หลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ด ปกติไหม? แยกอาการปวด 4 แบบ

ภาพประกอบ: ผู้หญิงสวมบราหลังผ่าตัดเอามือแตะหน้าอก สื่อถึงอาการไม่สบายหลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ด

หลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ด ปวดแปลบเหมือนไฟช็อตหรือเข็มทิ่มเป็นพัก ๆ อาการนี้คือความปวดจากเส้นประสาทรับความรู้สึกบริเวณเต้านมที่ถูกยืดหรือกำลังฟื้นตัวหลังผ่าตัด ส่วนใหญ่ค่อย ๆ ลดลงเองตามเวลา

หลายคนพักฟื้นได้ไม่กี่วัน อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกแปลบที่หน้าอกขึ้นมาแวบหนึ่ง บางคนบอกว่าเหมือนโดนไฟดูด บางคนรู้สึกเสียวร้าวไปถึงหัวนม แล้วก็หายไปเอง ความกังวลว่า “แบบนี้ปกติไหม” เป็นเรื่องที่เข้าใจได้มากค่ะ

บทความนี้จะช่วยแยกให้ออกว่าความปวดแต่ละแบบมาจากอะไร แบบไหนเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัว แบบไหนควรรีบติดต่อแพทย์ และถ้าปวดนานเกิน 3 เดือนควรทำอย่างไร

  • ปวดจี๊ดที่มาจากเส้นประสาท ส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราวระหว่างที่ร่างกายปรับตัว
  • ถ้าปวดนานเกิน 3 เดือน ปวดหนักขึ้นเรื่อย ๆ หรือข้างเดียวบวม แดง ร้อน มีไข้ ควรให้แพทย์ตรวจ
  • ถ้าอยากรู้ภาพรวมของความปวดแต่ละช่วงและการใช้ยาแก้ปวด อ่านต่อได้ที่บทความอาการปวดหลังเสริมหน้าอกแต่ละช่วงและการใช้ยาแก้ปวดค่ะ

ถ้ามีอาการอยู่ตอนนี้และอยากให้ทีมแพทย์ช่วยดู ทักแชทมาปรึกษาได้ที่ LINE: @339fwnst ค่ะ

หลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ด เกิดจากอะไร?

คำตอบสั้น ๆ คือ ส่วนใหญ่มาจาก “เส้นประสาทรับความรู้สึก” ที่อยู่ใต้ผิวเต้านมค่ะ ระหว่างผ่าตัด เนื้อเยื่อจะถูกเปิดเป็นช่องเพื่อวางซิลิโคน เส้นประสาทเล็ก ๆ ที่วิ่งผ่านบริเวณนั้นจึงอาจถูกดึงหรือระคายเคือง

เส้นประสาทรับความรู้สึกเต้านมถูกยืดหรือระคายเคือง

ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายว่า ความรู้สึกที่ผิวเต้านมและหัวนมมาจากแขนงของเส้นประสาทระหว่างซี่โครง (intercostal nerve: เส้นประสาทที่วิ่งไปตามร่องซี่โครงแต่ละซี่) ทั้งแขนงด้านข้างและแขนงด้านหน้า

ลองนึกภาพสายไฟเส้นเล็ก ๆ หลายเส้นที่ลอดผ่านใต้ผิวหนังมาที่หน้าอก เมื่อมีซิลิโคนเข้าไปดันเนื้อเยื่อให้ขยาย สายไฟเหล่านี้ก็ถูกยืดออก บางเส้นถูกกระทบระหว่างผ่าตัด สัญญาณที่ส่งไปสมองจึงผิดเพี้ยนไปชั่วคราว ออกมาเป็นความรู้สึกแปลบหรือเสียวแปลก ๆ

ลักษณะที่คนไข้มักเล่าตรงกัน ได้แก่

  • ปวดแปลบขึ้นมาเฉียบพลัน ไม่ได้ปวดตลอดเวลา
  • รู้สึกเหมือนไฟช็อต หรือเหมือนเข็มทิ่มจี๊ดเดียวแล้วหาย
  • ร้าวไปที่หัวนม หรือเจาะจงอยู่บางจุดของเต้านม
  • มาเป็นพัก ๆ แล้วก็หายไปเอง

ปวดจี๊ดช่วงเส้นประสาทกำลังฟื้นตัว

หลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ดในช่วงนี้มักเป็นสัญญาณว่าเส้นประสาทกำลังปรับตัวและฟื้นตัวค่ะ ไม่ได้แปลว่าผ่าตัดผิดพลาด ในคนส่วนใหญ่ ความถี่และความแรงของอาการจะค่อย ๆ ลดลงเอง แต่ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับสภาพเนื้อเยื่อ ขนาดซิลิโคน และตำแหน่งที่วาง

สิ่งที่ควรสังเกตคือ “แนวโน้ม” ถ้าโดยรวมแต่ละสัปดาห์ค่อย ๆ ดีขึ้น นั่นคือทิศทางที่ดี แต่ถ้าปวดจี๊ดถี่ขึ้น แรงขึ้น หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรให้แพทย์ประเมินค่ะ

ทำไมขยับแขนหรือเปลี่ยนท่าแล้วปวดจี๊ดมากขึ้น

หลังวางซิลิโคน เนื้อเยื่อรอบ ๆ ต้องค่อย ๆ ขยายตัวให้รับกับปริมาตรใหม่ เส้นประสาทที่ผ่านบริเวณนั้นจึงถูกดึงหรือกดได้ง่าย โดยเฉพาะเวลาที่เราทำท่าที่ยืดหน้าอก

  • ยกแขนขึ้นสูง หรือเอื้อมหยิบของ
  • ใช้กล้ามเนื้ออก เช่น ดันตัวลุกจากเตียง
  • พลิกตัว หรือเปลี่ยนท่านอนเร็ว ๆ

ความปวดที่ขึ้นกับท่าทางแบบนี้ ส่วนใหญ่ดีขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อปรับตัวเข้าที่ จึงไม่ต้องตกใจถ้าเป็นแค่ช่วงที่ขยับตัวค่ะ

อาการปวดหลังเสริมหน้าอกมีกี่แบบ? แยก 4 แบบให้ออก

ความปวดหลังผ่าตัดไม่ได้มีแบบเดียว บางคนมีทั้งอาการปวดจี๊ดและปวดแบบอื่นร่วมด้วย การรู้ว่าตัวเองปวดแบบไหนช่วยให้ดูแลได้ถูก และเล่าให้แพทย์ฟังได้ชัดขึ้นค่ะ

แบบความปวด ความรู้สึก สาเหตุที่พบบ่อย ควรทำอย่างไร
ปวดแปลบ จี๊ด เหมือนไฟช็อต เฉียบพลัน มาแล้วหาย บางครั้งร้าวไปหัวนม เส้นประสาทรับความรู้สึกถูกยืดหรือกำลังฟื้นตัว สังเกตแนวโน้ม เลี่ยงท่าที่กระตุ้น ถ้าเกิน 3 เดือนหรือแรงขึ้นให้แพทย์ประเมิน
ปวดตื้อ ๆ หน่วง ๆ ปวดลึก ๆ ต่อเนื่อง ทั่วทั้งเต้านม การอักเสบและบวมตามธรรมชาติหลังผ่าตัด พักผ่อน ใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง
ตึง แน่น เหมือนถูกกด หน้าอกตึง ผิวแน่น หายใจลึกแล้วรู้สึกอึดอัด ผิวและเนื้อเยื่อกำลังขยายรับซิลิโคน ร่วมกับอาการบวม สวมบราตามคำแนะนำ ถ้าตึงแข็งขึ้นเรื่อย ๆ ให้แพทย์ตรวจ
กล้ามเนื้ออกเกร็งหรือกระตุก เกร็งเป็นก้อน กระตุกเป็นพัก ๆ ปวดเวลาขยับแขน กล้ามเนื้ออกถูกยืด พบในการวางใต้กล้ามเนื้อมากกว่า ขยับแขนตามที่แพทย์อนุญาต แจ้งแพทย์ถ้าเกร็งบ่อยหรือรุนแรง

ปวดแปลบ จี๊ด เหมือนไฟช็อต

เป็นแบบที่ทำให้คนไข้ตกใจมากที่สุด เพราะมาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เมื่อมาแล้วหายไป และไม่มีอาการบวมแดงร่วม ส่วนใหญ่เป็นความปวดจากเส้นประสาทที่กำลังฟื้นตัวค่ะ

ปวดตื้อ ๆ หน่วง ๆ

ความปวดแบบหน่วง ๆ ลึก ๆ คือปฏิกิริยาปกติของร่างกายต่อแผลผ่าตัด ร่างกายส่งเลือดและสารซ่อมแซมมาที่บริเวณนั้น จึงเกิดการบวมและปวดตื้อ ๆ ซึ่งจะเบาลงเมื่อการอักเสบสงบลง

ตึง แน่น เหมือนถูกกด

ผิวหนังและเนื้อเต้านมต้องยืดออกเพื่อรับปริมาตรของซิลิโคน ช่วงแรกจึงรู้สึกตึงเหมือนใส่เสื้อคับ ความตึงแบบนี้มักค่อย ๆ คลายลงเมื่อเนื้อเยื่อนุ่มขึ้น ต่างจากหน้าอกที่ “แข็งขึ้นเรื่อย ๆ” ซึ่งต้องให้แพทย์ดูค่ะ

กล้ามเนื้ออกเกร็งหรือกระตุก

ถ้าซิลิโคนวางอยู่ใต้กล้ามเนื้ออก กล้ามเนื้อจะถูกยืดและต้องปรับตัว บางคนจึงรู้สึกเกร็งหรือกระตุกเป็นพัก ๆ โดยเฉพาะเวลาขยับแขนหรือใช้แรงหน้าอก ซึ่งนำไปสู่หัวข้อถัดไปค่ะ

เสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อ เจ็บมากกว่าเหนือกล้ามเนื้อไหม?

ตำแหน่งที่วางซิลิโคนมีผลต่อลักษณะความปวดค่อนข้างมาก การเสริมหน้าอกที่เกาหลีหรือที่ไหนก็ตาม แพทย์จะเลือกระหว่างวางเหนือกล้ามเนื้อ (ใต้ต่อมน้ำนม) กับวางใต้กล้ามเนื้อ หรือแบบผสมที่เรียกว่า dual plane ตามสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละคน

ภาพตัดขวางเต้านมเทียบตำแหน่งวางซิลิโคน ภาพซ้ายวางเหนือกล้ามเนื้อ ภาพขวาวางใต้กล้ามเนื้อ ซึ่งมีผลต่อลักษณะความปวดหลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ด
ตำแหน่งวางซิลิโคน: ภาพซ้ายเหนือกล้ามเนื้อ เทียบกับภาพขวาใต้กล้ามเนื้อ
ประเด็น เหนือกล้ามเนื้อ ใต้กล้ามเนื้อ / dual plane
ระดับความปวดช่วงแรก โดยทั่วไปน้อยกว่า ปวดจากแผลและผิวที่ยืดเป็นหลัก โดยทั่วไปมากกว่า เพราะกล้ามเนื้ออกถูกยืด
ปวดเวลาขยับแขน น้อยกว่า ชัดกว่า โดยเฉพาะตอนยกแขนหรือใช้แรงหน้าอก
ปวดจี๊ด / กล้ามเนื้อเกร็ง ปวดจี๊ดจากเส้นประสาทพบได้ แต่เกร็งน้อย พบอาการเกร็งหรือกระตุกได้มากกว่าระหว่างกล้ามเนื้อปรับตัว
ความเสี่ยงพังผืดหดรัด มีการศึกษาที่พบว่าสูงกว่า มีการศึกษาที่พบว่าต่ำกว่า
ความเป็นธรรมชาติ / รอยคลื่นซิลิโคน ถ้าเนื้อเต้านมบาง อาจเห็นขอบหรือรอยคลื่นได้ง่ายกว่า มีกล้ามเนื้อช่วยคลุม จึงช่วยพรางขอบซิลิโคนได้ดีกว่า

วางเหนือกล้ามเนื้อ (ใต้ต่อมน้ำนม): ปวดจากแผลและผิวที่ยืดเป็นหลัก

เมื่อซิลิโคนอยู่ใต้ต่อมน้ำนมโดยไม่ไปยุ่งกับกล้ามเนื้อ ความปวดส่วนใหญ่มาจากแผลผ่าตัดและผิวที่ถูกยืด การขยับแขนจึงมักกระทบความปวดน้อยกว่า แต่ก็ยังปวดจี๊ดจากเส้นประสาทได้เหมือนกันค่ะ

วางใต้กล้ามเนื้อ: กล้ามเนื้ออกถูกยืด ปวดมากกว่าช่วงแรกและปวดเวลาขยับแขน

กล้ามเนื้ออกใหญ่ (pectoralis major: กล้ามเนื้อแผ่นใหญ่ที่คลุมหน้าอก ใช้ตอนยกแขนและดันของ) ต้องถูกแยกและยืดออกเพื่อคลุมซิลิโคน ช่วงแรกจึงมักปวดมากกว่า และปวดชัดขึ้นเวลาขยับแขน

ข้อมูลจากตำราศัลยกรรมเต้านมช่วยให้เห็นภาพแนวโน้มนี้ ในการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านม (breast reconstruction ด้วยซิลิโคนหรือถุงขยายเนื้อเยื่อ ไม่ใช่การเสริมหน้าอกเพื่อความงามโดยตรง) กลุ่มที่วางใต้กล้ามเนื้อใช้ยาแก้ปวดกลุ่มโอปิออยด์ (ยาแก้ปวดฤทธิ์แรง) นานกว่าราว 33% และต้องขอยาเพิ่มบ่อยกว่าราว 66% เมื่อเทียบกับกลุ่มที่วางเหนือกล้ามเนื้อ ตำราอธิบายว่าสาเหตุหลักคือกล้ามเนื้ออกถูกยืด

ตัวเลขนี้มาจากบริบทการเสริมสร้างเต้านม จึงใช้บอกได้แค่ “ทิศทาง” ว่าการวางใต้กล้ามเนื้อมักปวดช่วงแรกมากกว่า ไม่ได้บอกว่าการเสริมหน้าอกเพื่อความงามของแต่ละคนจะปวดมากกว่ากี่เปอร์เซ็นต์ค่ะ

ทำไมแพทย์หลายคนยังเลือกใต้กล้ามเนื้อ

ถ้าใต้กล้ามเนื้อปวดกว่า ทำไมแพทย์ยังแนะนำ? เหตุผลหลักคือข้อดีในระยะยาว งานวิชาการด้านภาวะแทรกซ้อนของการเสริมหน้าอกเพื่อความงามระบุว่า การวางใต้กล้ามเนื้อสัมพันธ์กับการเกิดพังผืดหดรัดรอบซิลิโคนน้อยกว่า และกล้ามเนื้อยังช่วยคลุมขอบซิลิโคนให้ดูเป็นธรรมชาติขึ้น

พูดง่าย ๆ คือ ยอมปวดมากขึ้นช่วงแรก เพื่อแลกกับผลลัพธ์ที่ดูกลมกลืนและความเสี่ยงพังผืดที่ต่ำกว่า แต่ไม่มีตำแหน่งไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน แพทย์จะดูความหนาของเนื้อเต้านม ผิว และรูปร่างก่อนเลือกค่ะ อ่านข้อมูลพื้นฐานเรื่องการเสริมหน้าอกเพิ่มเติมได้จาก American Society of Plastic Surgeons (ASPS)

ปวดแบบไหนปกติ แบบไหนผิดปกติต้องรีบพบแพทย์?

หลักง่าย ๆ คือ ความปวดปกติจะ “ค่อย ๆ ดีขึ้น” ส่วนความปวดผิดปกติมักจะ “แย่ลงฉับพลัน” หรือมีอาการแบบใหม่โผล่ขึ้นมา ตารางนี้ช่วยเทียบให้เห็นชัดขึ้นค่ะ

ดูจาก ปวดปกติ ปวดผิดปกติ
แนวโน้มตามเวลา ค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย แย่ลงเรื่อย ๆ หรือกลับมาปวดหนักหลังจากดีขึ้นแล้ว
สองข้างเทียบกัน ปวดใกล้เคียงกันทั้งสองข้าง อาจต่างกันเล็กน้อย ข้างเดียวปวดมากผิดสังเกต หรือรูปทรงสองข้างต่างกันชัด
คุมด้วยยาที่แพทย์สั่งได้ไหม ทุเลาลงเมื่อใช้ยาตามที่สั่ง ใช้ยาแล้วไม่ดีขึ้นเลย
ไข้ / แดง ร้อน ไม่มีไข้ ผิวไม่แดงร้อน มีไข้ตั้งแต่ 38°C ร่วมกับแดง ร้อน บวม หรือแผลมีหนอง
รูปทรง / ความแข็ง นุ่มขึ้นทีละน้อย บวมข้างเดียวฉับพลัน เต้านมแข็งขึ้น หรือรูปทรงเปลี่ยน
ลักษณะความปวด เป็นแบบเดิมที่เบาลง ปวดรุนแรงขึ้นฉับพลัน หรือชาไม่หายนานหลายเดือน

ลักษณะความปวดที่ถือว่าปกติ

ความปวดที่ค่อย ๆ เบาลง สองข้างใกล้เคียงกัน ทุเลาเมื่อพักและใช้ยาตามที่แพทย์สั่ง และไม่มีไข้หรือผิวแดงร้อน ถือเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวตามธรรมชาติค่ะ อาการปวดจี๊ดเป็นพัก ๆ ตามท่าทางหลังเสริมหน้าอกก็อยู่ในกลุ่มนี้ ถ้าโดยรวมกำลังดีขึ้นค่ะ

สัญญาณผิดปกติที่ไม่ควรรอ

มีไข้ตั้งแต่ 38°C ร่วมกับเต้านมแดง ร้อน บวม เป็นสัญญาณที่ควรติดต่อแพทย์ทันที เพราะอาจเป็นการติดเชื้อ นอกจากนี้ควรรีบแจ้งทีมแพทย์ถ้ามีอาการเหล่านี้

  • เต้านมข้างเดียวบวมขึ้นฉับพลัน หรือตึงแน่นผิดปกติ
  • แผลมีน้ำเหลืองหรือหนองไหล มีกลิ่น
  • เต้านมแข็งขึ้นเรื่อย ๆ หรือรูปทรงเปลี่ยน ลองอ่านวิธีสังเกตได้ที่ หน้าอกแข็งหลังเสริม เช็กอย่างไร
  • ปวดรุนแรงขึ้นทันทีโดยไม่มีสาเหตุ
  • อาการชาหรือความรู้สึกผิดปกติที่ไม่ดีขึ้นเลยนานกว่า 3 เดือน

ถ้าอยากรู้ภาพรวมของภาวะที่อาจเกิดขึ้นหลังผ่าตัด อ่านเพิ่มได้ที่ ผลข้างเคียงเสริมหน้าอก ค่ะ

ปวดหน้าอกเรื้อรังหลังเสริม เกิน 3 เดือน ทำอย่างไร?

ในเอกสารทางการแพทย์ด้านความปวด ความปวดหลังผ่าตัดที่ยังอยู่นานเกิน 3 เดือนมักถูกจัดเป็นความปวดเรื้อรังหลังผ่าตัด ซึ่งพบได้ไม่บ่อยในการเสริมหน้าอก แต่ถ้าเกิดขึ้นก็ควรได้รับการประเมินหาสาเหตุ ไม่ควรทนไปเรื่อย ๆ ค่ะ

ทำไมความปวดบางคนอยู่นานกว่าปกติ

ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายว่า ระหว่างและหลังผ่าตัด ร่างกายหลั่งสารหลายชนิดออกมาที่แผล สารเหล่านี้ทำให้ปลายประสาทรับความปวด “ไวขึ้น” กว่าเดิม (peripheral sensitization) เหมือนสัญญาณกันขโมยที่ถูกตั้งให้ไวเกินไป แค่แตะเบา ๆ ก็ดัง

อีกส่วนหนึ่งคือระบบประสาทที่ไขสันหลังอาจ “จำ” สัญญาณปวดไว้และยังตื่นตัวต่อเนื่อง เปรียบเหมือนสัญญาณกันขโมยที่ถูกปิดไม่สนิท แม้ต้นเหตุจะหายไปแล้วก็ยังดังเป็นระยะ ความปวดจึงอาจค้างอยู่นานกว่าที่แผลหายจริง ตำราจึงให้ความสำคัญกับแพทย์ด้านระงับปวดและการดูแลร่วมกันหลายสาขา ไม่ใช่แค่ให้ยาแก้ปวดอย่างเดียว

สาเหตุที่พบบ่อยของปวดเรื้อรัง

  • ภาวะแคปซูลหดตัว: ร่างกายสร้างเยื่อพังผืดหุ้มซิลิโคนเป็นปกติ แต่บางคนเยื่อนี้หนาและหดรัดมากเกินไป ถ้ารุนแรงอาจทำให้เต้านมแข็ง รูปทรงผิดไป และปวด อ่านรายละเอียดเรื่องภาวะแคปซูลหดตัว 4 ระดับได้ค่ะ
  • ซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง: เมื่อซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่งที่ควรอยู่ อาจไปกดหรือดึงเนื้อเยื่อรอบ ๆ จนปวด
  • เส้นประสาทถูกรัดหรือเกิด neuroma: neuroma คือก้อนเล็ก ๆ ที่เกิดจากปลายเส้นประสาทซ่อมตัวผิดรูป หรือเส้นประสาทถูกเนื้อเยื่อพังผืดรัด ทำให้ปวดจี๊ดซ้ำ ๆ ที่จุดเดิม ตำราแนะนำว่าโดยทั่วไปมักเริ่มรักษาแบบอนุรักษ์ก่อน
  • การอักเสบเรื้อรัง: ร่างกายบางคนยังมีปฏิกิริยาอักเสบรอบซิลิโคนต่อเนื่อง ทำให้ปวดหน่วงไม่หายสักที

แพทย์ประเมินอย่างไร

  1. ซักประวัติและตรวจร่างกาย: ดูรูปทรง ความแข็ง จุดที่กดแล้วเจ็บ และรูปแบบความปวด เช่น ปวดตอนไหน ท่าไหน
  2. ตรวจภาพ: อัลตราซาวด์ หรือ MRI เพื่อดูสภาพซิลิโคนและเนื้อเยื่อรอบ ๆ
  3. ตรวจเลือด: เมื่อแพทย์เห็นว่าจำเป็น เช่น สงสัยการอักเสบ

การจดบันทึกอาการของตัวเองไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้แพทย์ประเมินได้เร็วและแม่นขึ้นมากค่ะ

แคปซูลยาบนฝ่ามือ ยาบรรเทาอาการหลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ด ควรใช้ตามที่แพทย์ประเมินและสั่งเท่านั้น

แนวทางรักษาแบบขั้นบันได

การรักษาปวดเรื้อรังมักไปทีละขั้น เริ่มจากวิธีที่เบาที่สุดก่อน แล้วค่อยขยับไปขั้นถัดไปถ้ายังไม่ดีขึ้น

  1. รักษาแบบอนุรักษ์: ปรับการใช้ชีวิต เลี่ยงท่าที่กระตุ้น และใช้ยาตามที่แพทย์ประเมิน
  2. กายภาพบำบัด: เช่น เทคนิคคลายพังผืดกล้ามเนื้อ หรือการกระตุ้นด้วยไฟฟ้า ภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ
  3. ทางเลือกเฉพาะทาง: ยาเฉพาะสำหรับความปวดจากเส้นประสาท การฉีดยา หรือการบล็อกเส้นประสาท เป็นทางเลือกที่แพทย์อาจพิจารณาหลังประเมินแล้วเท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยาหรือขอฉีดเอง
  4. ผ่าตัด: เมื่อพบสาเหตุชัดเจน เช่น แคปซูลหดตัวรุนแรง อาจต้องลอกแคปซูลออก หรือเปลี่ยน / ถอดซิลิโคน

ไม่ใช่ทุกคนที่ปวดเรื้อรังจะต้องผ่าตัดค่ะ หลายคนดีขึ้นได้จากขั้นแรก ๆ สิ่งสำคัญคือหาสาเหตุให้เจอก่อน

ดูแลตัวเองอย่างไรเมื่อมีอาการปวดจี๊ด

ถ้าอาการปวดจี๊ดหลังเสริมหน้าอกยังอยู่ในกลุ่มปกติ สิ่งที่ทำได้ที่บ้านคือช่วยให้เนื้อเยื่อและเส้นประสาทฟื้นตัวโดยไม่ไปกระตุ้นซ้ำ

  • ขยับแขนตามที่แพทย์อนุญาต เลี่ยงการยกของหนัก หรือยกแขนสูงเร็วเกินไป
  • สวมบราตามคำแนะนำของทีมแพทย์
  • ประคบเย็นหรืออุ่นเฉพาะตามที่ทีมแพทย์สั่งเท่านั้น
  • จดบันทึกว่าปวดตอนไหน ท่าไหน นานแค่ไหน เพื่อใช้บอกแพทย์
  • พักผ่อนให้พอ และไม่ซื้อยาแก้ปวดมาใช้เพิ่มเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ความปวดแต่ละช่วงหลังผ่าตัดจะต่างกันไป และการใช้ยาแก้ปวดต้องเป็นไปตามที่แพทย์สั่ง ถ้าอยากเห็นภาพรวม อ่านเพิ่มเติมได้ที่บทความวิธีจัดการความปวดหลังเสริมหน้าอกตามช่วงเวลาพักฟื้นค่ะ

กลับไทยแล้วยังปวดจี๊ด ติดต่อทีมแพทย์ที่เกาหลีอย่างไร?

คนไข้หลายคนผ่าตัดที่เกาหลีแล้วมาเริ่มมีอาการตอนกลับถึงไทย ไม่ต้องกังวลว่าอยู่ไกลแล้วจะปรึกษาไม่ได้ค่ะ ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

  1. จดลักษณะความปวด เช่น ปวดแบบไหน ตอนไหน ข้างไหน และถ่ายรูปบริเวณที่มีอาการ (ไม่ต้องให้เห็นหน้า)
  2. ทักแชทมาที่ LINE: @339fwnst พร้อมแนบรูปและรายละเอียด
  3. ถ้าสะดวกคุยทางโทรศัพท์ โทรหาล่ามภาษาไทยได้ที่ +82-10-6864-1175
  4. ถ้ามีไข้สูง บวมข้างเดียวฉับพลัน หรือปวดรุนแรงมาก ให้ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านก่อน แล้วค่อยแจ้งทีมแพทย์ภายหลัง

ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินจะช่วยประเมินเบื้องต้นจากข้อมูลที่ส่งมา และแนะนำว่าควรทำอะไรต่อค่ะ ทักแชทมาปรึกษาได้ที่ LINE: @339fwnst

คำถามที่พบบ่อยเรื่องปวดจี๊ดหลังเสริมหน้าอก

ปวดจี๊ดหลังเสริมหน้าอกจะหายเมื่อไหร่?

หลังเสริมหน้าอก ปวดจี๊ดส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเส้นประสาทและเนื้อเยื่อปรับตัวเข้าที่ ระยะเวลาแตกต่างกันในแต่ละคน ถ้าปวดนานเกิน 3 เดือน หรือแย่ลงเรื่อย ๆ ควรให้แพทย์ประเมินค่ะ

ทำไมปวดจี๊ดร้าวไปที่หัวนม?

เพราะแขนงของเส้นประสาทระหว่างซี่โครงทำหน้าที่รับความรู้สึกบริเวณหัวนม เมื่อเส้นประสาทเหล่านี้ถูกยืดหรือกำลังฟื้นตัว จึงรู้สึกเสียวร้าวไปที่จุดนั้นได้ ซึ่งพบได้บ่อยและมักดีขึ้นเองค่ะ

เสริมหน้าอกใต้กล้ามเนื้อเจ็บกว่าจริงไหม?

โดยทั่วไปช่วงแรกมีแนวโน้มปวดมากกว่า เพราะกล้ามเนื้ออกถูกยืด แต่การวางใต้กล้ามเนื้อสัมพันธ์กับการเกิดพังผืดหดรัดน้อยกว่า แพทย์จึงเลือกตำแหน่งตามสภาพเนื้อเยื่อของแต่ละคนค่ะ

ปวดข้างเดียวผิดปกติไหม?

ปวดสองข้างไม่เท่ากันเล็กน้อยพบได้ค่ะ แต่ถ้าข้างเดียวบวม แข็ง ร้อน หรือมีไข้ร่วมด้วย ควรติดต่อแพทย์ทันที

ปวดเรื้อรังหลังเสริมหน้าอกต้องผ่าเอาซิลิโคนออกไหม?

ไม่เสมอไปค่ะ แพทย์จะหาสาเหตุและเริ่มจากการรักษาแบบอนุรักษ์ก่อน การผ่าตัดจะพิจารณาเมื่อพบสาเหตุชัดเจน เช่น แคปซูลหดตัวรุนแรง หรือซิลิโคนเคลื่อนตำแหน่ง

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *