กล้ามเนื้อ platysma คือ กล้ามเนื้อแผ่นบางที่อยู่ใต้ผิวหนังคอ ทอดจากหน้าอกส่วนบนขึ้นไปถึงขากรรไกรล่าง และเป็นโครงสร้างหลักที่ศัลยแพทย์ต้องแก้เมื่อผ่าตัดคอค่ะ แถบเส้นแนวตั้งที่เห็นชัดเวลาเกร็งคอ หรือคอที่ดูหย่อนแม้น้ำหนักไม่ได้เพิ่ม ส่วนใหญ่มีต้นเหตุมาจากกล้ามเนื้อแผ่นนี้
การผ่าตัดคอที่ได้ผลดีจึงไม่ใช่แค่ดึงผิวให้ตึงขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่าคอแบ่งเป็นกี่ชั้น และปัญหาของแต่ละคนอยู่ที่ชั้นไหน งานวิจัยรายงานว่าความพึงพอใจของผู้ป่วยหลังผ่าตัดคอสูงกว่า 90% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากเทคนิคที่พัฒนาจากความเข้าใจกายวิภาคที่ลึกซึ้งขึ้นค่ะ
บทความนี้เน้นเรื่องกายวิภาคและหลักการแก้ที่ต้นเหตุโดยเฉพาะ ถ้าอยากดูภาพรวมของการผ่าตัด เช่น ใครเหมาะ ขั้นตอนคร่าวๆ อ่านต่อได้ที่ ดึงคอ คืออะไร (ภาพรวมการผ่าตัด) ค่ะ
กล้ามเนื้อ platysma คืออะไร และอยู่ตรงไหนของคอ
ตำแหน่งและหน้าที่: แผ่นกล้ามเนื้อบางจากหน้าอกส่วนบนถึงขากรรไกร
platysma เป็นกล้ามเนื้อแผ่นบางมาก วางตัวอยู่ใต้ผิวหนังและไขมันใต้ผิวเพียงชั้นเดียว เริ่มจากบริเวณหน้าอกส่วนบนและไหปลาร้า ขึ้นมาคลุมด้านหน้าและด้านข้างของคอ แล้วไปเกาะที่ขอบขากรรไกรล่างค่ะ
- ความหนา: บางเหมือนแผ่นผ้า ไม่ได้เป็นมัดหนาแบบกล้ามเนื้อแขนหรือขา
- หน้าที่: ช่วยในการแสดงสีหน้า เช่น ดึงมุมปากลง และช่วยการเคลื่อนไหวของขากรรไกร
- รูปร่าง: มี 2 แผ่น ซ้ายและขวา ซึ่งมาบรรจบหรือแยกจากกันตรงแนวกลางคอ
จุดสุดท้ายนี้สำคัญที่สุดค่ะ เพราะเมื่ออายุมากขึ้น ขอบด้านในของ platysma ทั้งสองข้างมักหย่อนและแยกห่างจากกัน จนกลายเป็นแถบกล้ามเนื้อคอที่มองเห็นจากภายนอก
ทำไมคอไม่มี SMAS แต่มี platysma ทำหน้าที่แทน
SMAS (ชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่ช่วยพยุงใบหน้า) เป็นโครงสร้างของใบหน้า เมื่อไล่ลงมาต่ำกว่าแนวขากรรไกร ชั้นนี้จะต่อเนื่องกลายเป็น platysma ดังนั้นในคอจึงไม่มีชั้นที่เรียกว่า SMAS แยกออกมา แต่ platysma รับหน้าที่พยุงโครงสร้างแทนค่ะ
ข้อควรระวังเรื่องศัพท์: คำว่า “ดึงคอแบบ SMAS” จึงไม่ถูกต้องตามหลักกายวิภาค สิ่งที่ศัลยแพทย์จัดการในคอคือ platysma ส่วนการดึง SMAS เป็นเรื่องของการดึงหน้า ซึ่งทำต่อเนื่องกันได้เพราะสองชั้นนี้เชื่อมกันอยู่
สรุปง่ายๆ กล้ามเนื้อ platysma คือ “ตัวพยุง” ของคอ ถ้าแผ่นนี้ยังตึงและชิดกันดี คอจะเรียบและแนวกรามคม แต่เมื่อแผ่นนี้หย่อนหรือแยกออก ผิวและไขมันที่วางอยู่ด้านบนก็จะหย่อนตามไปด้วยค่ะ
กายวิภาคคอ 3 ชั้น: ทำไมแต่ละชั้นต้องแก้ไม่เหมือนกัน
ในทางกายวิภาค มักแบ่งคอเป็น 3 ชั้น เหมือนเค้กที่ซ้อนกันเป็นชั้นๆ ปัญหาในแต่ละชั้นดูคล้ายกันจากภายนอก คือ “คอไม่เรียบ คอดูหนา” แต่วิธีแก้ต่างกันมากค่ะ
ชั้นตื้น: ผิว ไขมันใต้ผิว
- ผิวหนัง: บางและบอบบางกว่าผิวหน้า
- ไขมันใต้ผิว: ปริมาณและตำแหน่งเปลี่ยนไปตามอายุและน้ำหนัก
- พังผืดบางๆ: เชื่อมผิวกับ platysma ที่อยู่ด้านล่าง
ชั้นนี้แก้ได้ด้วยการดูดไขมันหรือตัดผิวส่วนเกิน ตำราศัลยกรรมยังอธิบายว่าผิวคอมีความสามารถพิเศษในการหดกระชับตัวเองได้ เมื่อแยกผิวออกจาก platysma แล้ว ผิวส่วนที่เหลือจึงมักเข้ารูปได้ดีกว่าที่หลายคนคาดค่ะ
ชั้นกลาง: platysma และไขมันระหว่าง platysma
- platysma: โครงสร้างหัวใจของการผ่าตัดคอ
- ไขมันระหว่าง platysma: ไขมันที่แทรกอยู่ระหว่างแผ่นกล้ามเนื้อซ้ายและขวาตรงกลางคอ
- จุดเกาะของกล้ามเนื้อ: บริเวณที่ยึดกับขากรรไกรและหน้าอก
ถ้าปัญหาหลักอยู่ชั้นนี้ เช่น มีแถบกล้ามเนื้อคอชัด การดูดไขมันหรือดึงผิวอย่างเดียวจะไม่พอ ต้องเย็บจัดแนวกล้ามเนื้อใหม่ค่ะ
ชั้นลึก: ไขมันใต้ platysma กล้ามเนื้อ digastric ต่อมน้ำลายใต้คาง
- ไขมันใต้ platysma: ไขมันชั้นลึกที่ดูดจากภายนอกไม่ถึง
- กล้ามเนื้อ digastric: กล้ามเนื้อสองท้องใต้คาง ถ้าหนาอาจทำให้ใต้คางดูนูน
- ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกร: เมื่ออายุมากขึ้นอาจหย่อนต่ำลงจนเห็นเป็นก้อนใต้แนวกราม
- โครงกระดูก: ขากรรไกรล่างและกระดูกคอ ซึ่งกำหนดมุมคอ-คางพื้นฐาน
ชั้นลึกต้องเข้าไปจัดการผ่านแผลใต้คางโดยตรง และต้องอาศัยการประเมินอย่างละเอียดก่อนผ่าตัดว่ามีปัญหาในชั้นนี้จริงหรือไม่ค่ะ
แถบกล้ามเนื้อคอเกิดจากอะไร: กลไกความเสื่อมของคอ
ความเสื่อมของคอไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงหลายชั้นที่เกิดพร้อมกัน ในหัวข้อนี้จะอธิบายเฉพาะกลไกทางกายวิภาคค่ะ
platysma หย่อนและแยกห่างกลางคอ
เมื่อเวลาผ่านไป ความตึงของ platysma ลดลง ขอบด้านในของแผ่นซ้ายและขวาแยกห่างกันมากขึ้น ขอบที่หย่อนนี้เองที่ห้อยลงเป็นแถบแนวตั้งหรือเป็นเส้นเหมือนเชือกเวลาเกร็งคอ
ตามตำราศัลยกรรมตกแต่ง ตำแหน่งที่ platysma หย่อนมากที่สุดมักเป็นขอบด้านใน และถ้ามีแถบ platysma อยู่แล้วแต่ไม่ได้แก้ระหว่างผ่าตัด แถบมักกลับมาไม่นานหลังผ่าตัดค่ะ นี่คือเหตุผลที่การดึงผิวอย่างเดียวให้ผลไม่ทนในคนที่มีแถบชัด
รูปแบบการไขว้ของ platysma ใต้คาง (decussation)
ในบางคน platysma ซ้ายและขวาไม่ได้แยกกันตลอดแนว แต่ไขว้ทับกันบริเวณใต้คาง (เรียกว่า decussation) รูปแบบนี้ส่งผลต่อวิธีผ่าตัด เพราะถ้าต้องเอาไขมันใต้ platysma ออก ศัลยแพทย์อาจต้องตัดแถบกล้ามเนื้อแคบๆ ตรงแนวกลางออกก่อน เพื่อเปิดทางเข้าไปถึงชั้นลึกค่ะ
ผิว ไขมัน และมุมคอ-คางที่เปลี่ยนไป
- ไขมันย้ายตำแหน่ง: ด้านบนลดลง ด้านล่างเพิ่มขึ้น ทำให้แนวกรามไม่คม
- คอลลาเจนลดลง: ข้อมูลทางการแพทย์ระบุว่าการสร้างคอลลาเจนลดลงราว 1% ต่อปี
- อีลาสตินเสื่อม: ผิวคืนตัวได้น้อยลง
- มุมคอ-คางกว้างขึ้น: ในวัยหนุ่มสาวมุมนี้อยู่ราว 105-120 องศา และเสียความคมชัดไปตามอายุ
- ต่อมน้ำลายหย่อน: ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรเลื่อนต่ำลง
ตามข้อมูลทางการแพทย์ ในวัยหนุ่มสาว มุมคอ-คาง หรือมุมระหว่างใต้คางกับลำคอ อยู่ที่ราว 105-120 องศา เมื่ออายุมากขึ้น มุมนี้จะค่อยๆ กว้างขึ้น แนวกรามกับลำคอจึงดูกลืนกัน ไม่คมชัดเหมือนเดิมค่ะ
หลักการผ่าตัดคอตามชั้น และเทคนิค platysmaplasty
แนวคิด Neck Recontouring: ไม่ใช่แค่ดึงขึ้น
ศัลยแพทย์หลายท่านมองว่าคำว่า “ปรับรูปทรงคอ” (Neck Recontouring) ตรงกว่าคำว่า “ดึง” เพราะเป้าหมายคือการแก้แต่ละชั้นให้ตรงจุด ไม่ใช่ดึงทุกอย่างขึ้นไปพร้อมกันค่ะ
| ชั้น | สิ่งที่แก้ |
|---|---|
| ชั้นตื้น | แยกผิว ตัดผิวส่วนเกิน ดูดไขมัน |
| ชั้นกลาง | จัดแนว platysma ใหม่ เอาไขมันระหว่าง platysma ออก เย็บกล้ามเนื้อ |
| ชั้นลึก | เอาไขมันใต้ platysma ออก ปรับต่อมน้ำลาย (เฉพาะกรณีจำเป็น) ปรับมุมคอ-คาง |
platysmaplasty แนวกลาง ด้านข้าง และแบบผสม
platysmaplasty คือการผ่าตัดจัดแนวกล้ามเนื้อ platysma ใหม่ ซึ่งเป็นเทคนิคหัวใจของการผ่าตัดคอ แบ่งได้ 3 แนวทางค่ะ
- แนวกลาง: ดึงขอบในของกล้ามเนื้อที่แยกกันมาชิดกันตรงกลางคอ เก็บขอบให้เรียบแล้วเย็บ
- ด้านข้าง: จัดการส่วนเกินในแนวนอน แล้วยึดกล้ามเนื้อไว้กับพังผืดของกล้ามเนื้อด้านข้างคอ ตำราบางเล่มอธิบายแนวทางคล้ายกันว่าเป็นการแขวน platysma ไปทางหลังหูเหมือนเปลญวน (sling)
- แบบผสม: ทำทั้งแนวกลางและด้านข้างร่วมกัน เลือกตามสภาพของแต่ละคน
ตำแหน่งแผล: ใต้คาง หลังหู หรือทั้งสองจุด
- แผลใต้คาง: อยู่ใต้รอยพับใต้คางเล็กน้อย เปิดทางลงไปได้ถึงระดับกระดูกอ่อนไทรอยด์ (ลูกกระเดือก) เพื่อเย็บ platysma แนวกลางและเอาไขมันออก
- แผลหลังหู: อยู่ในแนวไรผมหลังหู ใช้ยกผิวด้านข้างคอและตัดผิวส่วนเกิน
- ทั้งสองจุด: แก้ด้านหน้าและด้านข้างพร้อมกัน เหมาะกับคนที่มีปัญหาหลายชั้น
corset platysmaplasty: เย็บกล้ามเนื้อคอเหมือนรัดคอร์เซ็ต
corset platysmaplasty เป็นเทคนิคที่ศัลยแพทย์ Feldman ตีพิมพ์ไว้ในวารสารศัลยกรรมตกแต่ง เมื่อปี 1990 โดยออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาที่เทคนิคเดิมมักเจอ ได้แก่ แถบกล้ามเนื้อคอที่ยังเหลือหรือกลับมาใหม่ ต่อมน้ำลายใต้ขากรรไกรที่นูนให้เห็น และผิวคอที่เป็นคลื่นไม่เรียบค่ะ
หลักการ: เย็บต่อเนื่องตามแนวกลางคอแล้วย้อนขึ้นคาง
ก่อนเย็บ ศัลยแพทย์จะเอาไขมันและพังผืดที่อยู่ระหว่าง platysma ซ้ายและขวาออกก่อน จากนั้นนำขอบในของกล้ามเนื้อทั้งสองข้างมาเย็บติดกันด้วยไหมเส้นเดียวแบบต่อเนื่อง
ตามตำราศัลยกรรมตกแต่ง การเย็บแบบ corset จะไล่ลงไปเกือบตลอดความสูงของคอ จนถึงราว 2-3 นิ้วมือเหนือรอยบุ๋มเหนือกระดูกอก แล้วจึงย้อนทิศขึ้นมาที่คางค่ะ ผลที่ได้คือแนวรอยเย็บที่เรียบ แบน และซ้อนกัน 2-3 ชั้น คล้ายการรัดเชือกคอร์เซ็ตทีละช่วง ทำให้เกิด “เอว” ของคอ หรือแนวคอที่คอดเข้ารูปอย่างเป็นธรรมชาติ
ต่างจากการเย็บพับ (plication) ธรรมดาอย่างไร
การเย็บพับแบบทั่วไปมักเย็บดึงกล้ามเนื้อเข้าหากันเฉพาะบางจุดใต้คาง ส่วนที่อยู่ต่ำลงไปยังมีขอบกล้ามเนื้อหลวมๆ เหลืออยู่ ซึ่งเป็นจุดที่แถบกล้ามเนื้อคอกลับมาได้
corset platysmaplasty ต่างตรงที่เย็บต่อเนื่องเกือบทั้งแนวคอ และค่อยๆ เพิ่มความตึงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง ในบางกรณีถ้ากล้ามเนื้อเหลือมาก แพทย์อาจเย็บซ้อนทับกันแบบ “vest over pants” (ทับกันเหมือนเสื้อกั๊กทับกางเกง) แทนการเย็บขอบชนขอบค่ะ
ข้อดีทางกายวิภาค: ไม่เหลือขอบกล้ามเนื้ออิสระ ลดการกลับมาของแถบ
- ไม่มีขอบกล้ามเนื้อหลวมเหลือ: กล้ามเนื้อสองแผ่นรวมเป็นแผ่นเดียว จึงไม่เหลือขอบให้ห้อยเป็นแถบใหม่
- ผลแบบเปลญวน (hammock): แนวเย็บตรงกลางช่วยพยุงเนื้อเยื่อชั้นลึก เช่น ไขมันใต้ platysma และต่อมน้ำลาย ไม่ให้หย่อนลงมา
- ความตึงพอดี: เย็บโดยไม่ดึงจนตึงเกินไป รูปคอจึงดูนุ่มนวล ไม่แข็งหรือเหมือนถูกรั้ง
- โครงสร้างแข็งแรง: แนวเย็บหลายชั้นช่วยพยุงรูปทรงคอได้นานขึ้น
วางแผนเฉพาะบุคคล การพักฟื้น และข้อควรระวังโดยสรุป
ประเมินแถบ static vs dynamic ระยะแยก และไขมันแต่ละชั้น
ก่อนเลือกเทคนิค แพทย์จะประเมินทีละชั้นค่ะ
- แถบ platysma: เป็นแถบที่เห็นตลอดเวลา (static) หรือเห็นเฉพาะตอนเกร็ง (dynamic) ระยะแยกกลางคอกว้างแค่ไหน และกล้ามเนื้อหนาบางเพียงใด
- ไขมัน: อยู่ใต้ผิว อยู่ระหว่าง platysma หรืออยู่ใต้ platysma
- ผิว: ความยืดหยุ่น ปริมาณผิวส่วนเกิน และลักษณะริ้วรอย
mini / full / ทำร่วมกับดึงหน้า เลือกอย่างไร
แนวทางของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินโดยทั่วไปมีดังนี้ค่ะ
- Mini neck lift: อาการไม่มาก มักเป็นช่วงอายุ 40 ต้นๆ ถึงกลางๆ
- Full neck lift: สัญญาณความเสื่อมชัดเจน มักเป็นอายุ 50 ขึ้นไป
- ทำร่วมกับดึงหน้า: เมื่อใบหน้าและคอหย่อนไปพร้อมกัน
รายละเอียดของแต่ละโปรแกรมดูได้ที่ การผ่าตัดยกกระชับคอที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ค่ะ
พักฟื้นและผลข้างเคียง (สรุปสั้น)
หลังผ่าตัดจะมีอาการบวม ช้ำ และรู้สึกตึงคอในช่วงแรก ซึ่งค่อยๆ ดีขึ้นเป็นลำดับ ช่วงเวลาที่กลับไปใช้ชีวิตปกติได้ต่างกันตามขอบเขตการผ่าตัด ดูรายละเอียดทีละช่วงได้ที่ ไทม์ไลน์การพักฟื้นหลังผ่าตัดคอ ค่ะ
เช่นเดียวกับการผ่าตัดทุกชนิด การผ่าตัดคออาจมีผลข้างเคียง เช่น เลือดคั่ง ผิวไม่เรียบ หรือความรู้สึกบริเวณผิวเปลี่ยนไปชั่วคราว ควรรู้จัก ผลข้างเคียงและสัญญาณที่ควรพบแพทย์ ก่อนตัดสินใจค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ platysma
คอมี SMAS เหมือนใบหน้าไหม?
ไม่มีค่ะ SMAS อยู่ที่ใบหน้า และต่อเนื่องลงมาเป็น platysma เมื่อถึงคอ ในการผ่าตัดคอ platysma จึงทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพยุงหลักแทน SMAS พูดง่ายๆ กล้ามเนื้อ platysma คือส่วนที่ต่อจาก SMAS ลงมาถึงคอนั่นเองค่ะ
ทำไมแถบกล้ามเนื้อคอถึงกลับมาหลังดึงผิวอย่างเดียว?
เพราะต้นเหตุของแถบอยู่ที่ขอบในของ platysma ที่หย่อน ไม่ได้อยู่ที่ผิว ตำราศัลยกรรมระบุว่าถ้ามีแถบแล้วไม่ได้แก้ที่กล้ามเนื้อ แถบมักกลับมาไม่นานหลังผ่าตัดค่ะ
ผลของ platysmaplasty อยู่ได้นานแค่ไหน?
โดยทั่วไป ผลของ platysmaplasty อยู่ได้ราว 7-10 ปี และแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับอายุ สภาพผิว และการดูแลตัวเองหลังผ่าตัด เทคนิคที่เย็บแน่นหนาอย่าง corset platysmaplasty อาจช่วยให้ผลอยู่ได้นานขึ้นค่ะ
ทำคอพร้อมดึงหน้าได้ไหม?
ได้ และมักแนะนำด้วยค่ะ เพราะใบหน้าและคอเป็นโครงสร้างที่ต่อเนื่องกัน การทำพร้อมกันช่วยให้แนวกรามกับคอกลมกลืน แต่เวลาผ่าตัดและการพักฟื้นจะนานขึ้นบ้าง
กล้ามเนื้อ platysma เป็นต้นเหตุของเส้นที่คอใช่ไหม?
ใช่สำหรับเส้นหรือแถบแนวตั้งที่เห็นชัดเวลาเกร็งคอ ซึ่งเกิดจากขอบในของ platysma ที่หย่อนและแยกออกจากกัน ส่วนริ้วรอยเล็กๆ บนผิวมักเกี่ยวกับคอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดลงตามอายุ จึงต้องแก้คนละวิธีค่ะ
ดูดไขมันใต้คางอย่างเดียวพอไหม?
ขึ้นกับสภาพของแต่ละคนค่ะ ถ้าอายุน้อยและมีแค่ไขมันสะสม การดูดไขมันอาจเพียงพอ แต่ถ้ามีแถบ platysma หรือกล้ามเนื้อหย่อนแล้ว ควรทำ platysmaplasty ร่วมด้วย อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ดูดไขมันอย่างเดียวพอไหม ค่ะ
ปรึกษาการประเมินกายวิภาคคอกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน
การผ่าตัดคอที่ดีเริ่มจากการรู้ว่าต้องแก้ชั้นไหน บางคนต้องการแค่ดูดไขมัน บางคนต้องแก้ platysma และบางคนต้องทำร่วมกับดึงหน้า การประเมินกายวิภาคอย่างละเอียดจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดค่ะ
สรุปแล้ว กล้ามเนื้อ platysma คือจุดชี้ขาดว่าการผ่าตัดคอจะได้ผลอยู่ได้นานหรือไม่ เพราะถ้าแก้แค่ผิวแต่ไม่แก้กล้ามเนื้อที่หย่อน แถบคอก็มีโอกาสกลับมาได้ค่ะ
ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175 ส่งรูปคอด้านหน้าและด้านข้างมาก่อน แพทย์จะช่วยประเมินเบื้องต้นว่าควรแก้ชั้นไหน พร้อมแจ้งราคาเฉพาะบุคคลค่ะ
เขียนและตรวจทานโดย นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ) — โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เกาหลี
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



