อัลเทอร่า ข้อมูลครบในหน้าเดียว เริ่มจากคำตอบสั้น ๆ ก่อนค่ะ อัลเทอร่า (Ulthera) คือ การยกกระชับผิวหน้าแบบไม่ผ่าตัดด้วยคลื่นอัลตราซาวด์โฟกัสที่แพทย์มองเห็นชั้นผิวได้แบบเรียลไทม์ ส่งความร้อนลงลึก 1.5–4.5 มม. เพื่อกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนใหม่ โดยไม่ทำให้ผิวด้านบนเป็นแผล
ในห้องตรวจ หมอได้ยินประโยคนี้บ่อยมากค่ะ “ไม่อยากผ่าตัด แต่อยากให้แก้มที่หย่อนกลับขึ้นมา” อัลเทอร่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกแรก ๆ ที่หมอหยิบมาพิจารณาในกรณีแบบนี้
บทความนี้รวบรวมสิ่งที่คนไทยถามบ่อยก่อนบินมาทำที่เกาหลีไว้ในที่เดียว ได้แก่ ตารางสรุปค่าหลัก ขั้นตอนทำจริงตั้งแต่ปรึกษาจนเสร็จ ใช้เวลาเท่าไหร่ เจ็บไหม อายุเท่าไหร่ถึงคุ้ม และควรทำซ้ำเมื่อไหร่
ส่วนรายละเอียดเชิงลึกแต่ละเรื่อง เช่น หลักการทำงาน ผลข้างเคียง หรือการดูแลหลังทำ หมอแยกเขียนไว้เป็นบทความเฉพาะ และใส่ลิงก์ไว้ตรงหัวข้อที่เกี่ยวข้องค่ะ
สารบัญ
อัลเทอร่าคืออะไร? สรุปสั้นใน 1 นาที
อัลเทอร่า (Ultherapy/Ulthera) เป็นชื่อเครื่องของผู้ผลิตรายหนึ่งที่นำเทคโนโลยีอัลตราซาวด์โฟกัสมาใช้ยกกระชับผิวโดยเฉพาะ
จุดที่ต่างจากเครื่องอัลตราซาวด์ทั่วไปบางรุ่นคือ เครื่องรุ่นปัจจุบันใช้ระบบ MFU-V (microfocused ultrasound with visualization) แปลง่าย ๆ ว่า “อัลตราซาวด์โฟกัสที่มีจอภาพให้แพทย์ดูชั้นผิวไปพร้อมกัน”
หมอจึงเห็นว่ากำลังส่งพลังงานลงไปที่ชั้นไหน ไม่ต้องยิงแบบกะระยะเอาเองค่ะ
ดูข้อมูลตัวเครื่องจากเว็บไซต์ทางการของ Ultherapyได้
ถ้าถามว่าหมอให้ความสำคัญกับอะไรที่สุดเวลาอธิบายให้คนไข้ฟัง คำตอบคือ “ส่งความร้อนลงไปที่ความลึกเท่าไหร่ และส่งไปแม่นแค่ไหน” เพราะเรื่องนี้มีผลต่อความสม่ำเสมอของผลลัพธ์ค่อนข้างมากค่ะ
อนุมัติ FDA ปีไหน ใช้กับส่วนใด
อัลเทอร่าได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) ครั้งแรกในปี 2009 สำหรับการยกคิ้ว จากนั้นในปี 2012 ขยายไปถึงบริเวณลำคอและใต้คาง และในปี 2014 ขยายไปถึงบริเวณเนินอก (เดคอลเลเต้) นอกจากนี้เครื่องยังได้รับอนุมัติจากกระทรวงความปลอดภัยด้านอาหารและยาของเกาหลีด้วยค่ะ
การได้รับอนุมัติหมายถึงตัวเครื่องผ่านการพิจารณาด้านความปลอดภัยสำหรับข้อบ่งใช้ที่ระบุไว้ แต่ผลที่แต่ละคนรู้สึกได้ยังขึ้นกับสภาพผิว ระดับความหย่อน และการวางแผนของแพทย์ค่ะ
หลักการแบบย่อ (อ่านละเอียดที่บทความหลักการทำงาน)
สรุปให้สั้นที่สุดคือ คลื่นอัลตราซาวด์จะถูกรวมไปที่ 3 ระดับความลึก ได้แก่ 1.5 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. แล้วเกิดจุดความร้อนขนาดเล็กมาก (จุดที่เนื้อเยื่อถูกความร้อนจนหดตัว) อุณหภูมิที่จุดโฟกัสอยู่ราว 65–70°C
ความลึก 4.5 มม. คือชั้น SMAS (ชั้นพังผืดและกล้ามเนื้อบาง ๆ ที่ช่วยพยุงโครงหน้า) ร่างกายจะตอบสนองต่อจุดความร้อนเหล่านี้ด้วยการสร้างคอลลาเจนใหม่ทีละน้อย ผิวจึงค่อย ๆ กระชับขึ้นในช่วงหลายเดือนค่ะ
ตำราผิวหนังความงามสำหรับผิวเอเชียและผิวหลากหลายเชื้อชาติ (ฉบับปี 2023) อธิบายว่าพลังงานเสียงของอัลตราซาวด์โฟกัสเดินทางผ่านเนื้อเยื่อได้ลึกกว่าพลังงานเลเซอร์หรือคลื่นวิทยุ (RF)
นี่คือเหตุผลที่อัลเทอร่าส่งความร้อนลงไปถึงชั้น SMAS ได้ ใครอยากเข้าใจกลไกแบบละเอียดทีละขั้น อ่านต่อได้ที่หลักการทำงานของอัลเทอร่าค่ะ

ตารางสรุปอัลเทอร่า ข้อมูลครบ: ความลึก ผลลัพธ์ ระยะพักฟื้น และใครเหมาะ
ตารางนี้คือหัวใจของบทความค่ะ ถ้ามีเวลาอ่านแค่ส่วนเดียว อ่านตรงนี้ก็พอเห็นภาพรวมแล้ว (ตัวเลขด้านล่างเป็นช่วงทั่วไป แต่ละคนอาจต่างกันได้)
| หัวข้อ | อัลเทอร่า (Ulthera) |
|---|---|
| พลังงาน | อัลตราซาวด์โฟกัส (HIFU / MFU-V) พร้อมภาพอัลตราซาวด์แบบเรียลไทม์ |
| ความลึก | 1.5 มม. (หนังแท้ชั้นบน) · 3.0 มม. (หนังแท้ชั้นลึก) · 4.5 มม. (ชั้น SMAS) |
| เห็นผลเมื่อไหร่ | รู้สึกกระชับเล็กน้อยทันที → ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2–3 เดือน → เห็นผลเต็มที่ราว 3–6 เดือน |
| อยู่ได้นาน | โดยทั่วไป 1–2 ปี (แตกต่างกันในแต่ละคน) |
| ระยะพักฟื้น | แทบไม่มี กลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็ว |
| เวลาทำ | ทั้งใบหน้าประมาณ 30–60 นาที |
| ความเจ็บ | ปานกลางถึงค่อนข้างมาก แตกต่างกันในแต่ละคน |
| เหมาะกับ | ผิวหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง |
ระยะเวลาที่ผลอยู่ได้ขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น อายุ ความเร็วของการเสื่อมของผิว และไลฟ์สไตล์ อ่านรายละเอียดเรื่องนี้แยกได้ที่อัลเทอร่า อยู่ได้นานแค่ไหนค่ะ
ขั้นตอนทำอัลเทอร่าที่เกาหลี ตั้งแต่ปรึกษาจนเสร็จ
ขั้นตอนทำอัลเทอร่าเป็นแบบผู้ป่วยนอก คือมาทำแล้วกลับได้ภายในวันเดียว ไม่ต้องนอนพัก การเตรียมตัวหลัก ๆ คือแจ้งยาที่ทานอยู่ตอนปรึกษา (ดูหัวข้อก่อนทำด้านล่าง) และทาครีมชาก่อนเริ่มค่ะ สำหรับคนที่บินมาจากไทย จึงจัดเข้าไปในตารางเที่ยวเกาหลีได้ไม่ยาก ภาพรวมเป็นแบบนี้ค่ะ
- ปรึกษาและประเมินผิว ดูระดับความหย่อน ประวัติสุขภาพ ยาที่ใช้ และคุยเรื่องผลที่คาดหวัง
- ทายาชาและตรวจชั้นผิวด้วยภาพอัลตราซาวด์ ทาครีมชาประมาณ 30 นาทีก่อนทำ แล้วทาเจลและดูชั้นผิวบนจอ
- ตั้งค่าพลังงานเฉพาะบุคคล เลือกความลึกและระดับพลังงานตามความหนาของผิว
- ยิงหลายชั้นความลึก ส่งพลังงานทีละชั้น ทั้งใบหน้าใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที
- การจัดการความเจ็บ ใช้ครีมชา ยาแก้ปวดชนิดรับประทานเมื่อจำเป็น และปรับความแรงตามที่คนไข้รู้สึก
1. ปรึกษาและประเมินผิว
ช่วงปรึกษา หมอจะดูก่อนว่าผิวหย่อนระดับไหนและเสื่อมไปมากน้อยแค่ไหน จากนั้นจะถามประวัติการเจ็บป่วย อาการแพ้ และยาหรืออาหารเสริมที่ทานอยู่ค่ะ
สิ่งที่หมอถือว่าสำคัญที่สุดในขั้นนี้คือการคุยให้ตรงกันว่า “ผิวของเราน่าจะดีขึ้นได้ถึงระดับไหน” เพราะถ้าความคาดหวังกับความเป็นจริงไม่ตรงกัน ต่อให้ผลออกมาดี ความพึงพอใจก็อาจลดลงได้ หมอจะอธิบายแนวทางการฟื้นตัวที่น่าจะเกิดขึ้นในช่วงนี้ด้วยค่ะ

2. ทายาชาและตรวจชั้นผิวด้วยภาพอัลตราซาวด์
วันทำ ให้ล้างหน้าบริเวณที่จะทำให้สะอาด แล้วทาครีมชาประมาณ 30 นาทีก่อนเริ่ม เพื่อลดความรู้สึกเจ็บ จากนั้นทาเจลอัลตราซาวด์เพื่อให้คลื่นส่งผ่านผิวได้ดีค่ะ
เมื่อวางหัวยิง (ทรานสดิวเซอร์) ลงบนผิว หมอจะเห็นภาพชั้นผิวใต้ผิวหนังบนจอแบบเรียลไทม์
ระบบนี้เรียกว่า DPS เปรียบง่าย ๆ เหมือนการเปิดไฟฉายส่องก่อนลงมือทำงาน ทำให้ส่งพลังงานไปที่ความลึกที่ตั้งใจได้แม่นยำขึ้น นี่คือจุดที่ทำให้อัลเทอร่าต่างจากเครื่องอัลตราซาวด์โฟกัสบางรุ่นที่ไม่มีจอภาพค่ะ
3. ตั้งค่าพลังงานเฉพาะบุคคล
ผิวแต่ละคนหนาบางไม่เท่ากัน ผิวแต่ละส่วนของใบหน้าก็ต่างกันด้วย หมอจะเลือกหัวยิงตามความลึก และปรับระดับพลังงานให้เหมาะกับสภาพผิวตรงนั้น การตั้งค่าตรงนี้ทำให้ผลลัพธ์สม่ำเสมอขึ้นและช่วยลดความเสี่ยงของผลข้างเคียงด้วยค่ะ
4. ยิงหลายชั้นความลึก ใช้เวลา 30–60 นาที
หมอจะวางหัวยิงแนบกับผิว แล้วเลื่อนไปเป็นแนวเหมือนลากเส้น ส่งพลังงานลงไปทีละชั้น โดยทั่วไปแบ่งเป็น 3 ความลึก คือ 1.5 มม. 3.0 มม. และ 4.5 มม. เพื่อให้ผิวแต่ละชั้นได้รับการกระตุ้นอย่างทั่วถึง หากทำทั้งใบหน้าจะใช้เวลาประมาณ 30–60 นาที ขึ้นกับบริเวณที่ทำค่ะ
5. การจัดการความเจ็บ
อัลเทอร่าเจ็บไหม? ตอบตรง ๆ ว่ามีความรู้สึกเจ็บอยู่บ้างค่ะ ระดับความเจ็บอยู่ในช่วงปานกลางถึงค่อนข้างมาก และแตกต่างกันมากในแต่ละคน จังหวะที่พลังงานลงไป บางคนรู้สึกเหมือนเข็มจิ้มเบา ๆ หรือรู้สึกร้อนวูบ แต่คนส่วนใหญ่บอกว่า “พอทนได้”
หมอจัดการความเจ็บด้วย 3 วิธีร่วมกัน คือ ทาครีมชาก่อนทำ ให้ยาแก้ปวดชนิดรับประทานเมื่อจำเป็น และปรับความแรงตามความรู้สึกของคนไข้ พร้อมพักเป็นระยะระหว่างทำ ถ้าเป็นคนไวต่อความเจ็บ บอกหมอตั้งแต่ตอนปรึกษาได้เลยค่ะ
ผลลัพธ์อัลเทอร่าตามช่วงอายุ: 20–30, 40–50 และ 60 ปีขึ้นไป
อัลเทอร่าอายุเท่าไหร่ถึงเหมาะ? จากประสบการณ์ในห้องตรวจ หมอมองว่าอายุเป็นแค่จุดเริ่มต้น สิ่งที่ตัดสินจริงคือ “ตอนนี้ผิวอยู่ในระยะไหน” แต่เพื่อให้เห็นภาพ หมอแบ่งตามช่วงวัยแบบนี้ค่ะ
- อายุ 20–30 ปี: เน้นป้องกัน คือช่วยเก็บความกระชับไว้ก่อนผิวจะเริ่มหย่อนจริงจัง เหมาะกับคนที่ผิวเริ่มเสียความกระชับเล็กน้อย หรืออยากเก็บกรอบหน้าให้คมขึ้นเล็กน้อย
- อายุ 40–50 ปี: เป็นช่วงที่แนวกรามและแก้มเริ่มหย่อนจนสังเกตได้ จากที่หมอดูแลคนไข้มา กลุ่มนี้มักรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงได้ชัดที่สุด เพราะผิวยังตอบสนองได้ดี และเป็นช่วงที่เหมาะกับการดูแลผิวหย่อนระดับปานกลาง ริ้วรอย และความกระชับที่ลดลงไปพร้อมกัน
- อายุ 60 ปีขึ้นไป: ถ้าผิวหย่อนลึกมากแล้ว อัลเทอร่าอย่างเดียวจะมีข้อจำกัด ยังช่วยเรื่องเนื้อผิวและความกระชับได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าผิวหย่อนมาก หมอมักแนะนำให้ปรึกษาเรื่องการผ่าตัดดึงหน้าเทียบกันด้วย
ในทางกลับกัน ถ้าเป้าหมายหลักคือปรับเนื้อผิวมากกว่ายกกระชับ หรืออยากเห็นผลทันทีหลังทำ วิธีอื่นอาจเหมาะกว่า เรื่องนี้หมอจะประเมินจากผิวจริงตอนปรึกษาค่ะ
เห็นผลเมื่อไหร่ (สรุป)
ผลของอัลเทอร่าเริ่มเล็กน้อยทันทีหลังทำ ค่อย ๆ ชัดขึ้นใน 2–3 เดือน และเห็นผลเต็มที่ราว 3–6 เดือนค่ะ หลังทำทันทีอาจรู้สึกว่าแนวกรามหรือโหนกแก้มชัดขึ้นนิดหน่อย แต่นั่นเป็นแค่ “ตัวอย่าง”
ความเปลี่ยนแปลงจริงจะมาพร้อมคอลลาเจนใหม่ที่ค่อย ๆ สร้างขึ้นในเดือนต่อ ๆ ไป ผิวจะกระชับขึ้น ริ้วรอยดูจางลง และเนื้อผิวเรียบเนียนขึ้นตามลำดับ
บางคนรู้สึกได้ทันทีว่าแนวกรามชัดขึ้น แต่บางคนเปลี่ยนแบบค่อยเป็นค่อยไปจนต้องวางรูปก่อนและหลังเทียบกันถึงจะเห็น หมอจึงไม่พูดว่า “คุณจะได้ผลเท่าเคสนี้” แต่จะบอกตรง ๆ ว่าด้วยผิวตอนนี้ คาดหวังได้ประมาณไหนค่ะ
ในตำราผิวหนังความงาม (Textbook of Cosmetic Dermatology ฉบับที่ 6) มีการเล่าถึงงานวิจัยแบบสุ่มในผู้ป่วย 30 คนที่มีผิวต้นแขนหย่อน ซึ่งเทียบการยิงอัลตราซาวด์โฟกัสแบบชั้นเดียว (4.5 มม.) กับแบบสองชั้น (4.5 มม. ร่วมกับ 3.0 มม.) แล้วพบว่าความดีขึ้นที่ 1, 3 และ 6 เดือนใกล้เคียงกัน
ผลนี้เป็นการศึกษาที่ต้นแขน จึงไม่ควรนำไปสรุปแทนผลที่ใบหน้าโดยตรง แต่ช่วยยืนยันว่าความเปลี่ยนแปลงจากอัลตราซาวด์โฟกัสเกิดขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไปในช่วงหลายเดือนค่ะ
ควรทำซ้ำทุกกี่เดือน
ผลของอัลเทอร่าโดยทั่วไปอยู่ได้ 1–2 ปี หลังจากนั้นผิวจะค่อย ๆ กลับไปตามความเสื่อมตามวัย หมอจึงมักแนะนำให้พิจารณาทำเพื่อคงผลประมาณทุก 12–18 เดือน และเข้ามาเช็กสภาพผิวเป็นระยะ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรอให้ผลหมดก่อน การตัดสินใจขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ
อัลเทอร่ากับเทอร์มาจ (Thermage) ต่างกันตรงไหน: สรุปสั้น
ความต่างหลักมีสองเรื่อง คือชนิดพลังงานและความลึกที่ความร้อนลงไปถึง อัลเทอร่าใช้อัลตราซาวด์ที่ลงลึกถึงชั้น SMAS ส่วนเทอร์มาจใช้คลื่นวิทยุ (RF) ที่ทำงานกับชั้นหนังแท้เป็นหลักค่ะ
| หัวข้อ | อัลเทอร่า | เทอร์มาจ (Thermage) |
|---|---|---|
| พลังงาน | HIFU (อัลตราซาวด์โฟกัส) | RF (คลื่นวิทยุ) |
| ความลึก | 1.5 / 3.0 / 4.5 มม. (ถึงชั้น SMAS) | หนังกำพร้าถึงหนังแท้ (ลงถึงชั้น SMAS ได้ยาก) |
| ความเจ็บ | ปานกลางถึงค่อนข้างมาก | น้อยถึงปานกลาง |
| พักฟื้น | แทบไม่มี | แทบไม่มี |
| อยู่ได้นาน | 1–2 ปี | 6 เดือน–1 ปี |
สรุปง่าย ๆ คือ อัลเทอร่าเหมาะกับคนที่ต้องการยกกระชับจากชั้นลึก ส่วนเทอร์มาจเจ็บน้อยกว่าและมักเด่นเรื่องเนื้อผิวค่ะ ในไทย เทอร์มาจมักถูกพูดถึงคู่กับไทเทเนียมในฐานะตัวเลือกกลุ่ม RF เหมือนกัน ถ้าอยากดูการเทียบแบบละเอียด อ่านต่อได้ที่อัลเทอร่า vs ไทเทเนียมค่ะ
ข้อควรรู้ก่อนและหลังทำอัลเทอร่า
การเตรียมตัวก่อนทำและการดูแลหลังทำช่วยให้ผลออกมาดีและลดผลข้างเคียงได้ค่ะ สรุปเฉพาะเรื่องที่ต้องรู้ไว้ตรงนี้
ก่อนทำ: ยาและพฤติกรรมที่ควรเลี่ยง
ช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนทำ ควรปรึกษาแพทย์เรื่องการหยุดยาหรืออาหารเสริมที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือดชั่วคราว เพื่อลดโอกาสเกิดรอยช้ำ ห้ามหยุดยาที่แพทย์สั่งเองโดยไม่ปรึกษาก่อนนะคะ
- ยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน
- อาหารเสริมที่มีผลต่อการไหลเวียนเลือด เช่น วิตามินอี โอเมก้า-3
- สมุนไพรบางชนิด หรือการทานกระเทียม ขิง ในปริมาณมาก
ควรลดการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เลี่ยงการตากแดดจัด และงดทำทรีตเมนต์อื่น เช่น พีลลิ่งหรือเลเซอร์ ในช่วงก่อนทำ
ถ้ามีโรคประจำตัว กำลังตั้งครรภ์ หรือผิวบริเวณที่จะทำมีการอักเสบ ต้องแจ้งหมอตั้งแต่ตอนปรึกษาค่ะ วันทำให้ล้างเครื่องสำอางออก ถอดต่างหูและสร้อยคอ ถ้าทำบริเวณลำคอควรใส่เสื้อที่ไม่ปิดคอค่ะ
หลังทำ: อาการที่พบได้และเมื่อไหร่ควรพบแพทย์
ทำอัลเทอร่าแล้วส่วนใหญ่กลับไปทำงานได้เลย เพราะแทบไม่มีระยะพักฟื้นค่ะ
1–2 วันแรกให้ผิวได้พัก ถ้าบวมหรือปวดให้ประคบเย็นเบา ๆ ดื่มน้ำมาก ๆ งดสกินแคร์ที่ระคายเคือง เช่น เรตินอล AHA หรือ BHA ไว้ก่อน และเลี่ยงซาวน่า การอาบน้ำร้อนจัด หรือการออกกำลังกายหนักสักระยะ ทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
รายละเอียดการดูแลแบบเป็นขั้นตอนอ่านได้ที่วิธีดูแลตัวเองหลังทำอัลเทอร่าค่ะ
อาการที่พบได้บ่อยมักเป็นแบบชั่วคราว เช่น ผิวแดงที่มักหายภายในไม่กี่ชั่วโมง บวมเล็กน้อยที่มักยุบใน 2–3 วัน รู้สึกเจ็บเมื่อกด หรือชาและเสียวแปลบ ๆ ชั่วคราว บางคนอาจมีรอยช้ำ โดยเฉพาะคนที่ทานยาที่ทำให้เลือดแข็งตัวช้า
สิ่งที่ควรระวังแม้จะพบได้ไม่บ่อยคือแก้มตอบ (ไขมันบริเวณที่ทำลดลง) ซึ่งการตั้งค่าพลังงานและความลึกอย่างเหมาะสมช่วยป้องกันได้มาก
ควรติดต่อแพทย์ทันทีถ้าอาการแย่ลง อาการชาหรือปวดนานเกินช่วงฟื้นตัวปกติ สงสัยว่าแก้มตอบ หรือมีอาการผิวผิดปกติรุนแรงที่คล้ายแผลไหม้ ดูรายละเอียดผลข้างเคียงแต่ละแบบและวิธีรับมือได้ที่ผลข้างเคียงอัลเทอร่าค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอัลเทอร่า
ทำอัลเทอร่าใช้เวลานานแค่ไหน?
ถ้าทำทั้งใบหน้าใช้เวลาประมาณ 30–60 นาทีค่ะ บวกเวลาทาครีมชาก่อนทำอีกประมาณ 30 นาที ทั้งหมดเสร็จได้ภายในวันเดียวแบบไม่ต้องนอนพัก
อัลเทอร่าเจ็บไหม?
เจ็บระดับปานกลางถึงค่อนข้างมาก และแตกต่างกันในแต่ละคนค่ะ หมอใช้ครีมชา ยาแก้ปวดชนิดรับประทานเมื่อจำเป็น และปรับความแรงตามความรู้สึกของคนไข้ คนส่วนใหญ่บอกว่าพอทนได้
อัลเทอร่าทำอายุเท่าไหร่ถึงเหมาะ?
อายุ 20–30 ปีเหมาะกับการป้องกัน อายุ 40–50 ปีมักรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงชัดที่สุด ส่วนอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ผิวหย่อนมาก ควรปรึกษาเรื่องการผ่าตัดดึงหน้าเทียบด้วยค่ะ สุดท้ายแล้วสภาพผิวสำคัญกว่าตัวเลขอายุ
ควรทำอัลเทอร่าซ้ำทุกกี่เดือน?
ผลโดยทั่วไปอยู่ได้ 1–2 ปี หมอจึงมักแนะนำให้พิจารณาทำเพื่อคงผลประมาณทุก 12–18 เดือนค่ะ ทั้งนี้ขึ้นกับสภาพผิวตอนนั้น ควรให้แพทย์ประเมินก่อนตัดสินใจ
ทำอัลเทอร่าแล้วกลับไปทำงานได้เลยไหม?
ได้ค่ะ อัลเทอร่าแทบไม่มีระยะพักฟื้น อาการแดงหรือบวมที่อาจเกิดขึ้นมักเป็นแบบชั่วคราว วิธีดูแลตัวเองในแต่ละช่วงดูได้ในบทความการดูแลหลังทำที่ลิงก์ไว้ด้านบน
ปรึกษาเรื่องอัลเทอร่ากับโรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน เกาหลี
ผลจริงของอัลเทอร่าจะได้แค่ไหน ขึ้นกับว่าผิวของเราอยู่ระยะไหน และแพทย์วางแผนความลึกกับพลังงานได้เหมาะแค่ไหนค่ะ
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน ประเทศเกาหลี หมอจะตรวจระดับความหย่อนและความหนาของผิวด้วยตัวเอง แล้วบอกตรง ๆ ว่าคาดหวังได้ระดับไหน และอัลเทอร่าเหมาะกับเราจริงหรือไม่
ทักแชทมาปรึกษาฟรีที่ LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175 เพื่อรับการประเมินและราคาเฉพาะบุคคลค่ะ
เขียนและตรวจสอบโดย นพ. อี ซองอุค (Dr. Lee Sung-wook) ศัลยแพทย์ตกแต่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ



