ร้อยไหม 2026: ไหมแบบไหนดีที่สุดสำหรับหน้าคุณ? PDO Mono, Cog และ PLLA เปรียบเทียบจริง

ร้อยไหม PDO ยกกระชับหน้า — ปรึกษาศัลยแพทย์มาอินเกาหลี

ใครที่กำลังเริ่มเห็นแก้มหย่อน กรอบหน้าไม่คมเหมือนเดิม แล้วลังเลว่าจะร้อยไหมดีไหม ชนิดไหนถึงจะเหมาะกับหน้าเรา บทความนี้หมอจะอธิบายให้เข้าใจง่ายๆ แบบไม่ต้องมีพื้นความรู้ทางการแพทย์มาก่อนค่ะ

เพราะคำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดไม่ใช่แค่ “เจ็บไหม” หรือ “ราคาเท่าไหร่” แต่เป็น “ไหมแบบไหนดี ระหว่าง Mono, Cog และ PLLA?” — ซึ่งคำตอบไม่มีสูตรสำเร็จ ขึ้นอยู่กับหน้าและระดับความหย่อนของแต่ละคนค่ะ

ร้อยไหมคืออะไร? กลไกที่หมออธิบายให้เข้าใจง่าย

ร้อยไหม คือการฝังไหม PDO ใต้ผิวหนัง เพื่อยกกระชับโครงสร้างหน้าที่เริ่มหย่อน พร้อมกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเอง เป็นหัตถการแบบแผลเล็ก (minimally invasive) ที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ค่ะ

คำว่า PDO ย่อมาจาก Polydioxanone ฟังดูเป็นศัพท์ยาก แต่จริงๆ แล้วมันคือวัสดุชนิดเดียวกับไหมที่แพทย์ใช้เย็บแผลในการผ่าตัดมานานหลายสิบปี ร่างกายคุ้นเคยดีและย่อยสลายได้เองอย่างปลอดภัย

ภาพร้อยไหม PDO แบบ Cog มีเงี่ยงยึดเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง — กลไกการทำงานของร้อยไหม

PDO คืออะไร — วัสดุเดียวกับไหมเย็บแผลทางการแพทย์

จุดที่ทำให้คนสบายใจคือ ไหม PDO ไม่ได้ค้างอยู่ในหน้าเราตลอดไป มันจะค่อยๆ ละลายหายไปเองภายในประมาณ 4–6 เดือน โดยที่เราไม่ต้องไปดึงออก ในเอกสารวิชาการด้านการร้อยไหมระบุว่า ไหม PDO เป็นวัสดุที่ดูดซึมได้หมด (fully absorbable) และค่อยๆ สลายตัวลงเมื่อของเหลวในร่างกายซึมเข้าไปในเส้นไหม

ร้อยไหมทำงานอย่างไร: 2 ขั้นตอนที่ร่างกายตอบสนอง

หลายคนเข้าใจว่าร้อยไหมแค่ “ดึงหน้าให้ตึง” แต่จริงๆ มันทำงาน 2 ทางพร้อมกัน ค่ะ

ขั้นที่ 1 — ผลเชิงกล (เห็นผลทันที): ถ้าเป็นไหมแบบมีเงี่ยง (Cog) ตัวเงี่ยงเล็กๆ บนเส้นไหมจะเกี่ยวและพยุงเนื้อเยื่อที่หย่อนให้ยกขึ้นในจังหวะที่ร้อยเสร็จ เหมือนตะขอเล็กๆ ที่ช่วยจัดเรียงเนื้อเยื่อให้เข้าที่

ขั้นที่ 2 — ผลระยะยาว (ค่อยๆ ดีขึ้น): เมื่อมีเส้นไหมอยู่ใต้ผิว ร่างกายจะมองว่าเป็นสิ่งแปลกปลอม จึงเกิดกระบวนการซ่อมแซมรอบเส้นไหม กระตุ้นสารที่ชื่อ TGF-beta (สารส่งสัญญาณที่สั่งให้เซลล์สร้างคอลลาเจน) ทำให้มีคอลลาเจนใหม่ก่อตัวขึ้นเป็นโครงข่ายล้อมรอบเส้นไหม

เอกสารทางวิชาการเรียกกระบวนการนี้ว่าการเกิด “ปลอกพังผืด” (fibrotic encapsulation) ฟังดูน่ากลัว แต่จริงๆ มันคือโครงคอลลาเจนใหม่ที่ทำหน้าที่เป็น นั่งร้านค้ำยัน (scaffold) ให้เนื้อเยื่อหน้า พร้อมกับมีการสร้างเส้นเลือดฝอยเล็กๆ ขึ้นใหม่ และคอลลาเจนเก่ากับใหม่เชื่อมต่อกัน ผิวจึงดูแน่นขึ้นจากภายในค่ะ

สรุปง่ายๆ คือ ไหมละลายได้ใน 4–6 เดือน แต่ผลยกกระชับอยู่ได้ 1–2 ปี เพราะคอลลาเจนใหม่ที่ร่างกายสร้างขึ้นยังคงค้ำโครงสร้างหน้าต่อไปแม้ไหมจะหายไปแล้ว

หากใครอยากรู้ภาพรวม ชนิดไหม และช่วงราคาเบื้องต้นเพิ่มเติม อ่านได้ที่บทความ ร้อยไหม คืออะไร ชนิด และราคา ส่วนบทความนี้จะเจาะลึกเรื่อง “ไหมแบบไหนเหมาะกับใคร” โดยเฉพาะค่ะ

ไหมแบบไหนดี? Mono vs Cog vs PLLA เปรียบเทียบตรงๆ

คำถามยอดฮิตจาก Pantip และในห้องปรึกษาคือ “ไหมแบบไหนดี” คำตอบสั้นๆ คือ ไม่มีไหมที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแต่ไหมที่ เหมาะที่สุดกับหน้าและปัญหาของคุณ ค่ะ มาดูทีละชนิดกัน

ทิศทางการร้อยไหมยกกระชับหน้า — ร้อยไหม Cog ยกเนื้อเยื่อขึ้นด้านบน

ไหม Mono — เน้นกระตุ้นคอลลาเจน เหมาะกับผิวที่ต้องการฟื้นฟู

ไหม Mono เป็นเส้นไหมเรียบ ไม่มีเงี่ยง จุดเด่นคือเน้นกระตุ้นคอลลาเจนรอบเส้นไหมมากกว่าการ “ยก” จึงเหมาะกับคนอายุ 30 ต้นๆ หรือผิวที่ยังหย่อนไม่มาก แต่อยากให้ผิวแน่นกระชับและดูฟื้นฟูจากภายในค่ะ

ไหม Cog — เงี่ยงยกกระชับ เหมาะกับเนื้อเยื่อที่เริ่มหย่อน

ไหม Cog มีเงี่ยง (Barbs) เป็นตะขอเล็กๆ ตลอดเส้น ทำหน้าที่ยึดเนื้อเยื่อที่หย่อนแล้วยกขึ้นทันที จึงเหมาะกับคนอายุประมาณ 35–50 ปีที่มีการหย่อนระดับกลาง อยากเห็นกรอบหน้าและแก้มยกขึ้นชัดเจนกว่าแบบ Mono

ไหม PLLA — อยู่ได้นานกว่า เหมาะกับใคร?

PLLA (Poly-L-lactic Acid) เป็นวัสดุที่ย่อยสลายช้ากว่า PDO ผลจึงอยู่ได้นานราว 2–3 ปี แต่ราคาก็สูงกว่าตามไปด้วย เหมาะกับคนที่ต้องการผลระยะยาวและไม่อยากกลับมาทำซ้ำบ่อยๆ ค่ะ

ชนิดไหม วัสดุ ละลายใน ผลหลัก เหมาะกับ
Mono PDO (เรียบ) 4–6 เดือน กระตุ้นคอลลาเจน ผิวแน่น อายุ 30 ต้น ผิวหย่อนน้อย
Cog PDO (มีเงี่ยง) 4–6 เดือน ยกกระชับเนื้อเยื่อทันที อายุ 35–50 หย่อนปานกลาง
PLLA Poly-L-lactic Acid ช้ากว่า PDO ผลระยะยาว ค่อยๆ ฟื้นฟู ต้องการผลนาน 2–3 ปี

ผลร้อยไหมอยู่ได้นานแค่ไหน? ความจริงที่หมอบอก

นี่เป็นจุดที่คนเข้าใจผิดบ่อยที่สุดค่ะ หลายคนคิดว่า “พอไหมละลาย หน้าก็จะหย่อนกลับเหมือนเดิม” — ซึ่งไม่จริงทั้งหมด

ภาพแสดงทิศทางการร้อยไหมยกกระชับหน้า ผลร้อยไหมอยู่ได้นานเนื่องจากคอลลาเจนค้ำยัน

ไหมละลายใน 4–6 เดือน แต่ผลอยู่ได้ 1–2 ปี — ทำไม?

อย่างที่อธิบายไปในหัวข้อกลไก เส้นไหม PDO จะละลายใน 4–6 เดือน แต่ในช่วงเวลานั้นร่างกายได้สร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาเป็นโครงค้ำยันเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นแม้เส้นไหมจะหายไป โครงคอลลาเจนนี้ก็ยังพยุงโครงสร้างหน้าต่อ ทำให้ผลกระชับอยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี

เอกสารวิชาการด้านการร้อยไหมระบุชัดเจนว่า ระยะเวลาของผลยกกระชับถูกกำหนดโดย “อัตราการย่อยสลายและการสลายตัวด้วยน้ำของเส้นไหม” พูดง่ายๆ คือ ไหมที่ย่อยช้ากว่าก็มักให้ผลที่อยู่นานกว่า สอดคล้องกับงานวิจัยที่รวบรวมไว้ใน งานวิจัย PDO Thread Lifting (PubMed)

ปัจจัยที่ทำให้ผลอยู่นานขึ้นหรือสั้นลง

ระยะเวลาของผลไม่ได้ขึ้นอยู่กับชนิดไหมอย่างเดียว แต่ยังขึ้นกับ อายุ ระดับความหย่อนตั้งต้น ทักษะของแพทย์ และการดูแลตัวเองหลังทำ ด้วยค่ะ

โดยทั่วไป PLLA จะให้ผลที่อยู่นานกว่า PDO ราว 1–1.5 ปี เพราะย่อยสลายช้ากว่า แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น การเลือกจึงควรชั่งน้ำหนักระหว่างงบประมาณกับเป้าหมายของแต่ละคนนะคะ

ใครเหมาะกับร้อยไหม และใครควรเลือกวิธีอื่น?

ก่อนตัดสินใจ หมออยากให้ทุกคนประเมินตัวเองก่อนค่ะ เพราะร้อยไหมไม่ได้เหมาะกับทุกคน และการเลือกผิดวิธีอาจทำให้ผลไม่เป็นอย่างที่หวัง

ขั้นตอนร้อยไหมที่มาอินเกาหลี — ร้อยไหมเหมาะกับผู้ที่ต้องการยกกระชับหน้าโดยไม่ผ่าตัด

เหมาะกับ: อายุ 30–50 ปี ผิวหย่อนเล็กน้อยถึงปานกลาง

ร้อยไหมเหมาะที่สุดกับคนอายุ 30–50 ปี ที่มีผิวหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง และไม่อยากพักฟื้นนาน เพราะร้อยไหมวางเส้นไหมไว้ในชั้นใต้ผิวหนัง (ตื้นกว่าชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นกล้ามเนื้อ-พังผืดที่รองรับใบหน้า) จึงให้ผลแบบธรรมชาติและฟื้นตัวเร็ว

ไม่เหมาะกับ: ผิวหย่อนมาก หรือคาดหวังผลเท่าการผ่าตัด

ถ้าผิวหย่อนมากแล้ว หรือคาดหวังผลที่ชัดและอยู่นานเทียบเท่าการผ่าตัด ร้อยไหมอาจไม่เพียงพอค่ะ กรณีนี้หมอจะแนะนำให้พิจารณา ยกกระชับหน้าดึงแน่นสองชั้น (Deep Plane Facelift) ซึ่งทำงานลงลึกถึงชั้น SMAS โดยตรง จึงให้ผลที่ชัดและยาวนานกว่า

สำหรับคนที่อยู่ตรงกลาง — ร้อยไหมไม่พอ แต่ยังไม่อยากผ่าตัดเต็มรูปแบบ — ทางเลือกที่น่าสนใจคือ มินิ เฟซ ลิฟท์ (Mini Face Lift) ที่แผลเล็กกว่าและพักฟื้นน้อยกว่าการผ่าตัดใหญ่ค่ะ

เปรียบเทียบ: ร้อยไหม vs ดึงหน้า vs ไททาเนียม ลิฟติ้ง

ลักษณะ ร้อยไหม Mini / Full Lift ไททาเนียม ลิฟติ้ง
วิธีการ ฝังไหมใต้ผิว ผ่าตัดยกชั้น SMAS พลังงานคลื่น ไม่ใช้เข็ม
ระดับความหย่อนที่เหมาะ น้อย–ปานกลาง ปานกลาง–มาก น้อย–ปานกลาง
พักฟื้น 2–3 วัน นานกว่า แทบไม่ต้องพัก
ระยะเวลาผล 1–2 ปี ยาวนานกว่า ขึ้นกับจำนวนครั้ง

ขั้นตอนร้อยไหมที่มาอินเกาหลี: ก่อน–ระหว่าง–หลังทำ

หลายคนกังวลว่าจะเจ็บไหม ใช้เวลานานแค่ไหน หมอจะอธิบายขั้นตอนจริงให้ฟังตั้งแต่ก่อนทำจนถึงการดูแลหลังทำค่ะ

ก่อนทำ: ปรึกษาแพทย์และเตรียมตัวอย่างไร

ขั้นตอนแรกคือการปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินโครงสร้างหน้าและระดับความหย่อน แล้วเลือกชนิดและตำแหน่งของไหมให้เหมาะกับแต่ละคน ผู้ที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอนะคะ

ระหว่างทำ: ใช้เวลาเท่าไหร่ เจ็บมั้ย?

กระบวนการร้อยไหมที่มาอินใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยใช้ยาชาเฉพาะที่ ความเจ็บปวดจึงน้อยมาก ส่วนใหญ่จะรู้สึกแค่ตึงๆ หน่อยระหว่างทำเท่านั้น

หลังทำ: ข้อควรระวังและการดูแลที่ถูกต้อง

หลังทำอาจมีอาการ บวม ช้ำ และรู้สึกตึงเล็กน้อยประมาณ 3–7 วัน และบางคนอาจเห็นรอยบุ๋ม (dimple) ชั่วคราว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอาการปกติที่ค่อยๆ ดีขึ้นเอง คนส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ภายใน 2–3 วันค่ะ

ช่วง 2 สัปดาห์แรกควรงดนวดหน้า งดออกกำลังหนัก และพยายามไม่นอนคว่ำ เพื่อให้ไหมเข้าที่ดีที่สุด รายละเอียดการดูแลแบบครบถ้วน อ่านเพิ่มได้ที่ การดูแลหลังร้อยไหม 9 ข้อจากศัลยแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับร้อยไหม (FAQ จาก Pantip และคนไข้จริง)

ร้อยไหม PDO กับ PLLA ต่างกันอย่างไร และแบบไหนดีกว่ากัน?

PDO ย่อยสลายใน 4–6 เดือน ราคาเข้าถึงง่ายกว่า ส่วน PLLA ย่อยช้ากว่า ผลจึงอยู่ได้นาน 2–3 ปี แต่ราคาสูงกว่า ไม่มีแบบไหนดีกว่าโดยรวม ขึ้นอยู่กับงบประมาณและเป้าหมายของคุณ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกให้เหมาะค่ะ

ร้อยไหมผลอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องร้อยซ้ำเมื่อไหร่?

ผลของไหม PDO อยู่ได้ประมาณ 1–2 ปี แม้เส้นไหมจะละลายใน 4–6 เดือนแต่คอลลาเจนใหม่ยังค้ำโครงสร้างต่อ ส่วน PLLA อยู่ได้ 2–3 ปี ช่วงเวลาที่ควรร้อยซ้ำขึ้นกับแต่ละคน ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจค่ะ

ร้อยไหมเจ็บมั้ย และต้องหยุดพักกี่วัน?

ใช้ยาชาเฉพาะที่ ความเจ็บจึงน้อยมาก ส่วนใหญ่รู้สึกแค่ตึงๆ ระหว่างทำ หลังทำอาจบวม-ช้ำ 3–7 วัน และคนส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้ภายใน 2–3 วันค่ะ

ใครไม่ควรทำร้อยไหม หรือควรเลือกดึงหน้าแทน?

ผู้ที่ผิวหย่อนมาก หรือคาดหวังผลที่ชัดและอยู่นานเทียบเท่าการผ่าตัด ควรพิจารณา Mini Face Lift หรือ Deep Plane Facelift แทน เพราะร้อยไหมเหมาะกับการหย่อนระดับเล็กน้อยถึงปานกลางมากกว่าค่ะ

ร้อยไหมที่มาอินเกาหลีแตกต่างจากที่ไทยอย่างไร?

ศัลยแพทย์เกาหลีที่มาอินเน้นการประเมินรายบุคคล เลือกชนิดและตำแหน่งไหมตามโครงสร้างหน้าและระดับความหย่อนของแต่ละคน ไม่ใช้สูตรสำเร็จแบบเดียวกับทุกคน เพื่อให้ผลออกมาเป็นธรรมชาติและเหมาะกับคุณที่สุดค่ะ

ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมาอินฟรี: ไหมแบบไหนเหมาะกับคุณ?

การเลือกว่า “ไหมแบบไหนดี” สำหรับหน้าคุณ เริ่มจากการให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญประเมินโครงสร้างหน้าและระดับความหย่อนก่อนค่ะ เพราะแผนการรักษาที่เหมาะกับคุณจริงๆ ต้องออกแบบเฉพาะบุคคล ไม่ใช่สูตรสำเร็จ

สามารถทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst เพื่อรับการประเมินและแผนการรักษาเฉพาะบุคคล หรือดูบริการลิฟติ้งทั้งหมดได้ที่ ลิฟติ้งเซ็นเตอร์มาอิน — ปรึกษาฟรี ค่ะ

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

ผู้เขียนและตรวจสอบ: นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) — โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *