ดึงหน้ามินิ (mini facelift) คืออะไร? เหมาะกับใคร แผลเป็นตรงไหน พักฟื้นกี่วัน

ดึงหน้ามินิ mini facelift ที่เกาหลี — ยกกระชับใบหน้าส่วนล่างด้วยแผลสั้น

ดึงหน้ามินิ (mini facelift) คือการผ่าตัดยกกระชับใบหน้าส่วนล่างและส่วนกลาง โดยใช้แผลสั้นซ่อนในแนวไรผมและรอบติ่งหู และดึงลึกถึงชั้น SMAS ไม่ใช่แค่ดึงผิวหนัง เทคนิคนี้เหมาะกับความหย่อนคล้อยระยะแรกที่ยังไม่มาก จึงพักฟื้นเร็วกว่าการดึงหน้าแบบเต็ม

บทความนี้ตอบ 4 คำถามที่คนไข้ถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ คือ ดึงหน้ามินิ คืออะไร เหมาะกับใคร แผลเป็นอยู่ตรงไหน และพักฟื้นกี่วัน เรียงตามลำดับที่ใช้ตัดสินใจจริง

ข้อมูลอ้างอิงจากตำราศัลยกรรมตกแต่ง (Neligan, Plastic Surgery) งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารศัลยกรรมตกแต่ง และข้อมูลการผ่าตัดจริงของโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน กรุงโซล ประเทศเกาหลี เรียบเรียงโดย นพ. อี ซองอุค ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญด้านลิฟติ้ง

ดึงหน้ามินิ (mini facelift) คืออะไร?

ดึงหน้ามินิ คือการผ่าตัดยกกระชับที่ใช้แผลสั้นกว่าการดึงหน้าแบบเต็ม แต่ยังลงลึกถึงชั้นพังผืดใต้ผิวหนัง บางบทความเรียกเทคนิคนี้ว่า ดึงหน้าแบบมินิ จุดต่างที่สำคัญจริง ๆ อยู่ที่ว่า “ดึงจากชั้นไหน” ไม่ใช่แค่ “แผลสั้นแค่ไหน” ค่ะ

ยกจากชั้น SMAS ไม่ใช่แค่ดึงผิวหนัง

ใต้ผิวหนังบนใบหน้ามีชั้นหนึ่งเรียกว่า ชั้น SMAS (แผ่นพังผืดบาง ๆ ที่คลุมและพยุงกล้ามเนื้อกับไขมันบนใบหน้าเอาไว้) เมื่ออายุมากขึ้น ชั้นนี้จะหย่อนลงพร้อมกับไขมันที่เลื่อนต่ำลง แก้มจึงย้อยและร่องแก้มลึกขึ้น

ภาพอธิบายชั้น SMAS ที่ mini facelift ดึงขึ้นในแนวตั้ง
ชั้น SMAS คือชั้นที่ mini facelift เข้าไปยกขึ้นในแนวตั้ง ไม่ใช่การดึงเฉพาะผิวหนัง

ถ้าดึงเฉพาะผิวหนังโดยไม่แตะชั้น SMAS ความตึงจะอยู่ได้ไม่นาน และผิวหนังต้องรับแรงดึงทั้งหมดไว้เอง แผลจึงมีโอกาสถูกยืดจนกว้างขึ้น ที่โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอินจึงเปิดถึงชั้น SMAS แล้วยกทีละชั้น ให้ชั้นพังผืดเป็นตัวรับแรงแทนผิวหนัง

ทำไมแผลถึงสั้นได้ — การดึงในแนวตั้ง

เทคนิคต้นแบบของ mini facelift คือ MACS lift (เทคนิคดึงหน้าแผลสั้นที่ใช้การเย็บรั้งเป็นห่วง แทนการเลาะเนื้อเยื่อเป็นบริเวณกว้าง) ตีพิมพ์ในวารสารศัลยกรรมตกแต่ง Plast Reconstr Surg ปี 2002 โดยศัลยแพทย์ชาวเบลเยียม Tonnard และ Verpaele ซึ่งพัฒนาต่อจากเทคนิค S-lift เดิมในปี 1999

หลักการคือใช้ purse-string suture (การเย็บรั้งแบบปากถุง คล้ายการรูดเชือกปากถุงผ้าให้กระชับขึ้น) 2 จุดที่ชั้น SMAS แล้วยึดขึ้นไปกับพังผืดแข็งเหนือโหนกแก้ม ส่วนเทคนิครุ่นขยายจะเพิ่มห่วงที่ 3 สำหรับไขมันแก้มด้านบน เพื่อเติมความอิ่มบริเวณโหนกแก้ม

เพราะแรงดึงวิ่งขึ้นใน “แนวตั้ง” ไม่ใช่ดึงเฉียงไปด้านหลัง เนื้อเยื่อที่หย่อนลงมาจึงถูกยกกลับขึ้นไปอยู่ที่เดิม แพทย์จึงไม่ต้องเปิดแผลยาวอ้อมไปหลังใบหู และคนไข้ฟื้นตัวเร็วกว่า งานวิจัยเทคนิค MACS lift (Plast Reconstr Surg, 2002) ระบุว่าเทคนิคกลุ่มนี้เหมาะกับใบหน้าส่วนล่างและส่วนกลาง

พูดง่าย ๆ คือ ดึงหน้ามินิ ไม่ได้แปลว่า “ดึงน้อยลง” แต่แปลว่า “ดึงตรงจุดที่หย่อน ด้วยแผลเท่าที่จำเป็น” ส่วนหน้าผากและลำคอไม่ได้อยู่ในขอบเขตของเทคนิคนี้

ดึงหน้ามินิ เหมาะกับใคร? และใครที่ยังไม่ควรทำ

ตำราศัลยกรรมตกแต่งระบุว่า mini facelift ให้ผลดีในคนไข้ที่เริ่มมีแก้มย้อยระยะแรก มีความหย่อนคล้อยที่ลำคอน้อย และต้องการกลับไปใช้ชีวิตปกติเร็ว ซึ่งมักอยู่ในช่วงอายุ 30-40 ปี

เช็กลิสต์ว่าใครเหมาะกับดึงหน้ามินิ และใครควรเลือกวิธีอื่น
เส้นแบ่งคร่าว ๆ ว่าใครเหมาะกับดึงหน้ามินิ และใครควรพิจารณาวิธีอื่น

5 กลุ่มที่เหมาะกับดึงหน้ามินิ

  • เริ่มมีริ้วรอยและความหย่อนคล้อย แต่ระดับยังไม่มาก
  • แก้มย้อย ร่องแก้ม และมุมปากเริ่มตก จนใบหน้าดูเหนื่อยกว่าความรู้สึกจริง
  • เคยผ่าตัดกรอบหน้าหรือขากรรไกร แล้วผิวเหลือย้อยเพราะโครงเล็กลง
  • เคยฉีดฟิลเลอร์ โบท็อกซ์ ทำเลเซอร์ หรือร้อยไหมมาแล้ว แต่ยังไม่พอใจกับความกระชับ
  • กังวลว่าใบหน้าโดยรวมดูอายุมากกว่าวัยจริง

4 สัญญาณที่บอกว่าควรเลือกวิธีอื่น

แผลสั้นมีข้อจำกัดของมันเอง ถ้าจุดที่เป็นปัญหาอยู่ไกลจากแนวแผล แรงดึงจะส่งไปไม่ถึง ตารางด้านล่างสรุปเส้นแบ่งไว้ให้อ่านง่ายขึ้น

เหมาะกับดึงหน้ามินิ ควรพิจารณาวิธีอื่น
แก้มย้อยระยะแรก ผิวยังมีความยืดหยุ่นดี ลำคอหย่อนชัด มีแนวเอ็นคอเป็นริ้ว (คอไก่งวง)
ความหย่อนคล้อยที่ลำคอน้อยหรือแทบไม่มี กรอบหน้าเสียทั้งใบหน้า ความหย่อนระดับปานกลางขึ้นไป
ต้องการช่วงพักฟื้นสั้น กลับไปทำงานเร็ว ปัญหาหลักคือไขมันใต้คาง หรือเหนียงชัดเจน
ผิวเหลือย้อยหลังผ่าตัดกรอบหน้าหรือขากรรไกร ยังแทบไม่มีความหย่อน มีเพียงริ้วรอยตื้นและผิวขาดความกระชับ

ถ้าอาการตรงกับคอลัมน์ขวา แผลสั้นของ mini facelift จะรั้งไปไม่ถึงจุดที่เป็นปัญหา กรณีคอหย่อนชัดหรือกรอบหน้าเสียทั้งใบหน้า การดึงหน้าแบบเต็มตอบโจทย์กว่า ส่วนคนที่ความหย่อนยังน้อยมาก ร้อยไหมหรือหัตถการแบบไม่ผ่าตัดอาจเหมาะกว่าในระยะนี้

ถ้ายังไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ตรงไหน ลองอ่าน แบบประเมินตัวเองก่อนตัดสินใจดึงหน้า ประกอบก่อนก็ได้ค่ะ

อายุเป็นเพียงแนวโน้ม ไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน คนอายุ 45 ปีที่ผิวยังยืดหยุ่นดีก็เหมาะกับเทคนิคนี้ ขณะที่บางคนอายุ 38 ปีอาจต้องดึงหน้าแบบเต็ม การประเมินขั้นสุดท้ายต้องมาจากการเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจจริงเท่านั้นค่ะ

แผลเป็นดึงหน้ามินิ อยู่ตรงไหน? ยาวแค่ไหน ซ่อนอย่างไร

ตำแหน่งแผล: ไรผม เหนือใบหู และรอบติ่งหู

แผลของ mini facelift วางอยู่ในแนวไรผมบริเวณขมับ ต่อลงมาเหนือใบหู เข้าสู่ร่องหน้าใบหู แล้วโค้งอ้อมรอบติ่งหู โดยไม่ลากยาวไปถึงหลังใบหูและท้ายทอยเหมือนการดึงหน้าแบบเต็ม

ตำแหน่งแผลของ mini facelift ที่ไรผม เหนือใบหู และรอบติ่งหู เทียบกับดึงหน้าแบบเต็ม
แนวแผลของ mini facelift จบที่รอบติ่งหู ส่วนดึงหน้าแบบเต็มต่อไปหลังใบหูและไรผมท้ายทอย

ความยาวของแผลไม่เท่ากันในทุกคน ขึ้นกับระดับความหย่อนคล้อยและรูปหน้าของแต่ละคน แพทย์จะกำหนดจุดเริ่มและจุดสิ้นสุดของแนวแผลตอนตรวจจริงก่อนผ่าตัด

หลักการซ่อนแผลของมาอินมี 3 ข้อ

  1. วางแนวแผลไว้ในเส้นผมและร่องธรรมชาติของใบหู เพื่อให้เส้นแผลอยู่ในที่ที่สายตาไม่กวาดผ่าน
  2. ให้ชั้น SMAS เป็นตัวรับแรงตึงแทนผิวหนัง เพราะแผลที่ถูกดึงตลอดเวลามีแนวโน้มถ่างกว้างและนูนขึ้น
  3. ออกแบบการเย็บปิดแบบละเอียดหลายชั้น เพื่อให้ขอบแผลเรียบเสมอกัน

เทียบแนวแผล ดึงหน้ามินิ กับ ดึงหน้าแบบเต็ม

หัวข้อ ดึงหน้ามินิ ดึงหน้าแบบเต็ม
ตำแหน่งแผล ไรผมขมับ เหนือใบหู และรอบติ่งหู รอบใบหู ต่อไปหลังใบหู และแนวไรผมที่ยาวกว่า
ขอบเขตที่ปรับได้ แก้มย้อย ร่องแก้ม ริ้วรอยมุมปาก เพิ่มกรอบหน้าและเหนียงใต้คาง
ระดับความหย่อนที่รองรับ ระยะแรก ถึงระดับน้อย-ปานกลาง ปานกลางถึงมาก

ทั้งสองแบบไม่ได้มีอันไหนดีกว่ากันโดยตัวมันเอง ระดับความหย่อนที่ต่างกันต้องใช้ความยาวแผลต่างกัน หากอยากเห็นภาพรวมของแต่ละเทคนิค อ่าน ความแตกต่างของดึงหน้า 3 เทคนิค เพิ่มเติมได้

แผลเป็นจางลงเมื่อไหร่? ไทม์ไลน์ 1 สัปดาห์ 1 เดือน และ 2 เดือน

แผลเป็นเปลี่ยนไปอย่างไรในแต่ละช่วง

  • 1 สัปดาห์ — ช่วงก่อนและหลังตัดไหม เส้นแผลยังแดงและดูชัด แต่ส่วนใหญ่ถูกเส้นผมและร่องใบหูบังไว้แล้ว
  • 1 เดือน — แผลแดงและนูนชัดที่สุดในช่วงนี้ หลายคนตกใจว่าแผลผิดปกติ ทั้งที่เป็นปฏิกิริยาปกติของกระบวนการสมานแผล
  • 2 เดือน — สีแดงลดลงอย่างเห็นได้ชัด เส้นแผลเริ่มบางลงและแบนลง
  • 3-6 เดือน — สีเข้าใกล้ผิวรอบข้างและเข้าสู่ระยะคงที่ แผลจางลงจนสังเกตยาก แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด
ไทม์ไลน์แผลเป็นหลังดึงหน้ามินิ ตั้งแต่ 1 สัปดาห์ถึง 6 เดือน
แผลเป็นจะแดงชัดที่สุดราว 1 เดือน แล้วค่อย ๆ จางเข้าสู่ระยะคงที่ที่ 3-6 เดือน

ดูแลอย่างไรให้แผลจางเร็วขึ้น

สิ่งที่มีผลมากที่สุดคือแดด แผลใหม่ที่โดนแดดมีโอกาสคล้ำติดนาน ควรกันแดดบริเวณขมับและหน้าใบหูอย่างสม่ำเสมอหลังแผลปิดสนิท

นอกจากนี้แนะนำให้ใช้เจลหรือแผ่นซิลิโคนสำหรับแผลเป็นตามที่แพทย์สั่ง งดสูบบุหรี่ในช่วงแผลสมาน และเข้ารับการดูแลแผลด้วยเลเซอร์หลังผ่าตัดตามโปรแกรมของโรงพยาบาล

คนที่มีแนวโน้มเป็นแผลคีลอยด์หรือแผลนูนง่าย ควรแจ้งแพทย์ตั้งแต่วันปรึกษา เพราะลักษณะแผลเป็นขึ้นกับผิวของแต่ละคนมาก แผนดูแลจึงต่างกันไปในแต่ละราย

ดึงหน้ามินิ พักฟื้นกี่วัน? ไทม์ไลน์รายวันหลังผ่าตัด

ที่มาอิน การผ่าตัดดึงหน้ามินิใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ภายใต้การให้ยานอนหลับ (sedation) และกลับบ้านได้ในวันเดียวกัน ทำแผล 3 ครั้ง และผู้เข้ารับการผ่าตัดส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ภายใน 5 วัน

ไทม์ไลน์การพักฟื้น mini facelift ตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึง 3 เดือน
ไทม์ไลน์การพักฟื้นหลังดึงหน้ามินิที่มาอิน ตั้งแต่วันผ่าตัดจนถึง 3 เดือน

วันผ่าตัด ถึง วันที่ 5: กลับไปใช้ชีวิตปกติ

  1. วันผ่าตัด — หลับด้วยยานอนหลับตลอดการผ่าตัด พักสังเกตอาการแล้วกลับที่พักได้ในวันเดียวกัน พันผ้าพยุงและประคบเย็นตามคำแนะนำ
  2. วันที่ 1-2 — อาการบวมและช้ำจะมากที่สุดในช่วงนี้ รู้สึกตึงบริเวณหน้าใบหู นอนหนุนหมอนสูงและหลีกเลี่ยงการก้มหน้า
  3. วันที่ 3 — เข้าทำแผลตามนัด อาการบวมเริ่มลดลง พูดคุยเบา ๆ ได้สบายขึ้น
  4. วันที่ 5 — ล้างหน้าเบา ๆ ได้ และออกไปทำธุระเบา ๆ นอกบ้านได้ คนส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันในช่วงนี้

สัปดาห์ที่ 2 ถึง เดือนที่ 3: บวมยุบและผลลัพธ์เข้าที่

สัปดาห์ที่ 2 เป็นช่วงตัดไหม อาการบวมช้ำลดลงมากจนแต่งหน้ากลบร่องรอยที่เหลือได้ ครบ 1 เดือน การพูดและการเคี้ยวจะเป็นธรรมชาติขึ้น ความรู้สึกตึงค่อย ๆ คลายลง

ราว 3 เดือน เส้นกรอบหน้าจะเข้าที่และเนื้อเยื่อยึดเกาะในตำแหน่งใหม่เรียบร้อย นี่คือจุดที่ประเมินผลลัพธ์ได้ตรงที่สุด

เทียบกันแล้ว การดึงหน้าชั้นลึกแบบ deep plane ใช้เวลาให้ผลลัพธ์เข้าที่นานกว่า ราว 3 เดือนขึ้นไป และช่วงพักฟื้นแรกก็ยาวกว่า อ่านรายละเอียดได้ที่ การฟื้นตัวของดึงหน้า Deep Plane

สำหรับคนไข้จากไทยที่เลือกดึงหน้ามินิที่เกาหลี ระยะเวลาพักในเกาหลีขึ้นกับตารางทำแผลและวันตัดไหม ทีมงานจะแจ้งจำนวนวันที่ควรอยู่แบบรายบุคคลตอนปรึกษา เพื่อวางแผนตั๋วเครื่องบินได้ล่วงหน้า

ไม่แน่ใจว่าต้องพักฟื้นกี่วันในกรณีของคุณ? ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างมาทาง LINE @thaimine2 เพื่อรับการประเมินเบื้องต้นค่ะ

ผลข้างเคียงและข้อจำกัดของดึงหน้ามินิที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ผลข้างเคียงที่พบได้และตัวเลขจากงานวิจัย

อาการที่ถือเป็นการฟื้นตัวปกติ ได้แก่ บวม ช้ำ ชาบริเวณหน้าใบหู และความรู้สึกตึงในช่วงแรก อาการกลุ่มนี้ค่อย ๆ ดีขึ้นเองตามเวลา

ส่วนภาวะแทรกซ้อนที่พบไม่บ่อยแต่มีโอกาสเกิดขึ้น ได้แก่ เลือดคั่งใต้ผิวหนัง กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราว การติดเชื้อของแผล และแผลเป็นนูน

รายงานผู้ป่วย 117 รายที่ใช้เทคนิคเย็บกระชับชั้น SMAS พบภาวะเลือดคั่ง 3.4% และกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงชั่วคราว 3.4% ถือว่าพบได้น้อยแต่ไม่ใช่ศูนย์ ตัวเลขนี้มาจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ ไม่ใช่สถิติของโรงพยาบาลมาอิน

ข้อมูลจาก American Society of Plastic Surgeons (ASPS) ก็ระบุความเสี่ยงและระยะพักฟื้นของการผ่าตัดดึงหน้าไว้ในทิศทางเดียวกัน

ทำไมผลของดึงหน้ามินิจึงอยู่ได้ไม่นานเท่าการดึงหน้าแบบเต็ม

เหตุผลข้อแรกคือชั้นพังผืดยืดตัวขึ้นตามกาลเวลา แรงที่รั้งชั้น SMAS ให้ตึงจึงค่อย ๆ คลายลงเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี

เหตุผลข้อที่สองคือกล้ามเนื้อแผ่นบางที่ลำคอ (platysma) ดึงเนื้อเยื่อลงล่างอยู่ตลอดเวลา รอยเย็บที่รั้งไว้จึงเหมือนเชือกที่ค่อย ๆ กินเข้าไปในเนื้อเยื่อ แรงรั้งจึงลดลงทีละน้อย

ประเด็นเรื่องอายุการใช้งานว่าอยู่ได้กี่ปีในแต่ละเทคนิค อ่านต่อได้ที่บทความ ดึงหน้าอยู่ได้กี่ปี ที่เปรียบเทียบไว้ครบทุกเทคนิคค่ะ

ผลลัพธ์และระยะเวลาที่คงอยู่ต่างกันมากในแต่ละบุคคล ขึ้นกับคุณภาพผิว โครงหน้า อายุ และพฤติกรรม การประเมินที่แม่นยำต้องอาศัยการตรวจกับแพทย์เท่านั้นค่ะ

ขั้นตอนการผ่าตัดที่มาอิน เกาหลี และการเตรียมตัวของคนไข้ต่างชาติ

3 จุดที่ดึงหน้ามินิของมาอินต่างจากที่อื่น

  • เปิดถึงชั้น SMAS แล้วยกทีละชั้น ไม่ได้ดึงเฉพาะผิวหนังที่ย้อยลงมา
  • ตัดแยกเส้นใยที่ยึดระหว่างชั้น SMAS กับผิวหนัง เพราะถ้าไม่คลายเส้นใยกลุ่มนี้ แรงดึงจะส่งไปไม่สุด
  • ออกแบบแนวแผลให้ซ่อนในเส้นผมและร่องธรรมชาติของใบหู เพื่อลดการมองเห็นแผลเป็น

ขั้นตอนตั้งแต่ปรึกษาจนถึงติดตามผล

  1. ปรึกษาเบื้องต้นทาง LINE พร้อมส่งรูปหน้าตรงและด้านข้าง เพื่อประเมินความเหมาะสมในขั้นแรก
  2. เดินทางถึงเกาหลีและตรวจกับแพทย์ วางแผนแนวแผลและระดับการดึงร่วมกัน
  3. ผ่าตัด 3 ขั้นตอน คือ เปิดแผลจากไรผมถึงเหนือใบหู ยกชั้นผิวหนังและชั้น SMAS แล้วเย็บปิดอย่างประณีต
  4. ทำแผล 3 ครั้งตามนัด และตัดไหมตามกำหนด
  5. กลับประเทศไทย แล้วติดตามอาการต่อทาง LINE

ด้านความปลอดภัย โรงพยาบาลมีวิสัญญีแพทย์ประจำดูแลการให้ยานอนหลับ ติดตามสัญญาณชีพแบบเรียลไทม์ระหว่างผ่าตัด มีระบบรับมือเหตุฉุกเฉิน และมีโปรแกรมดูแลแผลด้วยเลเซอร์หลังผ่าตัด

รายละเอียดเทคนิคและข้อมูลหัตถการอ่านเพิ่มได้ที่หน้า ยกกระชับแบบมินิของโรงพยาบาลมาอิน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับดึงหน้ามินิ

ดึงหน้ามินิ พักฟื้นกี่วัน และกลับไปทำงานได้เมื่อไร?

กลับบ้านได้ในวันเดียวกันกับวันผ่าตัด ทำแผล 3 ครั้ง และส่วนใหญ่กลับไปใช้ชีวิตประจำวันรวมถึงงานที่ไม่หนักได้ภายใน 5 วัน อาการบวมช้ำยุบชัดเจนใน 1-2 สัปดาห์ ส่วนผลลัพธ์เข้าที่เต็มที่ราว 3 เดือน ระยะเวลาจริงต่างกันได้ในแต่ละบุคคล

แผลเป็นจากดึงหน้ามินิ อยู่ตรงไหน และเห็นชัดไหม?

แผลอยู่ในแนวไรผมบริเวณขมับ เหนือใบหู และรอบติ่งหู ซ่อนอยู่ในเส้นผมและร่องธรรมชาติของใบหู เส้นแผลแดงชัดที่สุดราว 1 เดือน แล้วจางลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อครบราว 2 เดือน แผลจะจางลงจนสังเกตยาก แต่ไม่ได้หายไปทั้งหมด

อายุเท่าไรถึงเหมาะกับดึงหน้ามินิ?

ส่วนใหญ่อยู่ในช่วง 30-40 ปี ซึ่งเริ่มมีแก้มย้อยระยะแรกและลำคอยังไม่หย่อนมาก แต่ตัวเลขอายุไม่ใช่เกณฑ์ตัดสิน ระดับความหย่อนคล้อยและสภาพผิวสำคัญกว่า จึงต้องให้แพทย์ประเมินจากใบหน้าจริง

ทำไมบางคนถึงยังไม่ควรทำดึงหน้ามินิ?

ถ้ามีความหย่อนคล้อยที่ลำคอชัดเจน กรอบหน้าเสียทั้งใบหน้า หรือปัญหาหลักคือไขมันใต้คาง แผลสั้นของเทคนิคนี้จะรั้งไปไม่ถึงจุดที่เป็นปัญหา กรณีแบบนี้ควรพิจารณาการดึงหน้าแบบเต็มหรือวิธีอื่นที่ตรงกับสาเหตุมากกว่า

ผลลัพธ์ของดึงหน้ามินิ อยู่ได้นานแค่ไหน?

อยู่ได้ไม่นานเท่าการดึงหน้าแบบเต็ม เพราะรอยเย็บที่รั้งชั้น SMAS ถูกกล้ามเนื้อคอดึงลงตลอดเวลา แรงรั้งจึงค่อย ๆ ลดลง และชั้นพังผืดเองก็ยืดตัวตามอายุ รายละเอียดเปรียบเทียบรายเทคนิคอยู่ในบทความเรื่องอายุการคงอยู่ของผลลัพธ์

ดึงหน้ามินิ ต่างจากร้อยไหมอย่างไร?

ร้อยไหมทำงานที่ชั้นตื้นและไม่ได้ตัดแยกเส้นใยที่ยึดผิวหนังไว้ จึงเหมาะกับความหย่อนคล้อยระดับน้อยมาก ส่วน mini facelift เปิดถึงชั้น SMAS และคลายเส้นใยยึด จึงรั้งได้มากกว่าและอยู่ได้นานกว่า แลกกับการมีแผลผ่าตัดและต้องใช้เวลาพักฟื้น

ปรึกษาก่อนตัดสินใจ

ถ้าอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่แน่ใจว่าความหย่อนของตัวเองอยู่ระดับไหน ส่งรูปหน้าตรงและด้านข้างมาทาง LINE @thaimine2 ได้เลยค่ะ ทีมงานจะช่วยประเมินเบื้องต้นและนัดหมายให้ตรงกับตารางเดินทาง

หากต้องการสอบถามทางโทรศัพท์ ติดต่อได้ที่ +82-2-516-1175 หรือดูข้อมูลหัตถการเพิ่มเติมที่หน้า ดึงหน้ามินิของโรงพยาบาลมาอิน คำแนะนำทั้งหมดจะให้เป็นรายบุคคลหลังประเมินสภาพจริงค่ะ

เขียนและตรวจสอบโดย นพ. อี ซองอุค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรมและผิวหนังมาอิน ศัลยแพทย์ตกแต่งผู้เชี่ยวชาญ

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *