ผ่านแว่นไม่ได้ร้อน แต่ตรงจุดที่แสงรวมกันจะร้อนขึ้นทันที อัลเทอร่าใช้หลักเดียวกัน ตำราผิวหนังอธิบายว่าคลื่นอัลตราซาวด์ทำให้เนื้อเยื่อสั่นและเกิดความร้อนจากการเสียดสีเฉพาะตรงจุดโฟกัส ผิวที่คลื่นผ่านไปจึงแทบไม่ได้รับความร้อนค่ะ
ได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ปี 2009
ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่าเครื่องอัลเทอร่าได้รับการรับรองจาก FDA สหรัฐฯ ในปี 2009 โดยเป้าหมายของการรักษาคือยกและกระชับบริเวณคิ้ว แก้ม และลำคอ การรับรองนี้บอกว่าเครื่องผ่านเกณฑ์ความปลอดภัยและการใช้งาน แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนจะเห็นผลเท่ากัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องดูงานวิจัยประกอบค่ะ
มองเห็นชั้นผิวด้วยอัลตราซาวด์ลึกถึง 8 มม. ขณะทำ
ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายว่าภาพอัลตราซาวด์ของอัลเทอร่ามองเห็นชั้นเนื้อเยื่อได้ลึกถึง 8 มม. แพทย์จึงรู้ว่าพลังงานจะลงไปที่ชั้นไหนก่อนกดยิง นี่คือจุดต่างสำคัญจากเครื่อง HIFU ที่ไม่มีภาพนำทาง ซึ่งต้องอาศัยการกะความลึกจากประสบการณ์อย่างเดียว ข้อมูลเครื่องและขั้นตอนการทำที่โรงพยาบาลของเรา ดูได้ที่หน้า อัลเทอร่าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ค่ะ
กลไกยกกระชับ: ความร้อน 65°C ทำอะไรกับผิวชั้นลึก
กลไกยกกระชับของอัลเทอร่าคือการสร้างจุดความร้อนเล็ก ๆ ราว 65°C ในชั้นหนังแท้และชั้น SMAS เพื่อให้เนื้อเยื่อหดตัวทันที แล้วกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนใหม่ตามมาค่ะ
ตามตำราศัลยกรรมตกแต่ง อัลเทอร่าสร้างจุดความร้อนราว 65°C ในชั้นหนังแท้และ SMAS โดยไม่ทำร้ายผิวชั้นนอก ความร้อนระดับนี้ทำให้เนื้อเยื่อตรงจุดนั้นแข็งตัว (เรียกว่า thermal coagulation) และทำให้เส้นใยคอลลาเจนเดิมหดสั้นลงค่ะ
จุดความร้อนเล็กประมาณ 1 มม.³ โดยไม่ทำร้ายผิวด้านบน
งานวิจัยอธิบายว่าแต่ละจุดความร้อนมีขนาดราว 1 มม.³ และเกิดจากพัลส์สั้นเพียง 150 มิลลิวินาที เนื้อเยื่อรอบ ๆ และผิวด้านบนแทบไม่ได้รับผลกระทบ จึงไม่ต้องใช้ระบบทำความเย็นที่ผิว และผิวฟื้นตัวได้เร็วค่ะ
ภาพที่ควรนึกถึงคือ “จุดเล็ก ๆ เรียงเป็นแถวอยู่ใต้ผิว” ไม่ใช่ความร้อนที่แผ่ไปทั้งหน้า แต่ละจุดเป็นเหมือนแผลเล็ก ๆ ที่ร่างกายจะต้องซ่อม และการซ่อมนี่เองที่นำไปสู่คอลลาเจนใหม่ค่ะ
ความลึก 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. และชั้น SMAS
หลักง่าย ๆ คือ ความถี่ของหัวยิงยิ่งสูง จุดโฟกัสยิ่งตื้น ตำราเวชสำอางและตำราหัตถการระบุว่าหัว 7 MHz โฟกัสที่ราว 3.0 มม. และหัว 4 MHz โฟกัสที่ราว 4.5 มม. ส่วนหัว 1.5 มม. ใช้กับชั้นตื้นใกล้ผิวค่ะ
| ความลึกโฟกัส | ความถี่หัวยิง | ชั้นที่ไปถึงโดยประมาณ |
|---|---|---|
| 1.5 มม. | หัวสำหรับชั้นตื้น | หนังแท้ส่วนบน ใกล้ผิว |
| 3.0 มม. | 7 MHz | หนังแท้ส่วนลึก |
| 4.5 มม. | 4 MHz | ชั้นพังผืด SMAS |
SMAS (พังผืดใต้ผิวที่พยุงโครงหน้า) คือชั้นที่ห่อหุ้มกล้ามเนื้อแสดงสีหน้าและเชื่อมกับหนังแท้ และเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ดึงในการผ่าตัดดึงหน้า ตำราผิวหนังมองว่าการส่งพลังงานลงไปถึง SMAS ได้แบบเจาะจง คือจุดเด่นด้านการกระชับและความคงทนของอัลเทอร่า ส่วนเรื่องว่าแต่ละบริเวณควรใช้จำนวนเท่าไร อ่านแยกได้ที่ อัลเทอร่าต้องใช้กี่ช็อต ค่ะ
2 ขั้นตอน: ผิวหดตัวทันที + คอลลาเจนใหม่ค่อย ๆ สร้างในหลายเดือน
- ทันทีหลังทำ: ความร้อนทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัว เนื้อเยื่อจึงตึงขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่วันแรก
- หลายเดือนต่อมา: จุดความร้อนกระตุ้นกระบวนการซ่อมแซมแบบเดียวกับการสมานแผล (มีการอักเสบเล็ก ๆ ตามธรรมชาติ) จากนั้นเซลล์สร้างเส้นใย (fibroblast) จะสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาแทน
ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่าการตอบสนองต่ออัลเทอร่า “ขึ้นกับการสร้างคอลลาเจนใหม่” เป็นส่วนสำคัญ และตำราหัตถการก็อธิบายว่า HIFU กระตุ้นการอักเสบที่นำไปสู่การสร้างคอลลาเจนใหม่เพิ่มขึ้น นี่คือเหตุผลที่ผลเต็มที่ไม่ได้เห็นในวันเดียว โดยกระบวนการปรับโครงสร้างนี้ใช้เวลาราว 3–6 เดือน รายละเอียดแต่ละช่วงอยู่ในบทความ ไทม์ไลน์ผลลัพธ์อัลเทอร่า ค่ะ
อัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม? งานวิจัย 4 ชิ้นบอกอะไร
งานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้ว 4 ชิ้นเป็นหลักฐานหลักที่ตอบคำถามว่าอัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม โดย 3 ชิ้นวัดผลการยกกระชับ และอีก 1 ชิ้นดูความปลอดภัยในคนเอเชีย ผลรวมชี้ไปทางเดียวกันว่า อัลเทอร่าช่วยให้ผิวกระชับขึ้นจริงในคนที่ผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลางค่ะ
| งานวิจัย | จำนวนคน | รูปแบบงานวิจัย | วัดผลอย่างไร | ผลหลัก |
|---|---|---|---|---|
| Alam et al. (2010) | 35 คน | ติดตามไปข้างหน้า กลุ่มเดียว ใบหน้าและลำคอ | แพทย์ประเมินแบบปิดบัง + วัดจากภาพถ่าย | 86% ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คิ้วยกเฉลี่ย 1.7 มม. |
| Oni et al. (2014) | 103 คน | ติดตามไปข้างหน้า ไม่สุ่ม ใบหน้าส่วนล่าง | ผู้ป่วยประเมินเอง + ผู้ประเมินแบบปิดบัง ที่ 90 วัน | ผู้ป่วยราว 2 ใน 3 รู้สึกดีขึ้น ผู้ประเมินเห็นการดีขึ้น 60% |
| Fabi & Goldman (2014) | ย้อนดูผู้ที่เคยทำ | ย้อนหลัง ใบหน้าและลำคอ | ผู้ป่วยรายงานผลที่ 90 และ 180 วัน | มากกว่า 80% ดีขึ้น ไม่สัมพันธ์กับอายุหรือสีผิว |
| Chan et al. | 49 คน (คนจีน) | ใบหน้าและลำคอ | ติดตามผลข้างเคียง | ไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือคงอยู่นาน |
คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนอ่านต่อ: “ผู้ประเมินแบบปิดบัง” คือแพทย์ที่ดูภาพโดยไม่รู้ว่าภาพไหนก่อนทำหรือหลังทำ จึงตัดความลำเอียงออกไปได้มาก ส่วน “งานวิจัยแบบไปข้างหน้า” คือเก็บข้อมูลตั้งแต่ก่อนทำแล้วติดตามต่อ ซึ่งน่าเชื่อถือกว่าการย้อนดูข้อมูลเก่าค่ะ
Alam et al. (2010): 35 คน ประเมินแบบปิดบัง 86% ดีขึ้น
นี่คืองานวิจัยแรกที่ทำทั้งใบหน้าและลำคอ ในงานวิจัยของ Alam et al. (35 คน) แพทย์ผู้ประเมินแบบปิดบังพบว่า 86% ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และคิ้วยกขึ้นเฉลี่ย 1.7 มม. เมื่อวัดจากภาพถ่ายมาตรฐาน ตัวเลข 1.7 มม. ฟังดูน้อย แต่บริเวณคิ้วแค่นี้ก็ทำให้ตาดูเปิดขึ้นได้ อ่านบทคัดย่อได้ที่ Alam et al., J Am Acad Dermatol 2010 ค่ะ
Oni et al. (2014): 103 คน งานวิจัยแบบไปข้างหน้าที่ใหญ่ที่สุด
งานวิจัยของ Oni et al. ปี 2014 ในผู้ใหญ่ 103 คน พบว่าที่ 90 วัน ผู้ป่วยราว 2 ใน 3 รายงานว่าดีขึ้น และผู้ประเมินแบบปิดบังเห็นการดีขึ้น 60% งานนี้ดูเฉพาะใบหน้าส่วนล่าง และพบว่าคนที่มีดัชนีมวลกาย (BMI) ไม่เกิน 30 ได้ผลดีกว่า รายละเอียดอยู่ที่ Oni et al., Aesthetic Surgery Journal 2014 ค่ะ
สังเกตว่าตัวเลขสองฝั่งไม่เท่ากัน คนที่ “รู้สึกว่าดีขึ้น” (ราว 2 ใน 3) กับคนที่ “ภาพถ่ายยืนยันว่าดีขึ้น” (60%) อาจไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน ความหมายในชีวิตจริงคือ อัลเทอร่าไม่ได้ให้ผลเท่ากันทุกคน และการตั้งความคาดหวังให้ตรงกับความจริงสำคัญพอ ๆ กับตัวเครื่องค่ะ
Fabi & Goldman (2014): มากกว่า 80% รายงานว่าดีขึ้นที่ 90 และ 180 วัน
งานวิจัยย้อนหลังของ Fabi (2014) รายงานว่ามากกว่า 80% ดีขึ้นที่ 90 และ 180 วัน โดยไม่สัมพันธ์กับอายุหรือสีผิว (ชนิดผิวตามระบบ Fitzpatrick) ข้อดีคือตามดูได้นานถึงครึ่งปี ข้อจำกัดคือเป็นการย้อนดูข้อมูลและวัดจากความรู้สึกของผู้ป่วยเป็นหลัก อ่านเพิ่มเติมได้ที่ Fabi & Goldman, Dermatologic Surgery 2014 ค่ะ
Chan et al.: คนจีน 49 คน กับคำถามเรื่องผิวเอเชีย
งานของ Chan et al. ทำในคนจีน 49 คนทั้งใบหน้าและลำคอ และไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือคงอยู่นาน งานนี้เน้นความปลอดภัยมากกว่าวัดว่ายกขึ้นกี่มิลลิเมตร แต่ก็เป็นข้อมูลด้านความปลอดภัยที่ทำในผิวคนเอเชียโดยตรงค่ะ
เรื่องนี้สำคัญกับคนไทยโดยตรง ตำราศัลยกรรมตกแต่งและตำราผิวหนังในผิวชาติพันธุ์ต่าง ๆ อธิบายว่าพลังงานอัลตราซาวด์ไม่ได้ถูกดูดซับโดยเมลานิน (เม็ดสีผิว) ต่างจากเลเซอร์หลายชนิด อัลเทอร่าจึงใช้ได้กับทุกสีผิว รวมถึงผิวสองสีหรือผิวคล้ำค่ะ
ข้อจำกัดของหลักฐาน: สิ่งที่งานวิจัยยังตอบไม่ได้
ข้อจำกัดของหลักฐานอัลเทอร่าคือ งานวิจัยส่วนใหญ่ยังไม่ใช่การทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มเปรียบเทียบ และทำในคนจำนวนไม่มาก คำตอบว่าอัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม จึงต้องพูดคู่กับว่า “ได้ผลกับใคร และแค่ไหน” เสมอค่ะ
งานวิจัยส่วนใหญ่ไม่สุ่ม กลุ่มเดียว และขนาดเล็ก
แม้แต่งานของ Oni ที่ใหญ่ที่สุดก็ยังเป็นแบบไม่สุ่ม และไม่มีกลุ่มที่ไม่ได้ทำไว้เทียบ ตัวอย่างงานแบบสุ่มที่มีอยู่คือ งานวิจัยแบบสุ่มในต้นแขน 30 คนพบว่าการยิง 1 ชั้นกับ 2 ชั้นให้ผลใกล้เคียงกันที่ 1, 3 และ 6 เดือน ข้อนี้บอกเราว่า “ยิงหลายความลึกขึ้น” ไม่ได้แปลว่าผลจะดีขึ้นเสมอไปค่ะ
หย่อนคล้อยมาก ๆ อัลตราซาวด์ช่วยได้จำกัด
ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุชัดว่าอัลเทอร่าเหมาะที่สุดกับผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง ถ้าคอหย่อนมาก มีแถบกล้ามเนื้อคอนูนเป็นเส้น (platysmal band) หรือมีไขมันใต้คางมาก ตำราแนะนำให้พิจารณาการผ่าตัดแทน ใครที่อยู่ในกลุ่มนี้ อ่านเปรียบเทียบได้ที่ ดึงหน้ามินิกับอัลเทอร่าต่างกันอย่างไร ค่ะ
สิ่งที่ควรรู้เมื่อทำซ้ำบ่อย ๆ
ตำราศัลยกรรมดึงหน้ามีรายงานเคสที่ไขมันใต้ผิวลดลงหลังทำ HIFU หลายครั้ง และความร้อนทำให้เครือข่ายหลอดเลือดใต้ผิวกลายเป็นพังผืด ซึ่งอาจทำให้การเติมไขมันในอนาคตติดยากขึ้น นี่เป็นรายงานเคส ไม่ใช่ข้อสรุปว่าจะเกิดกับทุกคน แต่เป็นเหตุผลที่ไม่ควรทำถี่โดยไม่มีแพทย์ประเมินค่ะ
ส่วนอาการระหว่างและหลังทำ ตำราระบุว่าที่พบบ่อยที่สุดคือเจ็บชั่วคราวขณะทำ รองลงมาคือแดง บวม และบางครั้งมีรอยช้ำที่หายได้เอง รายละเอียดและวิธีดูแลอยู่ใน ผลข้างเคียงอัลเทอร่าที่ควรรู้ ค่ะ
ใครเห็นผลชัด ใครควรเลือกวิธีอื่น
คนที่เห็นผลจากอัลเทอร่าชัดที่สุดคือคนที่ผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง ร่างกายสมานแผลได้ตามปกติ และไม่มีไขมันสะสมบนหน้าหรือใต้คางมาก ถ้าอยากรู้ว่าอัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม สำหรับหน้าของตัวเอง ให้เริ่มเช็กจากรายการด้านล่างนี้ค่ะ
ผิวหย่อนน้อยถึงปานกลาง และน้ำหนักตัวไม่มาก
- เหมาะ: เริ่มเห็นกรอบหน้าไม่คม แก้มเริ่มตก คิ้วเริ่มต่ำ แต่ยังไม่มีผิวส่วนเกินห้อยชัด
- เหมาะ: ร่างกายสมานแผลได้ปกติ เพราะผลลัพธ์อาศัยการสร้างคอลลาเจนใหม่
- ผลอาจน้อยกว่า: BMI สูงกว่า 30 หรือมีไขมันบนหน้าค่อนข้างมาก (งานของ Oni พบว่าผลดีกว่าในคนที่ BMI ไม่เกิน 30)
- ควรพิจารณาวิธีอื่น: คอหย่อนมาก มีแถบกล้ามเนื้อคอนูน หรือผิวห้อยเป็นรอยพับชัด
อายุมีผลไหม? หลักฐานสองด้าน
เรื่องอายุ หลักฐานยังไปคนละทาง ตำราศัลยกรรมตกแต่งมองว่าคนที่อายุน้อยกว่าเป็นผู้รับการรักษาที่เหมาะ เพราะผลลัพธ์ขึ้นกับการสร้างคอลลาเจนใหม่ แต่งานของ Fabi กลับไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างระดับการดีขึ้นกับอายุ เราจึงไม่ตัดสินจากตัวเลขอายุ แต่ดูจากระดับความหย่อนและคุณภาพผิวจริงในห้องตรวจค่ะ
จากประสบการณ์ในห้องตรวจของเรา เหตุผลที่พบบ่อยเมื่อคนไข้รู้สึกว่า “ทำแล้วไม่เห็นผล” มีอยู่ 3 เรื่อง คือ เลือกคนที่ไม่เหมาะกับเครื่อง ออกแบบพลังงานและบริเวณไม่ตรงกับปัญหา และประสบการณ์ของผู้ทำ ทั้งสามเรื่องนี้แก้ได้ตั้งแต่ขั้นตอนประเมินก่อนทำค่ะ
ทำอย่างไรให้ผลลัพธ์จากอัลเทอร่าออกมาดีที่สุด
การทำให้ผลลัพธ์จากอัลเทอร่าออกมาดีที่สุดเริ่มจากการเลือกคนที่เหมาะ ประเมินชั้นผิวก่อนยิง และดูแลร่างกายให้พร้อมสร้างคอลลาเจนในช่วงหลายเดือนหลังทำค่ะ
เลือกคนที่เหมาะ + ประเมินชั้นผิวก่อนทำ
ความหนาของผิว ไขมัน และตำแหน่งที่หย่อนของแต่ละคนไม่เหมือนกัน การใช้ภาพอัลตราซาวด์ดูชั้นผิวก่อนยิงช่วยให้เลือกความลึกได้ตรงกับหน้าของคนนั้น ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกคนค่ะ
ดูแลหลังทำ: ดื่มน้ำ ทานวิตามินซี และรอคอลลาเจน
ร่างกายต้องการวัตถุดิบในการสร้างคอลลาเจนใหม่ ตำราเวชสำอางระบุว่าวิตามินซีเป็นตัวช่วยที่จำเป็น (cofactor) ในขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน การทานผักผลไม้ที่มีวิตามินซีอย่างฝรั่ง ส้ม กีวี และพริกหวานเป็นประจำจึงเป็นการดูแลที่ทำได้ง่าย ส่วนการดื่มน้ำให้เพียงพอเป็นการดูแลสุขภาพผิวทั่วไปที่ควรทำอยู่แล้วค่ะ
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความอดทน คอลลาเจนใหม่ไม่ได้เกิดขึ้นในสัปดาห์เดียว การตัดสินว่าอัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม จึงควรรอดูหลายเดือน ไม่ใช่แค่วันรุ่งขึ้นค่ะ
ถ้าจะทำร้อยไหมหรือหัตถการอื่นร่วม
ตำราหัตถการเสริมความงามแนะนำให้เว้นราว 3 สัปดาห์หลังทำ HIFU ก่อนร้อยไหม เพราะช่วงแรกเนื้อเยื่อยังอยู่ในระยะอักเสบจากความร้อน ส่วนโบท็อกซ์และฟิลเลอร์ทำงานคนละกลไกกับอัลเทอร่า จึงทำร่วมกันได้ แต่ลำดับและระยะห่างควรให้แพทย์เป็นผู้วางแผนตามหน้าของแต่ละคนค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอัลเทอร่า
อัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม หรือเป็นแค่การตลาด?
มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์แล้วรองรับ เช่น งานของ Alam ที่แพทย์ผู้ประเมินแบบปิดบังพบว่า 86% ดีขึ้น และงานของ Oni ใน 103 คนที่ผู้ป่วยราว 2 ใน 3 รู้สึกดีขึ้นและผู้ประเมินแบบปิดบังเห็นการดีขึ้น 60% แต่ผลนี้เป็นของคนที่ผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง ไม่ใช่ทุกคนค่ะ
ทำไมบางคนทำอัลเทอร่าแล้วรู้สึกว่าไม่ได้ผล?
สาเหตุที่พบบ่อยคือผิวหย่อนมากเกินกว่าที่อัลตราซาวด์จะช่วยได้ มีไขมันบนหน้ามากหรือ BMI สูงกว่า 30 หรือประเมินผลเร็วเกินไปก่อนคอลลาเจนใหม่จะสร้างเสร็จ จากประสบการณ์ของเรา การออกแบบพลังงานและบริเวณ รวมถึงประสบการณ์ของผู้ทำก็มีผลเช่นกันค่ะ
ผิวคล้ำหรือผิวคนไทยทำอัลเทอร่าได้ไหม?
ได้ค่ะ ตำราอธิบายว่าพลังงานอัลตราซาวด์ไม่ได้ทำงานผ่านเมลานิน จึงใช้ได้กับทุกสีผิว งานของ Fabi ไม่พบความสัมพันธ์ระหว่างผลลัพธ์กับชนิดผิว และงานของ Chan ในคนจีน 49 คนไม่พบผลข้างเคียงที่รุนแรงหรือคงอยู่นานค่ะ
อัลเทอร่ากระตุ้นคอลลาเจนได้อย่างไร?
อัลเทอร่าสร้างจุดความร้อนราว 65°C ใต้ผิว ทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวทันที จากนั้นร่างกายจะซ่อมแซมจุดเหล่านี้แบบเดียวกับการสมานแผล และสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในช่วงหลายเดือนค่ะ
ทำอัลเทอร่าคู่กับโบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ หรือร้อยไหมได้ไหม?
ทำร่วมกันได้ เพราะแต่ละวิธีทำงานคนละกลไก สำหรับร้อยไหม ตำราแนะนำให้เว้นราว 3 สัปดาห์หลัง HIFU ส่วนลำดับและระยะห่างของโบท็อกซ์หรือฟิลเลอร์ แพทย์จะวางแผนให้ตามหน้าของแต่ละคนค่ะ
ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ — โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน
สรุปคำตอบของคำถามว่าอัลเทอร่า ได้ผลจริงไหม คือ หลักฐานรองรับชัดในคนที่ผิวหย่อนคล้อยน้อยถึงปานกลาง ผลเกิดจากทั้งการหดตัวทันทีและคอลลาเจนใหม่ที่ค่อย ๆ สร้าง และไม่ได้ทดแทนการผ่าตัดในคนที่หย่อนมาก การรู้ว่าหน้าของตัวเองอยู่ในกลุ่มไหนจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดค่ะ
ถ้าอยากให้แพทย์ประเมินว่าอัลเทอร่าเหมาะกับคุณหรือไม่ ดูข้อมูลบริการได้ที่ อัลเทอร่าที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน และปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้เลยค่ะ
- LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
- โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)
เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ





