ซิลิโคนแตก (breast implant rupture) คือภาวะที่เปลือกของซิลิโคนเสริมหน้าอกฉีกขาด ทำให้น้ำเกลือหรือเจลด้านในรั่วออกมา คำตอบของคำถามว่าซิลิโคนแตก อันตรายไหม คือส่วนใหญ่ไม่ใช่เหตุฉุกเฉินถึงชีวิต แต่ถ้าเป็นซิลิโคนเจลแตก ตำราศัลยกรรมเต้านมถือว่าควรวางแผนถอดออก ไม่ควรปล่อยไว้เฉย ๆ
หลายคนเพิ่งรู้จากผลอัลตราซาวด์หรือ MRI ว่าซิลิโคนที่ใส่ไว้หลายปีแตกแล้ว ทั้งที่ไม่เคยเจ็บเลย บางคนสังเกตว่าหน้าอกข้างหนึ่งเปลี่ยนรูปไป แล้วก็เริ่มกังวลว่าต้องรีบผ่าตัดภายในกี่วัน ความกังวลแบบนี้เข้าใจได้มากค่ะ
บทความนี้เน้นตอบเรื่อง «ต้องรีบแค่ไหน» แยกตามชนิดการแตก และความเสี่ยงถ้าปล่อยไว้ ส่วนรายละเอียดอาการทีละข้อ อ่านต่อได้ที่ อาการซิลิโคนหน้าอกแตก 7 สัญญาณ และควรตรวจ MRI เมื่อไหร่
- น้ำเกลือแตก: ร่างกายดูดซึมน้ำเกลือได้ ไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่หน้าอกจะยุบให้เห็นเร็ว
- เจลแตกแต่ยังอยู่ในแคปซูล: มักเงียบ ไม่มีอาการ วางแผนรักษาได้ แต่ไม่ควรลากยาว
- เจลรั่วออกนอกแคปซูล หรือมีอาการปวด บวม แดง ก้อน: ควรพบแพทย์โดยเร็ว
ซิลิโคนแตก อันตรายไหม? คำตอบสั้นก่อนอ่านต่อ
ซิลิโคนแตก อันตรายไหม ขึ้นกับว่าข้างในเป็นน้ำเกลือหรือเจล และเจลรั่วไปถึงไหนแล้ว ตำราศัลยกรรมเต้านมแบ่งการแตกออกเป็น 3 แบบหลัก ตามสิ่งที่เกิดขึ้นในร่างกาย ซึ่งแต่ละแบบมีความเร่งด่วนต่างกันค่ะ
ก่อนอ่านต่อ ขออธิบายคำว่า แคปซูล สักนิด แคปซูลคือพังผืดบาง ๆ ที่ร่างกายสร้างขึ้นมาห่อหุ้มซิลิโคนเองตามธรรมชาติหลังผ่าตัด เปรียบเหมือนถุงชั้นนอกอีกชั้นหนึ่ง เมื่อเปลือกซิลิโคนแตก ตำราศัลยกรรมแบ่งตำแหน่งของเจลที่รั่วไว้ 2 ตำแหน่ง คือยังค้างอยู่ในถุงนี้ (ในแคปซูล) หรือทะลุออกไปนอกถุง (นอกแคปซูล)
ซิลิโคนแตกมีกี่แบบ: น้ำเกลือ / เจลแตกในแคปซูล / เจลรั่วออกนอกแคปซูล
| ชนิดการแตก | สิ่งที่เกิดในร่างกาย | สิ่งที่มักสังเกตได้ | ความเร่งด่วน | ขั้นต่อไป |
|---|---|---|---|---|
| ซิลิโคนน้ำเกลือแตก | น้ำเกลือรั่วออกมาและร่างกายดูดซึมไป | หน้าอกข้างนั้นเล็กลงหรือยุบชัดเจน | ไม่ฉุกเฉินทางการแพทย์ | นัดปรึกษาเรื่องเปลี่ยนหรือถอดตามความสะดวก |
| เจลแตกในแคปซูล (intracapsular / silent rupture) | เจลออกจากเปลือก แต่ยังค้างอยู่ในแคปซูล | ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ คลำไม่พบ มักเจอจากภาพถ่ายทางการแพทย์ | ไม่ฉุกเฉิน แต่ไม่ควรปล่อยไว้นาน | ยืนยันด้วยภาพถ่าย แล้ววางแผนผ่าตัดถอดหรือเปลี่ยน |
| เจลรั่วออกนอกแคปซูล (extracapsular rupture) | เจลซึมเข้าเนื้อเต้านมหรือเคลื่อนไปที่อื่น | ก้อนแข็ง ผิวเปลี่ยน ปวด หรือต่อมน้ำเหลืองรักแร้โต | ควรพบแพทย์โดยเร็ว | ตรวจประเมินและวางแผนผ่าตัดเอาซิลิโคนกับเจลที่รั่วออก |
ตารางนี้ใช้เป็นแนวคิดคร่าว ๆ เท่านั้น ระยะเวลาที่เหมาะสมของแต่ละคนขึ้นกับอาการ ผลตรวจ และสภาพร่างกาย แพทย์ที่ตรวจจริงจะเป็นผู้ประเมินค่ะ
ซิลิโคนแตก ต้องรีบผ่าตัดไหม? ความเร่งด่วนแยกตามชนิดการแตก
คำถามที่เจอบ่อยที่สุดคือ «ซิลิโคนแตก ต้องรีบผ่าตัดไหม» คำตอบไม่ได้เป็นตัวเลขวันที่ตายตัว แต่ขึ้นกับชนิดการแตกและอาการที่มีอยู่ตอนนี้ค่ะ
น้ำเกลือแตก: ไม่ฉุกเฉิน แต่รูปทรงเปลี่ยนเร็ว
น้ำเกลือในซิลิโคนชนิดนี้เป็นน้ำเกลือทางการแพทย์ เมื่อรั่วออกมา ร่างกายจะค่อย ๆ ดูดซึมไปเอง จึงไม่ถือเป็นเหตุฉุกเฉิน สิ่งที่เปลี่ยนชัดคือหน้าอกข้างนั้นยุบลงจนสองข้างไม่เท่ากัน หลายคนรู้สึกไม่มั่นใจ จึงควรนัดปรึกษาแพทย์ในเวลาที่สะดวก เพื่อเลือกว่าจะเปลี่ยนชิ้นใหม่หรือถอดออกค่ะ
เจลแตกในแคปซูล (silent rupture): วางแผนได้ แต่ไม่ควรปล่อยไว้นาน
ตำราศัลยกรรมเต้านมระบุว่า การแตกส่วนใหญ่เป็นแบบเงียบ คือแทบไม่มีอาการ โดยเฉพาะซิลิโคนเจลรุ่นที่เนื้อเจลเหนียวแน่น (highly cohesive gel) เพราะเจลมักค้างอยู่ในแคปซูล คลำจากภายนอกแทบไม่ได้หรือคลำไม่ได้เลย
แบบนี้จึงไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่ตำราศัลยกรรมถือว่าการแตกของซิลิโคนเจลเป็นข้อบ่งชี้ให้ถอดซิลิโคนออก แม้ไม่มีความผิดปกติให้เห็นภายนอกก็ตาม ดังนั้นเมื่อยืนยันผลแล้ว ควรนัดแพทย์เพื่อวางแผนผ่าตัดในเวลาที่เหมาะสม ไม่ควรรอจนเจลรั่วออกนอกแคปซูลค่ะ
เจลรั่วนอกแคปซูลหรือมีอาการ: ควรพบแพทย์โดยเร็ว
ข้อมูลในตำราศัลยกรรมพบว่า อาการอย่างก้อนที่คลำได้ ผิวหนังเปลี่ยน และต่อมน้ำเหลืองรักแร้โต มักเกิดเมื่อเจลรั่วออกนอกแคปซูลแล้ว ถ้ามีอาการเหล่านี้ หรือมีปวด บวม หน้าอกเปลี่ยนรูปชัดเจน ควรไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ เพื่อตรวจและวางแผนผ่าตัดก่อนเจลลามไปไกลกว่าเดิม
สัญญาณที่ควรไปพบแพทย์ทันที
ไม่ว่าจะเป็นซิลิโคนชนิดไหน ถ้ามีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอนัดตามปกติค่ะ
- มีไข้ร่วมกับหน้าอกแดง ร้อน
- หน้าอกบวมขึ้นเร็วผิดปกติ โดยเฉพาะข้างเดียว
- ปวดมากจนกระทบการใช้ชีวิตประจำวัน
- มีแผลหรือของเหลวซึมออกจากผิวบริเวณหน้าอก
อาการกลุ่มนี้อาจเป็นสัญญาณของการติดเชื้อหรือการอักเสบ ซึ่งต้องให้แพทย์ตรวจโดยตรง ถ้าอยู่ที่ไทยและผ่าตัดที่เกาหลี ให้ไปโรงพยาบาลใกล้บ้านก่อน แล้วค่อยส่งผลตรวจให้ทีมแพทย์ที่ผ่าตัดดูต่อค่ะ
สรุปแล้ว ซิลิโคนแตก อันตรายไหม ให้ดูจาก 2 เรื่องหลัก คือ ข้างในเป็นน้ำเกลือหรือเจล และเจลยังอยู่ในแคปซูลหรือออกไปข้างนอกแล้ว ถ้ายังไม่รู้ทั้งสองข้อ ขั้นแรกที่ควรทำคือ ตรวจยืนยันกับแพทย์ ไม่ใช่รีบผ่าตัดทันที และก็ไม่ใช่ปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไรเลยค่ะ
ซิลิโคนรั่ว ปล่อยไว้ได้ไหม? ความเสี่ยงเฉพาะที่ถ้าไม่รักษา
อีกคำถามที่พบบ่อยคือ «ซิลิโคนรั่ว ปล่อยไว้ได้ไหม» ถ้าเจลยังอยู่ในแคปซูล ความเสี่ยงเฉพาะหน้ามักต่ำ แต่ถ้าปล่อยไว้จนเจลซึมออกนอกแคปซูล ตำราศัลยกรรมระบุถึงปัญหาเฉพาะที่ (ปัญหาที่เกิดบริเวณเต้านมและรอบ ๆ) หลายแบบ ดังนี้ค่ะ
การอักเสบรอบเต้านม (silicone mastitis)
เจลที่หลุดเข้าไปในเนื้อเต้านมถือเป็นสิ่งแปลกปลอม ร่างกายจึงอาจตอบสนองด้วยการอักเสบ ทำให้เต้านมบวม แดง เจ็บ หรือรู้สึกร้อนเป็นช่วง ๆ ตำราเรียกภาวะนี้ว่าเต้านมอักเสบจากซิลิโคน (silicone mastitis)
ก้อนแข็งจากซิลิโคน (siliconoma/แกรนูโลมา)
บางครั้งร่างกายพยายามล้อมเจลที่รั่วไว้ด้วยเนื้อเยื่ออักเสบ จนกลายเป็นก้อนเล็ก ๆ ที่เรียกว่าแกรนูโลมา (granuloma) หรือไซลิโคโนมา (siliconoma) ตำราระบุว่าก้อนชนิดนี้มักแข็งและขอบชัด จึงต้องแยกให้ออกจากก้อนชนิดอื่นในเต้านม เพราะคลำแล้วอาจคล้ายกันได้ค่ะ
ซิลิโคนเคลื่อนไปต่อมน้ำเหลืองรักแร้
เจลที่หลุดออกมาอาจค่อย ๆ เคลื่อนไปตามเนื้อเยื่อ บางส่วนไปถึงต่อมน้ำเหลืองบริเวณรักแร้หรือผนังหน้าอก ทำให้คลำเจอต่อมโตได้ ถ้าคลำพบก้อนที่รักแร้ ควรบอกแพทย์ด้วยว่าเคยเสริมหน้าอกด้วยซิลิโคน เพื่อช่วยในการแปลผลตรวจ
พังผืดแข็งขึ้นและอาการปวดเรื้อรัง
ตำราระบุว่า ปริมาณซิลิโคนที่สัมผัสเนื้อเยื่อมีความสัมพันธ์กับความแข็งของพังผืดรอบซิลิโคน ยิ่งเจลรั่วมาก พังผืดก็มีแนวโน้มแข็งตัวมากขึ้น หน้าอกอาจแข็ง ผิดรูป และบางคนมีอาการปวดเรื้อรังร่วมด้วย ยิ่งปล่อยไว้นาน การผ่าตัดแก้ภายหลังก็ยิ่งซับซ้อนขึ้นค่ะ
สรุปสั้น ๆ ว่าซิลิโคนรั่ว ปล่อยไว้แล้วเสี่ยงอะไรบ้าง
- เนื้อเต้านมอักเสบ บวม แดง เจ็บ เป็นพัก ๆ
- เกิดก้อนแข็งจากซิลิโคน ซึ่งต้องตรวจแยกจากก้อนชนิดอื่น
- เจลเคลื่อนไปที่ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ ทำให้คลำเจอต่อมโต
- พังผืดแข็ง หน้าอกผิดรูป และในบางคนปวดเรื้อรัง
- ยิ่งรอนาน เจลยิ่งกระจาย การผ่าตัดเอาออกก็ยิ่งยากขึ้น
ถ้าอยากรู้ภาพรวมภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ นอกจากซิลิโคนแตก อ่านเพิ่มได้ที่ ผลข้างเคียงเสริมหน้าอก
ซิลิโคนแตกทำให้เป็นมะเร็งหรือโรคภูมิต้านตนเองไหม?
นี่คือความกลัวอันดับต้น ๆ ของคนที่เพิ่งรู้ว่าซิลิโคนแตก ข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนว่าการแตกของซิลิโคนเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งเต้านม หรือโรคภูมิต้านตนเอง (โรคที่ภูมิคุ้มกันทำร้ายร่างกายตัวเอง) ค่ะ
ส่วนเรื่องที่อาจเคยได้ยิน เช่น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดที่สัมพันธ์กับซิลิโคน (BIA-ALCL) หรือกลุ่มอาการที่เรียกว่า breast implant illness เป็นหัวข้อแยกจากเรื่องซิลิโคนแตก และควรคุยกับแพทย์เป็นรายกรณี
แม้ความเสี่ยงต่อโรคทั้งร่างกายจะยังไม่มีหลักฐานชัด แต่ปัญหาเฉพาะที่ในหัวข้อก่อนหน้าเกิดขึ้นได้จริง จึงยังแนะนำให้ปรึกษาเรื่องถอดหรือเปลี่ยนซิลิโคนเจลที่แตกแล้วค่ะ
ถ้ามีอาการทั่วร่างกายที่กังวล เช่น อ่อนเพลียเรื้อรัง ปวดข้อ หรือผื่น ควรตรวจหาสาเหตุกับแพทย์อายุรกรรมด้วย ไม่ควรสรุปเองว่าเกิดจากซิลิโคน และไม่ควรมองข้ามโรคอื่นที่อาจซ่อนอยู่ค่ะ
ซิลิโคนเจลแบบ cohesive (gummy bear) กับรุ่นเก่า แตกแล้วต่างกันอย่างไร?
ซิลิโคนเจลไม่ได้มีเนื้อเดียวกันทั้งหมด ความต่างนี้ส่งผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหลังแตกค่อนข้างมาก
| ประเด็น | เจลเนื้อแน่นแบบ cohesive (gummy bear) | เจลรุ่นเก่าที่เนื้อเหลวกว่า |
|---|---|---|
| ลักษณะเจล | เหนียว คงรูป คล้ายเยลลี่ | นิ่มและไหลได้มากกว่า |
| หลังเปลือกแตก | มักค้างอยู่ในแคปซูล เป็นการแตกแบบเงียบ | มีโอกาสซึมออกนอกแคปซูลได้มากกว่า |
| การสังเกตเอง | มักไม่มีอาการ ต้องพึ่งภาพถ่ายทางการแพทย์ | อาจเริ่มเห็นก้อน ผิดรูป หรือปวด |
| ข้อควรระวัง | ไม่มีอาการ ไม่ได้แปลว่าไม่แตก | เสี่ยงปัญหาเฉพาะที่มากกว่าถ้าปล่อยไว้ |
ตำราศัลยกรรมระบุว่าการแตกแบบเงียบพบได้บ่อยเป็นพิเศษในซิลิโคนเจลรุ่นที่เนื้อเหนียวแน่น ข้อดีคือเจลไม่ค่อยลามออกไป แต่อีกด้านคือ «ไม่มีอาการ» ไม่ได้รับประกันว่าซิลิโคนยังสมบูรณ์ดี ถ้าไม่แน่ใจว่าตัวเองใส่ซิลิโคนชนิดไหน ลองหาบัตรประจำตัวซิลิโคนหรือบันทึกการผ่าตัดจากโรงพยาบาลเดิม แล้วนำไปให้แพทย์ดูค่ะ
ยืนยันว่าซิลิโคนแตกจริงด้วยวิธีไหน (สรุปสั้น)
ตำราศัลยกรรมเต้านมยังถือว่า MRI เป็นวิธีมาตรฐานในการวินิจฉัยซิลิโคนแตก ส่วนอัลตราซาวด์มีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะสะดวกและเข้าถึงง่ายกว่า การแตกแบบเจลรั่วออกนอกแคปซูลยังเห็นได้จากแมมโมแกรมด้วย แต่การแตกแบบเงียบในแคปซูลมักคลำไม่เจอ จึงต้องใช้ภาพถ่ายทางการแพทย์ยืนยัน
เวลาไปตรวจเต้านมที่ไหนก็ตาม ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้งว่าเคยเสริมหน้าอก ชนิดซิลิโคนอะไร และใส่มานานเท่าไหร่ เพื่อให้เลือกวิธีตรวจที่เหมาะสม และให้รังสีแพทย์อ่านผลโดยรู้ข้อมูลครบค่ะ
รายละเอียดอาการแต่ละข้อและช่วงเวลาที่ควรตรวจ MRI อธิบายไว้แล้วใน อาการซิลิโคนหน้าอกแตก 7 สัญญาณ ค่ะ
เมื่อยืนยันว่าแตกแล้ว แพทย์รักษาอย่างไร (เปลี่ยนซิลิโคนหน้าอก หรือถอดออก)
หลักการรักษาซิลิโคนเจลแตกตามตำราศัลยกรรมคือ ถ้าทำได้ แพทย์จะลอกแคปซูลออกมาพร้อมซิลิโคนทั้งก้อนโดยไม่ให้แคปซูลฉีก เรียกว่า total capsulectomy (การตัดแคปซูลออกทั้งหมด) วิธีนี้ช่วยเก็บเจลไว้ข้างในและนำออกมาพร้อมกัน ลดโอกาสที่เจลจะเปื้อนเนื้อเยื่อรอบ ๆ
ในบางคน พังผืดบางมากหรือติดแน่นกับผนังหน้าอก จนลอกออกมาทั้งชิ้นไม่ได้ ตำราศัลยกรรมแนะนำว่ากรณีนี้ให้ศัลยแพทย์เช็ดและล้างเอาเจลออกให้หมดเท่าที่ทำได้ระหว่างผ่าตัด แพทย์จะเลือกวิธีจากสภาพที่เห็นจริงในห้องผ่าตัด จึงควรคุยเรื่องนี้ให้เข้าใจก่อนวันผ่าตัดค่ะ
ถ้าเจลรั่วออกนอกแคปซูลแล้ว แพทย์จะเอาเจลที่รั่วและก้อนแกรนูโลมาที่พบออกให้มากที่สุดด้วย หากต้องการใส่ซิลิโคนชิ้นใหม่ ตำรายังแนะนำให้พิจารณาวางในช่องใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสเจลเดิม เพื่อลดความเสี่ยงพังผืดแข็งในอนาคตค่ะ
หลังเอาซิลิโคนที่แตกออก ทางเลือกหลักคือเปลี่ยนซิลิโคนหน้าอกชิ้นใหม่ ถอดซิลิโคนหน้าอกออกอย่างเดียว หรือถอดแล้วเติมด้วยไขมันตัวเอง การแก้หน้าอกแต่ละแบบเหมาะกับคนต่างกัน รายละเอียดทางเลือกและการพักฟื้นอ่านต่อได้ที่ ซิลิโคนหน้าอกแตก แก้ไขยังไง? 3 ทางเลือก
ตรวจติดตามและป้องกัน: ทำอย่างไรให้เจอซิลิโคนแตกเร็ว
ตำราศัลยกรรมระบุตรงกันว่า ยิ่งใส่ซิลิโคนไว้นาน โอกาสแตกยิ่งสูงขึ้น และการแตกส่วนใหญ่ไม่มีอาการ การตรวจติดตามจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะเจอปัญหาก่อนเจลรั่วออกไปไกลค่ะ
- ตรวจกับแพทย์ตามนัด: ตรวจร่างกายและทำภาพถ่าย (MRI หรืออัลตราซาวด์) ตามรอบที่แพทย์กำหนดให้เหมาะกับชนิดและอายุของซิลิโคนแต่ละคน
- สังเกตตัวเองทุกเดือน: ดูรูปทรง ขนาด ความนุ่ม และคลำหาก้อนที่หน้าอกและรักแร้ ถ้าเปลี่ยนไปจากเดิมให้จดไว้และบอกแพทย์
- ระวังแรงกระแทกแรง ๆ: เช่น อุบัติเหตุหรือกีฬาที่ปะทะหน้าอก ถ้าเคยกระแทกแรงแล้วหน้าอกเปลี่ยนรูป ควรตรวจ
- เก็บข้อมูลซิลิโคนไว้เสมอ: ยี่ห้อ ชนิด ขนาด และปีที่ผ่าตัด ช่วยให้แพทย์ประเมินได้แม่นขึ้น
ถ้ากำลังสงสัยว่าซิลิโคนที่ใส่มานานควรเปลี่ยนก่อนแตกหรือไม่ ลองอ่าน ซิลิโคนหน้าอก 10 ปี ต้องเปลี่ยนไหม? และถ้าอยากอ่านข้อมูลซิลิโคนเสริมหน้าอกจากแหล่งต่างประเทศเพิ่มเติม ดูได้ที่ ข้อมูลซิลิโคนเสริมหน้าอก (ASPS, ภาษาอังกฤษ)
ผ่าตัดที่เกาหลีแล้วกลับไทย ควรตรวจติดตามอย่างไร
คนไทยหลายคนผ่าตัดที่เกาหลีแล้วกลับมาใช้ชีวิตที่ไทย การตรวจติดตามทำที่โรงพยาบาลใกล้บ้านได้ค่ะ ขอให้เก็บไฟล์ภาพ MRI หรืออัลตราซาวด์ พร้อมผลอ่านของรังสีแพทย์ไว้ทุกครั้ง ถ้าผลระบุว่าสงสัยซิลิโคนแตก ให้ส่งไฟล์และผลอ่านมาให้ทีมแพทย์ที่ผ่าตัดดูต่อ การมีภาพเก่าไว้เทียบช่วยให้แพทย์แยกได้ง่ายขึ้นว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงใหม่หรือเป็นลักษณะเดิมของพังผืด
สิ่งสำคัญคืออย่าตัดสินจากความรู้สึกอย่างเดียว เพราะการแตกแบบเงียบมักไม่มีสัญญาณให้รู้ตัว การไม่เจ็บและหน้าอกยังสวยเหมือนเดิมจึงไม่ได้แปลว่าซิลิโคนยังสมบูรณ์ค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องซิลิโคนแตก
ซิลิโคนแตก อันตรายไหม ถ้าไม่มีอาการเลย?
การแตกแบบไม่มีอาการพบได้บ่อย โดยเฉพาะเจลรุ่นเนื้อแน่น ซึ่งไม่ใช่เหตุฉุกเฉิน แต่เมื่อภาพถ่ายยืนยันว่าเจลแตกแล้ว หลักการทางศัลยกรรมคือควรวางแผนถอดออก ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ติดตามค่ะ
ซิลิโคนแตก ต้องรีบผ่าตัดไหม หรือรอได้?
ขึ้นกับชนิดการแตก น้ำเกลือแตกไม่เร่งด่วน เจลแตกในแคปซูลวางแผนผ่าตัดได้ ส่วนเจลรั่วนอกแคปซูลหรือมีอาการควรพบแพทย์โดยเร็ว ถ้ามีไข้ แดง ร้อน บวมเร็ว หรือปวดมาก ให้พบแพทย์ทันที
ซิลิโคนรั่ว ปล่อยไว้ได้ไหม จะลามไปที่อื่นหรือเปล่า?
ถ้าเจลออกนอกแคปซูลแล้ว อาจซึมเข้าเนื้อเต้านมและเคลื่อนไปถึงต่อมน้ำเหลืองรักแร้ได้ ทำให้เกิดการอักเสบหรือก้อนแกรนูโลมา ยิ่งปล่อยนาน การผ่าตัดเอาออกภายหลังยิ่งยากขึ้นค่ะ
ซิลิโคนแตกทำให้เป็นมะเร็งเต้านมไหม?
ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าซิลิโคนแตกเป็นสาเหตุโดยตรงของมะเร็งเต้านม แต่ก้อนจากซิลิโคนอาจคลำแล้วคล้ายก้อนชนิดอื่น จึงควรให้แพทย์ตรวจแยกทุกครั้งที่เจอก้อนใหม่
จะรู้ได้อย่างไรว่าซิลิโคนแตก คลำเองได้ไหม?
การแตกแบบเงียบในแคปซูลมักคลำเองไม่เจอ ต้องใช้ MRI หรืออัลตราซาวด์ยืนยัน การคลำเองช่วยได้แค่สังเกตความเปลี่ยนแปลง รายละเอียดอาการดูได้ในบทความอาการซิลิโคนหน้าอกแตกที่ลิงก์ไว้ด้านบนค่ะ
สงสัยว่าซิลิโคนแตก ปรึกษาโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน
ถ้ามีผลตรวจที่บอกว่าซิลิโคนแตก หรือสงสัยจากการเปลี่ยนแปลงของหน้าอก ทีมแพทย์ของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินที่เกาหลีช่วยดูผลตรวจเบื้องต้นและอธิบายทางเลือกในการผ่าตัดแก้หน้าอก (breast revision surgery) ได้ค่ะ
- ทักแชทมาที่ LINE: @339fwnst พร้อมแนบผล MRI หรืออัลตราซาวด์ (ถ้ามี) และข้อมูลซิลิโคนเดิม
- ถ้าสะดวกคุยทางโทรศัพท์ โทรหาล่ามภาษาไทยได้ที่ +82-10-6864-1175
- แพทย์จะประเมินเบื้องต้นและแนะนำขั้นต่อไป ส่วนค่าใช้จ่าย ปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคล
ไม่ต้องรอจนมีอาการค่ะ ถ้ารู้แล้วว่าซิลิโคนเจลแตก การวางแผนแต่เนิ่น ๆ ทำให้เลือกทางรักษาได้มากกว่า ทักแชทมาปรึกษาได้ที่ LINE: @339fwnst
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ





