เรทิเจน (Laetigen) คือสกินบูสเตอร์ที่ฉีดคอลลาเจนชนิดที่ 1 จากหนังหมูเข้าสู่ชั้นหนังแท้โดยตรง เรทิเจน ผลข้างเคียงส่วนใหญ่เป็นอาการชั่วคราว เช่น ตุ่มนูน บวม หรือช้ำ ซึ่งมักหายเองภายในไม่กี่วันค่ะ
ใครที่เพิ่งฉีดแล้วส่องกระจกเห็นตุ่มเล็ก ๆ เต็มหน้า หรือกำลังจะบินมาเกาหลีแล้วกังวลว่าจะบวมนานไหม ความกังวลแบบนี้เข้าใจได้ค่ะ ในห้องตรวจเราได้ยินคำถามนี้บ่อยมาก เพราะหลายคนแยกไม่ออกว่าอาการไหนคือการฟื้นตัวตามปกติ และอาการไหนต้องกลับไปให้แพทย์ดู บทความนี้สรุป 5 เรื่องเกี่ยวกับผลข้างเคียงของเรทิเจนที่ควรรู้ทั้งก่อนและหลังฉีดค่ะ
- อาการปกติที่พบบ่อย: มีอะไรบ้าง และอยู่กี่วัน (มีตารางสรุป)
- ตุ่มนูนหลังฉีด: เกิดจากอะไร และทำไมไม่ต้องตกใจ
- ผลข้างเคียงที่พบน้อย: รวมถึงการแพ้คอลลาเจนจากหมู และใครควรระวัง
- การดูแลตัวเอง 3 ช่วง: วันแรก–2 วัน, 3–7 วัน และ 2 สัปดาห์ขึ้นไป
- สัญญาณที่ต้องรีบพบแพทย์: อาการแบบไหนไม่ควรรอ
ถ้าอยากส่งรูปให้ทีมช่วยดูก่อน ทักแชทเข้ามาปรึกษาได้ที่ LINE: @339fwnst ค่ะ
สารบัญ
เรทิเจน (Laetigen) คืออะไร? ทำไมหลังฉีดจึงมีอาการได้
ชั้นหนังแท้ (ชั้นผิวที่อยู่ใต้ผิวหนังด้านนอก ทำหน้าที่เหมือนโครงค้ำผิว) มีคอลลาเจนเป็นส่วนประกอบหลัก เมื่ออายุมากขึ้น คอลลาเจนในชั้นหนังแท้จะค่อย ๆ ลดลง ผิวจึงบางลง แห้งง่าย และเริ่มมีริ้วรอยเล็ก ๆ ค่ะ
เรทิเจนเป็นสกินบูสเตอร์ที่ใช้คอลลาเจนชนิดที่ 1 (Type 1) ซึ่งเป็นชนิดเดียวกับที่พบมากในผิวของเรา สกัดจากหนังหมู แล้วฉีดเข้าไปเติมในชั้นหนังแท้โดยตรง ต่างจากรีจูรันหรือจูเวลุคที่เน้นกระตุ้นให้ผิวสร้างใหม่เอง
เพราะเป็นการฉีดสารเข้าไปในผิว จึงเกิดปฏิกิริยาเฉพาะจุดได้เหมือนการฉีดทุกชนิด ตำราผิวหนังความงามระบุว่าอาการหลังฉีดคอลลาเจนจากหมูใกล้เคียงกับฟิลเลอร์ HA (กรดไฮยาลูรอนิก) คือบวม แดง เจ็บ และช้ำแบบชั่วคราว ซึ่งในประสบการณ์คลินิกมักดีขึ้นภายใน 2–3 วันค่ะ
Key Point จาก นพ. อี ซองอุค: เรทิเจนเป็นการ «เติม» คอลลาเจน ไม่ได้รอให้ผิวสร้างเอง ผิวจึงรู้สึกชุ่มขึ้นได้เร็ว แต่ปฏิกิริยาชั่วคราวหลังฉีดก็อาจเห็นได้ชัดในช่วงแรกเช่นกัน การรู้ผลข้างเคียงของเรทิเจนไว้ก่อนจึงช่วยให้ไม่ตกใจค่ะ
เรทิเจน ผลข้างเคียง ที่พบบ่อยมีอะไรบ้าง? (ตารางอาการ)
หัวใจของเรื่องนี้คือการแยกให้ออกระหว่าง «ปฏิกิริยาปกติหลังฉีด» กับ «ผลข้างเคียงที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ» หลังฉีดเรทิเจน ผลข้างเคียงที่พบบ่อยเกือบทั้งหมดเป็นแบบแรก และยุบเองได้โดยไม่ต้องรักษาเพิ่มค่ะ
ตารางอาการหลังฉีดเรทิเจน: พบบ่อยแค่ไหน อยู่กี่วัน ดูแลอย่างไร
| อาการ | ความถี่ | ระยะเวลาโดยประมาณ | วิธีดูแล |
|---|---|---|---|
| รอยเข็ม | พบบ่อยมาก | 1–2 วัน | หายเอง |
| ตุ่มนูน | พบบ่อย | 1–2 วัน | ยุบเอง ห้ามกดหรือถู |
| บวม | พบบ่อย | 2–3 วัน | ประคบเย็น |
| ช้ำ | พบน้อย | 5–7 วัน | หายเอง |
| แดง | พบน้อย | 1–3 วัน | ดูแลให้ผิวสงบ งดสครับ |
| เจ็บเล็กน้อย | เป็นบางครั้ง | วันที่ฉีด–1 วัน | ทานยาแก้ปวดได้ตามคำแนะนำแพทย์ |
ตัวเลขในตารางเป็นแนวทางจากประสบการณ์คลินิก แต่ละคนต่างกันได้ตามสภาพผิวและบริเวณที่ฉีดค่ะ
อาการบวมมักยุบใน 2–3 วัน ส่วนรอยช้ำอาจอยู่ได้ 5–7 วัน ตำราผิวหนังความงามระบุว่าแดง บวม และช้ำเป็นอาการที่พบได้ทั่วไปในช่วงไม่กี่วันหลังฉีดสารเติมเต็มทุกชนิด และการกดเบา ๆ ทันทีหลังฉีดช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ค่ะ
ตุ่มนูนหลังฉีดเรทิเจนคืออะไร? ทำไมเป็นอาการปกติ
หลังฉีด หลายคนจะเห็นตุ่มเล็ก ๆ เรียงเป็นจุดตามแนวที่ฉีด คล้ายผิวมีลายนูน ตุ่มนี้เกิดจากคอลลาเจนที่เพิ่งเข้าไปอยู่ในชั้นหนังแท้ยังกระจายตัวไม่ทั่ว จึงดันผิวให้นูนขึ้นเป็นจุด ๆ ไม่ใช่การแพ้หรือการอักเสบค่ะ
ตุ่มนูนหลังฉีดเรทิเจนส่วนใหญ่ยุบเองภายใน 1–2 วัน สิ่งสำคัญคืออย่ากด บีบ หรือนวดเองเพื่อเร่งให้หาย เพราะยิ่งระคายผิว ถ้าผ่านไปหลายสัปดาห์แล้วยังคลำเจอก้อนแข็งอยู่ ให้กลับไปพบแพทย์ค่ะ
หน้าตาของตุ่มอาจคล้ายตุ่มนูนหลังฉีดรีจูรัน แต่เป็นคนละผลิตภัณฑ์และคนละส่วนประกอบ ระยะเวลาและวิธีดูแลจึงอาจต่างกันได้ ไม่ควรเอาประสบการณ์ของอีกตัวมาตัดสินแทนกันค่ะ
ผลข้างเคียงที่พบน้อยแต่ควรรู้ และใครควรระวังก่อนฉีดเรทิเจน
นอกจากอาการในตาราง ผลข้างเคียงของเรทิเจนบางอย่างพบได้น้อยกว่ามาก แต่ควรรู้ไว้ก่อนตัดสินใจ เพื่อจะได้แจ้งแพทย์และสังเกตตัวเองได้ถูกจุดค่ะ
แพ้คอลลาเจนจากหมู: ต้องแจ้งแพทย์ก่อนฉีด
เรทิเจนใช้คอลลาเจนจากหนังหมู คนที่เคยแพ้คอลลาเจนจากสัตว์ หรือเคยมีอาการแพ้หลังฉีดผลิตภัณฑ์คอลลาเจนมาก่อน ต้องบอกแพทย์ตั้งแต่ตอนปรึกษาค่ะ
ตำราผิวหนังความงามอธิบายว่าคอลลาเจนที่มาจากสัตว์อาจกระตุ้นการแพ้ได้ ผู้ที่มีประวัติแพ้คอลลาเจนจึงไม่ควรฉีด และคอลลาเจนจากสัตว์บางชนิดต้องทดสอบผิวก่อนใช้ค่ะ
การแพ้ยังอาจเกิดได้แม้จะเคยฉีดมาแล้วหลายครั้ง ถึงจะพบน้อยก็ควรสังเกตผิวทุกครั้งหลังฉีดค่ะ
ถ้าเกิดอาการแพ้ แพทย์รักษาได้ด้วยยาลดการอักเสบกลุ่มสเตียรอยด์ตามความเหมาะสมค่ะ
ติดเชื้อ รอยดำ และก้อนใต้ผิวที่พบได้น้อย
- ติดเชื้อ: เสี่ยงขึ้นเมื่อฉีดในสถานที่ที่ไม่สะอาด ควรฉีดในสถานพยาบาลที่มีแพทย์ดูแลเท่านั้น
- รอยดำ (สีผิวเข้มขึ้นชั่วคราว): เกิดได้ถ้าโดนแดดจัดหลังฉีด จึงต้องทาครีมกันแดดทุกวัน
- ก้อนหรือตุ่มแข็งใต้ผิว: ตำราผิวหนังความงามรายงานว่าหลังฉีดคอลลาเจนจากหมูอาจพบก้อนเล็ก ๆ ได้ในบางราย และบางก้อนอยู่ได้นานหลายเดือน แพทย์ดูแลได้ด้วยการนวดหรือฉีดยาเฉพาะจุด ตำราจึงแนะนำให้ระวังการฉีดบริเวณผิวบาง หากก้อนไม่ยุบใน 2–3 สัปดาห์ควรให้แพทย์ตรวจค่ะ
ใครไม่ควรฉีดหรือควรปรึกษาแพทย์ก่อน
- เคยแพ้คอลลาเจนจากสัตว์ หรือเคยแพ้หลังฉีดผลิตภัณฑ์คอลลาเจน
- ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร (ไม่แนะนำให้ฉีด)
- ผิวบริเวณที่จะฉีดมีการอักเสบ สิวอักเสบ หรือติดเชื้ออยู่
- เคยแพ้ยาชาชนิดครีมหรือยาอื่น ๆ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเสมอ
อ่านข้อมูลทั่วไปเพิ่มเติมเรื่องการฉีดสารเติมเต็มผิวได้ที่ ข้อมูลทั่วไปเรื่องสารเติมเต็มผิว (American Academy of Dermatology) (ภาษาอังกฤษ) ค่ะ
ขั้นตอนการฉีดเรทิเจนที่โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน
- ปรึกษาและตรวจผิว: แพทย์ดูสภาพผิว และถามประวัติการแพ้คอลลาเจน ยาชา หรือยาอื่น ๆ
- ล้างหน้าและทาครีมชา: ทาครีมชาทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
- ฉีดเรทิเจน: ฉีดตามบริเวณที่วางแผนไว้ในชั้นหนังแท้
- ปลอบประโลมผิว: ประคบเย็น แล้วรับคำแนะนำการดูแลตัวเองกลับบ้าน
ช่วงปรึกษาเป็นเวลาที่ดีที่สุดในการถามเรื่องผลข้างเคียงที่กังวล เช่น ประวัติแพ้ หรือผิวที่ช้ำง่าย
ก่อนฉีดจะทาครีมชาประมาณ 30 นาที คนไข้ส่วนใหญ่จึงรู้สึกแค่ไม่สบายเล็กน้อยระหว่างฉีด และกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ในวันเดียวกันค่ะ
สำหรับคนที่บินมาทำที่โซล แนะนำให้เผื่อเวลาในทริปไว้ 1–2 วันหลังฉีด ก่อนนัดถ่ายรูปหรือเดินทางกลับ เพราะช่วงนี้ตุ่มนูนและรอยแดงมักเห็นชัดที่สุดค่ะ
หลังฉีดเรทิเจน ดูแลตัวเองอย่างไร? ไทม์ไลน์ 3 ช่วง
การดูแลตัวเองให้ถูกวิธีช่วยไม่ให้อาการบวม แดง และช้ำหลังฉีดเรทิเจนเป็นมากขึ้น ด้านล่างคือสิ่งที่อาจเห็นและวิธีดูแลในแต่ละช่วงค่ะ
| ช่วงเวลา | สิ่งที่อาจเห็น | วิธีดูแล |
|---|---|---|
| วันแรก–2 วัน | ตุ่มนูน รอยแดง บวมเล็กน้อย | ไม่จับหรือถู ล้างหน้าเบา ๆ งดแอลกอฮอล์และซาวน่า |
| 3–7 วัน | บวมและแดงยุบ ช้ำอาจยังอยู่ | ทาครีมบำรุง ทากันแดด งดสครับและผลัดเซลล์ผิว |
| 2 สัปดาห์ขึ้นไป | ผิวเริ่มรู้สึกชุ่มและแน่นขึ้น | ดูแลผิวตามปกติ และนัดครั้งถัดไปตามแผน |
วันแรก–2 วัน: ตุ่มนูนและรอยแดงเด่นที่สุด
ช่วงนี้อาจเห็นรอยแดงและบวมเล็กน้อยตรงจุดที่ฉีด และเป็นช่วงที่ตุ่มนูนเห็นชัดที่สุดค่ะ
- อย่าจับ กด หรือถูบริเวณที่ฉีด
- วันที่ฉีดล้างหน้าเบา ๆ เท่านั้น
- แต่งหน้าบาง ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไป
- งดออกกำลังกายหนัก แอลกอฮอล์ และซาวน่า
3–7 วัน: บวมและแดงยุบ ช้ำอาจยังอยู่
อาการบวมและรอยแดงส่วนใหญ่จะยุบในช่วงนี้ ถ้ามีรอยช้ำ อาจยังเห็นอยู่จนถึงปลายสัปดาห์ค่ะ
- ทาครีมบำรุงให้ผิวชุ่มชื้นอย่างเพียงพอ
- ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน
- งดสครับและผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว
2 สัปดาห์ขึ้นไป: คอลลาเจนเริ่มเข้าที่
เมื่อคอลลาเจนเข้าที่ในผิวแล้ว หลายคนจะรู้สึกว่าผิวชุ่มและแน่นขึ้น ผลลัพธ์มักเริ่มเห็นชัดหลัง 2–4 สัปดาห์ ขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคนค่ะ
สิ่งที่ควรเลี่ยงและสิ่งที่ควรทำ
สิ่งที่ควรเลี่ยง
- ดื่มหนัก: แอลกอฮอล์ขยายหลอดเลือด อาจเพิ่มรอยช้ำและอาการบวม
- ซาวน่าหรือห้องอบร้อน: ความร้อนสูงอาจกระตุ้นการอักเสบ
- แช่น้ำร้อนนาน ๆ: ผิวบริเวณที่ฉีดอาจระคายเคือง
- ออกกำลังกายหนัก: เหงื่อเพิ่มโอกาสที่เชื้อโรคจะเข้าสู่รอยเข็ม
- แดดจัดโดยตรง: เป็นสาเหตุของรอยดำชั่วคราว
สิ่งที่ควรทำ
- ทาครีมบำรุงบ่อยกว่าปกติ
- ทาครีมกันแดดทุกครั้งที่ออกนอกบ้าน
- ดื่มน้ำให้เพียงพอ
- มาฉีดคงผลตามรอบที่แพทย์วางไว้
ระยะห่างการฉีดที่แนะนำ
คอร์สเริ่มต้นคือ 3 ครั้ง ห่างกัน 2 และ 4 สัปดาห์ (สัปดาห์ที่ 0–2–6) แล้วฉีดคงผลทุก 6–12 เดือน ส่วนผลจะอยู่ได้นานแค่ไหนนั้นต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแลค่ะ
อาการแบบไหนควรรีบกลับไปพบแพทย์?
หลังฉีดเรทิเจน ผลข้างเคียงที่เป็นปกติควร «ดีขึ้นทุกวัน» ถ้าอาการกลับแย่ลงแทนที่จะดีขึ้น นั่นคือสัญญาณที่ต้องให้แพทย์ดูค่ะ
- แดง ร้อน คัน หรือแสบ ที่แย่ลงเรื่อย ๆ แทนที่จะดีขึ้น
- บวมแดงลามออกไป มีหนอง หรือมีไข้ (อาจเป็นการติดเชื้อ)
- ก้อนแข็งที่ไม่ยุบหลังผ่านไปหลายสัปดาห์
- ผื่นลมพิษ ปากหรือหน้าบวมเร็ว หรือหายใจลำบาก (อาจเป็นการแพ้รุนแรง ให้ไปห้องฉุกเฉินที่ใกล้ที่สุดทันที)
ถ้ากลับไทยแล้วมีอาการ ให้ถ่ายรูปบริเวณที่ฉีดในที่แสงสว่าง แล้วส่งมาปรึกษาทาง LINE: @339fwnst พร้อมบอกวันที่ฉีดค่ะ
ถ้าอยากเทียบกับสกินบูสเตอร์ตัวอื่น อ่านผลข้างเคียงของรีทูโอ (Re2O) ได้ค่ะ
เรทิเจนต่างจากรีจูรันและจูเวลุคอย่างไร? (สรุปสั้น)
สรุปสั้น ๆ คือ เรทิเจนเติมคอลลาเจนเข้าไปโดยตรง รีจูรัน ฮีลเลอร์ใช้สาร PN ช่วยกระตุ้นการฟื้นฟูผิว ส่วนจูเวลุค (Juvelook) เน้นกระตุ้นให้ผิวสร้างคอลลาเจนเองทีละน้อย ถ้าอยากดูตารางเทียบแบบละเอียด อ่านได้ที่ เปรียบเทียบรีทูโอ เรทิเจน รีจูรัน แบบครบทุกมิติค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเรทิเจน ผลข้างเคียง
หลังฉีดเรทิเจนใช้ชีวิตปกติได้เลยไหม?
ได้ทันทีค่ะ แต่วันแรกควรเลี่ยงออกกำลังกายหนัก แอลกอฮอล์ และซาวน่า ล้างหน้าเบา ๆ ได้ และแต่งหน้าบาง ๆ ได้ตั้งแต่วันถัดไป
ฉีดเรทิเจน ตุ่มนูน หายกี่วัน?
ส่วนใหญ่ยุบเองใน 1–2 วันค่ะ ห้ามกดหรือถู ถ้าเป็นก้อนแข็งที่ไม่ยุบนานหลายสัปดาห์ ควรกลับไปพบแพทย์
ฉีดเรทิเจนเจ็บไหม?
ส่วนใหญ่รู้สึกไม่สบายเพียงเล็กน้อยค่ะ เพราะก่อนฉีดจะทาครีมชาประมาณ 30 นาที ถ้ากังวลเรื่องความเจ็บ แจ้งแพทย์ก่อนเริ่มได้
เรทิเจนอยู่ได้นานแค่ไหน และต้องฉีดกี่ครั้ง?
คอร์สเริ่มต้นคือ 3 ครั้ง (สัปดาห์ที่ 0–2–6) แล้วฉีดคงผลทุก 6–12 เดือนค่ะ ระยะเวลาที่ผลอยู่ต่างกันในแต่ละคน ขึ้นกับสภาพผิวและการดูแล
ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรฉีดเรทิเจนได้ไหม?
ไม่แนะนำค่ะ ช่วงตั้งครรภ์และให้นมบุตรควรเลื่อนออกไปก่อน และปรึกษาแพทย์ว่าเมื่อไหร่จึงเหมาะ
ฉีดเรทิเจนร่วมกับหัตถการอื่นได้ไหม?
ส่วนใหญ่ทำร่วมกับลิฟติ้ง ฟิลเลอร์ หรือโบท็อกซ์ได้ค่ะ แต่ลำดับและระยะห่างของแต่ละอย่างควรให้แพทย์เป็นผู้กำหนด
ปรึกษาเรื่องเรทิเจนกับทีมภาษาไทยของมาอิน
เรทิเจนไม่ได้เหมาะกับทุกคนค่ะ สภาพผิว ประวัติการแพ้ และสิ่งที่อยากแก้ของแต่ละคนต่างกัน บางคนอาจเหมาะกับสกินบูสเตอร์ตัวอื่นมากกว่า สำหรับเรทิเจน ผลข้างเคียงส่วนใหญ่ดูแลได้ไม่ยาก แต่ก็ควรเริ่มจากการตรวจผิวและวางแผนกับแพทย์ก่อนเสมอ
ที่โรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน ย่านกังนัม กรุงโซล แพทย์จะตรวจผิวและซักประวัติการแพ้ก่อนวางแผนทุกครั้ง ส่วนค่าใช้จ่าย ปรึกษาเพื่อรับราคาเฉพาะบุคคลได้ค่ะ
ทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรสายตรงล่ามไทย +82-10-6864-1175 ค่ะ
เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อี ซองอุค ศัลยแพทย์ตกแต่ง ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน (กังนัม โซล)
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ





