แผลเป็นยกกระชับหน้าอก คือแนวแผลที่เหลือหลังผ่าตัดยกหน้าอกที่หย่อนคล้อย ตำแหน่งและความยาวขึ้นกับว่าแพทย์ตัดผิวรอบปานนม แนวตั้ง หรือร่องใต้ราวนม ยิ่งหน้าอกหย่อนมาก ผิวที่ต้องตัดออกก็ยิ่งมาก แนวแผลจึงยาวขึ้นตามไปด้วยค่ะ
แผลเป็นคือเรื่องที่กังวลที่สุดใช่ไหมคะ ในห้องตรวจ คำถามที่หมอได้ยินบ่อยที่สุดคือ “อยากยกกระชับหน้าอก แต่ไม่รู้ว่าแผลจะอยู่ตรงไหนและยาวแค่ไหน” บทความนี้จึงตอบให้ชัด 3 เรื่อง ได้แก่
- แผลแต่ละแบบอยู่ตรงไหน และยาวประมาณเท่าไร
- แผลเปลี่ยนไปอย่างไรภายใน 1 ปีหลังผ่าตัด
- ทำไมแผลรอบปานนมจึงขยายกว้าง และทำอย่างไรให้เสี่ยงน้อยลง
ทำไมแผลเป็นยกกระชับหน้าอกแต่ละแบบจึงต่างกัน?
การยกกระชับหน้าอก (Breast Lift หรือ Mastopexy) คือการตัดผิวหนังส่วนที่ยืดย้วยออก แล้วย้ายหัวนมและปานนมขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งที่สูงขึ้น เพื่อให้ทรงหน้าอกกลับมาตั้งขึ้นอีกครั้ง ผิวที่ตัดออกต้องเย็บปิด และรอยเย็บนั้นจะเหลือเป็นแผลเป็นเส้นค่ะ
ระดับความหย่อนเป็นตัวกำหนดว่าต้องตัดผิวออกมากแค่ไหน
การยกกระชับเริ่มต้นจากคำถามเดียวคือ “หย่อนมากแค่ไหน” แพทย์มักแบ่งความหย่อนเป็นระดับ 1–3 โดยดูว่าหัวนมอยู่ต่ำกว่าร่องใต้ราวนมมากน้อยเพียงใด ถ้าหย่อนเล็กน้อย ผิวที่ต้องตัดก็น้อย บางครั้งแค่แผลรอบปานนมก็พอ แต่ถ้าหย่อนมาก ผิวส่วนเกินทั้งแนวตั้งและแนวนอนจะมากขึ้น แนวแผลจึงต้องยาวขึ้นตาม
ลองนึกถึงเสื้อที่หลวม ถ้าหลวมนิดเดียว จับจีบจุดเดียวก็พอดีตัว แต่ถ้าหลวมมาก ต้องจับจีบหลายจุด นี่คือเหตุผลที่คุณแม่หลังคลอดและให้นมบุตร หรือคนที่ลดน้ำหนักลงมาก มักต้องใช้แนวแผลที่ยาวกว่าค่ะ
อีกเรื่องที่ช่วยให้เข้าใจง่ายขึ้นคือ ในทางศัลยกรรม การออกแบบแนวตัดผิว กับการออกแบบก้านเนื้อที่เลี้ยงหัวนม เป็นคนละเรื่องกัน (ก้านเนื้อ หรือ pedicle คือเนื้อเยื่อที่มีเส้นเลือดพาเลือดไปเลี้ยงหัวนมและปานนม) แผลเป็นที่คุณมองเห็นบนผิวมาจากแนวตัดผิวเป็นหลัก ส่วนก้านเนื้ออยู่ข้างในและไม่ได้สร้างแผลเพิ่มบนผิว ดังนั้นเวลาคุยกับแพทย์เรื่องแผล ให้ถามถึงแนวตัดผิวโดยตรงค่ะ

แผล 3 แบบจำง่าย ๆ จากรูปร่าง
- แผลรอบปานนม (รูปโดนัท) — เหลือแผลวงกลมรอบปานนมเพียงวงเดียว
- แผลรอบปานนม + แนวตั้ง (รูปอมยิ้ม หรือ Lollipop) — มีวงกลมรอบปานนม และเส้นตรงลากลงจากใต้ปานนม
- แผลรูปสมอ (ตัว T กลับหัว หรือ Anchor) — มีวงกลม เส้นแนวตั้ง และเส้นแนวนอนตามร่องใต้ราวนม
ส่วนว่าแบบไหนเหมาะกับใคร และข้อดีข้อเสียของแต่ละเทคนิค อ่านเพิ่มได้ที่ เปรียบเทียบเทคนิคยกกระชับหน้าอกแต่ละแบบ บทความนี้จะโฟกัสเฉพาะว่าแผลที่เลือกแล้วจะเหลือบนร่างกายอย่างไรค่ะ
Key Point จาก นพ.อีซองอุค: ความยาวของแผลไม่ใช่สิ่งที่แพทย์เลือกตามใจ ระดับความหย่อนเป็นตัวกำหนดก่อนเสมอค่ะ
แผลเป็นยกกระชับหน้าอก 3 แบบ อยู่ตรงไหนและยาวแค่ไหน?
ถึงจะเป็นการยกกระชับหน้าอกเหมือนกัน แต่แนวแผลแต่ละแบบวางอยู่คนละตำแหน่ง ถ้าลองวาดแนวแผลออกมาดูล่วงหน้า ความกังวลลอย ๆ จะกลายเป็นคำถามที่ชัดเจนขึ้นมากค่ะ

แผลรอบปานนม: วงกลมตามขอบปานนม
แผลจะอยู่บนรอยต่อระหว่างปานนม (ส่วนที่สีเข้ม) กับผิวรอบ ๆ เป็นวงกลม เพราะอยู่ตรงเส้นที่สีผิวเปลี่ยนพอดี จึงมักกลมกลืนกว่าแผลบนผิวเรียบ
แต่ตำแหน่งนี้ก็เป็นจุดที่แผลอาจขยายกว้าง หรือปานนมอาจกลับมาใหญ่ขึ้นได้ เพราะแรงตึงจากการเย็บ เรื่องนี้จะอธิบายละเอียดในหัวข้อแผลรอบปานนมด้านล่างค่ะ
แผลรอบปานนม + แนวตั้ง (Lollipop)
นอกจากวงกลมรอบปานนมแล้ว จะมีแผลแนวตั้งลากจากใต้ปานนมลงไปทางร่องใต้ราวนม การเพิ่มแนวตั้งช่วยให้ตัดผิวส่วนล่างของหน้าอกได้มากขึ้น จึงยกหัวนมขึ้นได้ง่ายกว่า นอกจากนี้ การยกแบบแนวตั้งยังช่วยเพิ่มความโหนกของเนินอก ทำให้ทรงดูตั้งขึ้น
ตำราศัลยกรรมตกแต่งอธิบายวิธีเย็บรวบผิวเป็นจีบเล็ก ๆ เพื่อให้แผลแนวตั้งยาวไม่เกิน 8 ซม. จีบเล็ก ๆ เหล่านี้ส่วนใหญ่จะเรียบลงเองเมื่อเวลาผ่านไปค่ะ
แผลรูปสมอ (ตัว T กลับหัว / Anchor)
ถ้าหย่อนมากหรือหน้าอกใหญ่ แค่แผลแนวตั้งอาจเก็บผิวส่วนเกินได้ไม่หมด จึงต้องเพิ่มแผลแนวนอนตามร่องใต้ราวนม แบบนี้ตัดผิวส่วนเกินได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เป็นทางเลือกที่ตัดผิวได้มากที่สุด และมักใช้กับความหย่อนระดับ 2–3 ยิ่งผิวส่วนเกินมาก แผลแนวนอนในร่องใต้ราวนมก็ยิ่งยาวขึ้น
อย่างไรก็ตาม แพทย์บางส่วนมองว่าแผลแนวตั้งใช้ได้กับคนไข้กว้างกว่านั้น เช่น งานวิจัยของ Swanson E, Plast Reconstr Surg Glob Open 2016;4:e1170 รายงานผู้ป่วย 252 รายติดต่อกันที่ยกกระชับแบบแนวตั้งล้วนโดยไม่ใช้แผลตัว T เลย ในทางปฏิบัติแพทย์จึงดูทั้งระดับหย่อนและสภาพผิวก่อนตัดสินใจว่าจะเพิ่มแนวนอนหรือไม่ค่ะ
แผลแนวนอนซ่อนอยู่ในร่องใต้ราวนม เวลายืนจึงมักถูกเนินอกบังไว้ จุดที่ต้องดูแลมากที่สุดคือจุดที่แผลแนวตั้งกับแนวนอนมาบรรจบกันเป็นตัว T
| แบบแผล | ตำแหน่ง | ความยาวโดยประมาณ | มักใช้กับ | จุดที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|---|
| รอบปานนม | ขอบปานนม | วงเดียวรอบปานนม (สั้นที่สุด) | หย่อนเล็กน้อย หัวนมหย่อนไม่เกิน 2 ซม. | แผลขยาย ปานนมกว้างขึ้น |
| รอบปานนม + แนวตั้ง | ขอบปานนม + ใต้ปานนมลงไปทางร่องใต้ราวนม | วงกลม + เส้นแนวตั้ง (เย็บให้ยาวไม่เกิน 8 ซม.) | หย่อนปานกลาง | รอยย่นแนวนอนในแผลแนวตั้ง |
| รูปสมอ | ขอบปานนม + แนวตั้ง + ร่องใต้ราวนม | ยาวที่สุด แนวนอนยาวขึ้นตามผิวส่วนเกิน | หย่อนมาก (ระดับ 2–3) หรือหน้าอกใหญ่ | จุดบรรจบตัว T และรอยย่นปลายแผล |
แนวแผลทั้งหมดนี้ส่วนใหญ่อยู่ในขอบเขตของคัพบรา แต่จะมองเห็นแค่ไหนขึ้นกับแบบชุดชั้นใน ชุดว่ายน้ำ และรูปร่าง จึงพูดไม่ได้ว่า “มองไม่เห็นแน่นอน” ความยาวแผลเองก็ต่างกันไปตามความหย่อนและผิวที่เหลือของแต่ละคน หมอจึงไม่สามารถสัญญาเป็นตัวเลขเดียวได้ค่ะ
Key Point จาก นพ.อีซองอุค: หัวใจไม่ใช่ “แผลสั้นที่สุด” แต่คือ “แนวแผลที่แก้หย่อนได้พอ และมีแรงตึงน้อยที่สุด” ค่ะ
แผลเป็นยกกระชับหน้าอกเปลี่ยนไปอย่างไรใน 1 ปี?
แผลไม่ได้อยู่ในสภาพเดิมตั้งแต่วันผ่าตัด แต่จะค่อย ๆ เข้าที่และคงตัวทีละน้อยเป็นเวลานาน ถ้ารู้ขั้นตอนนี้ล่วงหน้า จะช่วยลดความกังวลเวลาเห็นแผลในเดือนที่ 2–3 หลังผ่าตัดได้มากค่ะ

ช่วงแรก: แดง นูน และแข็ง
ช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนแรก ร่างกายจะสร้างเส้นเลือดเล็ก ๆ ในแผลจำนวนมากเพื่อซ่อมแซมบาดแผล แผลจึงมีสีแดงหรือชมพู นูนขึ้นเล็กน้อย และคลำแล้วรู้สึกแข็ง แผลแดงในช่วงนี้ส่วนใหญ่เป็นกระบวนการหายปกติค่ะ
ช่วงกลาง: สีจางลงและแบนราบขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป เส้นเลือดในแผลจะค่อย ๆ ลดลง สีแดงจางลง ส่วนที่นูนก็แบนและนุ่มขึ้น แผลที่กำลังเข้าที่จะมีเส้นเลือดใกล้เคียงผิวปกติมากขึ้น สีแดงจึงลดลงตามไปด้วย
ช่วงนี้การดูแลแผลก็สำคัญ ทางเลือกอย่างแผ่นหรือเจลซิลิโคน และเลเซอร์สำหรับแผลแดงช่วงแรก อธิบายละเอียดไว้ใน วิธีดูแลแผลเป็นด้วยซิลิโคนและเลเซอร์ ค่ะ
หลัง 1 ปี: ช่วงประเมินผลแผลจริง
แผลนูน (Hypertrophic scar คือแผลที่หนาและนูนขึ้น) ต่างจากคีลอยด์ (Keloid คือแผลที่ลามเกินขอบแผลเดิม) ตรงที่แผลนูนจะอยู่ในขอบแผลเดิม แผลนูนหลายกรณีจะค่อย ๆ ยุบลงเองภายในหลายเดือนถึงหลายปี โดยไม่ต้องรักษาพิเศษ ส่วนคีลอยด์มักต้องได้รับการรักษาจากแพทย์
ตำราเรื่องแผลเป็นระบุว่า แผลเป็นจะเข้าที่เต็มที่เมื่อผ่านไป 1 ปีขึ้นไป จึงควรประเมินผลแผลหลัง 1 ปี แม้แผลที่คงตัวแล้วก็จะไม่เหมือนผิวปกติ 100% แต่จะเหลือเป็นเส้นบางสีจางที่ไม่มีขนและต่อมเหงื่อ ความเร็วในการจางต่างกันมากในแต่ละคน ขึ้นกับพันธุกรรม การสูบบุหรี่ แรงตึงที่แผล และสีผิวค่ะ
Key Point จาก นพ.อีซองอุค: อย่าตัดสินผลจากแผลเดือนที่ 3–4 ให้ใช้ช่วง 1 ปีหลังผ่าตัดเป็นเกณฑ์ประเมินค่ะ
ทำไมแผลรอบปานนมจึงขยายกว้าง และเหมาะกับใคร?
แผลรอบปานนมเป็นแบบที่แผลสั้นที่สุด แต่ก็เป็นแบบที่อาจเกิดความกังวลหลังผ่าตัดว่า “แผลรอบปานนมกว้างขึ้น” หรือ “ปานนมกลับมาใหญ่อีก” ได้ค่ะ

แรงตึงจากการเย็บวงกลมใหญ่เข้ากับปานนมเล็ก
การยกแบบรอบปานนม แพทย์จะวาดวงกลมใหญ่รอบนอกปานนม ตัดผิวระหว่างสองวงออก แล้วรูดวงใหญ่ให้เข้ากับปานนมที่เล็กกว่า คล้ายการรูดเชือกปิดปากถุงผ้า
ยิ่งสองวงขนาดต่างกันมาก แรงดึงที่รอยเย็บ (แรงตึง) ก็ยิ่งมาก แรงตึงที่มากเกินไปนี่แหละคือสาเหตุหลักที่ทำให้แผลรอบปานนมกว้างขึ้นและปานนมขยายอีกครั้ง แผลขยายจึงเป็นเรื่องของแรงดึง มากกว่าเรื่องไหมเย็บไม่แข็งแรงค่ะ
แผลรอบปานนมเหมาะกับหย่อนไม่เกิน 2 ซม.
ตำราแนะนำแผลรอบปานนมอย่างเดียวเฉพาะคนที่ปานนมใหญ่ หรือหัวนมหย่อนไม่เกิน 2 ซม. ซึ่งถือว่าหย่อนเล็กน้อย ถ้าพยายามใช้แผลรอบปานนมอย่างเดียวกับคนที่หย่อนมากกว่านั้น รอบปานนมมักผิดรูปได้ง่าย และความพึงพอใจก็ลดลง
ถ้าหย่อนเกิน 2 ซม. การเพิ่มแผลแนวตั้งมักช่วยปรับตำแหน่งหัวนมได้ดีกว่าการฝืนใช้แผลรอบปานนม ส่วนการลดขนาดปานนมอย่างเดียวเป็นคนละหัวข้อกับบทความนี้ จึงไม่ขอกล่าวถึงค่ะ
เทคนิคเย็บกระจายแรงตึง
เอกสารทางการแพทย์แนะนำวิธีเย็บหลายแบบเพื่อคุมขนาดปานนมไม่ให้ขยาย เช่น ใช้ไหมชนิดไม่ละลายเย็บพยุงรอบปานนมหนึ่งรอบ หรือการเย็บไขว้ยึดเป็นแฉกคล้ายซี่ล้อจักรยาน (interlocking suture ที่รายงานใน Hammond DC et al., Plast Reconstr Surg 2007;119:804-809)
หลักการร่วมของทุกวิธีคือไม่ให้แรงตึงไปกองอยู่จุดเดียว แต่กระจายรับแรงทั่วทั้งวง ส่วนจะใช้วิธีเย็บแบบไหนขึ้นกับสภาพผิวและระดับหย่อนของแต่ละคน ควรถามแพทย์โดยตรงในวันปรึกษาค่ะ
Key Point จาก นพ.อีซองอุค: แผลรอบปานนมขยายเพราะแรงตึง ไม่ใช่เพราะไหม การไม่ฝืนใช้แผลรอบปานนมอย่างเดียวกับคนที่หย่อนมากคือการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดค่ะ
แผลแนวตั้งและจุดบรรจบตัว T มีปัญหาอะไรได้บ้าง?
ยิ่งแนวแผลยาว จุดที่ต้องดูแลก็ยิ่งมากขึ้น ก่อนตัดสินใจผ่าตัด การรู้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นอย่างตรงไปตรงมาเป็นเรื่องสำคัญค่ะ

รอยย่นแนวนอนในแผลแนวตั้ง
จีบผิวที่เย็บรวบไว้เพื่อให้แผลแนวตั้งสั้นลงส่วนใหญ่จะเรียบลงเอง แต่รอยย่นที่เกิดในแนวนอนมักไม่เรียบเอง และอาจเหลือเป็นแผลขวางเล็ก ๆ ในแผลแนวตั้ง จึงควรแก้ไขตั้งแต่ระหว่างผ่าตัด
จุดบรรจบตัว T แผลแยกและแผลกว้าง
ในแผลรูปสมอ จุดที่แผลแนวตั้งกับแนวนอนมาบรรจบกันเป็นตัว T คือจุดที่แรงตึงจากสองทางมารวมกัน แผลตรงนี้จึงแยกหรือกว้างขึ้นได้ง่ายกว่าจุดอื่น
ที่ปลายแผลแนวนอนอาจมีผิวปูดเป็นติ่ง (เรียกว่า dog-ear) ตำราแนะนำให้จุดเย็บด้านล่างของแผลรูปสมออยู่ห่างปลายแผลอย่างน้อย 4 ซม. เพื่อลดรอยย่นปูดนี้ค่ะ
ปัจจัยเสี่ยงแผลนูน คีลอยด์ และรอยดำ
ถ้าคุณมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้ โอกาสที่แผลจะหนาขึ้นหรือสีเข้มขึ้นจะสูงกว่า ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งในวันปรึกษา
- เป็นคนที่เกิดคีลอยด์หรือแผลนูนง่าย หรือมีคนในครอบครัวเป็น
- สูบบุหรี่ (ทำให้แผลหายช้าลง)
- มีโรคที่กระทบการหายของแผล เช่น เบาหวาน
- น้ำหนักขึ้นลงมากหลังผ่าตัด
- ผิวคล้ำหรือเกิดรอยดำง่าย (เอกสารการแพทย์ระบุว่าอายุน้อยและผิวคล้ำเพิ่มความเสี่ยงแผลนูน)
นอกจากเรื่องแผลแล้ว ยังอาจเกิดผลข้างเคียงทั่วไปของการผ่าตัด เช่น การอักเสบติดเชื้อ เลือดออก ความรู้สึกที่หัวนมและปานนมเปลี่ยนไป หรือหน้าอกสองข้างไม่สมมาตรค่ะ
Key Point จาก นพ.อีซองอุค: ปัญหาแผลหลายกรณีเริ่มจากจุดบรรจบตัว T และการจัดการรอยย่น เรื่องบุหรี่หรือประวัติคีลอยด์ อย่าปิดบังแพทย์นะคะ
ก่อนปรึกษาแพทย์ ควรถามเรื่องแผลเป็นยกกระชับหน้าอกอะไรบ้าง?
จากประสบการณ์ในห้องตรวจ ความไม่พอใจเรื่องแผลส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากตัวแผลเอง แต่มาจากความรู้สึกว่า “ไม่รู้มาก่อนว่าจะเหลือแบบนี้” ศัลยแพทย์เองก็รู้ดีว่า แม้ทรงหน้าอกจะออกมาดี ถ้าไม่ได้อธิบายขั้นตอนการจางของแผลล่วงหน้าให้เพียงพอ ก็อาจทำให้ผิดหวังได้ค่ะ
ให้แพทย์วาดแนวแผลของคุณจริง
ในวันปรึกษา ลองถามตามเช็กลิสต์นี้ค่ะ
- ระดับหย่อนของฉัน ต้องใช้แผลแบบไหน
- แผลจะอยู่ตรงไหน และกินพื้นที่ประมาณเท่าไร
- ฉันมีปัจจัยที่กระทบแผล เช่น ประวัติคีลอยด์ในครอบครัวหรือการสูบบุหรี่ หรือไม่
- แผลจะเปลี่ยนไปอย่างไรในช่วง 1 ปีหลังผ่าตัด
สำหรับคนที่บินมาผ่าตัดที่เกาหลี ควรถามเพิ่มด้วยว่าจะตัดไหมและตรวจแผลวันไหน เพื่อวางวันบินกลับให้หลังจากตรวจแผลแล้ว ส่วนเรื่องอาการปวด ชุดชั้นในกระชับ และการกลับไปใช้ชีวิตประจำวัน อ่านต่อได้ที่ การพักฟื้นหลังยกกระชับหน้าอก ค่ะ
ควรแก้แผลเป็นซ้ำเมื่อไร?
แม้แผลจะยังไม่ถูกใจ ก็ไม่แนะนำให้รีบผ่าตัดแก้ ควรรอให้แผลนิ่งเต็มที่ และเนื้อเยื่อรอบข้างหย่อนพอที่จะเย็บใหม่ได้โดยไม่ตึง จึงค่อยพิจารณาแก้แผลเป็น โดยทั่วไปเกณฑ์คือหลังผ่าตัด 1 ปีขึ้นไป ระหว่างนั้นให้ดูแลแผลและติดตามผลกับแพทย์ไปก่อนค่ะ
Key Point จาก นพ.อีซองอุค: ควรรู้ตำแหน่งแผลก่อนผ่าตัด และรอประเมินผลแผลหลังผ่าตัด 1 ปีค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเรื่องแผลเป็นยกกระชับหน้าอก
แผลเป็นยกกระชับหน้าอกอยู่ตรงไหนบ้าง?
พื้นฐานคือแผลรอบปานนม ถ้าหย่อนปานกลางจะเพิ่มแผลแนวตั้งจากใต้ปานนม และถ้าหย่อนมากจะเพิ่มแผลแนวนอนในร่องใต้ราวนม แบบไหนเหมาะกับคุณขึ้นกับระดับหย่อนและผิวส่วนเกินค่ะ
แผลเป็นยกกระชับหน้าอกใช้เวลากี่เดือนถึงจะจาง?
ช่วงแรกแผลจะแดงและนูน แล้วค่อย ๆ จางและแบนลง โดยทั่วไปแผลเป็นจะเข้าที่เต็มที่เมื่อผ่านไป 1 ปีขึ้นไป จึงควรประเมินผลหลัง 1 ปี แผลจะไม่เหมือนผิวปกติ 100% และความเร็วต่างกันในแต่ละคนค่ะ
ทำไมแผลรอบปานนมถึงขยายกว้าง?
สาเหตุหลักคือแรงตึงจากการรูดวงกลมใหญ่เข้ากับปานนมที่เล็กกว่า แพทย์จึงแนะนำให้ใช้แผลรอบปานนมอย่างเดียวกับคนที่หัวนมหย่อนไม่เกิน 2 ซม. และมีวิธีเย็บที่ช่วยกระจายแรงตึงรอบวงด้วยค่ะ
แผลรูปสมอเห็นชัดกว่าแผลแนวตั้งไหม?
แผลรูปสมอยาวรวมมากกว่าเพราะมีแนวนอนเพิ่ม แต่แนวนอนซ่อนอยู่ในร่องใต้ราวนม จุดที่ต้องดูแลเป็นพิเศษคือจุดบรรจบตัว T การเลือกแบบไหนขึ้นกับระดับหย่อน ควรประเมินร่วมกับแพทย์ค่ะ
ถ้าไม่พอใจแผลเป็น แก้ได้เมื่อไหร่?
ควรรอให้แผลนิ่งและเนื้อรอบข้างหย่อนพอจะเย็บใหม่โดยไม่ตึง โดยทั่วไปคือหลังผ่าตัด 1 ปีขึ้นไป ระหว่างนั้นให้ดูแลแผลและติดตามผลกับแพทย์ค่ะ
ปรึกษาแนวแผลยกกระชับหน้าอกกับศัลยแพทย์ที่โซล
สรุปสั้น ๆ คือ แนวแผลจะเพิ่มขึ้นตามระดับหย่อน จากรอบปานนม เป็นแนวตั้ง และแนวนอนในร่องใต้ราวนม แผลจะค่อย ๆ จางและแบนลงในช่วง 1 ปีขึ้นไป ส่วนแผลรอบปานนมที่ขยายกว้างมักเกิดจากแรงตึงของการเย็บ
แนวแผลที่ต้องใช้และการจางของแผลต่างกันไปตามความหย่อน ความหนาของผิว และพันธุกรรมของแต่ละคน ถ้าอยากรู้ว่าแผลของคุณจะอยู่ตรงไหนและเป็นอย่างไร สามารถทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @339fwnst หรือโทร +82-10-6864-1175 (มีล่ามภาษาไทย) เพื่อรับการประเมินและราคาเฉพาะบุคคลค่ะ ดูรายละเอียดขั้นตอนการผ่าตัดได้ที่ ยกกระชับหน้าอกที่โรงพยาบาลมาอิน
เขียนและตรวจสอบโดย: ศัลยแพทย์ตกแต่ง นพ.อีซองอุค (Lee Sung-wook) ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศัลยกรรม และแผนกผิวมาอิน กรุงโซล
※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ
