จูเวลุค วอลลุ่ม (Juvelook Volume) อยู่ได้นานแค่ไหน? 3 ปัจจัยที่ทำให้ผลอยู่นานขึ้น

บรรจุภัณฑ์และขวดจูเวลุค วอลลุ่ม (Juvelook Volume)

จูเวลุค วอลลุ่ม (Juvelook Volume) คือสารกระตุ้นคอลลาเจนที่ผสม PDLLA กับ HA ฉีดในชั้นลึกเพื่อเติมวอลลุ่มให้ใบหน้า โดยทั่วไปผลอยู่ได้ประมาณ 12–18 เดือน และแตกต่างกันในแต่ละคนค่ะ

หลายคนที่กำลังเล็งฉีดหรือเพิ่งฉีดมามักถามเหมือนกันว่า จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้นานแค่ไหน และทำไมเพื่อนบางคนผลอยู่ยาวกว่าเรา บทความนี้ตอบเรื่องระยะเวลาโดยตรง ตั้งแต่ผลค่อย ๆ ปรากฏอย่างไร ปัจจัยอะไรทำให้อยู่สั้นหรือยาว ไปจนถึงนิสัยประจำวันที่ช่วยให้ผลอยู่กับเรานานขึ้นค่ะ

  • ระยะเวลาโดยประมาณ: ราว 12–18 เดือน (ตัวเลขจากประสบการณ์ของโรงพยาบาล ไม่ใช่การรับประกัน)
  • 3 กลุ่มปัจจัยหลัก: ร่างกายของเรา วิธีฉีด และไลฟ์สไตล์
  • นิสัยที่ช่วยได้จริง: กันแดดทุกวัน เลิกบุหรี่ ดูแลผิวให้ชุ่มชื้น และตรวจติดตามกับแพทย์ทุก 3–6 เดือน

จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้นานแค่ไหน? คำตอบสั้นก่อนตัดสินใจ

ถ้าตอบสั้นที่สุด จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้นานแค่ไหน คำตอบคือราว 12–18 เดือน หรือประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่งค่ะ ตัวเลขนี้มาจากประสบการณ์การรักษาของโรงพยาบาล บางคนอาจสั้นกว่าหรือยาวกว่านี้ได้ตามปัจจัยที่จะอธิบายต่อไป

สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ ผลของจูเวลุค วอลลุ่มไม่ได้ “เต็มที่ตั้งแต่วันแรกแล้วค่อย ๆ หมดไป” แบบฟิลเลอร์ทั่วไป แต่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามจังหวะที่ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ ลำดับโดยคร่าว ๆ เป็นแบบนี้ค่ะ

  1. หลังฉีดทันที: หน้าดูอิ่มขึ้นชั่วคราว แต่ความอิ่มนี้จะยุบลงภายในไม่กี่วัน
  2. 1–2 เดือน: ผิวเริ่มสร้างคอลลาเจนใหม่ วอลลุ่มค่อย ๆ กลับมาอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. 3–6 เดือน: เป็นช่วงที่เห็นผลชัดเจนที่สุด
  4. 9–12 เดือน: ผลยังคงอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
  5. 12–18 เดือน: ผลค่อย ๆ ลดลง เป็นช่วงที่ควรพิจารณาฉีดเสริม

อินโฟกราฟิกไทม์ไลน์ จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้นานแค่ไหน ตั้งแต่หลังฉีดจนถึง 12–18 เดือน

ตำราตจวิทยาความงามอธิบายว่า ความอิ่มที่เห็นทันทีหลังฉีดสารกลุ่ม PLLA เกิดจากน้ำในสารแขวนลอย (ของเหลวที่ใช้ผสมผงสาร) ซึ่งร่างกายดูดซึมไปภายในไม่กี่วัน ส่วนผลจริงจะค่อย ๆ เกิดในช่วงหลายเดือนต่อมา เมื่ออนุภาคเล็ก ๆ ค่อย ๆ สลายตัวและกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นเองค่ะ

ดังนั้นถ้าเห็นหน้ายุบลงหลังฉีดไม่กี่วัน ไม่ได้แปลว่าฉีดไม่ได้ผล แต่เป็นขั้นตอนปกติของสารกระตุ้นคอลลาเจน การรอให้ผ่านไป 1–2 เดือนจึงสำคัญก่อนจะประเมินผลค่ะ

ทำไมจูเวลุค วอลลุ่มจึงอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ HA ทั่วไป

ฟิลเลอร์ HA ทั่วไปทำงานแบบ “เติมเต็ม” คือเอาเจลไปเติมจุดที่ยุบ เมื่อร่างกายย่อยเจลหมด วอลลุ่มก็หายไปด้วย ส่วนจูเวลุค วอลลุ่มใช้ PDLLA อนุภาคใหญ่ผสม HA ฉีดในชั้นที่ลึกกว่า อนุภาคจะค่อย ๆ สลายตัวช้า ๆ และกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ (เซลล์ผิวที่ทำหน้าที่ผลิตคอลลาเจน) ให้สร้างคอลลาเจนของเราเองขึ้นมาทดแทน วอลลุ่มที่ได้จึงเป็นเนื้อเยื่อของร่างกายเอง และอยู่ได้นานกว่า

ตำราการแพทย์ด้านการฟื้นฟูใบหน้าอธิบายเช่นกันว่า สารกลุ่ม PLLA ช่วยให้เกิดคอลลาเจนชนิดที่ 1 (คอลลาเจนหลักที่เป็นโครงของผิว) งอกเข้ามาในเนื้อเยื่อ จึงให้วอลลุ่มระยะยาว หากอยากเข้าใจขั้นตอนนี้ละเอียดขึ้น อ่านต่อได้ที่ กลไกการกระตุ้นคอลลาเจนของจูเวลุค และถ้าสนใจว่าวอลลุ่มช่วยเรื่องแก้มยุบตามวัยอย่างไร ดูได้ที่บทความ จูเวลุค วอลลุ่ม แก้มตอบ นะคะ

บทความทบทวนงานวิจัยล่าสุดเรื่อง Advances in Poly-l-lactic Acid Injections for Facial and Neck Rejuvenation (Plast Reconstr Surg Glob Open, 2025) ก็สรุปภาพรวมว่าสารกลุ่มนี้ทำงานผ่านการกระตุ้นคอลลาเจน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ผลค่อย ๆ มาและอยู่ได้นานกว่าการเติมเจลเพียงอย่างเดียวค่ะ

ตารางด้านล่างสรุปเฉพาะเรื่องระยะเวลาให้เห็นภาพชัดขึ้นค่ะ

ประเภท ระยะเวลาคงอยู่โดยประมาณ ผลปรากฏอย่างไร ชั้นที่ฉีดหลัก ๆ
จูเวลุค วอลลุ่ม ประมาณ 12–18 เดือน ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายเดือน ชั้นลึก
จูเวลุค (สูตรทั่วไป) ประมาณ 9–15 เดือน ค่อย ๆ ชัดขึ้นในหลายเดือน ชั้นกลางถึงชั้นตื้น
ฟิลเลอร์ HA เฉลี่ย 6–12 เดือน เห็นทันทีหลังฉีด ขึ้นกับรุ่นและตำแหน่ง

ตำราตจวิทยาความงามระบุว่าฟิลเลอร์ HA อยู่ได้เฉลี่ย 6–12 เดือน โดยขึ้นกับเทคโนโลยีการเชื่อมโมเลกุลของแต่ละยี่ห้อ ส่วนตัวเลขของจูเวลุคทั้งสองสูตรในตารางมาจากประสบการณ์ของโรงพยาบาลค่ะ

ภาพเปรียบเทียบคุณสมบัติจูเวลุคกับจูเวลุค วอลลุ่ม พร้อมขวดผลิตภัณฑ์

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าบริเวณที่อยากแก้ควรใช้สูตรไหน แนะนำให้อ่าน เลือกจูเวลุคหรือจูเวลุค วอลลุ่มตามบริเวณที่ฉีด ประกอบด้วยค่ะ

3 กลุ่มปัจจัยที่ทำให้จูเวลุค วอลลุ่มอยู่สั้นหรือยาวต่างกัน

คำถามว่า จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้นานแค่ไหน ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะผลขึ้นกับหลายเรื่องพร้อมกัน เราแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ ค่ะ

ปัจจัยจากร่างกาย: การเผาผลาญ สภาพผิว อายุ ฮอร์โมน

  • การเผาผลาญ: คนที่ระบบเผาผลาญเร็วมีแนวโน้มที่สารจะถูกย่อยเร็วกว่า ผลจึงอาจสั้นลง
  • สภาพผิว: ผิวที่ยังฟื้นตัวได้ดีมักตอบสนองต่อการกระตุ้นคอลลาเจนได้ดีกว่า
  • อายุ: ในทางปฏิบัติ คนวัยกลางคนที่การเผาผลาญช้าลงมักพบว่าผลอยู่นานกว่าคนอายุน้อย แต่เป็นเพียงแนวโน้ม ไม่ใช่กฎตายตัว
  • ฮอร์โมน: ช่วงที่ฮอร์โมนเปลี่ยนมาก เช่น ตั้งครรภ์หรือวัยหมดประจำเดือน ระยะเวลาคงอยู่อาจเปลี่ยนไปได้

ปัจจัยจากการฉีด: ทักษะแพทย์ ปริมาณ ความลึก และตำแหน่ง

ตำราตจวิทยาความงามอธิบายว่า ระยะเวลาที่ฟิลเลอร์อยู่ได้ขึ้นกับส่วนประกอบของสาร ปริมาณที่ใช้ ความลึกที่ฉีด และตัวพาสาร (ของเหลวหรือเจลที่ห่อหุ้มสารไว้) นอกจากนี้ตำราด้านแผลเป็นยังระบุว่าผลของ PLLA ขึ้นกับเทคนิค เช่น อัตราการผสม ระยะห่างระหว่างครั้ง และความลึกในการฉีด

  • ทักษะแพทย์: การวางสารในชั้นที่ถูกต้องช่วยให้คอลลาเจนก่อตัวสม่ำเสมอ
  • ปริมาณ: ปริมาณที่เหมาะกับโครงหน้าช่วยให้ได้ผลที่คงตัว ไม่ใช่ยิ่งมากยิ่งดี
  • ตำแหน่ง: บริเวณที่ขยับน้อย เช่น โหนกแก้มหรือขมับ มักอยู่นานกว่ารอบปากที่ขยับตลอดเวลา
  • วิธีฉีด: การกระจายสารปริมาณน้อย ๆ หลายจุดช่วยให้ผลเรียบเนียนและสม่ำเสมอ

ปัจจัยจากไลฟ์สไตล์: แดด บุหรี่ ความเครียด แอลกอฮอล์และการออกกำลังกาย

  • แสงแดด: รังสี UV ทำลายคอลลาเจนในผิวโดยตรง ยิ่งเจอแดดจัดบ่อย ผลก็มีโอกาสลดลงเร็ว
  • บุหรี่: การสูบบุหรี่รบกวนการสร้างคอลลาเจนและทำให้ผิวเสื่อมเร็ว จึงเป็นปัจจัยที่ควรเลี่ยงอย่างชัดเจน
  • ความเครียด: มีการกล่าวถึงว่าความเครียดเรื้อรังอาจส่งผลต่อฮอร์โมนและสภาพผิว แต่หลักฐานเรื่องระยะเวลาคงอยู่โดยตรงยังจำกัด
  • แอลกอฮอล์และการออกกำลังกายหนัก: มีการกล่าวถึงว่าอาจมีผลได้ เช่น ทำให้ร่างกายขาดน้ำ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดว่าทำให้ผลหายเร็วขึ้นในระยะยาว

เมื่อมองทั้ง 3 กลุ่มรวมกัน จะเห็นว่าปัจจัยจากร่างกายเราเปลี่ยนได้น้อย ปัจจัยจากการฉีดขึ้นกับการเลือกแพทย์และการวางแผน ส่วนปัจจัยจากไลฟ์สไตล์คือส่วนที่เราดูแลเองได้ทุกวัน ซึ่งเป็นหัวข้อถัดไปค่ะ

วิธีทำให้จูเวลุค วอลลุ่มอยู่ได้นานขึ้นในชีวิตประจำวัน

ข่าวดีคือหลายปัจจัยในกลุ่มไลฟ์สไตล์เป็นเรื่องที่เราควบคุมได้เอง นิสัยเล็ก ๆ ต่อไปนี้ช่วยดูแล “บ้าน” ของคอลลาเจนใหม่ให้แข็งแรง และช่วยให้ผลอยู่กับเรานานขึ้นค่ะ

นางแบบหญิงบนพื้นหลังสีม่วง วางมือบนไหล่และหันมองกล้อง

กันแดดทุกวัน

สำหรับคนไทยที่เจอแดดแรงเกือบทั้งปี ข้อนี้สำคัญที่สุดค่ะ ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไปทุกเช้า แม้วันที่อยู่ในร่ม และทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงเมื่อต้องออกข้างนอก ใช้หมวก ร่ม หรือแว่นกันแดดช่วยอีกชั้น โดยเฉพาะช่วงเที่ยงถึงบ่ายที่แดดจัด

ความชุ่มชื้นและสกินแคร์ต้านอนุมูลอิสระ

  • ใช้มอยส์เจอไรเซอร์ที่มี HA (สารดึงน้ำเข้าผิว) เพื่อรักษาความชุ่มชื้น
  • เลือกสกินแคร์ที่มีวิตามินซี วิตามินอี หรือสารสกัดชาเขียว ซึ่งช่วยปกป้องผิวจากอนุมูลอิสระ (สารที่เร่งความเสื่อมของผิว)
  • เรตินอลเหมาะกับรูทีนก่อนนอน แต่ควรถามแพทย์ก่อนว่าเริ่มใช้หลังฉีดได้เมื่อไร
  • ถ้าอยู่ห้องแอร์ทั้งวัน ลองใช้เครื่องเพิ่มความชื้นหรือสเปรย์น้ำแร่ช่วย

อาหาร การนอน และการเลิกบุหรี่

  • กินผักผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เช่น ฝรั่ง ส้ม พริกหวาน เพราะวิตามินซีเป็นส่วนสำคัญของการสร้างคอลลาเจน
  • เพิ่มปลาที่มีโอเมก้า-3 สัปดาห์ละ 2 ครั้งขึ้นไป
  • ลดน้ำตาลและแป้งขัดขาว ซึ่งเร่งความเสื่อมของผิว
  • นอนหลับให้เพียงพอ เพราะผิวซ่อมแซมตัวเองมากในช่วงกลางคืน
  • ถ้าสูบบุหรี่ การเลิกคือสิ่งที่ช่วยผิวได้มากที่สุด

นิสัยเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ผลอยู่ได้ตลอดไป แต่ช่วยให้สภาพแวดล้อมของผิวเอื้อต่อคอลลาเจน จึงช่วยลดโอกาสที่ผลจะหายเร็วกว่าที่ควรค่ะ

ช่วงสัปดาห์แรกหลังฉีด: พฤติกรรมที่มีผลต่อระยะเวลาคงอยู่

ช่วงแรกหลังฉีดเป็นช่วงที่สารยังกระจายตัวและเริ่มกระตุ้นผิว พฤติกรรมบางอย่างอาจกระทบต่อการกระจายตัวที่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลต่อหน้าตาและระยะเวลาของผลได้ค่ะ

  • หลีกเลี่ยงการนวดแรง ๆ หรือกดทับบริเวณที่ฉีด เพราะอาจทำให้สารเคลื่อนที่
  • เลี่ยงซาวน่า อบไอน้ำ หรืออุณหภูมิที่ร้อนจัดเย็นจัดในช่วงแรก
  • ช่วงสัปดาห์แรก แนะนำให้งดออกกำลังกายหนักและเลี่ยงการขยับใบหน้าหรือแสดงสีหน้ามาก ๆ เพื่อให้สารกระจายตัวได้ดี
  • ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เรื่องยาและการดูแลผิวอย่างเคร่งครัด

รายละเอียดการดูแลแบบวันต่อวัน เช่น การประคบ การแต่งหน้า และการนอน อ่านได้ที่ การดูแลตัวเองหลังฉีดจูเวลุคแต่ละช่วง นะคะ

ควรตรวจติดตามและพิจารณาฉีดซ้ำเมื่อไร

เพื่อให้ผลอยู่ต่อเนื่อง โรงพยาบาลแนะนำให้ตรวจติดตามกับแพทย์ทุก 3–6 เดือน เพื่อดูว่าคอลลาเจนก่อตัวได้ดีแค่ไหนและผลเป็นไปตามที่คาดหรือไม่ค่ะ

สัญญาณที่บอกว่าผลเริ่มลดลง เช่น แก้มหรือโหนกแก้มค่อย ๆ แบนลง หรือเงาใต้ตาและร่องแก้มกลับมาชัดขึ้น โดยทั่วไปการฉีดเสริมปริมาณน้อยราว 12 เดือนหลังฉีด ก่อนที่ผลจะหายไปหมด ช่วยให้รักษาวอลลุ่มได้ต่อเนื่องและมักใช้ปริมาณน้อยกว่าการเริ่มใหม่ทั้งหมด

สำหรับคนที่เดินทางมาฉีดที่เกาหลี แนะนำให้วางแผนตารางตรวจติดตามและการกลับมาฉีดเสริมไปพร้อมกันตั้งแต่วันปรึกษา เช่น นัดติดตามผลผ่าน LINE หลังกลับไทย และกำหนดช่วงเวลาที่จะกลับมาเกาหลีอีกครั้ง จะทำให้ไม่พลาดจังหวะที่เหมาะสมค่ะ

จูเวลุค วอลลุ่มเหมาะกับใคร ถ้าต้องการผลที่อยู่นาน

ถ้าคุณกำลังหาคำตอบว่า จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้นานแค่ไหน เพราะอยากได้ผลที่ไม่ต้องกลับมาฉีดบ่อย ลองเช็กว่าตัวเองตรงกับข้อเหล่านี้หรือไม่ค่ะ

  • วอลลุ่มที่แก้ม โหนกแก้ม หรือแนวกรามลดลงตามวัย
  • ชอบการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไปและดูเป็นธรรมชาติ มากกว่าเห็นผลทันที
  • มองหาหัตถการที่ผลอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ HA ทั่วไป
  • รอให้ผลค่อย ๆ ปรากฏในช่วงหลายเดือนได้

ในทางกลับกัน ถ้าต้องการผลทันทีสำหรับงานสำคัญที่ใกล้จะถึง จูเวลุค วอลลุ่มอาจไม่ตอบโจทย์ เพราะผลจริงต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน

ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร มีโรคภูมิต้านตนเอง หรือมีการติดเชื้อที่ผิว ควรปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อน สามารถอ่านเพิ่มเติมเรื่อง ผลข้างเคียงของจูเวลุค และข้อมูลหัตถการได้ที่ จูเวลุค (Juvelook) ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน นะคะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระยะเวลาคงอยู่ของจูเวลุค วอลลุ่ม

จูเวลุค วอลลุ่ม อยู่ได้กี่ปี?

โดยทั่วไปอยู่ได้ราว 12–18 เดือน หรือประมาณ 1 ปีถึง 1 ปีครึ่งค่ะ ระยะเวลาจริงต่างกันไปตามร่างกาย วิธีฉีด และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน การดูแลผิวและตรวจติดตามสม่ำเสมอช่วยให้รักษาผลได้ต่อเนื่อง

ทำไมหลังฉีดทันทีหน้าดูอิ่ม แล้วไม่กี่วันก็ยุบลง?

ความอิ่มช่วงแรกเกิดจากน้ำในสารที่ฉีด ซึ่งร่างกายดูดซึมไปภายในไม่กี่วันตามที่ตำราการแพทย์อธิบายไว้ค่ะ ผลจริงจะค่อย ๆ กลับมาเมื่อผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ในช่วง 1–2 เดือนหลังฉีด จึงไม่ใช่สัญญาณว่าฉีดไม่สำเร็จ

ออกกำลังกายหนักหรือดื่มแอลกอฮอล์ทำให้ผลหายเร็วขึ้นไหม?

ในสัปดาห์แรกหลังฉีด แนะนำให้งดออกกำลังกายหนักไว้ก่อนค่ะ ส่วนในระยะยาว มีการกล่าวถึงว่าอาจมีผล แต่หลักฐานว่าทำให้สารสลายเร็วขึ้นยังจำกัด ปัจจัยที่มีหลักฐานชัดกว่าคือแสงแดดและบุหรี่ซึ่งทำลายคอลลาเจนโดยตรง

ควรฉีดจูเวลุค วอลลุ่มซ้ำห่างกันเท่าไร?

แนะนำให้ตรวจติดตามทุก 3–6 เดือน และเมื่อผ่านไปราว 12 เดือนหลังฉีดหรือผลเริ่มลดลง ค่อยพิจารณาฉีดเสริมปริมาณน้อยค่ะ สำหรับคอร์สเริ่มต้น จำนวนครั้งและระยะห่างจะขึ้นกับการประเมินของแพทย์เป็นรายบุคคล

ทำไมบางคนผลอยู่สั้นกว่าคนอื่น?

เพราะระยะเวลาขึ้นกับหลายปัจจัยพร้อมกัน ทั้งการเผาผลาญ อายุ ปริมาณและความลึกที่ฉีด ตำแหน่งที่ฉีด รวมถึงการเจอแดดและการสูบบุหรี่ค่ะ ตำราการแพทย์ระบุว่าแม้ฟิลเลอร์ HA ทั่วไปเองก็อยู่ได้ต่างกันในช่วงเฉลี่ย 6–12 เดือน การปรึกษาแพทย์จะช่วยประเมินปัจจัยเฉพาะตัวของคุณได้

ปรึกษาเรื่องจูเวลุค วอลลุ่มกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เกาหลี

โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินตั้งอยู่ที่ย่านกังนัม กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ทีมแพทย์จะประเมินโครงหน้า สภาพผิว และไลฟ์สไตล์ของคุณ เพื่อวางแผนปริมาณ ตำแหน่ง และตารางติดตามผล ให้ผลอยู่ได้นานและเหมาะกับตัวคุณที่สุดค่ะ

สามารถทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175 เพื่อรับคำปรึกษาและประเมินราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *