รีทูโอ ผลข้างเคียง คือปฏิกิริยาที่อาจเกิดขึ้นหลังฉีดสกินบูสเตอร์ Elravie Re2O (hADM) ส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อย เช่น จุดแดง บวม ช้ำ ที่หายเองภายใน 1–7 วัน มีเพียงส่วนน้อยที่ต้องให้แพทย์ดูแลต่อค่ะ
“ฉีดแล้วมีผลข้างเคียงไหมคะ?” เป็นคำถามที่คุณหมอได้ยินบ่อยที่สุดในห้องปรึกษา และคุณหมอมักตอบตรง ๆ ว่า ไม่มีหัตถการไหนที่ปลอดความเสี่ยง 100% ค่ะ แต่รีทูโอจัดว่าค่อนข้างปลอดภัย และปฏิกิริยาส่วนใหญ่เตรียมรับมือล่วงหน้าหรือดูแลตั้งแต่เนิ่น ๆ ได้
หลายคนไม่อยากฟังเรื่องผลข้างเคียงเพราะกลัวจะไม่กล้าฉีด แต่การรู้ไว้ก่อนช่วยให้แยกอาการปกติออกจากสัญญาณอันตราย เจอปัญหาได้เร็ว และตั้งความคาดหวังได้ตรงกับความจริงค่ะ บทความนี้สรุป 8 อาการปกติ อาการที่พบน้อยแต่ต้องระวัง วิธีลดความเสี่ยง 3 ขั้นตอน และวิธีรับมือเมื่อเกิดปัญหา
รีทูโอ ผลข้างเคียง คืออะไร และทำไมควรรู้ก่อนฉีด
ผลข้างเคียงของรีทูโอ หมายถึงปฏิกิริยาของผิวและร่างกายหลังได้รับสารจากการฉีด ซึ่งแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ “ปฏิกิริยาปกติระหว่างผิวฟื้นตัว” ที่เกิดกับคนส่วนใหญ่และหายเอง กับ “ภาวะแทรกซ้อน” ที่พบน้อยแต่ต้องให้แพทย์ดูแลค่ะ
รีทูโอ (Elravie Re2O) คือสกินบูสเตอร์จาก hADM
รีทูโอ (Elravie Re2O) คือสกินบูสเตอร์ที่ทำจาก hADM (human Acellular Dermal Matrix หรือหนังแท้มนุษย์ที่กำจัดเซลล์ออกแล้ว) ค่ะ พูดง่าย ๆ คือนำเนื้อเยื่อหนังแท้ของมนุษย์มาผ่านกระบวนการกำจัดเซลล์และสารที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันออก ให้เหลือเพียง ECM (Extracellular Matrix — โครงร่างคล้ายตาข่ายที่มีคอลลาเจนเป็นหลักและทำหน้าที่ค้ำพยุงผิว)

เนื้อเยื่อตั้งต้นมาจากธนาคารเนื้อเยื่อที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน AATB (สมาคมธนาคารเนื้อเยื่อแห่งสหรัฐอเมริกา) และผ่านกระบวนการ AlloClean ของผู้ผลิตก่อนบดเป็นผงละเอียดสำหรับฉีด ใครอยากรู้รายละเอียดส่วนประกอบและกลไกเพิ่มเติม อ่านได้ที่ รีทูโอ (Re2O) คืออะไร — ส่วนประกอบและกลไก hADM ค่ะ
ทำไม hADM ถึงมีโอกาสเกิดปฏิกิริยาน้อยกว่า
ร่างกายของเราจะตอบสนองรุนแรงเมื่อมองว่าสิ่งที่ใส่เข้าไปเป็น “ของแปลกปลอม” ค่ะ hADM มาจากหนังแท้มนุษย์และถูกกำจัดเซลล์ออกแล้ว ร่างกายจึงมีแนวโน้มรับได้ดีกว่า ตามข้อมูลที่ผู้ผลิตเผยแพร่ ปริมาณ DNA ที่หลงเหลือในรีทูโออยู่ที่ 144.12 ng/mg เทียบกับผลิตภัณฑ์อื่นที่ยกตัวอย่างไว้ 616.5 และ 875 ng/mg ยิ่ง DNA ตกค้างน้อย โอกาสที่ร่างกายจะเกิดปฏิกิริยาภูมิคุ้มกันหรือการอักเสบก็มักลดลงค่ะ
hADM ไม่ใช่วัสดุใหม่ วงการแพทย์ใช้มานานในงานรักษาแผลไฟไหม้ ผ่าตัดเสริมสร้างเต้านม และซ่อมแซมเนื้อเยื่ออ่อน ตำราศัลยกรรมเต้านมยังอ้างอิงงานวิจัยวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) เรื่องการใช้ hADM ในการผ่าตัดเสริมสร้างเต้านม (Kim JYS, Plast Reconstr Surg 2012) ไว้ด้วย อย่างไรก็ตาม ข้อมูลนี้มาจากการผ่าตัดปลูกถ่าย ไม่ใช่การฉีดสกินบูสเตอร์ จึงนำตัวเลขมาใช้แทนกันตรง ๆ ไม่ได้ค่ะ
คุณหมอใช้ผลิตภัณฑ์กลุ่ม ADM มากว่า 10 ปี สิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ผลข้างเคียงจำนวนไม่น้อยป้องกันได้ หรือจัดการได้ตั้งแต่ระยะแรก (ทั้งนี้แตกต่างกันในแต่ละบุคคล) หัวใจมี 3 ข้อ ได้แก่ เทคนิคการฉีดที่แม่นยำ การประเมินก่อนฉีดอย่างละเอียด และการติดตามหลังฉีดอย่างเป็นระบบค่ะ
ประเด็นสำคัญจาก นพ. อี ซองอุค: ไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงของรีทูโอจนเกินไป แต่ก็ไม่ควรมองข้าม การรู้ไว้ก่อนและเตรียมตัวให้ดีคือวิธีที่ฉลาดที่สุดค่ะ
ใครเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงมากกว่า และควรแจ้งแพทย์เรื่องอะไรก่อนฉีด
ความเสี่ยงไม่ได้เท่ากันทุกคนค่ะ ถ้าคุณอยู่ในกลุ่มด้านล่าง ไม่ได้แปลว่าฉีดไม่ได้ แต่ต้องแจ้งแพทย์ให้ครบ เพื่อวางแผนการฉีดและการดูแลให้เหมาะกับคุณ
กลุ่มที่ควรระวังเป็นพิเศษ
- เคยแพ้วัสดุปลูกถ่ายหนังแท้จากผู้บริจาค หรือเคยแพ้ฟิลเลอร์/สกินบูสเตอร์ชนิดอื่น
- เป็นผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) หรือลมพิษรุนแรง หรือแพ้ยา/อาหารหลายชนิด
- เป็นโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง (Autoimmune disease — ภาวะที่ภูมิคุ้มกันทำร้ายเนื้อเยื่อของตัวเอง)
- ช้ำง่าย ผิวบาง หรือผิวอักเสบง่าย
สำหรับผิวคนไทยและคนเอเชีย ตำราตจวิทยาความงามสำหรับผิวสีเข้มอธิบายว่า รอยช้ำจากการฉีดอาจทิ้งรอยดำหลังการอักเสบ (PIH — รอยคล้ำที่เกิดหลังผิวอักเสบหรือช้ำ) ไว้ได้ค่ะ ในเมืองไทยที่แดดแรงทั้งปี การทาครีมกันแดดและดูแลรอยช้ำให้ดีจึงสำคัญเป็นพิเศษ
ยาและอาหารเสริมที่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนหยุด
- ยาและอาหารเสริมที่ทำให้เลือดหยุดช้า: แอสไพริน โอเมก้า-3 สารสกัดใบแปะก๊วย วิตามินอีขนาดสูง — ปรึกษาเรื่องการปรับยาประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนฉีด
- ยาต้านการแข็งตัวของเลือด (เช่น วาร์ฟาริน): ห้ามหยุดยาเองเด็ดขาด ต้องปรึกษาแพทย์ผู้สั่งจ่ายยาก่อนทุกครั้ง
- ยาความดัน ยาเบาหวาน ยาไทรอยด์: โดยทั่วไปทานต่อได้ แต่ต้องแจ้งแพทย์ให้ทราบ
อีกเรื่องที่หลายคนมองข้ามคือรอบเดือนค่ะ ช่วง 2–3 วันก่อนมีประจำเดือนและระหว่างมีประจำเดือน ร่างกายมักบวมง่าย ช้ำง่าย และไวต่อความเจ็บมากขึ้น ช่วงที่เหมาะกว่าคือหลังประจำเดือนหมดจนถึงก่อนตกไข่ (แตกต่างกันในแต่ละบุคคล)
8 อาการปกติหลังฉีดรีทูโอ และแต่ละอาการหายภายในกี่วัน
อาการในส่วนนี้พบได้บ่อยและเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นตัวตามปกติค่ะ ตัวเลขความถี่ด้านล่างเป็นค่าประมาณจากประสบการณ์ทางคลินิกของมาอิน ไม่ใช่สถิติจากงานวิจัย และแตกต่างกันในแต่ละบุคคล

ในภาพรวม ตำราตจวิทยาความงามระบุว่าสารฉีดที่ทำจากหนังแท้หรือพังผืดของมนุษย์ อาจทำให้บวม แดง และช้ำได้ รวมถึงรู้สึกเจ็บขณะฉีด และบางรายอาจเหลือรอยคล้ำหลังการอักเสบตามมาภายหลังค่ะ
อาการที่ผิว: จุดแดง บวม เจ็บ ช้ำ
- จุดแดงจากเข็ม (ประมาณ 95–100%) — หายใน 1–3 วัน ประคบเย็นครั้งละ 10 นาที วันละ 3–4 ครั้ง และไม่จับหน้า
- บวม (ประมาณ 80–90%) — มักบวมมากช่วงเช้า โดยเฉพาะรอบตาและแก้ม หายใน 1–3 วัน นอนหนุนหมอนสูง ทานอาหารรสจืด ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตรขึ้นไป
- เจ็บเล็กน้อย (ประมาณ 70–80%) — รู้สึกแสบหรือตึง ๆ ในวันที่ฉีดถึงวันรุ่งขึ้น ทานยาแก้ปวดทั่วไปได้
- ช้ำ (ประมาณ 10–20%) — หายใน 5–7 วัน สีจะเปลี่ยนจากแดง ม่วง เป็นเหลือง ช่วง 0–2 วันแรกให้ประคบเย็น หลังจากนั้นค่อยประคบอุ่น
เคล็ดลับปิดรอยช้ำ: ใช้คอนซีลเลอร์สีเขียวกับรอยช้ำสีแดง และคอนซีลเลอร์สีเหลืองกับรอยช้ำสีม่วง แล้วค่อยลงรองพื้นทับค่ะ
อาการที่ผิวชั้นนอก: คัน ผิวลอก ผิวแห้ง แดงชั่วคราว
- คัน (ประมาณ 20–30%) — มักเกิดวันที่ 2–5 และหายใน 3–5 วัน เป็นปฏิกิริยาที่อาจพบได้ระหว่างผิวฟื้นตัว ห้ามเกาเพราะอาจทิ้งแผลเป็น ใช้การประคบเย็นหรือครีมปลอบประโลมผิว เช่น ว่านหางจระเข้หรือใบบัวบก หากคันมากแพทย์อาจให้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน
- ผิวลอกเป็นขุย (ประมาณ 10–15%) — 3–7 วัน เน้นมอยส์เจอไรเซอร์ งดสครับ ผลัดเซลล์แบบอ่อนโยนได้หลังผ่านไป 1 สัปดาห์
- ผิวแห้งตึง (ประมาณ 15–20%) — 3–7 วัน ใช้เซรั่มไฮยาลูรอนิก ครีมกลุ่ม Cica และดื่มน้ำให้พอ
- แดงทั้งหน้าชั่วคราว (ประมาณ 20–30%) — 3–5 วัน จากเลือดมาเลี้ยงผิวมากขึ้นระหว่างฟื้นตัว ใช้ครีมปลอบประโลมผิวและกันแดดอย่างสม่ำเสมอ
แยกให้ออก: อาการปกติ vs อาการผิดปกติ
| อาการปกติ (ไม่ต้องกังวล) | อาการผิดปกติ (ติดต่อแพทย์) |
|---|---|
| ค่อย ๆ ดีขึ้นทุกวัน | ยิ่งนานยิ่งแย่ลง |
| เป็นเท่า ๆ กันทั้งสองข้าง | เป็นหนักข้างเดียว |
| พอทนได้ | เจ็บหรือคันรุนแรงมาก |
| หายภายใน 3–7 วัน | เป็นนานเกิน 7 วัน |
ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายว่าหลังฉีดสารเติมเต็มทุกชนิด อาการที่พบบ่อยคือก้อนนูนเล็ก ๆ ความเจ็บ รอยช้ำ และความไม่สมมาตร ส่วนอาการบวมเป็นพัก ๆ ที่พบไม่บ่อยมักยุบลงภายใน 2–6 สัปดาห์ค่ะ
ประเด็นสำคัญจาก นพ. อี ซองอุค: อาการกลุ่มนี้ไม่ใช่ “ผลข้างเคียงที่น่ากลัว” แต่เป็นปฏิกิริยาระหว่างผิวฟื้นตัว ส่วนใหญ่จุดแดง บวม และเจ็บเล็กน้อยจะหายใน 1–3 วัน ส่วนรอยช้ำหายใน 5–7 วันค่ะ (จากประสบการณ์ทางคลินิกของมาอิน)
รีทูโอ ผลข้างเคียงที่พบน้อยแต่ต้องระวัง: อักเสบ แพ้ เป็นก้อน ผลไม่สม่ำเสมอ
กลุ่มนี้พบไม่บ่อย แต่ถ้าเกิดขึ้นควรให้แพทย์ดูแลค่ะ ตัวเลขในวงเล็บเป็นค่าประมาณจากประสบการณ์ทางคลินิกของมาอิน (แตกต่างกันในแต่ละบุคคล)
อักเสบหรือติดเชื้อ
(ประมาณ 1–2%) สังเกตได้จากแดงต่อเนื่องเกิน 3 วัน ร้อน เจ็บมากขึ้น บวมมากขึ้น หรือมีหนองสีเหลือง สาเหตุที่คุณหมอเจอบ่อยที่สุดคือดื่มแอลกอฮอล์ในวันที่ฉีด รองลงมาคือเข้าซาวน่าเร็วเกินไป และเอามือที่ไม่สะอาดจับหน้าค่ะ
หากสังเกตเห็นภายใน 48 ชั่วโมง ให้ถ่ายรูปส่งให้โรงพยาบาล หยุดใช้เครื่องสำอาง และประคบเย็นต่อ แพทย์อาจให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทานและยาลดการอักเสบ ส่วนใหญ่ถ้ารักษาเร็วจะหายดี แต่ถ้าพบช้ากว่านั้นควรมาพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจต้องใช้เวลารักษานานขึ้นค่ะ
อาการแพ้ (รวมถึงภาวะแพ้รุนแรง)
(ต่ำกว่า 1%) แม้ hADM จะเสี่ยงแพ้ต่ำ แต่ก็ตัดออกไม่ได้ทั้งหมดค่ะ อาการมีตั้งแต่คันและผื่นลมพิษเล็กน้อย ซึ่งมักดีขึ้นด้วยยาแก้แพ้ภายใน 3–7 วัน ไปจนถึงลมพิษทั้งตัวหรือบวมมาก ซึ่งต้องมาพบแพทย์ทันที
ภาวะแพ้รุนแรง (Anaphylaxis — ภาวะแพ้เฉียบพลันทั้งร่างกายที่ทำให้หายใจลำบากและความดันตก) พบได้น้อยมาก แต่เป็นเหตุฉุกเฉินที่ต้องเรียกรถพยาบาลทันที การแจ้งประวัติแพ้อย่างละเอียดก่อนฉีด และทดสอบด้วยปริมาณน้อยในกลุ่มเสี่ยง ช่วยป้องกันได้ค่ะ
เป็นก้อนใต้ผิว (Nodule)
(ประมาณ 1–3%) คลำเจอก้อนแข็งเล็ก ๆ ตรงจุดที่ฉีด มักไม่เจ็บหรือเจ็บเล็กน้อย และหลายครั้งมองไม่เห็นจากผิวด้านนอก สาเหตุหลักคือฉีดปริมาณมากเกินไปในจุดเดียว ฉีดผิดความลึก กระจายสารไม่สม่ำเสมอ หรือร่างกายตอบสนองมากกว่าปกติค่ะ
จากประสบการณ์ของคุณหมอ ก้อนส่วนใหญ่จะค่อย ๆ ยุบเองภายในไม่กี่สัปดาห์ถึงราว 2 เดือน ระหว่างนั้นแพทย์จะนัดติดตามอาการ บางรายต้องฉีดยาสเตียรอยด์ปริมาณเล็กน้อยเข้าไปในก้อน ห่างกันครั้งละ 1–2 สัปดาห์ ข้อมูลนี้สอดคล้องกับตำราตจวิทยาความงามและ Nonvascular Complications of Injectable Fillers — Prevention and Management (Indian J Plast Surg 2020) ที่ระบุว่าภาวะแทรกซ้อนระยะหลัง เช่น การติดเชื้อ ไบโอฟิล์ม (ชั้นเชื้อโรคที่เกาะรวมกันเป็นแผ่น) หรือก้อนเนื้อจากปฏิกิริยาต่อสิ่งแปลกปลอม (Granuloma) จัดการได้ด้วยยาต้านเชื้อร่วมกับการฉีดสเตียรอยด์เข้าก้อนค่ะ หากอยากเทียบกับสกินบูสเตอร์ชนิดอื่น อ่านเพิ่มได้ที่ จูเวลุคเป็นก้อน ดูแลอย่างไร
ผลลัพธ์สองข้างไม่เท่ากัน
(ประมาณ 3–5%) ผิวข้างหนึ่งดูดีขึ้นมากกว่าอีกข้าง อาจเกิดจากปริมาณที่ฉีดต่างกัน สภาพผิวซ้ายขวาไม่เหมือนกันตั้งแต่แรก การดูดซึมของร่างกายแต่ละข้าง หรือนิสัยนอนตะแคงข้างเดียว แพทย์จะประเมินอีกครั้งหลัง 4 สัปดาห์ และฉีดเพิ่มในจุดที่ยังไม่พอหากจำเป็นค่ะ
ภาวะที่ร้ายแรงที่สุดที่ต้องรู้: ตำราตจวิทยาความงามจัดให้ภาวะหลอดเลือดอุดตันและเนื้อเยื่อตาย (Vascular occlusion — สารไปอุดหลอดเลือดจนผิวบริเวณนั้นขาดเลือด) เป็นภาวะแทรกซ้อนอันดับ 1 ที่น่ากังวลที่สุดของการฉีดฟิลเลอร์และสารกระตุ้นคอลลาเจน แม้พบได้น้อยมาก แต่ถ้าผิวบริเวณที่ฉีดซีดขาวหรือคล้ำเป็นสีม่วงเขียว ต้องติดต่อแพทย์ทันทีโดยไม่รอดูอาการค่ะ
ผลข้างเคียงของสกินบูสเตอร์แต่ละชนิดไม่เหมือนกัน
สกินบูสเตอร์แต่ละตัวทำจากวัตถุดิบต่างกัน ทั้งเนื้อเยื่อจากมนุษย์ โปรตีนจากสิ่งมีชีวิตอื่น (เช่น สารสกัดจากปลาแซลมอน) และโพลิเมอร์สังเคราะห์ แนวโน้มปฏิกิริยาจึงอาจต่างกันได้ แต่เป็นเพียงแนวโน้มทั่วไป และขึ้นกับผิวของแต่ละคนมากค่ะ

คุณหมอจึงไม่แนะนำให้ตัดสินว่าตัวไหน “ดีกว่า” จากผลข้างเคียงอย่างเดียว ถ้าอยากดูความแตกต่างของแต่ละตัวแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่ เปรียบเทียบรีทูโอ เรทิเจน และรีจูรัน ค่ะ
ประเด็นสำคัญจาก นพ. อี ซองอุค: ผลข้างเคียงกลุ่มนี้พบน้อย แต่เมื่อเกิดขึ้นต้องให้แพทย์ดูแล หัวใจคือพบให้เร็วและรับมือทันที ส่วนใหญ่รักษาได้และไม่ทิ้งปัญหาระยะยาวค่ะ
ลดความเสี่ยงผลข้างเคียง 3 ขั้นตอน: ก่อน ระหว่าง และหลังฉีด
ผลข้างเคียงของรีทูโอจำนวนมากป้องกันได้หรือทำให้เบาลงได้ ถ้าเตรียมตัวให้ถูกตั้งแต่ก่อนฉีดจนถึงหลังฉีดค่ะ

ขั้นที่ 1 ก่อนฉีด 1–2 สัปดาห์
- แจ้งประวัติแพ้ทั้งหมด: ฟิลเลอร์/สกินบูสเตอร์ วัสดุหนังแท้จากผู้บริจาค ยา อาหาร ภูมิแพ้ผิวหนัง ลมพิษ และโรคภูมิคุ้มกันต่อต้านตนเอง
- ปรึกษาเรื่องปรับยาที่ทำให้เลือดหยุดช้าล่วงหน้า 1 สัปดาห์ (ยาต้านการแข็งตัวของเลือดห้ามหยุดเอง)
- นอนให้พอ 7 ชั่วโมงขึ้นไป ดื่มน้ำ 2 ลิตรขึ้นไป งดบุหรี่ ลดแอลกอฮอล์
- งดเลเซอร์ พีลลิ่ง สครับ ตากแดดจัด และการลดน้ำหนักแบบหักโหม
ขั้นที่ 2 ระหว่างฉีด
แพทย์จะฉีดในชั้นหนังแท้ส่วนบนถึงส่วนกลาง ฉีดช้า ๆ และกระจายสารให้สม่ำเสมอ ปริมาณที่ใช้บ่อยคือทั้งหน้า 2–4 ml และเฉพาะจุด 1–2 ml แต่แพทย์จะเป็นผู้กำหนดตามสภาพผิวจริงค่ะ เพราะการฉีดมากเกินไปเพิ่มโอกาสเป็นก้อนและบวม ส่วนคนไข้ช่วยได้ด้วยการอยู่นิ่ง ๆ ไม่ขยับสีหน้า และบอกแพทย์ทันทีถ้าเจ็บผิดปกติ
ขั้นที่ 3 หลังฉีด — 24 ชั่วโมงแรกสำคัญที่สุด
ใน 24 ชั่วโมงแรก ให้ประคบเย็นครั้งละ 10 นาที วันละ 4–6 ครั้ง นอนหนุนหมอนสูง ดื่มน้ำ 2 ลิตรขึ้นไป ใช้มอยส์เจอไรเซอร์สูตรอ่อนโยน และทากันแดด SPF 50+ ค่ะ
- ห้ามใน 24 ชั่วโมงแรก: ดื่มแอลกอฮอล์ ซาวน่า ออกกำลังกาย นวดหน้า นอนคว่ำ และอาหารรสจัด — สิ่งเหล่านี้เพิ่มความเสี่ยงบวมและอักเสบอย่างชัดเจน
- สัปดาห์แรก: เลี่ยงสระว่ายน้ำ ฟิตเนส เลเซอร์ พีลลิ่ง และการดื่มหนัก
- หลัง 2 สัปดาห์: ใช้ชีวิตได้ตามปกติ หากจะทำหัตถการเพิ่มควรเว้นระยะ 3–4 สัปดาห์
สำหรับคนไทยที่อากาศร้อนและแดดแรง ควรเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งที่ทำให้เหงื่อออกมากและโดนความร้อนในช่วงแรก ถ้าบินมาฉีดที่เกาหลี แนะนำให้เผื่อเวลาอยู่ต่ออย่างน้อย 2–3 วันก่อนเดินทางกลับ เพื่อให้แพทย์ได้ดูอาการหลังฉีดค่ะ
ดูแลเฉพาะตามสภาพผิว
- ผิวแพ้ง่าย: ใช้ครีมปลอบประโลมผิวบ่อยขึ้น เลื่อนการแต่งหน้าออกไป 2–3 วัน ใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์อ่อนโยน
- ช้ำง่าย: ประคบเย็นนานขึ้น และเปลี่ยนเป็นประคบอุ่นหลัง 3 วัน
- อักเสบง่าย: แพทย์อาจให้ครีมยาปฏิชีวนะ งดแต่งหน้า 3 วันแรก และนัดติดตามถี่ขึ้น
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน เราตรวจติดตามหลังฉีดที่ 3 วัน 1 สัปดาห์ 2 สัปดาห์ และ 4 สัปดาห์ มีช่องทางติดต่อฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง และคนไข้ชาวไทยส่งรูปอาการให้ดูผ่าน LINE ได้ค่ะ
ประเด็นสำคัญจาก นพ. อี ซองอุค: หัวใจของการป้องกันคือ “24 ชั่วโมงแรก” โดยเฉพาะการงดแอลกอฮอล์และซาวน่า ถ้าดูแลช่วงนี้ได้ดี ผลข้างเคียงส่วนใหญ่จะป้องกันได้หรือเบาลงมากค่ะ
ถ้าเกิดผลข้างเคียงควรทำอย่างไร: สัญญาณอันตรายและการรับมือ 4 ระดับ
สัญญาณอันตรายที่ต้องติดต่อแพทย์ทันที
- เจ็บรุนแรงจนยาแก้ปวดเอาไม่อยู่ ปวดตุบ ๆ และแย่ลงเรื่อย ๆ
- บวมมากขึ้นแม้ผ่านไป 24 ชั่วโมงแล้ว บวมข้างเดียว หรือบวมจนลืมตาไม่ขึ้น
- ผิวซีดขาว คล้ำม่วงเขียว หรือรอยแดงลามออกไป
- มีหนอง กลิ่นเหม็น ร้อนร่วมกับเจ็บ หรือมีไข้
- ลมพิษทั้งตัว หายใจลำบาก แน่นหน้าอก
- ตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นไม่ครบบางส่วน (พบได้น้อยมาก)
มีอาการใดอาการหนึ่ง ให้ติดต่อแพทย์ทันทีค่ะ
รับมือ 4 ระดับ ตั้งแต่ดูแลเองจนถึงเหตุฉุกเฉิน
- ระดับ 1 — ดูแลเองได้: บวม คัน หรือแดงมากกว่าที่คิดเล็กน้อย เพิ่มการประคบเย็นเป็นครั้งละ 10 นาที วันละ 6–8 ครั้ง ทานยาแก้แพ้ ถ่ายรูปเก็บไว้ และสังเกต 24–48 ชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้นให้ขยับไประดับ 2
- ระดับ 2 — ติดต่อโรงพยาบาล: บวมเกิน 3 วัน คันจนทนไม่ไหว หรือคลำเจอก้อนเล็ก ๆ ส่งรูปและโทรปรึกษา เพื่อรับยาหรือนัดตรวจภายใน 24–48 ชั่วโมง
- ระดับ 3 — มาพบแพทย์ทันที: มีสัญญาณอันตรายข้อใดข้อหนึ่ง อาการแย่ลงเร็ว หรือเจ็บรุนแรง ควรได้พบแพทย์ภายในวันนั้นหรือวันรุ่งขึ้น
- ระดับ 4 — ฉุกเฉิน: หายใจลำบาก ระดับความรู้สึกตัวเปลี่ยน หรือแพ้รุนแรง โทร 1669 (บริการการแพทย์ฉุกเฉิน เมื่ออยู่ในประเทศไทย) หรือ 119 (เมื่ออยู่ในเกาหลี) ทันที แล้วจึงแจ้งโรงพยาบาล
ปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนถึงมือแพทย์
- สงสัยอักเสบ: ประคบเย็น ไม่จับบริเวณนั้น หยุดเครื่องสำอาง ล้างมือบ่อย ๆ และถ่ายรูปไว้ — ห้ามบีบเอง ห้ามใช้เข็มจิ้ม และห้ามประคบร้อน
- แพ้รุนแรง: ทานยาแก้แพ้ ดื่มน้ำเย็น นั่งในท่าที่สบายระหว่างรอความช่วยเหลือ — ห้ามขับรถเอง และถ้าหายใจลำบากไม่ควรนอนราบ
- บวมมาก: หนุนศีรษะให้สูง ประคบเย็นต่อ ทานอาหารรสจืด ดื่มน้ำให้พอ — เลี่ยงการก้มหน้านาน ๆ และน้ำร้อน
วิธีจดบันทึกอาการ
ถ่ายรูปวันละ 2 ครั้ง (เช้าและเย็น) ในแสงและมุมเดิม คือ หน้าตรง เอียง 45 องศาซ้ายขวา และด้านข้าง จดวันที่และเวลา ให้คะแนนความเจ็บ 1–10 บันทึกว่าดีขึ้นหรือแย่ลง พร้อมสิ่งที่ทำไปและยาที่ทาน เช่น “วันที่ 2 เช้า บวม 7/10 → 6/10 ดีขึ้นเล็กน้อย ประคบเย็น 5 ครั้ง ทานยาแก้แพ้ 1 เม็ด” ข้อมูลนี้ช่วยให้แพทย์ประเมินผ่าน LINE ได้แม่นยำขึ้นมากค่ะ
ช่องทางติดต่อ: LINE: @339fwnst หรือโทรสายตรงล่ามภาษาไทย +82-10-6864-1175
ประเด็นสำคัญจาก นพ. อี ซองอุค: เหตุฉุกเฉินส่วนใหญ่ป้องกันได้ด้วยการ “พบให้เร็ว” รู้สึกว่าผิดปกติเมื่อไรให้ติดต่อมาเลย ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นเรื่องเล็ก ความปลอดภัยของคนไข้สำคัญที่สุดค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับรีทูโอ ผลข้างเคียง
หลังฉีดรีทูโอ ผลข้างเคียงมักเกิดขึ้นเมื่อไหร่ และนานแค่ไหน?
ส่วนใหญ่เกิดภายใน 1 สัปดาห์แรกค่ะ จุดแดง บวม และเจ็บ มักเกิดทันทีถึง 24 ชั่วโมง รอยช้ำและอาการคันเกิดในวันที่ 1–3 ส่วนผิวลอกและผิวแห้งเกิดในวันที่ 3–7 อาการที่มาช้ากว่านั้นพบได้น้อย เช่น ก้อนใต้ผิวใน 2–8 สัปดาห์ อาการแพ้แบบช้าใน 1–2 สัปดาห์ หรือการติดเชื้อใน 1–3 สัปดาห์ และจากประสบการณ์ของคุณหมอ ผลข้างเคียงใหม่หลัง 1 เดือนแทบไม่พบค่ะ
ฉีดรีทูโอแล้วจะมีแผลเป็นไหม?
ถ้าเป็นอาการปกติอย่างจุดแดง บวม หรือช้ำ จะไม่ทิ้งแผลเป็นค่ะ ความเสี่ยงจะสูงขึ้นเมื่อเกาจนผิวถลอก หรือปล่อยให้อักเสบนานโดยไม่รักษา จึงควรห้ามเกา รีบรักษาเมื่อมีสัญญาณอักเสบ และทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
ฉีดรีทูโอแล้วกลับไปทำงานได้เมื่อไหร่?
วันรุ่งขึ้นไปทำงานและแต่งหน้าบาง ๆ ได้ค่ะ แต่งหน้าเต็มได้หลัง 3 วัน ออกกำลังกายหนักและดื่มเล็กน้อยได้หลัง 7 วัน ส่วนซาวน่า ว่ายน้ำ และดื่มตามปกติรอ 14 วัน ถ้ามีงานสำคัญ ควรฉีดล่วงหน้าอย่างน้อย 3 วัน และดีที่สุดคือ 1 สัปดาห์
ถ้าเกิดผลข้างเคียงจากรีทูโอ สามารถสลายออกได้ไหม?
รีทูโอสลายด้วยยาสลายฟิลเลอร์ (Hyaluronidase) ไม่ได้ค่ะ เพราะเป็นโครงสร้าง ECM ที่มีคอลลาเจนเป็นหลัก ต่างจาก สกินบูสเตอร์ HA (ฉีดผิวฉ่ำ) แต่ผลข้างเคียงส่วนใหญ่รักษาได้ เช่น อักเสบใช้ยาปฏิชีวนะ แพ้ใช้ยาแก้แพ้หรือสเตียรอยด์ ก้อนใช้การฉีดสเตียรอยด์เข้าก้อน และผลไม่สมดุลแก้ด้วยการฉีดเพิ่ม ตัวสารเองจะค่อย ๆ ถูกดูดซึมไปในช่วง 3–6 เดือนค่ะ
กลัวผลข้างเคียง ควรฉีดรีทูโอดีไหม?
ความกังวลเป็นเรื่องปกติค่ะ ลองถามตัวเองว่ามีนัดสำคัญเร็ว ๆ นี้ไหม มีเวลาพักถ้าเกิดอาการหรือเปล่า และคาดหวังอะไรจากการฉีด ถ้ายังไม่พร้อม ก็ยังมีทางเลือกอื่น เช่น เลเซอร์ การดูแลผิวที่บ้าน หรือเลื่อนเวลาออกไปก่อน สิ่งสำคัญคือปรึกษาแพทย์เฉพาะทางให้ละเอียดแล้วค่อยตัดสินใจ
ปรึกษาเรื่องรีทูโอกับโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน
- ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการเล็กน้อยและหายเองภายใน 1–7 วัน
- ส่วนใหญ่ป้องกันได้หรือจัดการได้เร็ว ถ้าเตรียมตัวดีและดูแล 24 ชั่วโมงแรกอย่างเคร่งครัด
- ถ้ามีอาการผิดปกติ ติดต่อแพทย์ทันที ไม่ต้องรอ
ถ้ากำลังตัดสินใจเรื่องรีทูโอ หรือฉีดไปแล้วอยากให้แพทย์ช่วยดูว่าอาการปกติหรือไม่ นพ. อี ซองอุค และทีมโรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน กรุงโซล ประเทศเกาหลี พร้อมประเมินผิวและวางแผนให้เหมาะกับคุณค่ะ
💬 ทักแชทเข้ามาปรึกษาได้ที่ LINE: @339fwnst มีเจ้าหน้าที่ภาษาไทยดูแล
📞 สายตรงล่ามภาษาไทย: +82-10-6864-1175
🖥️ หรือนัดหมายผ่าน ปรึกษาออนไลน์ ค่าใช้จ่ายขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละท่าน จึงแนะนำให้ปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลค่ะ
เขียนและตรวจสอบเนื้อหาโดย นพ. อี ซองอุค ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน | อัปเดตล่าสุด: 30 กันยายน 2026
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



