ดึงคอ มีกี่แบบ? เทียบ 4 วิธี แบบไหนดี และทำไมราคาไม่เท่ากัน

ดึงคอ มีกี่แบบ เปรียบเทียบตำแหน่งแผลผ่าตัดดึงคอแบบเต็มกับดึงคอมินิบริเวณรอบใบหู

ดึงคอ มีกี่แบบ? โดยทั่วไปการผ่าตัดดึงคอแบ่งได้ 4 แบบ คือ ดึงคอแบบเต็ม ดึงคอมินิ แบบแผลเล็กใต้คาง และดูดไขมันร่วมกับดึงคอ ซึ่งต่างกันที่ตำแหน่งแผลและความลึกของการปรับเนื้อเยื่อ แต่ละแบบจึงเหมาะกับคอหย่อนคนละระดับ และมีค่าใช้จ่ายไม่เท่ากันค่ะ

หลายคนรู้สึกว่าคอฟ้องอายุก่อนหน้าเสียอีก เพราะผิวคอบางกว่าผิวหน้า พอผิวเริ่มหย่อน มีเหนียง หรือเห็นแถบกล้ามเนื้อเป็นเส้นตั้ง ก็ทำให้ดูแก่กว่าวัยได้ง่าย ใครที่ยังไม่รู้จักการผ่าตัดนี้ อ่านพื้นฐานก่อนได้ที่ ดึงคอ คืออะไร และขั้นตอนพื้นฐาน

บทความนี้ไม่เล่าเรื่องพื้นฐานซ้ำ แต่ตอบ 3 คำถามที่คนกำลังตัดสินใจอยากรู้มากที่สุด คือ มีแบบไหนบ้างและต่างกันอย่างไร คอของเราเหมาะกับแบบไหน และทำไมราคาของแต่ละแบบถึงไม่เท่ากันค่ะ

ดึงคอ มีกี่แบบ? สรุป 4 วิธีในตารางเดียว

ถ้าถามว่าดึงคอ มีกี่แบบ คำตอบที่ใช้กันทั่วไปคือ 4 แบบ ความต่างหลักอยู่ที่ว่าเปิดแผลตรงไหน เลาะ (แยกชั้นผิวออกจากกล้ามเนื้อ) กว้างแค่ไหน และปรับเนื้อเยื่อชั้นลึกมากน้อยเพียงใด ดูภาพรวมจากตารางนี้ก่อนได้เลยค่ะ

แบบ ตำแหน่งแผล เหมาะกับคอหย่อนระดับ อายุที่พบบ่อย การระงับความรู้สึก ผลอยู่ได้เฉลี่ย
ดึงคอแบบเต็ม (Full Neck Lift) หน้าหูอ้อมไปหลังหู + แผลเล็กใต้คาง หย่อนมาก มีแถบกล้ามเนื้อคอชัด เหนียงมาก 50 ปีขึ้นไป ยานอนหลับทางเส้นเลือด (sleep sedation) ประมาณ 7–10 ปี
ดึงคอมินิ (Mini Neck Lift) รอบใบหู ส่วนใหญ่อยู่หลังหู หย่อนปานกลาง เหนียงเล็กน้อย 40–50 ปี ยานอนหลับทางเส้นเลือด ประมาณ 3–7 ปี
แผลเล็กใต้คาง / ส่องกล้อง แผลเล็กใต้คาง หย่อนน้อย ปัญหาหลักคือแถบกล้ามเนื้อคอ ต้น 40 ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย ประมาณ 2–5 ปี
ดูดไขมันคอร่วมกับดึงคอ จุดเจาะเล็กสำหรับดูดไขมัน + แผลของแบบที่ทำร่วม ไขมันใต้คางมาก ผิวยังยืดหยุ่นดี 30–40 ปี ขึ้นกับแบบที่ทำร่วม ขึ้นกับสภาพผิวและการคุมน้ำหนัก

ดึงคอแบบเต็มให้ผลอยู่ได้เฉลี่ย 7–10 ปี ส่วนดึงคอมินิประมาณ 3–7 ปี และแบบแผลเล็กประมาณ 2–5 ปี ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าเฉลี่ย ผลจริงของแต่ละคนยังขึ้นกับความยืดหยุ่นของผิว การโดนแดด การสูบบุหรี่ และน้ำหนักที่ขึ้นลงค่ะ

อายุในตารางเป็นเพียงช่วงที่พบบ่อย ไม่ใช่เกณฑ์ตายตัว สิ่งที่แพทย์ใช้ตัดสินจริงคือสภาพผิวและสุขภาพ ซึ่งจะอธิบายในหัวข้อถัดไปค่ะ

ดึงคอ มีกี่แบบ: ภาพวาดกายวิภาคคอด้านข้าง แสดงกล้ามเนื้อแผ่นบางใต้ผิวคอ (platysma) ที่ศัลยแพทย์ปรับระหว่างการดึงคอ

4 แบบต่างกันอย่างไร: แผล ระดับการเลาะ และผลลัพธ์

ทุกแบบมีเป้าหมายเดียวกัน คือทำให้แนวกรามกับลำคอกลับมาชัด แต่ใช้เครื่องมือคนละชุด ตัวหลักที่แพทย์ปรับคือ platysma (กล้ามเนื้อแผ่นบางใต้ผิวคอ ที่พอหย่อนแล้วจะเห็นเป็นเส้นตั้ง) ไขมันใต้คาง และผิวส่วนเกินค่ะ

ดึงคอแบบเต็ม (Full Neck Lift): แผลหน้าหู–หลังหู + ใต้คาง ปรับ SMAS/platysma

เป็นแบบที่ครอบคลุมที่สุด แผลเริ่มจากหน้าใบหู อ้อมไปหลังหู และมีแผลเล็กเพิ่มใต้คาง ทำให้แพทย์เข้าถึงได้ทั้งผิว ไขมัน และกล้ามเนื้อ รวมถึงยก SMAS (ชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อที่พยุงใบหน้าและลำคอ) ขึ้นไปพร้อมกัน จึงเห็นความเปลี่ยนแปลงชัดที่สุดและอยู่ได้นานที่สุด

เหมาะกับ:

  • ผิวคอหย่อนมากและมีริ้วรอยลึก
  • เห็นแถบกล้ามเนื้อคอเป็นเส้นตั้งชัด
  • เหนียงหรือคางสองชั้นค่อนข้างมาก
  • ส่วนใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไป
ภาพประกอบดึงคอแบบเต็ม แสดงแนวแผลรอบหลังใบหูและทิศทางการยกกล้ามเนื้อคอขึ้นด้านบน

ดึงคอมินิ (Mini Neck Lift): แผลหลังหูเป็นหลัก เลาะจำกัด

ดึงคอมินิ (mini neck lift) ใช้แผลรอบใบหูที่สั้นกว่า ส่วนใหญ่ซ่อนอยู่หลังหู และเลาะเฉพาะบริเวณที่จำเป็น ร่างกายจึงบาดเจ็บน้อยกว่าและฟื้นตัวเร็วกว่าแบบเต็ม แลกกับระยะเวลาที่ผลอยู่ได้สั้นกว่า

เหมาะกับ:

  • ผิวคอหย่อนระดับปานกลาง
  • มีเหนียงเล็กน้อย
  • ช่วงอายุ 40–50 ปี
  • คนที่อยากกลับไปใช้ชีวิตปกติเร็ว
ดึงคอ มีกี่แบบ แบบมินิ: ภาพวาดแสดงลูกศรยกกล้ามเนื้อคอขึ้นด้านบนจากบริเวณใต้ใบหู

แบบแผลเล็กใต้คาง / ส่องกล้อง: เหมาะกับแถบกล้ามเนื้อคอเป็นปัญหาหลัก

แบบนี้ใช้แผลเล็กใต้คางเพียงจุดเดียว บางกรณีใช้กล้องส่องช่วยมองชั้นลึก ในตำราศัลยกรรมตกแต่ง การเข้าทางใต้คางใช้ได้ 2 บทบาท คือเป็นขั้นตอนหนึ่งของการดึงหน้า หรือทำเดี่ยว ๆ ในคนที่เลือกอย่างเหมาะสม วิธีที่ใช้กันคือเอาไขมันใต้คางออก แล้วเย็บกล้ามเนื้อคอซีกซ้ายกับซีกขวาเข้าหากันตรงกลาง เหมือนรัดเข็มขัดให้ลำคอ แถบเส้นตั้งจึงจางลงและมุมคางกับคอคมขึ้น

เหมาะกับ:

  • ผิวหย่อนเล็กน้อย หรือเริ่มมีสัญญาณแรก ๆ
  • ปัญหาหลักคือแถบกล้ามเนื้อคอเป็นเส้นตั้ง
  • ส่วนใหญ่อายุต้น 40

ข้อควรรู้จากตำราคือ เมื่อแก้มุมคางกับคอที่เคยป้านให้กลายเป็นมุมคม ลำคอกลับต้องใช้ผิวมากขึ้น ไม่ใช่น้อยลง แพทย์จึงต้องระวังไม่ตัดผิวมากเกินไป ไม่อย่างนั้นแนวคออาจดูตึงไม่เป็นธรรมชาติค่ะ

ภาพประกอบการเย็บกล้ามเนื้อคอแนวกลางใต้คาง เพื่อลดแถบกล้ามเนื้อคอที่เห็นเป็นเส้นตั้ง

ดูดไขมันคอร่วมกับดึงคอ: ไขมันใต้คางมาก ผิวยังยืดหยุ่นดี

ถ้าปัญหาหลักคือไขมันสะสมใต้คางมากกว่าผิวหย่อน แพทย์อาจดูดไขมันออกพร้อมกับยกกระชับคอในครั้งเดียว ช่วยให้แนวกรามและลำคอดูสมดุลกัน แบบนี้ได้ผลดีในคนที่ผิวยังหดตัวกลับได้ดี ใครที่สงสัยว่าตัวเองต้องผ่าตัดดึงคอด้วยหรือไม่ อ่านเพิ่มได้ที่ ดูดไขมันคออย่างเดียวพอไหม

เหมาะกับ:

  • ไขมันใต้คางและรอบคอสะสมมาก
  • ผิวยังยืดหยุ่นดี
  • คนอายุน้อยกว่า ราว 30–40 ปี

เรื่องการระงับความรู้สึก แบบแผลเล็กมักใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาช่วยให้ผ่อนคลาย ส่วนดึงคอมินิและแบบเต็มมักใช้ยานอนหลับทางเส้นเลือด แพทย์จะเลือกตามความกังวลของคนไข้ ความซับซ้อนของการผ่าตัด และการทำหัตถการอื่นร่วมด้วย หากอยากอ่านข้อมูลภาษาอังกฤษเพิ่มเติม ดูได้ที่ American Society of Plastic Surgeons (ASPS)

ดึงคอ แบบไหนดี? ดูจากระดับผิวหย่อน 4 ระดับ

คำถามว่าดึงคอแบบไหนดี ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่าปัจจัยสำคัญที่สุดในการเลือกวิธีคือระดับความหย่อนของผิว ไม่ใช่อายุ

ระดับ 1–4: ผิวไม่หย่อน → หย่อนมาก ควรเลือกแบบไหน

ตำราศัลยกรรมตกแต่งแบ่งความหย่อนของผิวคอเป็น 4 ระดับ และระดับ 1 (ผิวยังไม่หย่อน) อาจใช้เพียงดูดไขมันก็เพียงพอ ส่วนระดับที่สูงขึ้น แพทย์มักไล่เลือกตามแนวทางนี้ค่ะ

ระดับผิวหย่อน ลักษณะที่เห็น แนวทางที่มักพิจารณา
ระดับ 1 – ไม่หย่อน ผิวกระชับ มีแค่ไขมันใต้คาง ดูดไขมันอย่างเดียวอาจพอ
ระดับ 2 – หย่อนเล็กน้อย เริ่มเห็นแถบกล้ามเนื้อคอหรือผิวเริ่มไม่ตึง แผลเล็กใต้คาง หรือดูดไขมันร่วม
ระดับ 3 – หย่อนปานกลาง แนวกรามเริ่มไม่ชัด มีเหนียงเล็กน้อย ดึงคอมินิ ± ดูดไขมันร่วม
ระดับ 4 – หย่อนมาก ผิวย้วย ริ้วรอยลึก แถบกล้ามเนื้อชัด ดึงคอแบบเต็ม ± ดึงหน้าร่วม

ตามตำราศัลยกรรม ผู้ที่เหมาะกับดูดไขมันคออย่างเดียวที่สุดคือคนที่อายุค่อนข้างน้อย ผิวยังยืดหยุ่นดี และมีไขมันเฉพาะใต้คางกับใต้แนวกราม เพราะเมื่อผิวถูกปลดออกจากกล้ามเนื้อด้านล่าง ผิวของคนวัยหนุ่มสาวถึงวัยกลางคนจะหดกลับแนบคอได้ดี

ตำรายังบอกอีกว่า คนที่ไขมันกระจายทั่วทั้งลำคอจะทำให้เรียบเนียนได้ยากกว่า และมีโอกาสเป็นคลื่นไม่เรียบมากกว่า ส่วนผู้ชายมักเห็นผลน้อยกว่าผู้หญิง เพราะผิวหนากว่า มีต่อมไขมันมากกว่า และหดตัวได้น้อยกว่า ใครที่คางสั้นหรือคางถอยร่วมด้วย การแก้โครงคางไปพร้อมดูดไขมันใต้คางช่วยให้แนวคอดูดีขึ้นได้อีกค่ะ

อายุช่วยบอกได้แค่คร่าว ๆ: 40 / 50–60 / 70+

  • อายุ 40 ต้น ๆ: เริ่มเห็นผิวหย่อนเล็กน้อยหรือคางสองชั้น มักเริ่มพิจารณาจากแบบแผลเล็กหรือดึงคอมินิ
  • อายุ 50–60 ปี: ช่วงที่พบบ่อยที่สุด ผิวหย่อนปานกลางและมีริ้วรอยคอ
  • อายุ 70 ปีขึ้นไป: ผ่าตัดได้ถ้าสุขภาพดี แต่การพักฟื้นอาจนานขึ้น

ใครยังไม่ควรผ่าตัด

  • ความดันโลหิตสูงหรือเบาหวานที่ยังคุมไม่ได้
  • สูบบุหรี่ (ต้องงดอย่างน้อย 4 สัปดาห์ก่อนผ่าตัด)
  • มีภาวะเลือดแข็งตัวผิดปกติ
  • มีแนวโน้มเกิดแผลเป็นนูนคีลอยด์
  • ภูมิคุ้มกันต่ำ
  • คาดหวังผลลัพธ์เกินความเป็นจริง

ถ้ามีข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าผ่าตัดไม่ได้เลยเสมอไป แต่ควรคุมโรคให้ดีและคุยกับแพทย์ให้ละเอียดก่อนค่ะ

ดึงคอ ราคา ขึ้นอยู่กับอะไร? 5 ปัจจัยที่ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างกัน

ราคาดึงคอไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะแต่ละคนเหมาะกับแบบที่ต่างกัน และแต่ละที่รวมค่าใช้จ่ายไว้ไม่เหมือนกัน แทนที่จะเทียบแค่ตัวเลขสุดท้าย ลองดู 5 ปัจจัยนี้ก่อนค่ะ

  1. ขอบเขตแผลและการเลาะ: แผลยาวและเลาะกว้างใช้เวลาผ่าตัดนานกว่า เป็นตัวกำหนดราคาหลัก
  2. หัตถการที่ทำร่วม: เช่น ดูดไขมันคอ ดึงหน้า หรือแก้โครงคาง ยิ่งทำร่วมมาก ค่าใช้จ่ายยิ่งเพิ่ม
  3. วิธีระงับความรู้สึก: ยาชาเฉพาะที่กับยานอนหลับทางเส้นเลือดมีค่าใช้จ่ายต่างกัน
  4. สิ่งที่รวมอยู่ในราคา: ค่าตรวจก่อนผ่าตัด ยา และนัดติดตามผล บางที่รวมเป็นแพ็กเกจ บางที่แยกจ่าย
  5. นโยบายกรณีต้องแก้ไข: การผ่าตัดแก้ไขเกิดขึ้นไม่บ่อย แต่ควรรู้ล่วงหน้าว่าคิดค่าใช้จ่ายอย่างไร

ลำดับค่าใช้จ่ายตามแบบ: เต็ม > มินิ > แผลเล็ก, ดูดไขมันร่วมมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม

เมื่อเทียบกันเอง ดึงคอแบบเต็มมักมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดเพราะครอบคลุมที่สุด ดึงคอมินิแผลสั้นกว่าและใช้เวลาผ่าตัดน้อยกว่าจึงต่ำลงมา แบบแผลเล็กใต้คางมักเป็นตัวเลือกที่ค่าใช้จ่ายต่ำที่สุด ส่วนการดูดไขมันร่วมจะเพิ่มค่าใช้จ่ายจากแบบหลักที่เลือก นี่คือเหตุผลที่การรู้ว่าดึงคอ มีกี่แบบ และเราเหมาะกับแบบไหน ช่วยให้อ่านราคาได้ถูกต้องขึ้นค่ะ

ค่าใช้จ่ายแฝงที่ควรถามก่อน: ตรวจเลือด/คลื่นไฟฟ้าหัวใจ ยา นัดติดตามผล โอกาสแก้ไข

  • ค่าตรวจเลือดและคลื่นไฟฟ้าหัวใจก่อนผ่าตัด
  • ค่ายาที่ได้รับกลับบ้านและค่ายาระงับความรู้สึก
  • ค่านัดติดตามผลหลังผ่าตัด รวมนัดตัดไหม
  • เงื่อนไขค่าใช้จ่ายหากต้องผ่าตัดแก้ไข
  • สำหรับคนไทยที่มาผ่าตัดที่เกาหลี ควรนับวันพักอย่างน้อยจนถึงนัดตัดไหม (ราววันที่ 5–7) รวมในงบด้วย

อ่านใบเสนอราคาอย่างไร + มองระยะยาวเทียบร้อยไหมที่ต้องทำซ้ำ (ร้อยไหม 1–3 ปี)

เวลาได้ใบเสนอราคา ให้ดูว่าระบุชื่อแบบผ่าตัดชัดเจนหรือไม่ รวมหัตถการที่ทำร่วมแล้วหรือยัง และรายการในหัวข้อค่าใช้จ่ายแฝงข้างบนรวมอยู่แล้วหรือแยกจ่าย ถ้าสองที่ราคาต่างกันมาก มักเป็นเพราะแบบผ่าตัดหรือสิ่งที่รวมในราคาไม่เหมือนกัน และควรถามให้ชัดว่าเป็นราคาที่แพทย์ประเมินจากสภาพคอจริงของเรา หรือเป็นเพียงราคาเริ่มต้นทั่วไป เพราะสองแบบนี้อาจต่างกันได้มากค่ะ

อีกมุมที่ควรคิดคือระยะยาว ร้อยไหมให้ผลประมาณ 1–3 ปี จึงอาจต้องทำซ้ำหลายครั้งเมื่อเทียบกับการผ่าตัดที่อยู่ได้ 7–10 ปี แม้ร้อยไหมจะจ่ายน้อยกว่าในแต่ละครั้ง แต่เมื่อรวมหลายรอบ ค่าใช้จ่ายรวมอาจไม่ได้ต่ำกว่า ราคาที่แน่นอนจึงต้องปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลค่ะ

พักฟื้นและความเสี่ยง: สรุปสั้นตามแบบที่เลือก

โดยทั่วไปตัดไหมประมาณวันที่ 5–7 และกลับไปพบผู้คนได้ราว 10–14 วัน กิจวัตรส่วนใหญ่กลับมาได้ใน 3–4 สัปดาห์ และประเมินผลสุดท้ายได้ราว 6 เดือน แบบแผลเล็กและดึงคอมินิเลาะน้อยกว่า จึงมักฟื้นตัวเร็วกว่าแบบเต็ม ดูรายละเอียดแต่ละช่วงได้ที่ ไทม์ไลน์พักฟื้นหลังดึงคอแบบละเอียด

อาการบวมและช้ำในช่วงแรกถือเป็นเรื่องปกติ แต่มีบางอาการที่ต้องรีบแจ้งแพทย์ อ่านได้ที่ ผลข้างเคียงที่ปกติและสัญญาณอันตราย ส่วนการรักษาผลให้อยู่นาน ควรทาครีมกันแดด SPF 30 ขึ้นไปทุกวันและคุมน้ำหนักให้คงที่ค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องดึงคอ

ดึงคอ มีกี่แบบ และแบบไหนเจ็บน้อยที่สุด?

มี 4 แบบหลัก คือ แบบเต็ม แบบมินิ แบบแผลเล็กใต้คาง และดูดไขมันร่วม แบบแผลเล็กและแบบมินิเลาะน้อยกว่า จึงมักเจ็บน้อยกว่าและฟื้นเร็วกว่า แต่เหมาะกับคอหย่อนน้อยถึงปานกลางเท่านั้นค่ะ

ดึงคอกับร้อยไหมต่างกันอย่างไร?

ดึงคอเป็นการผ่าตัดปรับกล้ามเนื้อ ไขมัน และผิวโดยตรง ผลเฉลี่ยของแบบเต็มอยู่ได้ 7–10 ปี ส่วนร้อยไหมไม่ต้องเปิดแผล ผลอยู่ได้ราว 1–3 ปี และเหมาะกับผิวหย่อนระยะแรกมากกว่าค่ะ

อายุเท่าไหร่ถึงควรดึงคอ?

เริ่มพิจารณาได้ตั้งแต่ช่วงต้น 40 ช่วงที่พบบ่อยที่สุดคือ 50–60 ปี และอายุ 70 ขึ้นไปก็ทำได้ถ้าสุขภาพดี แต่สิ่งที่แพทย์ดูจริง ๆ คือระดับผิวหย่อนและสุขภาพ มากกว่าตัวเลขอายุค่ะ

ทำไมราคาดึงคอแต่ละที่ไม่เท่ากัน?

เพราะขอบเขตแผลและการเลาะต่างกัน บางที่รวมดูดไขมันหรือดึงหน้าไว้ด้วย วิธีระงับความรู้สึกต่างกัน และบางที่รวมค่าตรวจ ยา และนัดติดตามผลไว้แล้ว ควรเทียบใบเสนอราคาแบบรายการต่อรายการค่ะ

ริ้วรอยคอแบบไหนที่ยังไม่ต้องผ่าตัด?

ถ้ามีแค่รอยเล็ก ๆ และผิวหย่อนน้อย อาจเริ่มจากหัตถการไม่ผ่าตัด เช่น ร้อยไหม คลื่นวิทยุ หรือโบท็อกซ์ ถ้าหย่อนปานกลางมักพิจารณาดึงคอมินิหรือดูดไขมันร่วม และถ้าหย่อนมากจึงพิจารณาแบบเต็ม หรือทำร่วมกับดึงหน้าค่ะ

ปรึกษาเลือกแบบดึงคอที่เหมาะกับคุณ

สรุปคือ ดึงคอ มีกี่แบบ คำตอบคือ 4 แบบ และแบบที่ใช่ขึ้นกับระดับผิวหย่อน ปริมาณไขมัน และสุขภาพของแต่ละคน ซึ่งเป็นตัวกำหนดค่าใช้จ่ายด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดคือส่งรูปคอด้านข้างให้แพทย์ประเมินระดับผิวหย่อนก่อนค่ะ

ดูข้อมูลการผ่าตัดเพิ่มเติมได้ที่ ดึงคอมินิที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน หรือทักแชทเข้ามาปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้เลยค่ะ

  • LINE: @339fwnst — ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรี
  • โทร: +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย)

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *