โบท็อกซ์ Xeomin คืออะไร? ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป และอยู่ได้นานแค่ไหน

โบท็อกซ์ Xeomin หรือโบเยอรมัน คืออะไร ขวดโบทูลินัมท็อกซิน

โบท็อกซ์ Xeomin (หรือที่คนไทยเรียกติดปากว่า “โบเยอรมัน”) คือโบทูลินัมท็อกซินชนิด A จากบริษัทเมิร์ซ (Merz) ประเทศเยอรมนี ที่ผ่านการกรองโปรตีนเชิงซ้อนออกจนเหลือเฉพาะโมเลกุลท็อกซินบริสุทธิ์ค่ะ

หลายคนที่กำลังมองหาตัวเลือกฉีดลดริ้วรอยหว่างคิ้ว หน้าผาก หรือหางตา มักจะเจอชื่อนี้แล้วสงสัยว่า มันต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปยังไง อยู่ได้นานแค่ไหน และที่ได้ยินว่า “ดื้อยายากกว่า” จริงหรือเปล่า

บทความนี้เรียบเรียงโดยทีมแพทย์ของ มายน์ศัลยกรรมและผิวหนัง (เกาหลี) จะพาไปทำความเข้าใจ โบท็อกซ์ Xeomin ตั้งแต่กลไกการออกฤทธิ์ ระยะเวลาที่อยู่ได้ ไปจนถึงเรื่องการดื้อยาและผลข้างเคียง แบบอ่านง่าย ไม่ต้องเป็นหมอก็เข้าใจค่ะ

โบท็อกซ์ Xeomin หรือโบเยอรมัน จากเมิร์ซ ประเทศเยอรมนี

โบท็อกซ์ Xeomin คืออะไร (ทำความรู้จัก “โบเยอรมัน”)

โบท็อกซ์ Xeomin คือโบทูลินัมท็อกซินชนิด A ยี่ห้อ Xeomin (ชื่อสามัญทางยาคือ incobotulinumtoxinA) ผลิตโดยบริษัทเมิร์ซ เอสเทติกส์ (Merz Aesthetics) จากประเทศเยอรมนี ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงนิยมเรียกกันสั้น ๆ ว่า “โบเยอรมัน” หรือ “โบท็อกเยอรมัน” นั่นเองค่ะ

พูดให้เข้าใจง่าย ๆ โบทูลินัมท็อกซินคือสารที่ใช้คลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด เพื่อลดริ้วรอยที่เกิดจากการเกร็งกล้ามเนื้อบนใบหน้า โดย Xeomin ก็อยู่ในตระกูลเดียวกับโบท็อกซ์ทั่วไป เพียงแต่มีจุดต่างที่ “กระบวนการผลิต” ซึ่งเราจะอธิบายในหัวข้อถัดไป

Xeomin = incobotulinumtoxinA จากเมิร์ซ เยอรมนี

ในแง่ความน่าเชื่อถือ Xeomin ได้รับการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ของไทย รวมถึงองค์การอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) และใช้กันในหลายประเทศ ตามข้อมูลของ เมิร์ซ เอสเทติกส์ (Merz Aesthetics) ผู้ผลิต การรับรองเหล่านี้สะท้อนเรื่องมาตรฐานการผลิตและความปลอดภัย ไม่ได้แปลว่าตัวยา “ดีกว่า” ยี่ห้ออื่นนะคะ

หากคุณสนใจภาพรวมของการฉีดโบท็อกซ์ ลดริ้วรอย Xeomin ก็เป็นหนึ่งในชนิดของโบทูลินัมท็อกซินที่แพทย์เลือกใช้ได้ ขึ้นอยู่กับการประเมินรายบุคคล

จุดต่างของ Xeomin: โบท็อกซ์ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน

จุดเด่นที่ทำให้ Xeomin แตกต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไป คือการเป็นโบทูลินัมท็อกซินที่ “ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน” (complexing proteins) ค่ะ ฟังดูเป็นศัพท์เทคนิค แต่จริง ๆ เข้าใจได้ง่ายมาก

โปรตีนเชิงซ้อน (complexing proteins) คืออะไร

ในโบท็อกซ์ทั่วไป โมเลกุลของท็อกซินที่ออกฤทธิ์จริงจะมี “โปรตีนเสริม” ห่อหุ้มอยู่รอบ ๆ เปรียบเหมือนเปลือกหรือกระดาษห่อของขวัญที่หุ้มตัวยาไว้ โปรตีนเสริมเหล่านี้ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว แต่ติดมากับตัวยาตามธรรมชาติของกระบวนการผลิต

กระบวนการกรองสองชั้น XTRACT เหลือเฉพาะ “ท็อกซินบริสุทธิ์”

Xeomin ใช้กระบวนการกรองสองชั้นที่เรียกว่า XTRACT เพื่อแยกโปรตีนเสริมเหล่านั้นออก เหลือไว้เฉพาะโมเลกุลท็อกซินบริสุทธิ์ขนาดประมาณ 150 กิโลดาลตัน (หน่วยวัดน้ำหนักโมเลกุล) ที่บางครั้งถูกเรียกว่า “naked toxin” หรือท็อกซินเปลือย

ขอย้ำให้ชัดเจนว่า นี่คือความต่างเชิง “โครงสร้างของตัวยา” ไม่ใช่การบอกว่า Xeomin ออกฤทธิ์ลดริ้วรอยได้ดีกว่า เพราะในแง่ประสิทธิภาพลดริ้วรอยนั้นถือว่า “เทียบเท่า” กับโบท็อกซ์ทั่วไป ดังตารางสรุปด้านล่างค่ะ

หัวข้อ Xeomin (โบเยอรมัน) โบท็อกซ์ทั่วไป
ชนิดของยา โบทูลินัมท็อกซินชนิด A โบทูลินัมท็อกซินชนิด A
โปรตีนเชิงซ้อน กรองออก (naked toxin) มีโปรตีนเสริมห่อหุ้ม
ปริมาณโปรตีนต่อ 100 ยูนิต ~0.6 นาโนกรัม ~5 นาโนกรัม
ประสิทธิภาพลดริ้วรอย เทียบเท่ากัน
โบท็อกซ์ Xeomin ที่ไม่มีโปรตีนเชิงซ้อน เทียบกับโบท็อกซ์ทั่วไป

Xeomin ทำงานอย่างไร (กลไกการออกฤทธิ์ แบบเข้าใจง่าย)

หลายคนสงสัยว่าทำไมฉีดโบท็อกซ์แล้วริ้วรอยถึงตื้นลง คำตอบอยู่ที่ “การสื่อสารระหว่างเส้นประสาทกับกล้ามเนื้อ” ค่ะ

โบทูลินัมท็อกซินคลายกล้ามเนื้อได้อย่างไร

ปกติแล้วเวลาเราขมวดคิ้วหรือเลิกคิ้ว ปลายประสาทจะปล่อยสารสื่อประสาทชื่อ “อะเซทิลโคลีน” (สารที่ทำหน้าที่ส่งสัญญาณสั่งให้กล้ามเนื้อหดตัว) ออกมา กล้ามเนื้อจึงเกร็งและเกิดริ้วรอย

โบทูลินัมท็อกซิน A อย่าง Xeomin จะเข้าไปตัดโปรตีนตัวหนึ่งที่ชื่อ SNAP-25 (โปรตีนตัวช่วยที่ทำให้ปลายประสาทปล่อยอะเซทิลโคลีนออกมาได้) เมื่อตัวช่วยนี้ถูกตัด สัญญาณสั่งให้กล้ามเนื้อหดตัวก็ส่งไม่ถึง กล้ามเนื้อบริเวณที่ฉีดจึงคลายตัวลงชั่วคราว ตามที่อธิบายไว้ในตำราเวชศาสตร์ความงามและงานวิจัยด้านนี้

ทำไมริ้วรอยจึงตื้นลง

เมื่อกล้ามเนื้อที่เคยเกร็งคลายตัว ผิวด้านบนที่เคยถูกดึงรั้งให้พับเป็นร่องก็จะเรียบขึ้น ริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้าจึงดูตื้นลง พูดสั้น ๆ คือ Xeomin ออกฤทธิ์โดยตัดโปรตีน SNAP-25 ที่ปลายประสาท ทำให้กล้ามเนื้อคลายตัวและริ้วรอยตื้นลง นั่นเองค่ะ

กลไกการออกฤทธิ์ของโบท็อกซ์ Xeomin ตัดโปรตีน SNAP-25 คลายกล้ามเนื้อ

Xeomin ดื้อยายากกว่าจริงไหม — เรื่องโปรตีนต่ำกับภูมิคุ้มกัน

นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่หลายคนได้ยินมา เรามาทำความเข้าใจอย่างตรงไปตรงมาบนพื้นฐานของข้อมูลนะคะ

ปริมาณโปรตีนต่ำกับการสร้างแอนติบอดี

เนื่องจาก Xeomin กรองโปรตีนเสริมออกไป ปริมาณโปรตีนทั้งหมดจึงต่ำ โดย Xeomin มีปริมาณโปรตีนประมาณ 0.6 นาโนกรัมต่อ 100 ยูนิต เทียบกับโบท็อกซ์ทั่วไปที่ประมาณ 5 นาโนกรัม

ในทางทฤษฎี ยิ่งร่างกายได้รับโปรตีนแปลกปลอมน้อย ก็ “อาจ” ช่วยลดความเสี่ยงที่ร่างกายจะสร้างแอนติบอดีต้านฤทธิ์ (ภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่อาจทำให้ยาออกฤทธิ์น้อยลงเมื่อฉีดซ้ำไปนาน ๆ) ได้ ตามที่มีรายงานในงานวิจัยและตำราด้านภูมิคุ้มกันวิทยา

การฉีดซ้ำระยะยาว: สิ่งที่งานวิจัยรายงาน

มีข้อมูลที่น่าสนใจว่า ในกลุ่มศึกษาประมาณ 2,649 ราย พบผลตรวจแอนติบอดีต้านฤทธิ์เป็นบวกเพียงประมาณ 0.3% ซึ่งถือว่าพบได้น้อยมาก

อย่างไรก็ตาม ต้องเน้นย้ำว่า การดื้อยาเป็นเรื่องที่พบได้น้อยก็จริง แต่ ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเป็น 0 กับทุกคน เพราะการตอบสนองของภูมิคุ้มกันมีความต่างกันในแต่ละบุคคล

ดังนั้นการกล่าวว่าฉีด Xeomin แล้วจะปลอดการดื้อยาในทุกคนอย่างแน่นอน จึงเป็นการกล่าวอ้างที่เกินจริง ข้อมูลที่ถูกต้องคือ “อาจช่วยลดความเสี่ยง” ตามที่งานวิจัยรายงานค่ะ

ผลลัพธ์ ระยะเวลาออกฤทธิ์ และ Xeomin อยู่ได้กี่เดือน

มาถึงคำถามที่หลายคนอยากรู้กันมาก นั่นคือ ฉีดแล้วเห็นผลเมื่อไหร่ และ botox Xeomin อยู่ได้กี่เดือนค่ะ

เริ่มเห็นผลกี่วัน / อยู่ได้กี่เดือน

โดยทั่วไป Xeomin เริ่มเห็นผลภายในประมาณ 3-5 วัน และอยู่ได้ราว 3-4 เดือน (บางแหล่งข้อมูลในประเทศระบุไว้ที่ 3-6 เดือน) จากนั้นจึงค่อย ๆ คลายฤทธิ์ลง

สาเหตุที่ฤทธิ์ไม่อยู่ถาวรเป็นเพราะปลายประสาทค่อย ๆ ฟื้นการทำงานและสร้างโปรตีน SNAP-25 ขึ้นมาใหม่ จึงต้องฉีดซ้ำเป็นระยะเพื่อคงผลลัพธ์ ทั้งนี้ระยะเวลาที่อยู่ได้มีความต่างกันในแต่ละบุคคล

หัวข้อ รายละเอียดโดยทั่วไป
เริ่มเห็นผล ประมาณ 3-5 วัน
ระยะเวลาที่อยู่ได้ ประมาณ 3-4 เดือน (บางแหล่ง 3-6 เดือน)
ความถี่การฉีดซ้ำ เมื่อฤทธิ์เริ่มคลาย ตามแพทย์ประเมิน

ประสิทธิภาพเทียบกับโบท็อกซ์ทั่วไป (เทียบเท่า)

ในการศึกษาเปรียบเทียบการรักษารอยย่นหว่างคิ้ว Xeomin ให้ผลลัพธ์และความพึงพอใจ “เทียบเท่า” กับโบท็อกซ์ทั่วไป ในทางคลินิกแพทย์มักใช้ในอัตรา 1:1

อย่างไรก็ตาม หน่วยวัดของแต่ละผลิตภัณฑ์มาจากวิธีวัดที่ต่างกัน จึงไม่ใช่หน่วยเทียบเท่ากันอย่างเป็นทางการ ขอย้ำอีกครั้งว่า Xeomin ไม่ได้ออกฤทธิ์ “ดีกว่า” โบท็อกซ์ทั่วไป เพียงแต่ต่างกันที่โครงสร้างตัวยาเท่านั้นค่ะ

มีข้อควรเข้าใจเพิ่มเติมว่า แม้ในทางคลินิกแพทย์มักใช้ Xeomin กับโบทูลินัมท็อกซินยี่ห้ออื่น (เช่น Botox หรือ Dysport) ในอัตราใกล้เคียงกัน แต่ “ยูนิต” ของแต่ละยี่ห้อไม่ใช่หน่วยมาตรฐานเดียวกัน

จึงไม่ควรนำจำนวนยูนิตของคนละยี่ห้อมาเทียบกันตรง ๆ การกำหนดปริมาณที่เหมาะสมจึงควรให้แพทย์ผู้ฉีดเป็นผู้ประเมินตามแต่ละยี่ห้อและแต่ละบุคคลค่ะ

หากสนใจดูแลริ้วรอยในภาพรวม การฉีดโบทูลินัมท็อกซินมักถูกใช้ร่วมกับแนวทางดูแลผิวแบบแอนตี้เอจจิ้ง อื่น ๆ ตามที่แพทย์ออกแบบให้เหมาะกับแต่ละคน

โบท็อกซ์ Xeomin อยู่ได้กี่เดือน เริ่มเห็นผล 3-5 วัน อยู่ได้ 3-4 เดือน

Xeomin เหมาะกับใคร ใช้รักษาริ้วรอยจุดไหนได้บ้าง

Xeomin นิยมใช้ลดริ้วรอยใบหน้าส่วนบนที่เกิดจากการแสดงสีหน้า เช่น ริ้วรอยหว่างคิ้ว ริ้วรอยหน้าผาก และริ้วรอยหางตา (รอยตีนกา) ค่ะ

บริเวณริ้วรอยใบหน้าส่วนบน (หว่างคิ้ว/หน้าผาก/หางตา)

นอกจากริ้วรอยบนใบหน้าแล้ว โบทูลินัมท็อกซินยังถูกนำไปใช้ปรับรูปหน้าและกล้ามเนื้อส่วนอื่น ๆ ได้ด้วย เช่น การฉีดโบท็อกซ์บ่า (ลดกล้ามเนื้อบ่า) เพื่อให้แนวบ่าดูเรียวลง การฉีดลดริ้วรอยคอ หรือแม้แต่การฉีดลดต่อมน้ำลาย เพื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ซึ่งจุดที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์

การรับรอง FDA และ อย.

ในด้านการรับรอง FDA สหรัฐฯ รับรอง Xeomin ในปี 2011 สำหรับรอยย่นหว่างคิ้ว และในปี 2024 สำหรับการรักษาริ้วรอยใบหน้าส่วนบน 3 จุดพร้อมกัน (หว่างคิ้ว หน้าผาก และหางตา) ดูรายละเอียดได้จากข้อมูลการรับรองของ FDA สหรัฐฯ ส่วนในประเทศไทยก็ผ่านการรับรองจาก อย. เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคนที่เหมาะกับการฉีด การประเมินว่าควรฉีดบริเวณใด ปริมาณเท่าไร ควรให้แพทย์เฉพาะทางพิจารณาเป็นรายบุคคลค่ะ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนฉีด Xeomin

แม้การฉีดโบทูลินัมท็อกซินจะเป็นหัตถการที่ค่อนข้างปลอดภัยเมื่อทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็เป็นหัตถการทางการแพทย์ที่มีผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ จึงควรทราบไว้ก่อนตัดสินใจค่ะ

ผลข้างเคียงที่พบได้

ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ เช่น รอยช้ำ บวม หรือปวดบริเวณจุดที่ฉีด อาการปวดหัวชั่วคราว และที่พบได้น้อยกว่าคือภาวะหนังตาตกหรือใบหน้าไม่สมมาตร โดยอาการเหล่านี้มักเป็นเพียงชั่วคราวและค่อย ๆ ดีขึ้นเอง อย่างไรก็ตาม การตอบสนองมีความต่างกันในแต่ละบุคคล

กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์เป็นพิเศษ

กลุ่มที่ควรแจ้งและปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนฉีด ได้แก่ ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อและระบบประสาท เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรเลือกฉีดกับแพทย์เฉพาะทางในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน และเข้ารับการประเมินสภาพผิวและกล้ามเนื้ออย่างละเอียดก่อนทุกครั้งค่ะ

ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนฉีดโบท็อกซ์ Xeomin ปรึกษาแพทย์

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโบท็อกซ์ Xeomin

โบท็อกซ์ Xeomin ต่างจากโบท็อกซ์ทั่วไปอย่างไร

Xeomin เป็นโบทูลินัมท็อกซินชนิด A ที่ผ่านการกรองโปรตีนเชิงซ้อนออก เหลือเฉพาะโมเลกุลท็อกซินบริสุทธิ์ ทำให้มีปริมาณโปรตีนต่ำกว่า ส่วนเรื่องประสิทธิภาพในการลดริ้วรอยถือว่าเทียบเท่ากับโบท็อกซ์ทั่วไป ไม่ได้ออกฤทธิ์ดีกว่าค่ะ

Xeomin อยู่ได้กี่เดือน

โดยทั่วไป Xeomin เริ่มเห็นผลภายในประมาณ 3-5 วัน และอยู่ได้ราว 3-4 เดือน (บางแหล่งระบุ 3-6 เดือน) ซึ่งมีความต่างกันในแต่ละบุคคล เมื่อฤทธิ์เริ่มคลายจึงควรฉีดซ้ำตามที่แพทย์ประเมินค่ะ

ฉีด Xeomin แล้วดื้อยายากกว่าจริงไหม

เพราะ Xeomin มีโปรตีนเสริมน้อยมาก จึงอาจช่วยลดความเสี่ยงในการสร้างแอนติบอดีต้านฤทธิ์เมื่อฉีดซ้ำระยะยาว ตามที่มีรายงานในงานวิจัย แต่ก็ไม่อาจยืนยันได้ว่าจะปลอดการดื้อยาในทุกคน เพราะการตอบสนองของภูมิคุ้มกันต่างกันในแต่ละบุคคลค่ะ

Xeomin ฉีดบริเวณไหนได้บ้าง

นิยมใช้ลดริ้วรอยใบหน้าส่วนบน เช่น หว่างคิ้ว หน้าผาก และหางตา โดย FDA สหรัฐฯ รับรองการรักษา 3 จุดนี้พร้อมกันในปี 2024 นอกจากนี้โบทูลินัมท็อกซินยังใช้กับบริเวณอื่นเพื่อปรับรูปหน้าได้ แต่จุดที่เหมาะสมควรให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคลค่ะ

ฉีด Xeomin มีผลข้างเคียงไหม ใครไม่ควรฉีด

อาจมีรอยช้ำ บวม ปวดบริเวณจุดฉีด หรือปวดหัวชั่วคราว ที่พบน้อยคือหนังตาตก ซึ่งมักเป็นชั่วคราว กลุ่มที่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเป็นพิเศษคือผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และผู้ที่มีโรคกล้ามเนื้อและระบบประสาทค่ะ

ปรึกษาแพทย์เรื่องโบท็อกซ์ Xeomin ฟรี

หากคุณกำลังลังเลว่าโบท็อกซ์ Xeomin (โบเยอรมัน) เหมาะกับริ้วรอยของคุณหรือไม่ ควรฉีดบริเวณไหน ปริมาณเท่าไร การปรึกษาแพทย์เฉพาะทางคือคำตอบที่แม่นยำและเหมาะกับคุณค่ะ

ทีมแพทย์ของ มายน์ศัลยกรรมและผิวหนัง (เกาหลี) ยินดีให้คำปรึกษาและประเมินสภาพผิวและกล้ามเนื้อของคุณเป็นรายบุคคล สามารถทักแชทเข้ามาปรึกษาฟรีผ่าน LINE: @thaimine2 เพื่อสอบถามข้อมูลและรับการประเมินเฉพาะบุคคล (เว็บไซต์: minepsth.com) ได้เลยค่ะ

※ เนื้อหานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้ใช้แทนคำแนะนำ การวินิจฉัย หรือการรักษาทางการแพทย์ ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และอาจเกิดผลข้างเคียงได้ กรุณาปรึกษาศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญค่ะ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *