ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร? 5 ปัจจัยและวิธีป้องกันหลังเสริมหน้าอก

ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร? 5 ปัจจัยและวิธีป้องกันหลังเสริมหน้าอก

ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร? ซิลิโคนหน้าอกแตก คือภาวะที่เปลือกนอกของถุงซิลิโคนฉีกขาดจนเจลหรือน้ำเกลือข้างในรั่วออก สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดตามการศึกษาซิลิโคนที่ถอดออกมาตรวจ คือรอยเสียหายเล็ก ๆ ระหว่างผ่าตัด รองลงมาคืออายุการใช้งานและแรงกระแทก

หลายคนที่เสริมหน้าอกมาหลายปี มักเริ่มกังวลเมื่อได้ยินเรื่องซิลิโคนแตกจากเพื่อนหรือในกระทู้ Pantip ว่า “ของเราจะแตกไหม แล้วแตกเพราะอะไร” บทความนี้จึงตั้งใจตอบเฉพาะเรื่อง สาเหตุ ปัจจัยเสี่ยง และวิธีลดความเสี่ยง ตามข้อมูลจากตำราศัลยกรรมเสริมหน้าอกและงานวิจัย โดยอธิบายให้เข้าใจง่ายที่สุดค่ะ

ส่วนเรื่องอาการ การตรวจ MRI และวิธีผ่าตัดแก้ไข เราสรุปไว้สั้น ๆ พร้อมลิงก์ไปยังบทความที่อธิบายละเอียดแยกไว้แล้วค่ะ

ซิลิโคนหน้าอกแตกคืออะไร และแตกได้แบบไหนบ้าง

ถุงซิลิโคนเสริมหน้าอกมีเปลือกนอกเป็นยางซิลิโคนบาง ๆ ข้างในบรรจุเจลซิลิโคนหรือน้ำเกลือ เมื่อเปลือกนี้ฉีกขาดหรือมีรูรั่ว เราเรียกว่า “ซิลิโคนแตก” ค่ะ ถ้าเป็นถุงน้ำเกลือ น้ำเกลือที่รั่วออกจะถูกร่างกายดูดซึมไปโดยไม่เป็นอันตราย แต่หน้าอกข้างนั้นจะยุบลงให้เห็นชัด

หลังใส่ซิลิโคน ร่างกายจะสร้างเยื่อบาง ๆ ห่อรอบถุงไว้ เรียกว่า แคปซูล (เยื่อพังผืดที่ร่างกายสร้างขึ้นเองรอบสิ่งแปลกปลอม) ถ้าเจลยังอยู่ภายในแคปซูลเรียกว่า แตกภายในแคปซูล แต่ถ้าเจลซึมออกไปนอกแคปซูลเรียกว่า แตกนอกแคปซูล ความเสี่ยงของแต่ละแบบต่างกัน อ่านแยกได้ในบทความ “ปล่อยไว้ได้ไหม และต้องผ่าตัดเร็วแค่ไหน” ซึ่งเราลิงก์ไว้ในหัวข้อถัด ๆ ไปค่ะ

ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร: ภาพแนวคิดเปรียบเทียบซิลิโคนหน้าอกแตกภายในแคปซูลและนอกแคปซูล

ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายว่าเจลซิลิโคนรุ่นใหม่แบบ โคฮีซีฟเจล (เจลเนื้อหนืดที่เกาะตัวกันแน่น) จะไหลออกน้อยกว่าเจลรุ่นเก่าเมื่อเปลือกฉีก แต่ “ไหลน้อยกว่า” ไม่ได้แปลว่า “ไม่รั่วเลย” นะคะ ส่วนเจลรุ่นเก่าที่เหลวกว่าจะซึมออกไปยังเนื้อเยื่อรอบ ๆ ได้ง่ายกว่า

ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร? 5 ปัจจัยหลักที่ศัลยแพทย์พบ

ซิลิโคนแตกมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียวค่ะ เวลามีคนไข้มาปรึกษาเพราะกังวลเรื่องซิลิโคนแตก คุณหมอจะถามก่อนเสมอว่า ใส่มานานเท่าไร เป็นซิลิโคนชนิดไหน และระหว่างนั้นเคยมีแรงกระแทกที่หน้าอกหรือไม่ เพราะสามข้อนี้ช่วยบอกได้มากว่าความเสี่ยงมาจากทางใด

1. รอยเสียหายระหว่างผ่าตัด — สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด

ข้อมูลเรื่องสาเหตุการแตกส่วนใหญ่มาจากการศึกษาที่บริษัทผู้ผลิตนำซิลิโคนที่ถอดออกจากคนไข้กลับไปตรวจหาจุดที่เสีย ตำราศัลยกรรมเสริมหน้าอก (ปี 2021) ซึ่งรวบรวมผลการศึกษาซิลิโคนที่ถอดออกมาตรวจ ระบุว่า 51–64% ของการแตกเกิดจากเครื่องมือผ่าตัด ส่วนอีก 35–37% เป็นรอยเปิดที่ระบุสาเหตุไม่ได้ค่ะ

ทำไมรอยเล็กนิดเดียวถึงกลายเป็นการแตกได้? งานวิจัยด้านวัสดุฝังในร่างกายพบว่ารอยเสียหายเล็กกว่า 0.1 มม. ทำให้ความแข็งแรงของเปลือกลดลงราว 50% และเมื่อเปลือกเสียไปแล้ว แรงที่เกิดจากรอยพับของเปลือกจะไปรวมอยู่ที่จุดนั้นซ้ำ ๆ จนรอยค่อย ๆ ขยายและเจลรั่วออก พูดง่าย ๆ คือ รอยขีดที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็นในวันผ่าตัด อาจกลายเป็นจุดแตกในอีกหลายปีต่อมาได้ค่ะ

2. อายุการใช้งานของซิลิโคน

ซิลิโคนไม่ใช่อุปกรณ์ที่ใช้ได้ตลอดชีวิต ยิ่งใส่มานาน โอกาสแตกก็ยิ่งเพิ่มขึ้น ตำราศัลยกรรมระบุว่าอัตราการแตกของซิลิโคนแต่ละรุ่นแตกต่างกันมาก จึงไม่สามารถฟันธงได้ว่า “ใส่ครบกี่ปีแล้วจะแตก” ค่ะ มีงานวิจัยที่เสนอด้วยว่าเมื่อเวลาผ่านไป ไขมันจากร่างกายที่ซึมเข้าเนื้อยางและหินปูนที่เกาะ อาจทำให้คุณสมบัติของเปลือกเปลี่ยนไป ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่อาจอธิบายการแตกตามอายุ

สำหรับถุงน้ำเกลือ นอกจากแรงกระแทกแล้ว การรั่วยังเกิดได้จากจุดที่เปลือกพับงอซ้ำ ๆ จนบางลง (fold flaw) และจากวาล์วเติมน้ำเกลือที่บกพร่อง ถ้ากำลังชั่งใจว่าซิลิโคนที่ใส่มานานควรเปลี่ยนหรือยัง อ่านต่อได้ที่ ควรเปลี่ยนหรือถอดซิลิโคนเมื่อใส่มานาน ค่ะ

3. แรงกระแทกและแรงกดจากภายนอก

แรงที่มากพอจะทำให้ซิลิโคนแตกได้ คือแรงที่กระแทกหน้าอกโดยตรงอย่างรุนแรง เช่น อุบัติเหตุรถยนต์ การหกล้ม หรือการบาดเจ็บระหว่างเล่นกีฬา นอกจากนี้ยังมีแรงกดที่มากเกินไป เช่น การนวดหน้าอกที่กดแรง ๆ รอบถุงซิลิโคน หรือแรงบีบระหว่างตรวจแมมโมแกรม

อีกกรณีที่พบได้แม้ไม่บ่อย คือการเจาะชิ้นเนื้อด้วยเข็มระหว่างตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ซึ่งอาจโดนซิลิโคนโดยไม่ตั้งใจ ทั้งนี้ ยังไม่มีหลักฐานว่ากิจวัตรประจำวันหรือการออกกำลังกายตามปกติทำให้ซิลิโคนที่สภาพดีแตกได้ค่ะ

4. โพรงใส่ซิลิโคนไม่พอดี และวิธีรักษาพังผืดแบบเก่า

ถ้าโพรงที่ใส่ซิลิโคน (pocket) มีขนาดไม่พอดีกับถุง ซิลิโคนอาจขยับไปมามากเกินไป ทำให้เปลือกพับและเสียดสีซ้ำที่จุดเดิม อีกปัจจัยที่พบในผู้ที่ผ่าตัดมานาน คือ การบีบแคปซูลแบบปิด (closed capsulotomy) ซึ่งเป็นวิธีในอดีตที่แพทย์ใช้มือบีบหน้าอกแรง ๆ เพื่อให้พังผืดที่แข็งตัวฉีกออก วิธีนี้เคยเป็นสาเหตุให้ซิลิโคนแตกในบางราย

5. ความบกพร่องจากการผลิต และความเกี่ยวข้องกับพังผืดหดรัด

ซิลิโคนที่มีจุดบกพร่องจากการผลิตจนแตกเร็วกว่าปกติมีอยู่จริง แต่พบน้อยมาก ในการศึกษาซิลิโคนที่ถอดออกมาตรวจ ความบกพร่องจากการผลิต รอยพับ และการแยกชั้นของเปลือก รวมกันแล้วเป็นสัดส่วนเพียงเล็กน้อยค่ะ

ส่วน พังผืดหดรัด (แคปซูลที่หนาและแข็งขึ้นจนบีบรัดถุง) มักถูกพูดถึงคู่กับซิลิโคนแตก ตำราศัลยกรรมระบุว่าพังผืดหดรัดระดับรุนแรงถูกมองว่าอาจมีส่วนทำให้แตกได้ แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสาเหตุโดยตรง ทั้งสองภาวะอาจพบร่วมกันในคนเดียวกันได้ค่ะ

นพ. อี ซองอุค: “สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือรอยเสียหายที่มองไม่เห็นตั้งแต่วันผ่าตัด รองลงมาคือเวลา ยิ่งใส่มานาน ยิ่งควรตรวจเช็กแม้ไม่มีอาการครับ”

ใครมีความเสี่ยงซิลิโคนแตกมากกว่าคนอื่น?

จากสาเหตุทั้ง 5 ข้อข้างต้น กลุ่มที่ควรใส่ใจเรื่องนี้เป็นพิเศษ ได้แก่

  • ใส่ซิลิโคนมานานหลายปี — ความเสี่ยงเพิ่มขึ้นตามอายุการใช้งาน แม้จะไม่มีอาการ
  • เคยมีแรงกระแทกที่หน้าอกรุนแรง — เช่น อุบัติเหตุรถยนต์หรือหกล้มกระแทกหน้าอก
  • เคยรักษาพังผืดด้วยการบีบแคปซูลแบบปิด — เปลือกอาจได้รับแรงกดสูงมาก่อน
  • ใส่ซิลิโคนเจลรุ่นเก่า — เจลเหลวกว่า เมื่อแตกแล้วซึมออกนอกแคปซูลได้ง่ายกว่า
  • มีพังผืดหดรัดระดับรุนแรง — อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แม้ยังไม่ยืนยันว่าเป็นสาเหตุโดยตรง

ถ้าคุณตรงกับข้อใดข้อหนึ่ง ไม่ได้แปลว่าซิลิโคนแตกแล้ว แต่เป็นสัญญาณว่าควรตรวจภาพตามกำหนดอย่างสม่ำเสมอค่ะ

3 สถานการณ์ที่ทำให้คนไข้รู้ตัวว่าซิลิโคนอาจแตก

ในทางปฏิบัติ คนไข้ส่วนใหญ่มักรู้ตัวจากสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งต่อไปนี้ค่ะ

  1. หน้าอกยุบลงกะทันหัน — ข้างหนึ่งเล็กลงชัดเจน มักพบในถุงน้ำเกลือ
  2. รูปทรงเปลี่ยนหรือคลำเจอก้อนใหม่ — ที่หน้าอกหรือรักแร้ ถ้าเป็นซิลิโคนเจล แพทย์จะสงสัยการแตกนอกแคปซูล
  3. ไม่มีอาการ แต่ตรวจเจอโดยบังเอิญ — เป็นแบบที่พบบ่อยในซิลิโคนเจล เรียกว่าการแตกแบบเงียบ (silent rupture)

ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร และตรวจติดตามอย่างไร: แพทย์ชี้ภาพอัลตราซาวด์ระหว่างตรวจติดตามซิลิโคนเสริมหน้าอก

รายละเอียดอาการแต่ละแบบและการเลือกตรวจ ดูได้ที่ สัญญาณที่บอกว่าซิลิโคนอาจแตก และควรตรวจ MRI เมื่อไหร่ ส่วนใครที่มีอาการเจ็บร่วมด้วย ความเจ็บหลังเสริมหน้าอกมีหลายสาเหตุ อ่านแยกได้ที่ อาการปวดหลังเสริมหน้าอกแบบต่าง ๆ ค่ะ

ป้องกันซิลิโคนหน้าอกแตกได้ไหม? เช็กลิสต์ลดความเสี่ยงตามสาเหตุ

ยังไม่มีวิธีที่ป้องกันซิลิโคนแตกได้ 100% แต่เราลดความเสี่ยงและตรวจพบได้เร็วขึ้นได้ค่ะ เมื่อรู้แล้วว่าซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร ก็จับคู่สาเหตุกับสิ่งที่ทำได้ตามตารางนี้

ตารางสาเหตุกับสิ่งที่ทำได้

สาเหตุ สิ่งที่ทำได้
รอยเสียหายระหว่างผ่าตัด เลือกศัลยแพทย์ที่มีประสบการณ์และจับถุงซิลิโคนอย่างระมัดระวังตลอดการผ่าตัด
อายุการใช้งาน ตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ตามกำหนด แม้ไม่มีอาการ
แรงกระแทกจากภายนอก ระวังแรงกระแทกรุนแรงที่หน้าอก ถ้าเคยเกิดอุบัติเหตุควรพบแพทย์เพื่อตรวจ
แรงกดมากเกินไป เลี่ยงการนวดที่กดหน้าอกแรง ๆ และแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกครั้งว่าเสริมหน้าอกก่อนตรวจแมมโมแกรมหรือเจาะชิ้นเนื้อ
พังผืดหดรัด ถ้าหน้าอกเริ่มแข็งหรือรูปทรงเปลี่ยน ควรพบแพทย์ ไม่ควรบีบหรือนวดเอง

เมื่อแจ้งว่ามีซิลิโคน เจ้าหน้าที่จะใช้เทคนิคดันถุงซิลิโคนหลบออกจากบริเวณที่ถ่ายภาพ (displacement technique) เพื่อลดแรงกดที่ถุงและทำให้เห็นเนื้อเต้านมชัดขึ้นค่ะ

ตรวจภาพเป็นระยะ: ตัวช่วยจับการแตกแบบไม่มีอาการ

เพราะซิลิโคนเจลมักแตกโดยไม่มีอาการ การตรวจภาพจึงสำคัญที่สุด FDA สหรัฐฯ (ฉลากปี 2020) แนะนำให้ผู้ที่ใส่ซิลิโคนเจลโดยไม่มีอาการ ตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ครั้งแรกในปีที่ 5–6 หลังใส่ แล้วตรวจซ้ำทุก 2–3 ปี และถ้ามีอาการผิดปกติให้ตรวจโดยไม่ต้องรอถึงกำหนด อ่านข้อมูลต้นฉบับได้ที่ ข้อมูลซิลิโคนเสริมหน้าอกของ FDA สหรัฐฯ

ซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร และป้องกันอย่างไร: ช่วงเวลาตรวจอัลตราซาวด์หรือ MRI ตามฉลาก FDA ปี 2020

นอกจากนี้ควรสำรวจตัวเองเดือนละครั้ง ส่องกระจกดูรูปทรงและความสมมาตร แล้วใช้มือคลำหาก้อนใหม่ แต่ต้องรู้ข้อจำกัดด้วยว่า การสำรวจเองช่วยจับได้ดีเฉพาะการแตกของถุงน้ำเกลือและการแตกนอกแคปซูล ส่วนการแตกภายในแคปซูลมักต้องอาศัยการตรวจภาพค่ะ

นพ. อี ซองอุค: “สิ่งที่ทำได้จริงที่สุดคือรู้ว่าตัวเองใส่ซิลิโคนชนิดไหน ใส่เมื่อไร และตรวจภาพตามรอบ แม้รู้สึกปกติดีก็ตามครับ”

ถ้าตรวจพบว่าซิลิโคนแตก ขั้นต่อไปคืออะไร?

ถ้ายืนยันว่าซิลิโคนเจลแตก โดยทั่วไปแพทย์จะวางแผนถอดหรือเปลี่ยนถุง แต่กรณีที่ต้องผ่าตัดฉุกเฉินพบได้น้อย จึงมีเวลาดูผลตรวจภาพและวางแผนอย่างรอบคอบค่ะ อ่านรายละเอียดได้ที่ ทางเลือกการผ่าตัดเมื่อซิลิโคนแตก และถ้าสงสัยว่า ปล่อยไว้ได้ไหม และต้องผ่าตัดเร็วแค่ไหน ก็มีคำอธิบายแยกไว้แล้วค่ะ

คำถามที่พบบ่อยเรื่องสาเหตุซิลิโคนแตก

ออกกำลังกายหรือนวดหน้าอกทำให้ซิลิโคนแตกได้ไหม?

ยังไม่มีหลักฐานว่าการออกกำลังกายตามปกติหรือกิจวัตรประจำวันทำให้ซิลิโคนที่สภาพดีแตก แต่ควรเลี่ยงการนวดที่กดหน้าอกแรง ๆ และระวังแรงกระแทกรุนแรงที่หน้าอกค่ะ

ตรวจแมมโมแกรมทำให้ซิลิโคนแตกได้หรือเปล่า?

พบได้น้อย แต่แรงบีบระหว่างถ่ายภาพหรือการเจาะชิ้นเนื้อด้วยเข็มอาจทำให้ซิลิโคนเสียหายโดยไม่ตั้งใจได้ ก่อนตรวจควรแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าเสริมหน้าอก เพื่อให้ใช้เทคนิคดันถุงซิลิโคนหลบออกจากบริเวณที่ถ่ายภาพค่ะ

ทำไมซิลิโคนแตกแล้วบางคนไม่รู้ตัวเลย?

เพราะซิลิโคนแบบโคฮีซีฟเจลมักยังอยู่ภายในแคปซูลแม้เปลือกจะฉีก รูปทรงภายนอกจึงแทบไม่เปลี่ยน ภาวะนี้เรียกว่าการแตกแบบเงียบ และต้องยืนยันด้วยอัลตราซาวด์หรือ MRI ค่ะ

ซิลิโคนใส่ไปกี่ปีถึงจะเสี่ยงแตก?

ไม่มีตัวเลขปีที่ตายตัว ความเสี่ยงค่อย ๆ เพิ่มขึ้นตามเวลา และแตกต่างกันมากในแต่ละรุ่น ถ้าซิลิโคนไม่มีปัญหา ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะใส่มานาน แต่ควรตรวจภาพตามรอบเพื่อเช็กสภาพค่ะ

พังผืดหดรัดทำให้ซิลิโคนแตกได้ไหม?

ทั้งสองภาวะอาจพบร่วมกันได้ และพังผืดหดรัดระดับรุนแรงถูกมองว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าเป็นสาเหตุโดยตรงของซิลิโคนแตกค่ะ

ปรึกษาศัลยแพทย์เกาหลีเรื่องซิลิโคนเดิมของคุณ

สรุปสั้น ๆ ว่าซิลิโคนแตกเกิดจากอะไร: ส่วนใหญ่มาจากรอยเสียหายเล็ก ๆ ระหว่างผ่าตัด อายุการใช้งาน และแรงกระแทก การรู้สาเหตุจึงช่วยให้เราป้องกันและตรวจพบได้ทันเวลาค่ะ ถ้าคุณรู้ว่าใส่ซิลิโคนชนิดไหนและใส่มาตั้งแต่เมื่อไร จะช่วยให้แพทย์วางลำดับการตรวจได้ง่ายขึ้น

โรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน ตั้งอยู่ที่ย่านกังนัม กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ หากคุณมีผลตรวจภาพเดิมหรือกำลังวางแผนเดินทางมาเกาหลี สามารถส่งข้อมูลมาให้ศัลยแพทย์ช่วยดูและปรึกษาขั้นตอนถัดไปได้ค่ะ ทักแชทเข้ามาปรึกษาผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทรหาล่ามภาษาไทยโดยตรงที่ +82-10-6864-1175

เขียนและตรวจทานโดย: นพ. อี ซองอุค (ศัลยแพทย์ตกแต่ง) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรมมาอิน

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *